‘หรือกิ่งไม้ดำนี้จะเกี่ยวข้องกับจักราของหมู่ดาว ที่เราเคยเห็นจากหยดเลือดมรกตที่อยู่ในร่างกายของคุณเทวิน?’ เวลานี้เธอฟื้นฟูร่างทิพย์ได้จึงส่งกลิ่นหอมออกมามากขึ้นแต่ก็ต้องควบคุมไว้เพื่อรอร่างทิพย์ของพญาเสือดำได้ฟื้นฟู
เจ้านางไม้หอมที่สามารถกลืนกับความเป็นมนุษย์ได้จึงได้หากิ่งไม้แห้งหักออกเป็นสองท่อน ทำวิธีแบบเดียวกับอาร์ลู มังค์งิง คนติดตามนางพญาและราชาปลวกที่กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ทั้งที่ยังไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกายได้ก็ต้องตกอยู่ในห้วงภวังค์
ความหอมเต็มกำลังแล้ว ไม่สามารถควบคุมสติได้ตอนนี้เพียงรอการจัดการทำลายวิชาอาคมแบบเดียวกับอาร์ลู ไม่นานร่างทิพย์พญาเสือดำและกระรอกสายฟ้าได้ฟื้นฟูแล้วกระรอกสายฟ้ายังไม่อาจหายตัวได้จึงปีนไต่ขึ้นไปบนต้นไม้หนึ่ง
ร่างทิพย์ยังเป็นร่างเดิมที่มีขนสีฟ้าแซมส่วนพญาเสือดำหลังฟื้นฟูได้แล้วก็ได้กลับไปรวมร่างกับแมวสีนิลที่จำศีลลึกอยู่ใต้ต้นไม้หนึ่ง
เมื่อรวมร่างแล้วก็ได้ขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้ จับตาเฝ้าพวกของมังค์งิงอย่างเงียบๆ
เจ้านางไม้หอมก็ได้เข้าไปอาศัยในต้นไม้คอยเฝ้าดูพวกมังค์งิงเช่นกันเธอเพิ่งฟื้นฟูได้ยังต้องเข้าสู่การบำเพ็ญตนในต้นไม้
ที่สามารถอาศัยได้จึงยังไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้บริเวณนั้นจึงเหลือแต่พวกโจรร้ายและกิ่งไม้ดำที่ปักอยู่ริมน้ำหลังจากกวาด
พวกบรรดาเหล่าแมลงเม่าลงสระน้ำจนหมด ตอนนี้ก็ไม่สามารถสำแดงอะไรออกมาได้อีก
..............................
เทวินที่หุบเขาในเขตพื้นที่เป้าหมาย
เขายังคงยืนนิ่งร่างกายเปล่งประกายกระแสสายฟ้าเล็กๆสีเขียวอยู่รอบตัว เหล่าคนที่ถอยออกห่างควันพิษเห็นเป็นเช่นนั้นก็รู้สึกแปลกใจ
‘เหมือนกับว่าตัวเขามีกระแสไฟฟ้าอยู่รอบตัว’ทุกคนที่เห็นต่างก็คิดแบบเดียวกัน ทุกสิ่งกลายเป็นเกิดขึ้นรวดเร็วแต่กลับเหมือนห้วง
ของกาลเวลานั้นหยุดนิ่งไป
ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ หลังจากส่งกำลังจิตไปที่กิ่งไม้สีดำเพื่อให้ลอยไปช่วยเจ้านางไม้หอมทั้งสาม ได้เปล่งพลังงานบางอย่างจากกิ่งไม้ดำ
แต่ร่างเสมือนกายแสงของตัวเองก็มาโผล่ยังที่นี้ ร่างเสมือนกายแสงของเทวินตอนนี้ตกอยู่ในห่วงหนึ่งที่มืดมิดมองไม่เห็นสิ่งใด แสงสว่างที่มีก็เพียงแสงสีเขียวเรืองๆ จากร่างเสมือนของตัวเอง ‘ที่ไหนกัน ทำไมมืดไปหมด?’ ทันใดนั้นก็เห็นประกายแสงสว่างสีเขียวปรากฏในความมืดมิดเป็นอักขระภาษาต่างดาว อักขระเหล่านี้เขาสามารถแปลและรับรู้ได้ด้วยตัวเองหลังจากได้รับเลือดมรกตจากจานหินอุกกาบาตสิ่งนี้สื่อสารกับเขาได้
และมีพลังงานรูปแบบหนึ่งที่ไร้รูปลักษณ์ปรากฏขึ้นในความมืดนั้น
‘จิตวิญญาณของชารูร์ จิตวิญญาณที่คู่กับเลือดในหิน’
‘หรือเป็นช่วงที่เราส่งกำลังจิตไปยังกิ่งไม้สีดำที่หมุนควงได้เองนั้นทำให้ร่างเสมือนเรามาที่นี่ตอนนี้เรารู้ว่าพวกเขาปลอดภัย
แต่ก็ไม่ได้รับคลื่นโทรจิตอีกแล้วเราจะกลับไปได้อย่างไร?’
พิทักษ์รักษาชีวิตอื่นที่มีพลังงานจากหยดเลือดมรกตหลอมรวมกับพลังสมาธิจากตัวเขา ได้ไปกระตุ้นจิตวิญญาณของชารูร์ที่หลับใหล
อยู่ใต้ก้นอ่าวเปอร์เซียให้ตื่นขึ้น ภายใต้ความมืดมิดนั้นเหมือนกับว่าตัวเองอยู่ในห้วงหนึ่งของอวกาศ แต่กลับไม่มีแสงดาวส่องประกาย จู่ ๆ ก็เหมือนมีฟองอากาศ
เข้ามาโอบรอบเขารู้สึกได้ถึงรัศมีของฟองอากาศที่ค่อยๆ ขยายขึ้นเรื่อย ๆ ‘เอ๊ะ!นี่มันเป็นแผนที่จักราของหมู่ดาวที่เห็นจากหยดเลือดมรกต’จากความมืดในห้วงอวกาศได้กลายเป็นค่อยมีแสงดาวระยิบระยับบ้างรวมเป็นกลุ่ม บ้างก็อยู่ดวงเดียว ดูแล้วสวยงามเป็นอย่างมาก ยังเห็นการโคจรของดวงดาวรอบดวงอาทิตย์ที่ส่องประกายแสงสว่างสีน้ำเงินและมีอีกวงโคจรของดวงดาวอีกกลุ่มที่หมุนรอบดวงอาทิตย์สีน้ำเงินนั้นเช่นกัน
‘เหมือนกับระบบสุริยะจักรวาลของเราแต่มีอีกการโคจรของอีกกลุ่มดาวและดวงอาทิตย์สีน้ำเงินเป็นศูนย์กลางของทั้งสองกลุ่มการโคจร’
ขณะที่กำลังมองกลุ่มดวงดาวที่เหมือนท้องฟ้าจำลองนั้น ตัวเขาก็ค่อยๆเปล่งแสงสีเขียวที่ส่องสว่างขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งกลายเป็นสว่างจ้า
ภาพของหมู่ดาวค่อยหายไปแสงสว่างก็พาร่างเสมือนกายแสงของเขานั้นพุ่งไปอย่างรวดเร็ว
เทวินค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขายังคงเป็นประกายสีเขียวแต่ก็ได้กลับมาแล้ว เขาเองรู้สึกเพียงว่ามันผ่านไปชั่วขณะเมื่อร่างเสมือนกายแสงเข้ามายังรูปกายจริงก็พบว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไป ร่างกายกลับมาเป็นปกติไม่มีประกายสายฟ้าเหมือนเมื่อครู่ ‘พวกเขาปลอดภัยแล้ว’ เทวินรับรู้ได้ตอนนี้กลับรู้สึกถึงพลังงานแบบเดียวกับเขาที่ร่างทิพย์ของพญาเสือดำในร่างแมวสีนิล
เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายมีความปลอดภัยจึงวกความคิดและสติกลับมามีสมาธิอยู่กับทางฝั่งของตัวเอง มองเห็นข้างหน้าค่อยๆปรากฏควันพิษสีดำที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเขาเองไม่ได้รับพิษอะไร หรือว่าพิษเหล่านั้นทำอะไรตัวเขาไม่ได้กันแน่