ประตูห้องถูกเปิดปรากฏให้เห็นใบหน้าเคร่งขรึมของเ้าของห้องที่ดูแล้วเหมือนไม่้าจะรับแขกยังไงอย่างงั้น ก็ดูทำหน้าเข้าสิดูก็รู้ว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่เป็แน่เท้ายาวเดินเข้าไปในห้องทำงานที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างลงตัวสวยงามชุดรับแขกที่ถูกจัดวางเด่นอยู่กลางห้องก็เข้ากับโทนสีเป็อย่างดี
“จะรับกาแฟสักแก้วไหมคะคุณรักษ์”อรปรีดาที่เพิ่งจะเอากาแฟเข้ามาให้ประธานหนุ่มและกำลังจะเดินออกไป ได้เอ่ยถามแขกคนสำคัญที่เพิ่งจะเดินเข้ามา
“ไม่เป็ไรครับผมมาแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับแล้ว” อนุรักษ์บอก
“ฉันสั่งแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าห้ามใครเข้ามารบกวน”
น่าน!!นั่นไง คำทักทายประโยคแรกจากปากเพื่อนรัก เรานะอุตส่าห์รีบมาแต่เช้าเพื่อจะมาหามันมันน่าน้อยใจนักเชียว หันไปยิ้มแห้งๆ ให้กับอรปรีดาแล้วหันกลับมามองกฤษณะที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน อย่างไม่คิดจะสนใจเขาแม้แต่น้อย
‘แน่ะ!!ไอ้เพื่อนตอแหล เมิงแอ๊บทำงานชัดๆ’ ยืนคิดกับตัวเองก่อนที่คนหน้าตาดีซึ่งสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็คนหล่ออันดับหนึ่งของกลุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก
“เออ!! งั้นหล่อกลับก็ได้จะไม่ขออยู่รบกวนเ้าของห้องอีกแล้ว”
คำพูดกวนโอ๊ยของแขกที่ไม่ได้รับเชิญเรียกให้กฤษณะเงยหน้าขึ้นมองอย่างรู้งาน เพราะคำพูดและน้ำเสียงกวนๆ แบบนี้มีอยู่หนึ่งเดียวเท่านั้น
(โชคดีที่โลกใบนี้มีมันเพียงคนเดียวแต่โชคร้ายอะไรก็ไม่รู้ ที่ดันเป็เขาเพียงคนเดียว มีมันอยู่ในโลกส่วนตัวและดูเหมือนเ้าตัวจะซึ้งใจสุดๆ ที่รู้ว่าตัวเองเป็หนึ่งเดียวของโลก)
“เฮ้ย!!เดี๋ยวสิวะไอ้รักษ์ ขอโทษทีฉันไม่คิดว่าเป็แก”
เอ่ยเรียกพลางขอโทษเพื่อนรักที่กำลังจะเดินออกไปพอเป็พิธีเพราะถึงเขาไม่เรียกเอาไว้ มันก็เสือกสนเอาหน้าหนาๆกลับมาเองนั่นแหละ
อนุรักษ์ที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่แอบอมยิ้มมือยาวที่กำลังจะคว้าลูกบิดประตู รีบชักมือกลับมาเก็บอย่างไว แล้วหันกลับไปมองเ้าของห้องอีกอย่า’ถึงแม้เ้าของห้องจะไม่ต้อนรับในเมื่อหล่อหน้าด้านซะอย่าง ใครจะทำไม!!
(ไงล่ะ หน้าหนาเหมือนที่อีกฝ่ายว่าเป๊ะสมแล้วที่เป็เพื่อนกันมานาน)
....และก็อีกเช่นเคย....
“มาถึงก็โดนไล่ แล้วนั่นเป็อะไรของแกน่ะทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับปลาช่อนขาดน้ำอย่างนั้นวะไอกฤษ”
‘นั่น!! เอากับมันสิน่า ปากหนอปาก ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่แน่ใจตัวเองเสียจริงจริ๊ง ว่าทนคบกับมันมาได้ยังไง’
“เปล่าว่าแต่แกเถอะไอรักษ์ มีอะไรถึงได้มาหาฉันแต่เช้ากัน”กฤษณะถามเข้าประเด็นเื่อย่างตัดความรำคาญขณะเดินไปนั่งตรงชุดรับแขกที่อนุรักษ์นั่งอยู่ก่อนแล้ว และกำลังยิ้มแพรวพราวส่งมา
“แหม!!ก็เค้าคิดถึงตัวเองหนิ” เ้าตัวตอบทันทีแทบจะไม่ต้องคิดแต่อีกฝ่ายกลับนิ่งไม่เล่นด้วย ใช้สายตาคมกริบจับจ้องมาอย่างจริงจัง
“เออๆก็ได้วะ ไม่เล่นก็ไม่เล่นสิ แค่นี้ทำเป็ส่งสายตาร้อนแรงมาให้” คนหล่อตี๋ทำเสียงบ่นอุบอิบพลางเปิดกระเป๋าเอาแผ่นกระดาษออกมาเพราะถึงเขาจะถามอะไร หากเ้าตัวไม่้าบอกก็ไม่มีใครบังคับมันได้อยู่ดี
“เอานี่ ฉันแวะเอาแบบรีสอร์ตมาให้แกดู เผื่อไม่ถูกใจอะไรยังไงจะได้แก้ไขได้ทัน”
อนุรักษ์ยื่นกระดาษสีขาวที่เพิ่งจะหยิบออกมาให้กับกฤษณะโดยที่มือเรียวยาวรับแผ่นกระดาษออกมากางดูพร้อมกับสายตาคมพินิจตรวจสอบลายเส้นดินสออย่างใจจดใจจ่อ ‘สมบูรณ์แบบ’คงไม่มีคำอื่นใดเหมาะสมกว่านี้อีกแล้ว เพราะแบบที่ออกมานั้นช่างสวยถูกใจเขายิ่งนัก
“เป็ไงบ้างวะ”
“อื้ม!!เอาตามนี้เลยไม่ต้องแก้ไขหรือเพิ่มอะไรแล้วรู้จักกันมานานฉันรู้สึกว่าแกมีประโยชน์ก็คราวนี้นี่แหละไอ้รักษ์”พูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี แค่ได้ดูลายเส้นสวยๆ อารมณ์หงุดหงิดที่มีก่อนหน้านี้ก็หายเป็ปลิดทิ้งอย่างน่าประหลาด
“ชิชะ!!ฟังแล้วสุดหล่อรู้สึกเสียใจสะอื้นไห้” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนี
“หึโทษที ขอบใจแกมากนะไอรักษ์”
“ก็ได้ คราวนี้จะยกโทษให้เป็กรณีพิเศษก็แล้วกันอ่อ!! แต่เสียใจด้วยนะ งานนี้หล่อไม่ได้เป็คนออกแบบเองหรอก ที่จริงแล้ว ฮ่าๆๆ ี้เีว่ะเลยถือโอกาสนี้ใช้ทดสอบสถาปนิกคนใหม่เสียเลยและสุดท้ายแบบก็ออกมาอย่างที่แกเห็นนี่แหละและที่สำคัญคนออกแบบเป็ผู้หญิงด้วยจะบอกให้”
กฤษณะที่รู้สึกระอาใจเล็กน้อยต่อความเกรียนของเพื่อนได้ยินดังนั้น ก็สร้างความประหลาดใจให้เขาไม่ใช่น้อย เมื่อรู้ว่าผู้หญิงเป็คนออกแบบงานนี้ไม่ใช่ว่าเขาจะดูถูกแต่อย่างใด หากแต่ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาทึ่งเล็กน้อยกับความเก่งและฉลาดของเธอไม่คิดว่าเธอจะเดาใจเขาได้ทะลุปรุโปร่งเช่นนี้ แถมแบบที่ออกมานั้นก็ช่างถูกใจเขาสุดๆความรู้สึกในตอนนี้คืออยากเห็นหน้า
ใช่!!เขาอยากเห็นหน้าสถาปนิกสาวที่ออกแบบงานนี้
“เธอเป็ใคร มาจากไหนกัน” ไวเท่าความคิดเมื่อความอยากรู้บวกกับความสงสัยมีมากล้นเกินกว่าจะเก็บอาการจึงเอ่ยถามอีกฝ่ายโดยที่สายตาคมยังคงจับจ้องแบบรีสอร์ตภายในมือ และด้วยเชิงวางฟอร์มเข้มไม่อยากให้เพื่อนรักรับรู้ถึงความรู้สึกภายในใจน้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นจึงไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ
“ก็นะ ถือว่าโม้สักหน่อยแล้วกัน เธอเพิ่งจะจบจากฝรั่งเศสเมื่อไม่นานมานี้เองทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังฉลาดอีกต่างหาก จบเกียรตินิยมมาเชียวนะโว้ย อ่อ!!และที่สำคัญของสำคัญ เธอยังโสด โสดสนิทไม่มีแฟน”สิ้นคำพูดของอนุรักษ์คนที่แกล้งทำเป็ไม่สนใจแต่กลับหูผึ่งตั้งใจฟังอย่างดีจึงแสร้งถามขึ้น
“ถ้าดีขนาดนั้นแล้วทำไมถึงยังไม่มีใครล่ะไม่แน่อาจจะมีแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้ รึว่าเธอบอกแกกันฮะไอ้รักษ์”
ที่เขาถามน่ะไม่ใช่อะไรหรอกก็แค่อยากจะรู้เฉยๆ มันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นอย่างแน่นอน บอกตัวเองภายในใจว่าแต่ทำไมเขาถึงต้องสนใจอยากจะรู้เื่ของเธอด้วยล่ะทั้งที่ไม่เห็นจำเป็อะไรเลย เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ช่างมันเถอะ!! ตอนนี้รู้เพียงอย่างเดียว เขาอยากจะรู้ ก่อนจะรอลุ้นเอาคำตอบ
“แหม!! ระดับหล่อซะอย่าง เสือกมาหมดเอ้ย!! สืบมาหมดแล้ว ชัวร์แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์”
คนข้อมูลดีสอดแทรกเื่ชาวบ้านครบเซ็ตบอกคนอยากรู้ที่กำลังวางฟอร์มเข้มตีหน้าเรียบขรึมจนน่าหมั่นไส้ซึ่งคำตอบของอนุรักษ์ก็เป็ที่น่าพอใจสำหรับกฤษณะยิ่งนักและความคิดต่อมาก็บังเกิดขึ้นภายในใจ เขาอยากจะเจอหน้าเธอจังว่าจะสวยดังที่เพื่อนโอ้อวดไหมใบหน้าหล่อปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อยดูแล้วยิ่งทำให้เ้าตัวดูมีเสน่ห์มากขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับสายตาคมหันกลับมาสนใจกับแบบรีสอร์ตภายในมืออีกครั้ง และเมื่อลองดูดีๆ ก็พบว่ามีลายเส้นดินสอเขียนอะไรสักอย่างอยู่ตรงมุมขวาล่าง ซึ่งถ้าเขาเดาไม่ผิดมันน่าจะเป็ชื่อของคนออกแบบ
อนุรักษ์ยิ้มเ้าเล่ห์ไม่มากนักที่กฤษณะจะสนใจในตัวคนอื่นที่ไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจหรือมีส่วนได้ส่วนเสียทางธุรกิจ และยิ่งเป็ผู้หญิงไม่ต้องพูดถึง เพื่อนเขาไม่คิดจะสนใจผู้หญิงคนไหนด้วยซ้ำเพราะโดยส่วนมากผู้หญิงเ่าั้จะวิ่งเข้ามาเสนอตัวกับมันเอง
“ทำเป็เคลิ้มเชียวนะเอาน่า แล้วยังไงฉันค่อยแนะนำให้แกรู้จักกับเธอแล้วกัน อยากรู้จักไม่ใช่หรอ”
‘ให้ตายสิรู้ไปเสียทุกเื่ ยิ่งเห็นหน้ากวนๆ ของมันในเวลานี้ด้วยแล้ว อยากจะกระโจนเข้าไปตะปบหน้าหล่อตี๋กวนตรีนเสียจริงๆ’ใบหน้าคมเข้มเหลือบมองใบหน้าหล่อตี๋ของเพื่อนที่กำลังส่งยิ้มมาก่อนแสร้งทำเป็ไม่สนใจ
“เฮ้ย!! เดี๋ยวสิวะ อย่าเพิ่งหันไปสิสนใจกันบ้างสักนิดก็ยังดี” คนหล่อทักท้วง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันหน้าหนีไปสนใจกับแบบรีสอร์ตภายในมือ
“มีอะไรก็ว่ามาฉันกำลังฟัง”
“ฮ่าๆๆเปล่าๆ ไม่มีอะไร แค่จะบอกว่ากลับก่อนแล้วกัน พอดีนัดลูกค้าเอาไว้ ลาละ”หัวเราะอย่างชอบใจเมื่อสามารถเรียกร้องความสนใจจากอีกฝ่ายกลับคืนมาได้แต่ทว่าก็ต้องรีบระเหยตัวกลายเป็ไอ้อย่างไวเช่นกัน เมื่อเท้ายาวๆ ของกฤษณะเตรียมที่จะเตะก้นโด่งๆของตนในโทษฐานกวนประสาท...มันเกินพิกัด
‘ก็แหมจะว่าใครได้ล่ะก็เค้าเป็ตัวชูโรงของเื่นี่’
.............................................................................................................................................................