ในขณะที่เสวี่ยฟางกำลังนั่งปลาวาฬล่องลอยไปตามไปทางท้องฟ้ามีร่างขนาดใหญ่สองร่างกำลังบินอย่างรวดเร็วสวนกลับในทิศทางเดียวกันของเสวี่ยฟาง
หนึ่งเป็พยัคฆ์ขนาดใหญ่ที่มีปีกสีขาวและงูสีดำที่มีร่างกายของคล้ายกับน้ำที่มีสภาวะไม่แน่นอนแต่ที่ทั้งตัวสองมีเหมือนกันคือบนหลังของพวกมันตอนนี้นั่งไว้ด้วยบุคคล
บุรุษวัยกลางคนที่อยู่บนหลังของพยัคฆ์เอ่ยโดยไม่หันมามอง“พี่สาม ท่าน มีเื่อะไรที่สำคัญถึงขนาดต้องให้ท่านตามมาด้วยกัน?” บุรุษวัยกลางคนผู้นี้คือปรมาจารย์แก่นแท้ลมปราณลำดับที่ห้าของตำหนักเทวะนามว่าหยางหาน มันได้รับคำสั่งจากจ้าวตำหนักให้มารับตัวของคุณหนูต้วนซึ่งเป็ญาติของฮูหยินต้วนภรรยาของเ้าตำหนักและหากไม่ติดขัดอะไร....มันก็จะทวงถามหนี้ชีวิตของผู้เฒ่าอินทรีทองจากแคว้นชิงด้วยเช่นกัน!
ถึงอย่างไรก็ตามในตอนที่มันออกมาจากตำหนักเทวะพร้อมกับสัตว์วิเศษคู่ใจปรมาจารย์ลำดับที่สามหลินปา ก็ออกปากขอตามมาด้วย หลินปาเป็บุรุษวัยกลางคนที่มีสีผมดอกเลารอบตัวส่งบรรยากาศชวนขนลุก
“............แค่เผื่อเอาไว้”หลินปานิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยตอบ
หยางหานมีสีหน้าประหลาดใจด้วยระดับฝีมือของมันต่อให้เป็ยอดฝีมือระดับแก่นแม้ลมปราณของแคว้นชิงก็ยังไม่อยู่ในสายตาถึงอย่างงั้นมันก็ไม่กล้าที่จะสบประมาทพี่สามผู้นี้จึงได้แต่พยักหน้ายอมรับแต่โดยดี
“เตรียมตัวไว้พวกเรากำลังจะแคว้นชิงแล้ว”หลินปาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์
หยางหานพยักหน้าทว่าทันใดนั้นเองก่อนที่พวกมันจะทันได้เหยียบเข้าไปในอาณาเขตของเมืองหลวงแคว้นชิงเสียงถอนหายใจที่แหบพร่าก็ดังขึ้นที่ข้างหูของพวกมัน
หลินปาและหยางหานใจหายวาบเสียงถอนหายใจเมื่อครู่ดังเข้ามาในหูของพวกมันโดยที่พวกมันไม่ทันได้รู้ตัว พริบตานั้นเบื้องหน้าของพวกมันทั้งสองร่างของชายชราที่กำลังนั่งอยู่บนเต่าสีดำพลันปรากฏขึ้น
สองปรมาจารย์แห่งตำหนักเทวะเคร่งเครียดหลินปาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพียงแค่ชายตามองชายชรามันก็สามารถรับรู้ได้ถึงความไม่ธรรมดาแล้ว“ไม่ทราบว่าท่านผู้าุโมีเื่อะไรให้พวกเราช่วยหรือไม่?”หลินปาควบคุมตัวเองและถามออกไป
ชายชราที่นั่งอยู่บนเต่าสีดำนิ่งเงียบดวงตาที่สีเทากวาดมองสองปรมาจารย์แห่งตำหนักเทวะ ทันที่สายตาของชายชราตกลงไปบนร่างของพวกมันหลินปาและหยางหานคล้ายรู้สึกเหมือนมีอัสนีบาตฟาดลงไปยังจิตใจ ลมปราณในร่างกายพุ่งพล่านปั่นป่วนอย่างไม่อาจควบคุมหยางหานที่อ่อนแอที่สุดกระอักเืออกมาคำหนึ่ง ในขณะที่หลินปายังพอฝืนทนได้แต่ก็มีสีหน้าซีดเซียวและเหงื่อที่ไหลโชก
“อืมๆ”ชายชราพึมพำกับตัวเอง “ตามข้ามา” ชายชราตบไปที่กระดองเต่าสองสามทีเสียงครางแหบดังมาจากในกระดองเต่าพร้อมๆกับขาทั้งสี่ที่โผล่ออกมาและแหวกว่ายพาชายชรากลับไปยังแคว้นชิง
หลินปาและหยางหานมองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด“พี่สาม..นั้น คือผู้ใดกัน?” หยางหานถามพลางเช็ดเืที่ปาก
หลินปาส่ายหน้า“รีบไปกันเถอะ ถึงอย่างไรเราก็รู้แล้วอย่างหนึ่งว่าผู้าุโท่านนั้นไม่ได้มีแผนการไม่มีแผนที่จะฆ่าพวกเรา”
“ท่านรู้ได้อย่างไร?”
“ก็เพราะพวกเรายังไม่ตายไง”หลินปาทำได้เพียงแค่บังคับสัตว์วิเศษมุ่งหน้าตามชายชราไปยังแคว้นชิง
“เป็เกียรติอย่างยิ่งที่ตำหนักเทวะมายืนยังแคว้นชิงของเรา”หลินปาและหยางหานตามชายชราเข้ามาในวังหลวงและผู้ที่กล่าวตอนรับพวกมันก็คือจักรพรรดิชิงที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์
“ข้าหลินปาแห่งตำหนักเทวะและน้องของหยางหานต้องขออภัยด้วยที่พวกเราเดินทางมายังแคว้นชิงโดยพลการ หวังว่าฝ่าาคงพอจะยกโทษให้กับความไร้มารยาทของพวกเราได้”ทั้งสองประสานมือก้มหัวให้กับจักรพรรดิชิงและเป็หลินปาที่กล่าวขออภัย ทว่าจักรพรรดิชิงรู้ดีว่าที่ทั้งสองคนกำลังขอโทษนั้นไม่ใช่ตนหากแต่เป็ชายชราที่กำลังเฝ้ามองมองพวกมันอยู่
“ฮาๆไม่เป็ไรๆ พวกท่านเงยหน้าขึ้นเถิด แคว้นชิงยินดีตอนรับคนของตำหนักเทวะเสมอ”จักรพรรดิชิงโบกมือบอกให้ทั้งสองเงยหน้าขึ้น
“ขอบคุณฝ่าา”หลินปาและหยางหานเงยหน้าขึ้น พวกมันเหลือบมองไปยังชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆเล็กน้อยก่อนที่หลินปาจะเอ่ยปาก
“ฝ่าาที่พวกเรามาแคว้นชิงในครั้งนี้ก็เพราะความเข้าใจผิดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในาของแคว้นชิงและแคว้นเสวียน”หลินปาเอ่ยเข้าประเด็น
“ความจริงแล้วที่ผู้เฒ่าอินทรีทองพาลูกศิษย์ทั้งสองไปยังาของพวกท่านก็เพื่อแค่เฝ้าดูเท่านั้นแต่ดูเหมือนว่าจะเกิด‘การเข้าใจผิดบางอย่าง’ทำให้พวกมันเข้ารวมในาครั้งนั้นด้วย ซึ่งความจริงแล้วนี่ไม่ใช่ความ้าของตำหนักเทวะเลยแม้แต่น้อยการที่ผู้เฒ่าอินทรีทองเคลื่อนไหวโดยพลการครั้งนี้ถือว่าเป็ความผิดร้ายแรง ข้าขอรับรองว่าตำหนักเทวะจะต้องชดเชยความเข้าใจผิดครั้งนี้แน่นอน”หลินปาพูดจบก็ประสานมือให้กับจักรพรรดิชิงอีกครั้ง
จักรพรรดิชิงที่ได้ยินคำพูดของหลินปาก็สูดลมใจเข้าลึกๆนี่นับว่าน่าเหลือเชื่อจริงๆตำหนักเทวะที่เป็หนึ่งในแผ่นดินมาโดยตลอดยอมอ่อนข้อให้กับแคว้นชิงมองข้ามการตายของยอดฝีมือระดับเก้าไปอย่าง่ายดายอีกทั้งยังรับปากว่าจะชดเชยให้อีกด้วยหากนี่เป็ความฝันล่ะก็จักรพรรดิชิงคงไม่ยอมตื่นอย่างเด็ดขาด
“ฮาๆพวกท่านเคร่งเครียดเกินแล้ว อย่าให้ไปถึงขึ้นเลยท่านหลินปาถึงอย่างไรแคว้นชิงกับตำหนักเทวะก็ไม่ได้มีเื่บาหมางอะไรกันความเข้าใจผิดเล็กๆน้อยๆนี้ย่อมสามารถไปปล่อยผ่านไปได้อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณฝ่าาที่เข้าใจว่าแต่เื่ของคุณหนูต้วน....”
“ท่านหลินปาไม่ต้องเป็ห่วงไปตอนนี้ท่านแม่ทัพถังมู่กำลังพาตัวนางกลับมาหากคาดการไม่ผิดพวกเขาน่าจะมาถึงแคว้นชิงในอีกสองวัน” จักรพรรดิชิงยิ้มกล่าว
“ต้องขอขอบคุณฝ่าาที่เมตตาทว่าพวกเราไม่ก็กล้ารบกวนฝ่าาไปมากกว่านี้อีกแล้ว ถ้าอย่างไรให้พวกเรารับตัวนางกลับตำหนักเลยจะดีกว่า-”หลินปาเอ่ยความคิดเห็นทว่ากลับถูกเสียงหนึ่งขัดไว้ซะก่อน
“ในอีกหลายวันข้างหน้าจะมีงานเลี้ยงฉลอง”ชายชราที่เงียบมาตลอดพลันเอ่ยขึ้น
หลินปาและหยางหานงุนงงทว่ายังไม่ทันที่พวกมันจะได้เอ่ยปากอะไรชายชราเอ่ยขึ้นอีกประโยค
“ในตอนนั้นข้าหวังว่าจะได้เห็นพวกเ้าอยู่ที่นั้น”ชายชราพูดจบก็หันหลังจากไปโดยที่ไม่สนคำตอบของสองปรมาจารย์เลยแม้แต่น้อย
“................”
จักรพรรดิชิงกระพริบตาปริบๆมองสองปรมาจารย์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสารแปลกๆ ‘อุตส่าห์จะหาทางกลับบ้านได้แล้วแท้ๆดันถูกท่านผู้คุ้มกฎรั่งให้อยู่ต่อเสียนี่.....น่าสงสารจริงๆ’ด้วยความห่วงใยว่าแขกผู้มาเยือนจากต่างแดนจะลำบากจักรพรรดิชิงเลยเอ่ยต่ออีกสองสามประโยค
“ท่านทั้งสองถ้าหากท่านยังไม่มีที่พักล่ะก็ที่วังของข้ายังมีห้องว่างอีกหลายห้องเลยน่ะ”
“...........................”หลินปาและหยางหาน
ชายชราหลังจากเอ่ยปากสั่งหลินปาและหยางหานก็เดินออกมาจากท้องพระโรงชายชราเหม่อมองท้องฟ้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากลอยๆ
“มีอะไรก็พูดมา”
ร่างๆหนึ่งเดินออกมาจากพระราชวังบุรุษวัยกลางคนที่หน้าตาหล่อเหลาในชุดที่น้ำเงินซึ่งหากดูผ่านๆแล้วจะเห็นได้ว่ามีโครงหน้าที่คล้ายเว่ยเมิ่งและตงฟางซานอยู่หลายส่วนทีเดียว
“ท่านคิดอะไรอยู่ถึงได้รั่งตัวสองปรมาจารย์ของตำหนักเทวะไว้กัน?” ตงฟางหรงถามด้วยวามไม่เข้าใจ
“เพื่อคำตอบ”ชายชราผู้คุมกฎเอ่ย
“คำตอบ?”
“ส่วนผู้ที่จะถามนั้นยังมาไม่ถึงแต่ก็คงจะรีบกลับมาเร็วนี่แหละ.....เ้าก็รีบไปเถอะจักรพรรดิชิงกำลังรอเ้าอยู่น่ะ” ชายชราโบกมือไล่ตงฟางหรง
ตงฟางหรงจากไปด้วยความงุนงงเหลือเพียงชายชราผู้คุ้มกฎที่ยืนมองท้องฟ้าตามลำพัง ชายชรามีสีหน้าครุ่นคิด“ปานนี้ยัยหนูเสวี่ยฟางคงออกเดินทางไปแล้วแน่ๆ.......เ้าเด็กเว่ยเมิ่งคงอารมณ์เสียไม่น้อยเลยทีเดียวเ้าฟงมันก็คงไม่กล้าให้ข้อมูลอะไรและโยนเื่มาหาให้ข้าแน่ๆ”ชายชราพึมพำกับตัวเอง
“หวังว่าไอ้สองตัวนั้นจะพอให้อะไรกับไอ้เด็กเว่ยเมิ่งได้น่ะไม่งั้นข้าเละแน่ๆ” ชายชรามองท้องฟ้าอย่างปลงๆเมื่อคิดถึงความลับของเสวี่ยงฟางที่ตนไม่ได้บอกกับเว่ยเมิ่งและเื่ที่ตนเคยรังแกเว่ยเมิ่งตอนยังเด็ก......ถ้าข้าเบี่ยงประเด็นไม่ได้ล่ะก็....เ้าเด็กนั้นมันจับข้าเหวี่ยงขึ้นฟ้าไปมาแน่ๆ...............