เมื่อกลับถึงบ้านเล่อเยียนก็พบกับสายตาบึ้งตึงที่หมี่เมี่ยนส่งมาให้ทั้งสองคนนั่งรอเธออยู่หน้าบ้านมาสักพักแล้ว เห็นเธอหอบหิ้วของมาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นสรุปว่าหล่อนเห็นพวกเธอเป็เพื่อนจริงๆ รึเปล่า
" ฉันขอโทษที่ไม่ได้ปลุกเห็นพวกเธอช่วยทำขนมจนดึกเลยอยากให้พักผ่อนให้เต็มที่ " พอเจอเข้ากับสองสาวที่ยืนหน้างอรอที่หน้าบ้านก็รีบเดินเข้าไปขอโทษเป็การใหญ่
".........."ไม่มีสัญญาณตอบรับอะไรจากสองสาวนอกจากมองหน้าเธอนิ่ง
" เฮ้อ..เดินมาทั้งวันเหนื่อยมากเลยเออนี่ฉันซื้อของกินมาเยอะแยะเลยเย็นนี้เราจะทำเมนูอะไรกันดี "เล่อเยียนเปลี่ยนไปคุยเื่ของกินบ้างเผื่อทั้งสองจะโมโหหิว
"..........."
" นี่....ได้ ได้ ต่อไปนี้จะให้พวกเธอไปด้วยร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันวันนี้มันไม่สะดวกจริงๆ กว่าจะหลอกล่อเหมยเหมยแล้วขนของขึ้นเกวียนรับจ้างได้ ...ฉันก็น่าสงสารอยู่นะ " เล่อเยียนพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดจะทำไงได้ล่ะเธอไม่อยากแบกขนม200 กล่องนี่นาถึงแม้จะมีอีกสองคนช่วยก็ตามเถอะ
" แล้วโดนจับได้มั้ย "หมี่เมี่ยนที่อดใจแข็งต่อไปไม่ไหวถามด้วยความเป็ห่วง
" ไม่หรอกจ้ะ หล่อนน่ะหรือจะตามฉันทันไม่มีวันซะล่ะ "เล่อเยียนในที่สุดก็ยิ้มออกตอบอย่างภาคภูมิใจ
" เธอไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว กับข้าวมื้อเย็นพวกฉันจะเป็คนทำเองไปนอนพักเอาแรงเถอะ"หม่ายวี่ไท่ที่พอเห็นสภาพเหงื่อท่วมตัวของหลี่เล่อเยียนก็ใจอ่อนยวบยาบช่วยไม่ได้ใครให้หล่อนดูเป็ผู้หญิงน่าทะนุถนอมกันล่ะ
" เอางั้นก็ได้นี่เป็เนื้อแล้วก็ผักที่ฉันซื้อมาขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะฉันเหนียวตัวมากเลยล่ะ" เล่อเยียนไม่มีความเกรงใจใดๆ ทั้งนั้นเธอ้าชำระล้างร่างกายด่วนถึงแม้เธอจะเป็คนสวยแต่ก็ไม่ได้โชคดีถึงขั้นที่ว่าเหงื่อออกมากๆแล้วตัวจะยังหอมอยู่หรอกนะ
พออาบน้ำชำระล้างร่างกายก็รู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะจากนั้นก็ของีบนอนพักเอาแรงสักหน่อยเถอะปวดขาจะแย่อยู่แล้วเธอเดินไปดูจักรยานตามร้านแต่ไม่มีเลยเพราะต้องสั่งจองอีกอย่างต้องใช้คูปองอุตสาหกรรมซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่มีคูปองแบบนั้นหายากจะตายถ้าไม่มีเส้นสายไม่มีทางเป็ไปได้แน่นอนสงสัยปล่อยของรอบหน้าเห็นทีจะต้องขอความช่วยเหลือจากคุณนายอำเภอบ้างแล้วล่ะ
ตกเย็นทั้งสามสาวก็มานั่งกินข้าวเย็นกันหน้าบ้านกลิ่นหอมของเนื้อลอยไปยังบ้านพักข้างๆทำให้เพื่อนบ้านต้องคอยสูดดมกลิ่นถามทางว่ามาจากบ้านไหนกันพอรู้ว่ามาจากบ้านของหลี่เล่อเยียนก็ไม่แปลกใจเพราะหล่อนเป็คนฟุ่มเฟือยั้แ่มาถึง
ส่วนฟ่านเหมยเหมยกว่าเถ้าแก่เ้าของร้านจะปล่อยตัวหล่อนต้องทนนั่งล้างจานจนมือเปื่อยเพราะกว่าที่เขาจะปล่อยหล่อนกลับมาก็คือเวลาปิดร้านแล้วเถ้าแก่เ้าเล่ห์มีหรือจะยอมถูกเอาเปรียบเขาใช้แรงงานหล่อนเกินคุ้มกับค่าบะหมี่เพียงสามเหมาช่วยไม่ได้หล่อนอยากมาหัวหมอก่อนทำไมกัน
ตลอดทางเหมยเหมยก่นด่าเล่อเยียนในใจไม่เว้นแม้กระทั่งหล่อนถอนหายใจตั้งใจว่าพอไปถึงจะเปิดโปงแม่จิ้งจอกนี่ให้หมด ทั้งเื่ที่หล่อนทำตัวลับๆ ล่อๆกันทั้งสามคนตอนกลางคืนแล้วก็เื่ที่ลักลอบออกจากบ้านพักยามใกล้สว่างอีกด้วยมีพิรุธเกินจะบรรยายไหนจะไปยังตลาดมืดอีกสถานที่แบบนั้นใครเขาไปกันบ้างถ้าไม่ใช่คนแบบหล่อน
เมื่อมาถึงยังทางเข้าหมู่บ้านแทนที่หล่อนจะเดินกลับบ้านพักเลยแต่เหมยเหมยเดินไปยังอีกทางจุดหมายคือบ้านพักของเหล่าคณะกรรมการค่ายแห่งนี้เพื่อที่จะไปรายงานพฤติกรรมของเล่อเยียนและเพื่อนๆ
เมื่อไปถึงหล่อนเล่าทุกอย่างแม้กระทั่งเื่ที่เล่อเยียนทำทีเป็ไม่รู้จักหล่อนในร้านอาหารซ้ำยังไม่ยอมจ่ายค่าบะหมี่ให้ทั้งๆที่เป็คนชวนหล่อนนั่งด้วยแท้ๆ
เมื่อมีคนฟ้องทางคณะกรรมการก็จะต้องทำการไต่สวนให้ชัดเจนก่อนทำการลงโทษถึงแม้จะเชื่อเต็มเก้าส่วนว่าที่ฟ่านเหมยเหมยพูดมีความจริงเพียงครึ่งส่วนหรือไม่ก็ตาม
" ทางนี้เลยค่ะ เชิญเลยค่ะหล่อนกำลังนั่งอยู่กันครบเลยค่ะ "ฟ่านเหมยเหมยแทบจะอุ้มคณะกรรมการมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่หล่อนได้รายงานไป
" ขอโทษด้วยที่ต้องมารบกวนยามเย็นแต่เราได้รับรายงานว่า่สองสามวันนี้คุณหลี่เล่อเยียนและเพื่อนทำตัวมีพิรุธอีกทั้งวันนี้ยังไปยังตลาดมืดอีกด้วยคุณพอจะอธิบายได้มั้ยครับ "คณะกรรมการหมู่บ้านคนหนึ่งเอ่ยปากถามออกไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่มีความมั่นใจอะไรเลยเขาััได้ถึงพลังงานน่าเกรงขามบางอย่างในตัวของเล่อเยียน
" ตอบคำถามเื่อะไรคะ " เธอแสร้งทำเป็งงว่าเธอทำผิดเื่อะไร
" ฉันถามเองดีกว่าค่ะ ที่คุณคณะกรรมการจะพูดคือ่ 2-3 วันมานี้หล่อนไม่ได้ป่วยจริงแต่แกล้งป่วยเพื่อที่จะทำอะไรไม่ดีใช่หรือไม่"ฟ่านเหมยเหมยแสร้งพูดเสียงดังแทบจะะโเป็การเชิญชวนให้คนละแวกใกล้เคียงเกิดความสนใจให้มามุงดูมากกว่า
" ฉันบอกไปแล้วว่าป่วย หมี่เมี่ยแล้วก็ยวี่ไท่ต้องลางานเพื่อมาดูแลเพียงแค่นี้ยังไม่ชัดอีกหรือคะ" เล่อเยียนตอบเสียงเนิบๆอย่างไม่สะทกสะท้านอะไรพร้อมทั้งมองหน้าของคณะกรรมการแบบไม่หลบสายตา
" ไม่จริงฉันเห็นหล่อนสบายดีทุกอย่างแถมยังทำขนมกันในครัวค่ำมืดค่อนคืนก็ยังไม่นอนอีกต่างหากเื่นี้หล่อนจะแก้ตัวว่ายังไงล่ะ "เหมยเหมยไม่ยอมแพ้เป็ไงเป็กันเธอจะต้องกระชากหน้ากากนังจิ้งจอกเ้าเล่ห์ให้ได้
" พวกฉันทำขนมแล้วมันผิดตรงไหนทำเสร็จยังมีน้ำใจแบ่งให้เธอกับฮุ่ยหลินกินด้วยทุกครั้งแสดงว่าเธอก็สมรู้ร่วมสมคิดในการทำเื่ไม่ดีตามที่เธออ้างมาด้วยน่ะซิ" ยวี่ไท่พูดขึ้นบ้าง
" ใช่ๆ พวกเขาแบ่งขนมให้เรา " ฮุ่ยหลินพยักหน้าเป็พยาน
" ฉันไม่เกี่ยวอย่าเอามาโยงมั่วซั่วนะยะหล่อนเป็คนแบ่งให้ฉันเองฉันไม่เคยอยากได้ "เหมยเหมยเถียงตาลุกวาวด้วยความโกรธ
" ฉันแสดงความมีน้ำใจเพราะคิดว่าคนอาศัยชายคาเดียวกันไม่คิดว่าหล่อนจะแว้งกัดพวกฉันซะนี่เสียข้าวสุกจริงๆ " ยวี่ไท่พูดปนโมโห
" เอาล่ะๆ แล้วตกลงว่าเื่มันเป็มายังไง "คณะกรรมการท่านหนึ่งเริ่มจะปวดหัวกับเสียงของทั้งสองที่ะโแข่งกันจนแสบแก้วหู
" ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะฉันป่วยเลยขอให้ทั้งสองหยุดงานมาช่วยดูแลเนื่องจากว่าลุกนั่งไม่ค่อยสะดวกแต่ป่วยครั้งนี้นึกอยากจะกินของหวานฝีมือแม่ที่จากไปนานแล้วขึ้นมาเลยชวนทั้งสองลงครัวทำขนมแต่เพราะจำสูตรไม่ค่อยได้เลยทำเสียหลายรอบกว่าจะได้ต้องใช้เวลาถึงค่อนคืนนะคะ" เล่อเยียนพูดออกมาอย่างไหลลื่นไม่มีสะดุดราวกับหล่อนท่องจำมันมาเป็อย่างดีทั้งสองสาวได้แต่พยักหน้าตามคำพูดที่เปล่งออกมาของเล่อเยียน
" แล้วหล่อนไปทำอะไรที่ตลาดมืดกันล่ะหึ...อย่าบอกว่าไม่ได้ไปนะฉันเห็นกับตาแต่เข้าไปไม่ได้เพราะไม่มีรหัสลับ "คนที่มุงอยู่ต่างพากันงงเป็ไก่ตาแตกว่ารหัสลับอะไรเธอพูดเื่อะไรกันใครกันจะกล้าไปสถานที่แบบนั้นถ้าไม่ใช่คนมีเงิน
" ฉันเข้าไปในเมืองจริงฉันยอมรับ แต่ฉันไม่ได้ไปตลาดมืดฉันไปหาพี่อี้หยางลูกชายของป้าเว่ยที่โรงงานเพื่อให้เขาหาคูปองสำหรับซื้อยาบำรุงร่างกายฉันต่างหาก"ไม่เพียงแค่พูดเล่อเยียนยังหยิบยาจีนเป็ห่อออกมาอีกด้วยโชคดีที่คุณยายของเธอยังพอมีติดบ้านไว้บ้างยามมีชีวิตอยู่แล้วเธอก็ขนทุกอย่างในบ้านใส่มาในมิติของเธอด้วย
" ส่วนเื่ตลาดมืดสถานที่แบบนั้นฉันไม่มีทางเข้าไปเหยียบแน่นอนฉันเป็ปัญญาชนไม่มีทางไปสถานที่แบบนั้นฉันมีพยานคนในโรงงานของพี่อี้หยางสามารถยืนยันตัวตนให้ฉันได้ว่าฉันไปที่นั่นจริงๆหากพวกคุณไม่เชื่อ แล้วเธอล่ะไปในสถานที่แบบนั้นทำไมกันเธอมีใครที่พอจะยืนยันได้บ้างมั้ยว่าเห็นฉันจริงๆ เธอตั้งใจจะทำอะไรกันแน่้าอะไรจากฉัน"
ไหนจะเื่ที่ร้านข้าวตั้งใจสั่งข้าวมาแต่กลับจะให้ฉันเป็คนจ่ายเงินให้ฟ่านเหมยเหมยเธอไม่คิดว่าจะเอาเปรียบฉันมากเกินไปรึไง ์ยังพอให้ฉันตาสว่างอยู่บ้างว่าไม่ควรจะไปยุ่งกับคนแบบหล่อนแว้งกัดไม่เลิก ฉัน้าความยุติธรรมค่ะฉันไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกับคนอันตรายแบบนี้ได้อีก "เล่อเยียนไม่ยอมแพ้เรียกร้องหาความยุติธรรมให้ตัวเอง
" ไหนเธอบอกว่าเล่อเยียนชวนเธอกินข้าวแต่แกล้งไม่ยอมจ่ายเงินจนต้องล้างจานตอบแทนไง"คณะกรรมการเริ่มขมวดคิ้วกับสถานการณ์ที่ทั้งสองคนเล่าทำไมมันแตกต่างกันเช่นนี้
" ฉันน่ะหรือคะจะชวนหล่อนทานข้าวฉันนั่งทานข้าวคนเดียวในร้านหล่อนมาจากไหนไม่รู้มาถึงก็ด่าฉันลั่นร้านเป็ใครก็ต้องอายค่ะถ้าได้รู้จักผู้หญิงคนนี้สู้ทำเป็ไม่รู้จักเสียดีกว่าพวกคุณไปถามเถ้าแก่ร้านข้าวได้เลยค่ะเขาอยู่ด้วยทุกเหตุการณ์ "เล่อเยียนทำหน้าสุดเอือมระอากับเหตุการณ์ในร้านอาหาร
" ฉะ ฉัน ไม่ได้โกหก หล่อนไปที่นั่นมาจริงๆ นะ " เหมยเหมยโวยวายลั่นมันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ
" ถึงเล่อเยียนจะไปจริงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอเพราะความจริงแล้วเธอก็ไปที่นั่นเหมือนกัน " หมี่เมี่ยนพูดขึ้นบ้าง
" ใช่ "
" เออ ใช่ ใช่ "
แล้วก็มีอีกหลายๆเสียงที่ดังออกมาไม่มีใครห้ามไปยังสถานที่แห่งนั้นแต่ที่ไม่ค่อยมีคนไปเพราะข้าวของต่างๆนั้นราคาแพงมากคนธรรมดาๆ ไม่มีทางจ่ายไหวแน่นอน
" ฟ่านเหมยเหมยคุณก่อความวุ่นวายครั้งนี้คงยากที่จะปฏิเสธว่าทำไปเพราะไม่ได้คิดเราจะทำการส่งตัวคุณไปยังค่ายที่ทางภาคใต้เพื่อปรับทัศนคติของคุณแล้วรายงานพฤติกรรมของคุณไปยังผู้บังคับบัญชาเตรียมตัวไปเก็บของเถอะพรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปรายงานตัวในเมืองทำการส่งตัว"
หัวหน้ากรรมการที่มาทีหลังพร้อมกับฟังรายงานจากลูกน้องก็มีคำสั่งเด็ดขาดเพราะตัวเขานั้นรู้แล้วว่าเล่อเยียนไม่ธรรมดาถึงกับมีคำสั่งจากเบื้องบนลงมาว่าจะมีคนมาเปลี่ยนตัวเธอให้กลับไปยังเมืองหลวงเพียงแค่อ่านคำสั่งก็รับรู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้แตะต้องไม่ได้
อย่าแตะต้องผู้หญิงของเขานะย๊ะตัวยังไม่มาแต่ดูแลได้เอาสิ๊