บทที่ 1
“จุดเริ่มต้นชีวิตของขจรครั้งแรก”
ชายหนุ่มชื่อขจร หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยจากตัวกรุงเทพก็กลับมาบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยที่ว่าเขานั้นหลังจากเรียนจบทำงานมาได้ 1ปีก็มีอันต้องเลิกรากับแฟนสาวรุ่นน้องที่คบกันมาได้ 3 ปีั้แ่เรียนมหาวิทยาลัย
การอกหักครั้งนั้นที่แฟนสาวบอกเลิกกลับทำให้ชีวิตเขาจมดิ่งไร้เรี่ยวแรงที่จะทำงานหยุดงานบ่อยจนโดนไล่ออก เมื่อชีวิตสิ้นหวังคิดว่าจะกลับมาตั้งตัวที่บ้านเพื่อลืมอดีตที่ผ่านมาแล้วค่อยกลับมากรุงเทพใหม่
การกลับมาอยู่บ้านกับครอบครัวทำให้ตัวเขาเองลืมความเสียใจไปชั่วขณะ และขณะนั้นไร่หอมหวานก็รับสมัครคนงานพอดีเขาคิดว่าอยู่แบบนี้ไม่มีรายได้แน่จึงคิดที่จะไปทำงานในไร่แค่ชั่วคราวเพื่อหาเงินเก็บและช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่
การไปทำงานในไร่เขากลับได้เจอกับลูกสาวเ้าของไร่น้องคนเล็กวัย18 ที่รูปร่างอวบกำลังพอดีหน้าอกหน้าใจเกินอายุ คนงานชายมักจะแอบไปนินทาหญิงสาวถึงหุ่นที่น่ากิน ขจรที่ได้ยินก็รู้สึกเฉย ๆเพราะเขาคิดว่าเป็แค่เด็กน้อย
ในขณะที่ขจรขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่ไร่ในตอนเช้าเขาก็ได้พบกับลูกเ้าของไร่พอดีที่กำลังเดินจูงมอเตอร์ไซค์อยู่ทำให้เขาต้องจอดรถถามถึงสาเหตุ
“รถเป็อะไรเหรอครับ”
หญิงสาวมองดูผู้ชายที่เอ่ยถามปกปิดใบหน้าด้วยไอ้โม่งเห็นแค่ลูกกะตากับปากแต่งตัวเหมือนชาวไร่ทั่วไปก่อนจะเอ่ยตอบ
“รถน้ำมันหมดค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวยืนรอใต้ต้นไม้แบปนึงเดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมันรถมาให้”
ชายหนุ่มเมื่อมองดูเวลาก็เห็นว่ายังไม่สายพอที่จะช่วยเหลือหญิงสาวได้เขาจึงอาสาที่จะไปซื้อน้ำมันมาให้เธอ ดีกว่าให้เธอเดินจูงไปถึงร้านค้าเพราะร้านจากที่เธออยู่มันก็ไกลพอสมควร
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวเอารถไปจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ริมถนนและรอเขาไปเอาน้ำมันมาให้ เธอคิดว่าเธอช่างโชคดีมากที่เจอคนมีน้ำใจ
สักพักก็เห็นเขากลับมาพร้อมกับถือน้ำมันมา1 ขวด
ชายหนุ่มเติมน้ำมันให้หญิงสาวและลองสตาร์ทดูเมื่อรถสตาร์ทติดแล้วเขาขอตัวแต่หญิงสาวก็ร้องห้ามไว้
“เดี๋ยวก่อนค่ะ พี่ชื่ออะไรคะ”
ชายหนุ่มหันมาตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “พี่ชื่อ ขจร”
“เดี๋ยวหนูจะเอาค่าน้ำมันให้นะคะ แต่ตอนนี้หนูไม่ได้พกเงินมาพี่มีเบอร์โทรไหม”
“ไม่เป็ไรแค่น้ำมันไม่กี่บาทเอง เอาเป็ว่าพี่ไปก่อนนะเดี๋ยวจะเข้าทำงานสาย”
“ได้ค่ะแต่ว่าพี่ทำงานที่ไหนคะ”
“พี่ทำงานในไร่หอมหวาน”
“อ๋อค่ะ เดี๋ยวเจอกัน”
ชายหนุ่มพยักหน้าและขี่รถเข้าไปในไร่ เขารู้ว่าเธอเป็ใครเงินแค่ไม่กี่บาทเขาไม่เอาหรอกแม้ว่าเธอจะรวยกว่าเขาก็ตามเถอะ
ใน่วันหนึ่งขณะที่ขจรกำลังนั่งรับลมเป็เวลาพักเที่ยงพอดีหลังจากกินข้าวเสร็จก็นั่งเล่นคนเดียวมองอะไรเรื่อยเปื่อย อยู่ ๆก็ได้ยินเสียงใสเรียกชื่อเขา
“พี่ขจรคะ”
ชายหนุ่มหันไปตามน้ำเสียงนั้น เลิกคิ้วสูงมองเด็กสาวที่เรียกชื่อของเขา
“ว่าไงเหรอ” น้ำเสียงเขาเรียบเฉยรู้ว่าเธอเป็ใครและคาดเดาว่าเธอน่าจะมาคุยเื่วันก่อนที่เขาได้ช่วยเธอไว้แน่แต่ทำไมเธอจำเขาได้ทั้งที่ปิดหน้าไว้แล้ว
“น้ำหวานเอาเงินค่าน้ำมันรถมาให้”
เธอยื่นเงินจำนวนหนึ่งพอค่าน้ำมันรถให้ต้องขอบคุณที่เขาได้ช่วยเหลือเธอในตอนนั้นช่างโชคดีที่ได้เจอคนมีน้ำใจ
“เื่แค่นี้เองไม่เป็ไรหรอกบอกแล้วไงเงินไม่กี่บาทไม่ต้องให้ก็ได้”ชายหนุ่มรีบปฏิเสธในเมื่อบอกว่าไม่รับก็คือไม่รับ
“จะได้ยังไงล่ะพี่ขจรอุตส่าห์มีน้ำใจไปซื้อน้ำมันมาให้ถ้าไม่ได้พี่ป่านนี้น้ำหวานคงเข็นรถเหนื่อยแน่กว่าจะถึงร้านค้า”
หญิงสาวยื่นเงินให้เขาไม่มีท่าทีจะเก็บคืนเธอคิดว่ายังไงก็ต้องให้เพราะกว่าเขาจะได้เงินแต่ละบาทต้องตากแดดทำงานจนเหนื่อยแม้ว่ามันจะน้อยสำหรับเธอก็ตามแต่อาจจะมากสำหรับเขาที่เป็ลูกจ้าง
ขจรกำลังช่างใจอยู่ว่าจะรับดีไหมในเมื่อปากของเขาก็พูดไว้แล้วว่าไม่เอาแต่เธอก็ยังจะยื่นมาให้เขาอยู่ดี
“รับเถอะนะอย่าปฏิเสธเลยเงินน้อยนิดก็จริงแต่ถ้าสะสมไปเรื่อยๆ ก็ถือว่าเยอะนะคะ”
“ก็ได้งั้นขอบคุณมากนะที่เอามาคืนพี่”
“ไม่เป็ไรค่ะ ว่าแต่พี่เป็คนงานใหม่เหรอไม่เคยเห็นหน้าเลย” หญิงสาวที่มองชายหนุ่มด้วยความไม่คุ้นเคยหน้าและดูเขาแล้วเหมือนจะเป็คนดีจากการคาดเดาของเธอ
“ใช่พี่พึ่งมาทำงานได้ไม่นานนี้เอง”
“มิน่าล่ะน้ำหวานถึงไม่คุ้นหน้าพี่เลย”
“งั้นพี่ขอตัวนะได้เวลาไปทำงานแล้ว”
ชายหนุ่มเมื่อมองดูเวลาในมือก็พบว่าได้เวลาแล้ว เขาจึงเดินออกไป
หญิงสาวได้แต่มองตามมุมปากมีรอยยิ้มความพอใจชายคนนี้ ดูแววตาเขาไม่รู้สึกอะไรกับเธอเลยทำไมเมินเฉยกับเธอจังทั้งที่เธอเดินไปทางไหนคนงานก็มองแต่แววตาเขากลับนิ่งเฉยทำให้เด็กสาวนึกสนใจ
ตอนเย็นน้ำหวานปั่นจักรยานไปไร่ส้มเหมือนเช่นเคย เธอชอบกินส้มจากต้นมากทำให้มาที่ไร่บ่อย ๆ และวันนี้เช่นกันที่เธอจะมาเก็บเอาไปกิน
ในขณะที่หญิงสาวยืนอยู่คนเดียวนั้นก็ได้มีชาย2 คนใส่ไอ้โม่งแอบเดินมาจากด้านหลังมาฉุดกระชากเธอไปจากตรงนั้น เธอดิ้นรนพยายามร้องไห้คนช่วยแต่พวกมันก็เอามือปิดปากและลากเข้าไปในไร่ให้ห่างออกจากถนน
“อย่าส่งเสียงถ้าไม่อยากเจ็บตัว เป็เด็กดีให้พวกพี่ชื่นใจนะคนดีแล้วพี่จะปล่อย”
หญิงสาวที่โดนลากมาไกลเมื่อรู้ว่าสู้ไปก็ไม่มีวันชนะ2 คนนี้ได้ก็ได้แต่พยักหน้าโอนอ่อนตาม
เมื่อชายสองคนเห็นว่าหญิงสาวใจอ่อนและไม่ดิ้นหนีพวกเขาก็ได้ใจคิดว่าจะได้หาความสุขจากหญิงสาวโดยไม่ต้องใช้กำลัง
ในขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังจะเข้าไปหาหญิงสาวเพื่อล่วงเกินเธอ น้ำหวานที่มีหินอยู่ใกล้มือก็ได้ยกมันขึ้นมาแล้วฟาดไปที่หน้าไอ้โม่งคนนั้นทันทีและขยับตัวลุกขึ้นวิ่งหนีอย่างเร็ว
“เฮ้ยบ้าชิบมึงรีบตามไปไม่ต้องห่วงกู” ชายคนที่โดนตีรีบบอกอีกคน
หญิงสาวร้องเรียกให้คนช่วยหวังว่าจะมีคนงานที่ยังไม่กลับบ้านอยู่แถวนี้ได้ยิน
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!ใครก็ได้ช่วยด้วย”
ขจรที่ยังไม่ได้กลับบ้านมัวแต่ทำงานจนเลยเวลาพอได้ยินเสียงหญิงสาวร้องไห้ช่วย เขาเงี่ยหูฟังว่าเสียงมาจากไหนก่อนจะวิ่งไปตามเสียงนั้น เขาจำได้ว่าเสียงนั้นเป็เสียงน้ำหวานกำลังขอความช่วยเหลือ
น้ำหวานเธอวิ่งไม่เร็วมากทำให้คนที่วิ่งมาจากด้านหลังเข้าไปตะครุบเธอจนล้มลงพร้อมกัน ก่อนที่มันจะชกเข้าไปที่ท้องน้อยของเธอเต็มแรง
“บอกแล้วไงให้ยอมดีๆ ไม่เชื่อเจ็บตัวซะบ้างนะมึง”
น้ำหวานจุกเจ็บขยับร่างกายไม่ได้น้ำตาเริ่มไหลและนึกถึงความโหดร้ายที่เธอกำลังจะโดนข่มขืน
“อย่าทำอะไรฉันเลยปล่อยฉันไปเถอะนะ” แม้ว่าร่างกายจะเจ็บมากแต่หญิงสาวก็อุตส่าห์ใช้เสียงที่มีอันน้อยนิดพูดขอร้อง
“อีนี่แรงเยอะจริงนะ เป็เมียกูเถอะอย่าพยายามขัดขืนเลยป่านนี้คนงานในไร่กลับกันหมดแล้ว มึงไม่ต้องร้องไห้คนช่วยหรอกไม่มีใครมาช่วยมึง” ชายที่ต่อยท้องเธอพูดขึ้นใบหน้าที่คลุมไอ้โม่งแสดงออกถึงความโเี้ผ่านดวงตาคู่นั้น
ในขณะที่อีกคนที่โดนตีหัวรีบวิ่งมาจะตบหน้าสั่งสอนที่เธอตีหัวเขาแตกเือาบด้วยความโมโห
“มึงทำให้กูเจ็บตัวกูจะสั่งสอนมึงบ้างนะอีน้ำหวาน”
เขาง้างมือตบไปที่หน้าของเธอทีหนึ่งเต็มแรงไม่สนว่าเธอจะเป็ผู้หญิงในเมื่อเธอทำให้เขาโมโหและเจ็บตัวจนเืออก
น้ำหวานโดนตบหน้าแรงถึงกับหน้าชามีเลือกซิปที่มุมปากสายตาจ้องเขม็งชายทั้งสองแม้ว่าแรงจะสู้ไม่ไหว แต่ใจเธอตอนนี้กลับกลับอยากฆ่าชายสองคน
“เดี๋ยวกูเอามันก่อน แล้วมึงค่อยเอาทีหลัง”
“เออ รีบ ๆ หน่อยกูเงี่ยนแล้ว” แม้ว่าหัวจะแตกแต่ความเงี่ยนก็สำคัญตอนนี้มันแค่หวังต้องล่ออีนี่ให้ยับก่อนถึงจะสะใจ
เสื้อนักเรียนถูกกระชากให้ขาดเห็นเสื้อกล้ามด้านในหญิงสาวพยายามใช้มือปัดป้องขัดขืนแม้ว่าร่างกายของเธอจะโดนครอบทับอยู่
“ปล่อยกูนะไอ้เหี้ย อย่าให้กูรอดนะกูจะฆ่ามึงให้ได้”
หญิงสาวที่นึกโมโหคนที่กำลังจะทำร้าย ตอนนี้เธอไม่กลัวอะไรพวกมันมีแต่ความโกรธแค้นสุมในอกที่ไม่อาจจะทำอะไรพวกมันได้
“อย่าปากดีอีเวร กูจะเป็ผัวมึงอยู่แล้วมึงคงจะรอดยาก”
ชายที่คร่อมตัวหญิงสาวใช้สองมือจับขึงมือของเธอไว้แล้วซุกใบหน้าไปที่ซอกคอขาวนั้น ก่อนที่มันจะได้ยินเสียงเพื่อนของมันร้องด้วยความเจ็บจึงลุกขึ้นมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นและจังหวะนั้นมันก็โดนเตะไปที่หน้าทีหนึ่งก่อนจะล้มออกจากตัวหญิงสาวไปนอนอยู่ข้างๆอย่างไม่ได้ทันตั้งตัว
ขจรรีบพยุงน้ำหวานลุกขึ้นแต่ไม่ทันที่จะได้ขยับดีชายที่ล้มลงก็วิ่งเข้าใส่ พวกเขาสองคนตะลุมบอนต่างไม่มีใครยอมใครแต่ความสูงและตัวใหญ่กว่าของขจรก็ทำให้เขาได้เปรียบอัดชายคนนั้นไปหลายที
คนที่หัวแตกเห็นเพื่อนโดนอย่างนั้นก็รีบวิ่งเข้าใส่หวังจะจัดการทางด้านหลัง แต่มันกลับต้องจุกเจียนตายเมื่อน้ำหวานเตะอัดจุกตรงกลางหว่างขาเต็มแรงเพื่อช่วยชายหนุ่มไว้
“โอ๊ย..” ใบหน้าซีดเผือดมองหน้าน้ำหวานด้วยความแค้นก่อนที่มันจะโดนน้ำหวานเตะไปที่หน้าอีกรอบหนึ่ง
“ไปกันได้แล้ว” ขจรรีบพยุงพาน้ำหวานออกไปจากที่ตรงนั้นให้ไวก่อนจะพาเธอไปส่งที่บ้าน
พ่อกับแม่น้ำหวานเมื่อเห็นสภาพลูกสาวก็ใอย่างมากรีบเข้าไปประคองอย่างเร็ว สีหน้าพวกเขาซีดมีความกังวลว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ดูแล้วเป็เื่ไม่ดีแน่
“เกิดอะไรขึ้นบอกแม่สิใครทำลูก”
มารดาที่เอามือจับใบหน้าลูกสาวเบาๆ ด้วยความสงสารมีรอยนิ้วมือบนที่หน้าของลูกสาวและมีเืออกที่ปากนึกโมโหใครทำลูกสาวของตนได้
“หนูเจอไอ้โม่ง2 คนมันจะลากหนูไปข่มขืนแต่ดีที่พี่ขจรช่วยไว้ทัน” หญิงสาวเล่าเหตุการณ์ให้พ่อแม่ฟังทันทีตอนนั้นเธอยังหวาดกลัวอยู่เลยแต่เมื่อรอดมาได้ก็รู้สึกโล่งอกขึ้น
“แล้วไอ้พวกนั้นมันอยู่ไหนบอกพ่อสิ พ่อจะไปลากตัวมันมาจัดการ” ชายผู้เป็พ่อพูดด้วยความโกรธแค้นที่บังอาจทำลูกสาวสุดที่รัก
“มันอยู่ที่ไร่ส้มในตอนนั้น”
เมื่อได้รู้อย่างนั้นพ่อของน้ำหวานก็รีบพาคนไปยังที่เกิดเหตุทันทีเพื่อไปตามหาคนที่มันทำร้ายลูกสาวเขา กล้ามากที่มาทำที่ไร่ของเขาได้ เื่นี้ต้องจัดการให้ถึงที่สุดและคิดว่าน่าจะเป็คนงานของตัวเองนี่แหละเป็ใครไม่ได้ที่จะเข้าออกที่ไร่ได้
สุดท้ายแล้วไอ้โม่งที่ก่อเหตุก็โดนตำรวจจับเข้าคุกทำให้น้ำหวานรู้สึกสบายใจอย่างน้อยก็ไว้ใจได้ว่าจะไม่เกิดเหตุขึ้นซ้ำหากพวกมันคิดแก้แค้น