หลังจากที่องค์หญิงเจี้ยนหนิงออกไปแล้ว ราเชนก็ค่อยๆ ออกมาจากถ้ำ แล้วเดินทางออกไปตามเส้นทางทิศตะวันตก พอออกจากป่าทึบได้ ก็มองเห็นแม่รั่วหลาน กับ ต้าเฉิง และ เ้าหมาอ้วน กำลังออกตามหาเขาอยู่พอดี
“ เฟยหลงลูกแม่”
“ เฟยหลง”
“....” เ้าหมาอ้วน วิ่งนำหน้าทุกๆ คน แล้วะโเข้าเลียแข้งเลียขาของเฟยหลงอย่างดีใจ
“ ท่านแม่ มาได้ยังไงกันเนี่ย” ราเชนเห็นแม่รั่วหลาน กับผู้ติดตามจากตระกูลเมิ่งสี่คน
“ ก็ลูกหายไปสามวันแล้ว ไม่ยอมกลับมา แม่ก็เป็ห่วง ขอให้ท่านตาส่งคนออกมาช่วยตามหาลูก แล้วนี่ลูกหายไปไหนมา?”
“ แค่หลงป่าเท่านั้น”
“ เฮ้ย แล้วนี่เ้าอยู่ได้ยังไง ไม่เห็นเหมือนคนหลงป่าที่หิวโซเลย เสื้อผ้าก็ยังดูปกติไม่เปรอะเปื้อน ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ต้าเฉิงเอ่ยอย่างใ
“ พอดี มีผลไม้ให้กิน จนมาเจอพรานป่า เขาเลยแนะนำทางออกให้”
“ โชคดีแล้วลูก วันนี้ท่านตาต้องเข้าประลองยุทธ์ กับ นักพรตชิงเต่า พวกเรารีบกลับบ้านกันดีกว่า”
ราเชนได้ฟังก็รู้สึกอยากเห็น การประลองยุทธ์ของคนในโลกนี้ยิ่งนัก ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไร จะเหมือนกับในหนังกำลังภายในที่เขาได้เคยดูมาในโลกที่เขาจากมาหรือไม่ ส่วนต้าเฉิง ก็ขอกลับไปดูด้วย
พอทั้งหมดมาถึง ก็พบว่า ตอนนี้ ลานประลองยุทธ์ ล้วนจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อย
ตอนนี้เพียงรอให้นักพรตชิงเต่า เดินทางมาถึงเท่านั้น ส่วนคนของตระกูลเมิ่ง ล้วนมากันครบ
“ โชคดี ที่พวกเรามาทันเวลา รีบไปหาท่านตาก่อน ท่านจะได้ไม่ต้องเป็ห่วง”
ทั้งหมด กำลังจะเข้าไปหาเมิ่งเทียน ที่นั่งเป็ประธาน แต่ทว่า ตอนนี้ กลับมีชายสามหญิงหนึ่งคน ทั้งหมดล้วน แต่งชุดนักพรต ลอยตัวข้ามกำแพงมา แล้วมายืนอยู่กลางลานประลอง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ได้เจอกับ 10 ปี นึกไม่ถึงท่านผู้นำตระกูลเมิ่ง จะยังคงหนุ่มแน่นไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย” นักพรตชุดชาว ถือแส้ขนม้า เอ่ยทักทายเมิ่งเทียน ที่ลุกขึ้นแล้ว เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มว่า
“ ท่านนักพรตเอง ก็อายุร่วม 100 ปีแล้ว ก็ยังคงแข็งแรงไม่แพ้เด็กหนุ่มๆ เช่นกัน”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องมาชมข้าหรอก ก่อนที่พวกเราจะประลองกัน ข้ามีศิษย์ติดตามมาด้วย สามคน อยากให้พวกเขาลองทดสอบกับ ลูกหลานของตระกูลเมิ่งดู ท่านผู้นำเมิ่งเห็นว่าอย่างไร”
“ ไม่มีปัญหา ลูกหลานของเราพร้อมที่จะประลองอยู่แล้ว”
“ ดี มาก หากมีผู้ใด เอาชนะศิษย์ของข้าคนใดคนหนึ่งได้ ข้าจะมอบไข่มุกพันปี เป็รางวัล”
เหล่าลูกหลานตระกูลเมิ่งต่างส่งเสียงออกมาอย่างตื่นเต้น
“ ท่านแม่ ไข่มุกพันปีนี่คืออะไร?”
ราเชนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ไข่มุกพันปี เป็ไข่มุกที่กำเนิดจากหอยา เป็ของวิเศษจากทะเลใต้
ว่ากันว่า หากใครได้กิน จะช่วยเพิ่มพลังปราณให้กับ ผู้ฝึกฝนปราณยุทธ์ขั้นต้น ได้ถึง 10 ระดับ แต่หากผู้ที่ฝึกฝนปราณยุทธ์ขั้นกลางระดับที่ 50-80 ก็จะช่วยเพิ่มพลังได้ไม่เกิน 5 ระดับ แต่หากมีพลังปราณยุทธ์ขั้นสูงเกิน ระดับที่ 80 ก็ไม่อาจช่วยเพิ่มพูนพลังได้”
“ พลังปราณยุทธ์คืออะไร?”
ราเชนเริ่มสงสัย เพราะเขาไม่เคยรู้เื่พวกนี้เลย ในความทรงจำของหยางเฟยหลงก็หาได้มีไม่
“ พลังปราณยุทธ์ ก็คือ การบ่มเพราะพลังลมปราณในร่างกายของแต่ละคน แล้วนำมาเก็บเอาไว้ในจุดตันเถียน ยิ่งบ่มเพาะนาน ยิ่งมีพลังปราณยุทธ์มากขึ้น นั้นคือการบ่มเพาะจากภายในของตัวเอง ส่วนการเพิ่มพลังปราณจากภายนอก ก็พึ่งพาของวิเศษต่างๆ เช่น ไช่มุกพันปี หรือ ซากกระดูกของสัตว์ที่มีพลังงานบ่มเพาะมาเป็เวลานาน ใครสะสมมากก็จะมีระดับพลังมากขึ้น ซึ่งการใช้พลังจากลมปราณยุทธ์ จะมีอานุภาพสูงกว่าใช้พละกำลังภายนอกหลายเท่า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับ จุดชีพจรลมปราณในร่าง ว่าเปิดได้ถึงกี่จุด คนทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกฝนพลังปราณยุทธ์จะถูกเปิดเพียง 300 จุด แต่ถ้ามีปรมาจารย์เปิดชีพจรปราณยุทธ์ให้ ก็จะเพิ่มมากขึ้นได้สูงสุด คือ 700 ขุด ซึ่งยิ่งได้รับการเปิดจุดชีพจรปราณยุทธ์มากเท่าไร ก็จะทำให้การฝึกฝน พลังปราณยุทธ์รุดหน้าขึ้นมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะนำเข้าหรือนำออกซึ่งพลังปราณยุทธ์ต้องมีเส้นชีพจรปราณยุทธ์เป็ตัวขับเคลื่อน แต่น่าเสียดาย ที่เส้นชีพจรของลูกกับขาดหายไป”
“ เฮ้อ…ข้าคงไม่สามารถฝึกพลังปราณยุทธ์ได้แล้วใช่ไหมท่านแม่”
“ อืม แม่ก็ไม่ได้หวังอะไร หวังแค่เ้าตบแต่ภรรยาที่ดี มีลูกหลานให้ตระกูลหยาง แม่ก็พอใจแล้ว”
ราเชนได้แต่พยักหน้ารับคำ และได้หันไปมองบนเวที ตอนนี้มีศิษย์วัย 30 ปี ของนักพรตชิงเต่า เดินขึ้นมาท้าทายลูกหลานของตระกูลเมิ่งทุกๆ คน
“ ข้าชิงซาน เป็ศิษย์อันดับ 3 ของ ท่านอาจารย์ชิงเต่า อยากขอรับทราบวิชาของตระกูลเมิ่ง ว่าจะร้ายกาจสมคำร่ำลือหรือไม่”
ชิงซาน เป็ยอดฝีมือ ปราณยุทธ์ ระดับ 30 ดังนั้น หากตระกูลเมิ่งคิดส่งคนขึ้นมาสู้ ก็ต้องส่งรุ่นหลาน ที่มีพลังไม่เกิน ระดับ 30 เช่นกัน
เมิ่งซู จึงส่งสัญญาณให้ บุตรชายคนที่4 ที่มีนามว่าเมิ่งหู่ มีพลังปราณยุทธ์ ระดับ 30 เช่นกัน ลงไปต่อสู้ด้วย
“ ข้าเมิ่งหู่ อายุ 25 ปี ขอรับทราบวิชาสำนักทะเลใต้”
“ เชิญ”
ทั้งสองคนประสานมือคารวะกัน แล้วเริ่มต่อสู้กันทันที
เมิ่งหู่ ไม่รอให้เสียเวลา ะเิพลังปราณยุทธ์ ระดับ 30 ออกมา แล้ว ฟาดฝ่ามือออกไป พร้อมกันทั้งสองฝ่ามือ มีคลื่นพลังงานบางอย่างพุ่งออกนำหน้าฝ่ามือไป
นักพรตชิงซาน กลับนิ่งเฉยไม่ขยับตัว แต่พอคลื่นพลังฝ่ามือเข้ามา ก็แอ่นอกของตนรับแรงกระแทกของฝ่ามือเอาไว้
ตึบ !!
เสียงฝ่ามือดังเหมือนกับ ปะทะกับกำแพง ร่างของนักพรตชิงซาน กลับไม่เป็อะไร
แล้วยกเท้าถีบสวนออกไปตรงๆ ถูกท้องของ เมิ่งหูจนตัวลอย ล้มไปกับพื้น กระอักเืออกมา ไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีก
“ ต้องขออภัย ที่ลงมือหนักไปหน่อย ฝืมือของเ้าอ่อนด้อยเกินไป มีใครจะลงมา
อีกไหม ต่อให้มีปราณยุทธ์เหนือกว่าข้าอีก 10 ระดับ ข้าก็ไม่ปฏิเสธ”
พอทุกคนได้ยินคำนี้ ก็ถึงกับไม่พอใจ เพราะว่า ระดับปราณยุทธ์ที่เหนือกว่า หากสู้ชนะก็เท่ากับ รังแกผู้อ่อนแอ แต่หากพ่ายแพ้ ยิ่งอับอายกันไปใหญ่ แต่ทว่า พอคิดถึงไข่มุกพันปี หลายคนก็หันไปยกมือ ขอต่อสู้
“ พี่ใหญ่ ให้อาตู ลงไปสู้กับนักพรตคนนี้ดีกว่า”
เมิ่งตู เป็บุตรชายคนโตของ เมิ่งเอ้อคุน อายุ 28 ปี มีพลังปราณยุทธ์ระดับ 40 แล้ว ซึ่งเตรียมตัวพร้อมที่จะลงไปในลานประลองอย่างเต็มที่
“ ตกลง แต่อย่าลงมือหนักเกินไปนะ”
“ ขอรับ” เมิ่งตู รับคำแล้วะโลอยตัวลงไปกลางลานประลอง
“ ข้าเมิ่งตู ขอรับทราบวิชาเท้าท่องคลื่นทะเลใต้ของท่านดู”
“ ดี ข้าเอง ก็อยากรับทราบฝ่ามือบัวสุริยันที่แท้จริงนั้นเป็อย่างไร”
เมิ่งตู ปล่อยพลังปราณยุทธ์ระดับ 40 ออกมา แล้วซัดฝ่ามือเข้าใส่ทันที
“ฝ่ามือบัวสุริยัน”
ฝ่ามือที่ฟาดออกมา มีเงาของกลีบดอกบัวพุ่งออกมาจากฝ่ามือ ราเชนเห็นแล้วอดตะลึงงันไม่ได้
“ นี่มันเอากลีบบัวออกมาจากไหนกันนี่?”
รั่วหลานได้ยินลูกชายใ ก็ยิ้มแล้วบอกว่า
“ นั่นคือ ปราณกลีบบัว หากฝึกถึงขั้นสูงกว่านี้ อานุภาพของกลีบบัวจะร้ายกาจกว่านี้หลายสิบเท่า”
“ โอ้ ข้าอยากฝึกบ้างจัง”
“ เป็กฏของตระกูลเมิ่งห้ามถ่ายทอดต่อบุคคลภายนอก ส่วนลูก แม้เป็คนตระกูลหยาง แต่ก็สามารถฝึกได้ แต่ว่าน่าเสียดาย เส้นปราณยุทธ์ของลูกใช้การไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแม่ก็สอนลูกไปแล้ว”
ส่วนนักพรตชิงซาน เห็นอานุภาพของฝ่ามือบัวสุริยัน ก็ไม่อาจใช้ หน้าอกต้านรับได้อีก แต่ก็ใช้ฝ่ามือซัดฟาดออกไปปะทะด้วย
“ ฝ่ามือคลื่นมหาสมุทรตงไห่”
ฝ่ามือที่ปล่อยออกมา คล้ายมีคลื่นพลังงานปรากฏขึ้น เข้าปะทะกับ ปราณกลีบบัวจนะเิแตกออกเป็ชิ้นๆ จนฝ่ามือของทั้งสองปะทะกัน
โครม !! อ๊ากกก !!!!
แขนของเมิ่งตู ถึงกับหัก ส่งเสียงร้องอย่างเ็ป
“ ขออภัย ฝีมือท่านร้ายกาจ ข้าไม่อาจยับยั้งพลังเอาไว้ได้”
เมิ่งเอ่อคุน ผู้พ่อถึงกับ รีบเข้ามาดูอาการลูกชาย
นักพรตชิงเต่า ถึงกับต้องมอบขวดยา ให้ศิษย์คนรองชิงเอ้อหลิง นักพรตสตรีนำไปให้เมิ่งตู เพื่อรักษาอาการแขนหัก แม้จะหายเจ็บ และต่อกระดูกแขนเรียบร้อยแต่ว่ายังคงต้องพักฟื้นอีกเป็เดือนไม่อาจใช้แขนได้ใน่นี้
“ ต้องขออภัย ท่านเมิ่งด้วย เด็กๆ ไม่รู้จักควบคุมพลัง ทำให้หลานของท่านต้องได้รับาเ็เช่นนี้”
“ ท่านนักพรต กล่าวหนักไปแล้ว หลานของข้าฝีมืออ่อนด้อย ขนาดระดับพลังมากกว่ายังคงพ่ายแพ้ต่อศิษย์ของท่านได้ น่าอับอายจริงๆ เ้าใหญ่ เ้าส่งให้ลองไปทดสอบกับ ศิษย์ของท่านนักพรตดู”
“ ขอรับท่านพ่อ”
“ โอ้ อย่าเลย บุตรชายคนโตของท่าน ปราณยุทธ์ขั้นที่ 80 แล้ว ห่างไกลกับศิษย์ของข้านัก แต่ข้าได้ข่าวมาว่า บุตรีของท่าน ฮูหยินหยาง ได้กลับมาอาศัยที่ตระกูลเมิ่งของท่าน ข้าอยากเห็น พลังฝ่ามือเทพธิดาบัวขาวของนาง ไม่ทราบว่า ท่านจะขัดข้องหรือไม่”
“ แต่ว่า นางไม่ใช่คนของตระกูลเมิ่งแล้ว ข้าไม่อยากบังคับใจนาง”
รั่วหลานได้ยินชัดเจน ถึงกับลุกขึ้นแล้วเอ่ยออกมาว่า
“ ท่านพ่อ ลูกขอรับคำท้า”
รั่วหลานในสลัดผ้าคลุม ออกเป็ชุดนักบู้สีขาว แม้จะมีวัยเข้าสามสิบปีแล้ว แต่นางยังคงมีรูปร่างที่บอบบาง แต่แข็งแรง ใบหน้าสวยงามราวกับเด็กสาววัย 20 ปีเลยทีเดียว
“ ได้ยินชื่อ เทพธิดาบัวขาวมานาน วันนี้ได้พบเห็นตัวจริง หวังว่า แม่นางจะไว้ไมตรีบ้าง”
รั่วหลานได้แต่ยิ้มให้ แต่ก็ะเิพลังปราณยุทธ์ออกมา ระดับที่ 50 ออกไป ปราณในร่างกลายเป็กลีบดอกบัวสีขาวเต็มท้องฟ้าไปหมด
ชิงซานเห็นแล้ว อดใไม่ได้ ะเิพลังปราณยุทธ์ออกมา ระดับที่ 50 เช่นกัน
เห็นได้ชัดว่า นักพรตชิงซานได้เก็บงำ พลังปราณยุทธ์ของตนเองเอาไว้
แต่ว่าพอรั่วหลาน ฟาดฝ่ามือออกไป กลีบดอกบัวนับร้อยนับพัน พุ่งเข้าหานักพรตชิงซาน ที่จะใช้พลังฝ่ามือทะเลใต้ออกไป กลับไม่ได้ผล ถูกปราณกลีบดอกบัว พุ่งเข้ากรีดเสื้อผ้า จนขาดวิ่น ใบหน้าลำตัว ถูกกลีบดอกบัว กรีดจนเป็รอยาแไปทั่วทั้งตัว สุดท้ายพลังคลื่นทะเลใต้ที่ฟาดออกไป ก็ฟาดไม่ถูกรั่วหลานแม้แต่น้อย กลับถูกรั่วหลานซัดกลับไปอีกฝ่ามือ กระแทกเข้าที่ไหล่ขวา จนกระดูกหัวไหล่หลุด ต้องร้องออกมาอย่างโหยหวน
ศิษย์คนรอง ชิงเอ้อหลิงพุ่งตัวออกมาขวางเอาไว้ แล้วเอ่ยว่า
“ ศิษย์น้องของข้าพ่ายแพ้แล้ว ข้าขอทราบพลังฝ่ามือเทพธิดาบัวขาวดูบ้าง”
ไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธจากรั่วหลาน ชิงเอ้อหลิง ก็พุ่งตัว แล้ว ฟาดฝ่ามือ สลับฟันปลา เข้าใส่ รั่วหลาน เื้ั คล้ายมีเงาปลาฉลามตัวใหญ่คอยปกป้องอยู่
“ ฉลาม ” ราเชนแอบใ ไม่คิดว่า จะมีเงาของปลาฉลามั์ลอยอยู่เช่นนี้
ชิงเอ้อหลิงโจมตีแล้ว แต่ก็ถูกรั่วหลานฟาดฝ่ามือบัวขาวออกไปหลายฝ่ามือพร้อมกัน
ทำให้พลังทั้งสองเข้าปะทะกัน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
โครม !
......................