มีใครเคยคิดไหมว่า คนแก่คนหนึ่งที่มีอายุครบ 80 ปีคนหนึ่งจะเคยเจอสิ่งแปลกประหลาดได้ขนาดนี้ได้จริงๆ
ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ยังนอนอ่านนิยายเล่มโปรดในรอบที่ 100 บนเกาอี้โยกตัวเก่ง พร้อมมีขนมกับน้ำชาอุ่นๆไว้ข้างกาย
ซึ่งเป็กิจวัตรประจำวันที่ทำเป็ ประจำทุกวันตลอด20 ปีที่ผ่านมา หลังจากได้เกษียณตัวเองจากเป็ข้าราชการแล้ว
ก่อนที่จะอธิบายเหตุการปัจจุบันที่เกิดขึ้นนี่ ยายขอเล่าเื่ของตนเองก่อนสักนิดนะ เราจะได้ทำความรู้จักกันก่อน ว่าเป็ใคร ทำอะไรมาก่อน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมาอยู่ที่นี้ได้
ก่อนอื่นเลย ยายมีชื่อว่า แก้ว เป็ลูกคนที่สามและคนเล็กของบ้าน
ที่บ้านพ่อแม่ของยายก็เป็ราชการเหมือนกัน พ่อยายเป็อาจารย์มหาลัยแห่งหนึ่งในภาคใต้ ส่วนแม่ก็เป็หมอในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆกับมหาลัยของพ่อที่ทำงานอยู่
พ่อกับแม่ปิ๊งรักกันได้เพราะลูกศิษย์ของพ่อเข้าไปทำงานในความดูแลของแม่ เห็นว่าแอบปิ๊งกันั้แ่เจอกันครั้งแรกในร้านหมูกะทะ
ที่พ่อมากินเลี้ยงกับลูกศิษย์ ส่วนแม่มาเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนๆ แล้วอยากรู้ไม่ว่าใครจีบใครก่อน เป็แม่ที่เป็คนจีบพ่อก่อน
อย่างที่คนเคยพูดไว้ว่าถ้าเจอคนที่คิดว่าใช่ อยากได้คนนี่! สืบแล้วว่ายังไม่มีแฟน!! เอาเลย!! อย่าไปอาย
ถ้าไม่อยากให้คนอื่นคาบไปแ*กกิน ส่วนพ่อยายนะเหรอ ท่านเป็คนที่ขี้อาย ไม่ค่อยมีความกล้าเท่าไหร่
นิสัยพ่อค่อนข้างจะเรียบร้อยมากกว่าผู้หญิงสะอีก เป็คนที่ไม่พูดคำหยาบกับลูกๆเลย แม้แต่กับเพื่อนๆที่สนิทด้วยกันั้แ่เด็กๆ ก็ไม่เคยหลุดคำหยาบเลย
ซึ่งตรงกันข้ามกับแม่อย่างสิ้นเชิง ทุกคนคงนึกภาพออกนะ
เวลาที่แม่วิ่งตามจีบพ่อถึงมหาลัย แล้วเห็นพ่อเขินหน้าแดงไปสอน แม่ใช้เวลาตามจีบพ่ออยู่สองปีเต็มกว่าพ่อจะยอมตกลงแต่งงานด้วย จนมีลูกชายสองลูกสาวหนึ่ง
พี่คนโตทำงานเป็หมอที่โรงพยาบาลเดียวกับแม่ พี่คนรองก่อตั้งบริษัทผลิตยา ส่วนยายเป็ครูระดับประถมในโรงเรียนที่อยู่ในเครือเดียวกันกับมหาลัยที่พ่อทำงานอยู่
คิดว่าตนเองในชาตินี้โชคดีมาก มีพ่อแม่ พี่ๆที่รัก และยอมรับทุกสิ่งที่เราเป็คอยช่วยเหลือ ในเวลาที่ยายล้ม หรือหมดกำลังใจ ท้อแท้ เสียใจ
ก็จะมีทุกคนในครอบครัวที่คอยเป็กำลังใจอยู่ข้างๆ ชีวิตเป็อะไรที่คิดว่าสมบรูณ์แบบในระดับหนึ่งได้แล้ว
หลังเกษียณก็กลับบ้านเกิดมาทำสวนส้ม ชีวิตตามวิถีพอเพียง ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ไว้พอกิน เหลือ แล้วก็ฟาร์มสัตว์ เลี้ยงไว้เอาไปขาย มีเงินมากพอใช้จะไม่ไปเดือดร้อนพี่ๆ ที่มีครอบครัวแล้ว
ว่างๆก็ไปช่วยเลี้ยงหลาน ยายไม่อยากจะคุย ว่ายายเนี้ยเป็คนแรกที่หลานๆจะวิ่งมาหาก่อนเสมอ
กิจวัตรประจำวันก็ไม่มีอะไรมาก ตื่นเช้ามากินอาหารเช้าเบาๆ เดินออกกำลังรอบๆแปลงผักและสัตว์ในฟาร์ม บ่ายๆก็อ่านหนังสือหรือนิยายพร้อมกับจิบชายามบ่ายไปด้วย
บางวันก็จะมีหลานๆมาวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆคอยส่งเสียง เป็ชีวิตหลังเกษียณที่สงบสุขดีแท้ คิดว่าถ้าตายไปคงไม่มีห่วงอะไรให้ต้องกังวลอีก
แต่ไม่คิดว่าการที่นอนอ่านนิยายยามบ่ายเหมือนเคยที่ได้ทำเป็ประจำทุกวัน อยู่ดีๆก็มาโผล่กลางป่ากลางเขาที่ไหนก็ไม่รู้ พร้อมกับเ้าก้อนแสงสีทองที่ลอยอยู่ข้างหน้า
"..." คุณยาย
"..."เ้าก้อนแสง
“... เอ่อ.... ตะ ตัวอะไรหนะ” ยาย
“ โฮส!! ผมเป็ระบบผู้สูงส่งที่คอยเป็ผู้ช่วยผู้น่ารักของโฮสนะ เรียกตัวอะไรแบบนี้ไม่ได้นะโฮส ผมก็ออกน่ารักขนาดนี้” เ้าก้อนแสงพูด
“ !!! พูดได้ด้วย โอ้” ยาย คิดว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้อาจจะเป็สิ่งที่เหมือนในนิยายหลายๆเล่มที่เคยอ่านมาแน่ๆเลย
“ใช่แล้วโฮส ตัวผมนั้นระบบผู้ช่วยสุดน่ารักในสามโลก ที่จะคอยช่วยเหลือภารกิจที่โฮสได้รับมาในบางโอกาสครับ”
“อ่านใจได้ด้วย ... นี้ไม่ใช่ว่ายายตายแล้ว โดนระบบดึงมาทำภาระกิจในแต่ละโลก แล้วสะสมคะแนน เพื่อจะเอาไปแลกเพื่อกลับโลกเดิมใช่ไม” นี้แก่ขนาดนี้แล้วยังต้องมาทำงานอีกเหรอ
ไม่คิดสงสารยายบ้างเหรอว่าแก่แล้ว ยายเหนื่อย อยากพักแบบสบายๆ
“ว้าวๆ โฮสรู้ได้ยังครับ ระบบว่าระบบยังไม่ได้บอกกับโฮสเลย โฮสก็รู้แล้ว สมแล้วที่เป็คนที่ระบบเลือก อัฉริยะมากๆเลยโฮส ” เ้าก้อนแสงกระพริบแสงแล้ววนรอบตัวไปมา
“ก็ถ้าใครเคยอ่านนิยายแนวระบบหลายโลก ที่กำลังฮิตในสองสามปีนี้ ก็คงจะคิดได้แบบนี่แหละนะ แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น พอจะบอกได้ไหม ว่าทำไมถึงได้มาอยู่กลางป่ากลางเขาที่นี่ได้ หรือว่ายายจะนอนไหลตายเลยมาโผลที่นี่” ยายถามระบบอย่างใจเย็น
ถึงสถานการณ์จะไม่น่าใจเย็นได้ หัวใจยาเนี่ยเกือบวายตายไปอีกรอบแล้วนะ อยู่ดีๆก็ตื่นมาในที่ไม่รู้จัก นึกว่ามีโจรลักพาตัวมาฆ่าหรือ เรียกค่าไถ่เสียแล้ว
“โฮสโปรดใจร่มๆก่อนนะครับ คือ พอดีว่าในระหว่างที่ระบบกำลังหาโฮสคนใหม่เพื่อมาทำภารกิจต่อไป บังเอิญระบบได้ยินเสียงความปรารถนาของโฮสเข้าพอดี
ที่อยากเปลี่ยนให้นางเอกหลายใจ จับปลาสองมือให้ลงเอ่ยที่ไม่ได้ใครเลยในตอนจบ หรือหานางเอกใหม่ให้กับพระเอก
พอดีกับที่ว่าโฮสใกล้หมดอายุไขแล้ว ระบบเลยรีบดึงโฮสมาก่อนที่จะตายแล้วกลับไปเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง” เห็นเ้าก่อนแสงพูดออกมาเป็ฉากๆ แล้วอยากหาอะไรมาทุบเ้าก้อนนี้ไปไกลๆจริงๆ
" แล้วหนูถามปู่ยังว่าอยากที่จะมาทำภารกิจกับหนูไหม"
"ยังครับ"
"แล้วทีนี้จะทำยังไง ส่งกลับไปที่เดิมได้ไหม ไม่อยากทำภารกิจอะไรของหนูเลย หนูคงเข้าใจคนแก่นะ ยายทำงานมาทั้งชีวิต ไม่อยากที่จะทำงานแล้ว อยากอยู่บ้านเลี้ยงหลาน นอน อ่านนิยายไปเลยๆ”
ยายพูดอย่างใจเย็นกับเ้าก้อนแสง เพื่อที่จะหาทางออกที่ดีที่สุดแก่ทั้งสอง
“เอ่อ~ ระบบส่งกลับไม่ได้ครับโฮส ถ้าส่งกลับไป โฮสเสี่ยงที่ดวงจิตจะแตกดับได้ครับ”
"..."
“อ่า แหะๆ” เ้าก้อนแสงหัวเราะออกมาเสียงแห้งๆ
“โฮสคร้าบ~ ขอโทษนะครับที่ไม่ได้ถามความสมัครใจของโฮสก่อน แต่โฮสก็ใช้โอกาสนี้สะสมแต้มได้นะครับ ถ้าทำภารกิจสำเร็จ โฮสสามารถนำแต้มมาแลกกับสกิลติดตัว ซึ่งสกิลนี้ถ้าโฮสตายหลังจากทำภารกิจสำเร็จแล้ว มันสามารถติดตัวโฮสไปยังชาติหน้าได้นะครับโฮส หรือถ้าโฮสไม่ได้แลกเป็สกิลก็สามารถนำแต้มมาเลือกชาติกำเนิดใหม่ในชาติหน้าได้นะครับ ว่าจะเลือกเกิดเป็ใคร ครอบครัวเป็ยังไงจะรวยจะจน มีพี่น้องกี่คน กำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ด้วยนะครับโฮส โฮสอยากเป็อะไร อย่างเช่นอยากเป็ ดารา นักร้อง ที่ประสบความสำเร็จในจุดที่สูงที่สุดในวงกาเลยก็ได้นะครับโฮส โฮสสามารถกำหนดได้เองหมดเลยครับ ระบบรับประกัน”
เ้าก้อนแสงรีบโฆษณาระบบตัวเองอย่างแข็งขัน ถ้าโฮสไม่ตอบตกลงในการดิวโปรเจคนี้ จะเป็มันที่จะถูกลดขั้นระบบ
ซึ่งทำให้ระบบมันเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาล ในที่ว่ามันไม่สามารถส่งโฮสกลับโลกเดิมได้นั้นไม่ใช่ว่าทำไม่ได้
แต่มันจะต้องใช้แต้มระบบจำนวนมากที่มันได้เก็บสะสมมาอย่างยากลำบากในหลายโลก มันไม่อยากจะไปเก็บแต้มใหม่อีกแล้ว
เพราะอีกไม่กี่แต้มมันก็จะหลุดพ้นจากการเป็ระบบแล้วไปพักร้อนตามที่มันได้วาดฝันเอาไว้
แต่ถึงจะใช้แต้มส่งโฮสกลับมันก็มีความเสี่ยงมากอยู่ดี
ดังนั้นมันไม่ผิดที่บอกไม่หมด นี้ไม่ถือว่าเป็การโกหกแต่อย่างใด
++++++++++++++++++++++++++++++
งานเลี้ยงนํ้าช
ายามบ่าย
ยาน “ระบบหนูเป็เด็กไม่ดีเลยนะ ทำไมไม่ถามดีๆ”
ระบบ “ถ้าถามโฮสก็ไม่ตกลงอะดิ” ตอบเสียงกระซิบเบาๆ