บทที่ 12 ถือมีดหมายจะฆ่าคนเชียวหรือ (รีไรต์)
วาจานี้กล่าวเพื่อให้ทุกคนที่มุงดูอยู่ได้รับฟัง ความนัยที่ซ่อนอยู่คือหาว่าไฉ่ซื่อนั้นวางตัวไม่เหมาะสม ไม่รู้จักความหนักเบา
ไฉ่ซื่อผู้เป็สะใภ้รุ่นหลัง ทั้งยังมีนิสัยอ่อนแอและรักศักดิ์ศรี เมื่อถูกกล่าวหาเช่นนั้น ใบหน้าพลันแดงก่ำด้วยความอัดอั้น
ทว่าเอ้อร์เป่ากลับเยือกเย็นกว่านัก เขาเอ่ยเสียงเรียบ "ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ เป็ท่านย่าที่ไล่พวกเราออกมา ชาวบ้านนับร้อยล้วนเห็นเป็พยาน พวกเราแยกบ้านกันแล้ว และจะไม่กลับไปเด็ดขาด"
สะใภ้ใหญ่ตระกูลทังแค่นเสียง "เหอะ เอ้อร์เป่า เ้าจะกล่าวเช่นนั้นไม่ได้ ในเมื่อท่านปู่ท่านย่ายังอยู่ดี บ้านสี่จะแยกบ้านออกไปได้อย่างไร ผู้าุโยังอยู่ ห้ามแยกเรือน! นี่คือธรรมเนียมที่มีมาแต่โบราณ เ้ายังเด็กนักย่อมไม่รู้ความ แต่ไฉ่ซื่อเป็ผู้ใหญ่แล้ว นางเองก็ไม่รู้ความด้วยหรือ"
สะใภ้รองตระกูลทังรีบรับคำ "นั่นน่ะสิ จะแยกบ้านอะไรกัน คนในครอบครัวกระทบกระทั่งกันบ้างย่อมเป็เื่ธรรมดา น้องสะใภ้สี่ วันนี้พวกเราตั้งใจมารับพวกเ้ากลับบ้าน มารับเสี่ยวหยวนเป่ากลับบ้าน..."
กล่าวจบก็นึกอยากจะแสดงความรักใคร่โดยการเข้าไปโอบอุ้มเสี่ยวหยวนเป่า
"เสี่ยวหยวนเป่าของพวกเราช่างน่ารักปานนี้ พักอยู่ชายป่ารกร้าง หากค่ำคืนมีหมาป่าคาบตัวไปจะทำเช่นไร"
ทว่าเสี่ยวหยวนเป่ากลับไม่ยอมให้ชายผ้าของนางเข้าใกล้แม้เพียงนิด
"เ้าคนชั่ว ออกไปไกล ๆ นะ!"
มือน้อย ๆ ผลักออกไปในความว่างเปล่า...
สะใภ้รองพลันเซถอยหลังไปหลายก้าว เกือบจะเสียหลักล้มคะมำ
เ้าก้อนแป้งน้อยไม่หลงกลเล่ห์เหลี่ยมนี้เด็ดขาด นางยืนเท้าสะเอว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันอย่างน่าเอ็นดู
"พวกท่านคือคนชั่ว คิดจะมาแย่งชิงเสบียงของบ้านเราใช่หรือไม่"
ความคิดอกุศลของตระกูลทังถูกเด็กหญิงตัวน้อยตีแผ่ออกมาอย่างทะลุปรุโปร่ง
สะใภ้ใหญ่เริ่มปั้นหน้าไม่ถูก นางตวาดลั่น "ไฉ่ซื่อ เ้าสั่งสอนลูกอย่างไร เด็กดี ๆ ของตระกูลทังถูกเ้าสอนจนไร้สัมมาคารวะ ถึงขั้นกล้าชี้หน้าด่าทอผู้ใหญ่เช่นนี้เชียวหรือ"
สะใภ้รองรีบเสริม "พี่สะใภ้ ข้าบอกท่านแล้ว นางคนนี้น่ะเป็แม่เลี้ยง จะมีความหวังดีประการใด สอนสั่งลูกหลานตระกูลทังให้เหินห่างจากพวกเรา แม่เลี้ยงใจคออำมหิตเช่นนี้ ไม่สู้จัดการให้นางแต่งงานใหม่ไปเสีย เหล่าซื่อไม่จำเป็ต้องมีหญิงใจคอคับแคบเช่นนี้มาอยู่กิน"
"เสี่ยวหยวนเป่าแต่ก่อนช่างว่านอนสอนง่าย ยามนี้พออ้าปากก็ช่างต่อปากต่อคำนัก หากนางเลี้ยงดูเด็กไม่เป็ ก็ส่งตัวเสี่ยวหยวนเป่ามาให้บ้านรองเลี้ยงดูเสีย ครอบครัวข้าก็มีลูกสาว ข้าถนัดเื่เลี้ยงดูเด็กหญิงยิ่งนัก"
……
ไฉ่ซื่อได้ฟังก็แทบจะหลั่งน้ำตาออกมา
เสี่ยวหยวนเป่าตัวน้อยยืนขวางหน้าไฉ่ซื่อไว้ พลางเอ่ยเสียงนุ่ม "ท่านแม่ อย่าไปฟังคนชั่วพูดเหลวไหล พวกนางเพียงกำลังพ่นลมปากเหม็น ๆ เท่านั้น! ท่านแม่สอนข้าได้ดียิ่งนัก!"
ชาวบ้านรอบข้างเห็นแล้วแทบจะหลุดขำออกมา
ต้าเป่าสบโอกาสเอ่ยขึ้น "ท่านปู่้ารับพวกเรากลับบ้านจริง ๆ หรือ"
สะใภ้ใหญ่รีบพยักหน้าทันควัน "ใช่แล้ว ใช่แน่นอน!"
"ในเมื่อท่านปู่ตั้งใจเช่นนั้น พวกเราก็ไม่แยกบ้านแล้ว ท่านตาหวัง ท่านช่วยขนเสบียงเหล่านี้กลับไปเถิด พวกเราจะกลับไปพึ่งพิงตระกูลทัง เสบียงเหล่านี้ย่อมไม่ต้องใช้แล้ว ท่านปู่ท่านย่าคงไม่ใจดำปล่อยให้พวกเราอดตายหรอก"
ผู้เฒ่าหวังเผลอเหลือบมองเสี่ยวหยวนเป่าโดยไม่รู้ตัว
ในยามนั้น เ้าก้อนแป้งน้อยมีใจสื่อถึงต้าเป่า นางพยักหน้าให้ผู้เฒ่าหวังเช่นกัน
"ฟังความพี่ใหญ่ของข้าเถิดเ้าค่ะ"
ผู้เฒ่าหวังรีบขนเสบียงขึ้นเกวียนวัว "ได้ ๆ เช่นนั้นข้าจะขนกลับไป"
คนตระกูลทังเห็นภาพนั้นแล้ว หัวใจแทบจะหลั่งเื
สะใภ้ใหญ่พุ่งตัวเข้าไป "หยุด! บอกว่าจะให้เสบียงแก่เสี่ยวหยวนเป่าแล้ว เหตุใดจึงขนกลับ ส่งมาแล้วย่อมต้องเป็ของตระกูลทัง วางลงเดี๋ยวนี้!"
แม่เฒ่าหวังถ่มน้ำลายใส่ "ไร้ยางอายนัก เสี่ยวหยวนเป่าไม่้าแล้ว พวกเราขนกลับแล้วหนักหัวใคร ของพวกนี้กลายเป็ของตระกูลทังั้แ่เมื่อไหร่กัน"
แม่เฒ่าหลี่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้น "ตระกูลทังนี่แสดงละครเก่งกาจนัก อยากได้ข้าวก็บอกมาตามตรงเถิด ยังจะมาอ้างเื่รับเด็กกลับบ้านอีก เล่ห์เหลี่ยมเพียงเท่านี้ใครเล่าจะดูไม่ออก! เหอะ ๆ ยามลำบากทำรังเกียจลูกกำพร้าแม่หม้ายที่แย่งข้าวกิน ยามนี้เห็นเขามีข้าวปลาอาหารก็พากันมาทำหน้าหนาหมายจะแย่งชิง ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"
สะใภ้ใหญ่ยามนี้ไม่สนหน้าตาอีกต่อไป วันนี้นางตั้งใจมาปล้นชิงเสบียงอยู่แล้ว
เมื่อแผนการอันอ่อนโยนไม่ได้ผลและเด็กพวกนี้ไม่ยอมโอนอ่อนตาม นางจึงไม่คิดจะเสแสร้งอีก
"แม่เฒ่าหลี่ นี่เป็เื่ภายในของตระกูลทัง ท่านอย่าได้สอดปาก หากท่านมีคุณธรรมสูงส่งนัก เหตุใดไม่รับพวกเขากลับไปเลี้ยงที่บ้านตนเองเล่า อย่ามาพูดจาไม่เข้าหูอยู่แถวนี้! เสี่ยวหยวนเป่าและพวกพี่ชายล้วนเป็เืเนื้อเชื้อไขตระกูลทัง ข้าวปลาที่นางหามาได้ด้วยความสามารถ ต่อให้แยกบ้านแล้วจะเป็อย่างไร นางยังคงมีหน้าที่ต้องกตัญญูต่อปู่ย่าแทนบิดาที่ล่วงลับ..."
สะใภ้รองเริ่มหาช่องทางแห่งความไร้ยางอาย "ถูกแล้ว พี่สะใภ้พูดถูกต้อง แยกบ้านแล้วอย่างไร แยกบ้านแล้วก็ต้องกตัญญู วันนี้พวกเรามาเอาข้าวไปเพียงครึ่งเดียวนับว่าไม่เกินเลย ไม่ได้เอาไปทั้งหมดเสียหน่อย ที่เอาไปก็เพื่อเห็นแก่เด็ก ๆ คนอื่นจะได้ยกย่องว่าพวกเขารู้ความและกตัญญู เหลือไว้ให้พวกนางสองสามกระสอบก็พอกินไปได้ครึ่งปีแล้ว"
"นั่นน่ะสิ ไฉ่ซื่อเป็เพียงแม่เลี้ยง จิตใจฝักใฝ่คนนอก หากนางไม่คิดกตัญญู และเด็ก ๆ ยังไม่ประสีประสา พวกเราในฐานะป้าสะใภ้ย่อมไม่ถือสา จึงมาจัดการเอาข้าวไปเอง เื่เพียงเท่านี้คนนอกอย่างพวกเ้าจะมาพูดมากทำไม หรือพวกเ้าเองก็จ้องจะฮุบข้าวของบ้านนี้ เห็นแม่ลูกกลุ่มนี้แยกบ้านออกมามีข้าวปลามากมาย เลยคิดว่าใครจะมาตอดนิดตอดหน่อยก็ได้หรือ ฝันไปเถิด! ตราบใดที่ท่านพ่อยังอยู่ ใครก็อย่าหวังจะมาแตะต้องข้าวของพวกเรา!"
ทั้งสองคนรับส่งบทกันอย่างเป็ปี่เป็ขลุ่ย แสดงความไร้ยางอายออกมาจนถึงที่สุด
ฝีปากกล้าเสียจนชาวบ้านที่มุงดูต้องถอยห่างด้วยความขยะแขยง
ทั้งสองยังเข้าขวางเกวียนวัวของผู้เฒ่าหวังไม่ให้เคลื่อนที่ เพราะเกรงว่าเสบียงจะถูกขนจากไป
ชาวบ้านรู้ดีว่าคนตระกูลทังนั้นไร้ยางอาย ทว่าไม่คิดว่าจะถึงขั้นกู่ไม่กลับเพียงนี้
เมื่อครู่ยังใช้ไม้อ่อนยามนี้กลับจะใช้ไม้แข็งปล้นชิงซึ่ง ๆ หน้า
ทำเอาต้าเป่าและเหล่าน้องชายโกรธจนหมัดสั่นเทิ้ม
ไฉ่ซื่อร้อนรนจนหลั่งน้ำตาออกมา ต้าเป่าตัดสินใจเดินเข้าไปในครัว หยิบมีดผ่าฟืนออกมาถือไว้
"ท่านแม่ ท่านอุ้มน้องสาวถอยไปไกล ๆ วันนี้ใครกล้าแย่งชิงข้าวของบ้านข้า ข้าจะแลกชีวิตกับมัน!"
ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับลูกหมาป่าที่ถูกต้อนจนจนมุม
ไฉ่ซื่อตระหนกใ นางรีบทำตามที่บุตรชายสั่ง อุ้มเสี่ยวหยวนเป่าถอยออกไปยืนวงนอก
คนตระกูลทังเองก็สะดุ้งโหยง
"ต้าเป่า เ้าจะทำอะไร! ถือมีดเช่นนั้นหมายจะฆ่าคนเชียวหรือ"
ในเวลานั้น เหล่าหลานชายคนโตของตระกูลทังอย่างทังต้าหลงที่ปะปนอยู่ในฝูงชน อาศัย่ที่ต้าเป่าไม่ทันระวังและตนเองมีร่างกายสูงใหญ่กว่า พุ่งเข้าไปหมายจะแย่งมีดผ่าฟืนจากมือต้าเป่า
ชาวบ้านที่มุงดูรีบถอยกรูออกไปนอกลานบ้านด้วยเกรงว่าจะถูกลูกหลง
คนหลายคนรุมล้อมต้าเป่าเพียงคนเดียว ซานเป่าเห็นดังนั้นจึงพุ่งเข้าไปช่วยพี่ชาย ทว่ายามนี้คนตระกูลทังมีมากกว่านัก
หลานชายตระกูลทังอายุล่วงเข้าสิบเอ็ดสิบสองปี ร่างกายกำยำ ส่วนซานเป่าเพิ่งจะหกขวบ จะเอาแรงที่ไหนไปสู้
เอ้อร์เป่าร่างกายอ่อนแอ ช่วยอะไรไม่ได้มาก ได้แต่ยืนหอบหายใจด้วยความเจ็บแค้นจนโรคเก่าแทบจะกำเริบ
เสี่ยวหยวนเป่าจ้องมองภาพเ่าั้ด้วยสายตาเย็นเยียบ ความโกรธเกรี้ยวของนางพุ่งขึ้นถึงขีดสุด