วันนี้เป็วันที่3 แล้ว จิงจิงยังตื่นมาในเตียงของตัวเองในบ้านชั้น 2
‘ยังไม่ได้ย้อนไปสินะเฮ้อ ฉันอยากตื่นนอนมาบนเตียงนี้ทุกวันจริงๆ เอาละ วันนี้อีกวัน รอดูแล้วกันว่าจะเป็อย่างที่ฉันคิดไปเองหรือว่าจะได้ทะลุมิติไปจริงๆ’
วันนี้เป็วันที่จิงจิงค่อนข้างวิตกกังวลมากพยายามคิดทบทวนว่าตัวเองลืมซื้ออะไรไปอีกนะแต่ก็คิดว่าน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการใช้ชีวิตในยุคอดอยากที่นั่นแต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าภารกิจที่ระบบพูดคือภารกิจอะไร…
วันนี้รถจักรยานและมอเตอร์ไซค์ก็มาส่งเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับรถยนต์ที่จิงจิงตัดสินใจซื้อทันทีที่เห็นเพราะรถคันนี้ถึงจะเป็รถค่อนข้างล้าสมัย แต่เ้าของเก่าดูแลรักษาดีมากขับก็ไม่ได้ยากอะไร ถ้ามีโอกาสเอามาใช้จริงๆ คิดว่าน่าจะพอขับได้ส่วนรถยนต์มินิคาร์ของตัวเอง นำไปจอดอยู่หน้าบ้าน
ตอนนี้ยังไม่มืดเท่าไหร่ต้องไปร้านหนังสือ ซื้อหนังสือต่างๆ ที่ชั้นหนังสือของเธอก็มีค่อนข้างเยอะแล้วแต่ว่าหนังสือคือความรู้ที่ไม่รู้จบสิ้น นี่นะว่าแล้วก็ไปดูที่ชั้นหนังสือของตัวเองที่มีแต่หนังสือภาษาอังกฤษ หนังสือการวาดภาพและหนังสือนิยาย กับหนังสือจิปาถะและจำได้ว่ายังมีหนังสือทำอาหารที่คุณแม่ซื้อไว้ที่ห้องครัวอีก 2-3 เล่ม จากนั้นก็ไม่มีอะไรอีก จำเป็ต้องซื้อหนังสืออีกหลายเล่ม แล้วเธอก็้าหนังสือประวัติศาสตร์มาด้วย!!
ว่าแล้วจิงจิงก็เตรียมตัวออกไปดูที่ร้านหนังสือเล็กๆแถวบ้านทันที พอเห็นหนังสือที่้า เธอก็จัดการหยิบใส่รถเข็นมาหมด ไม่ว่าจะเป็หนังสือคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ ประวัติศาสตร์ หนังสือการออกแบบ การประดิษฐ์ จิงจิงคิดอีกสักพักเธอน่าจะซื้อหนังสือที่ทำจำพวกเครื่องสำอางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็เทคนิควิธีการทำสบู่น้ำหอม ลิปสติก และเครื่องสำอางและนิตยสารต่างๆ ด้วย เผื่อมันจะสามารถสร้างอาชีพให้เธอได้จิงจิงใช้เวลาอยู่ในร้านหนังสือค่อนข้างนาน จนได้หนังสือมาหลายเล่ม
ซื้อเสร็จก็กลับบ้านจัดการนำหนังสือจัดใส่ตู้ พอเห็นปีที่พิมพ์ในหน้าหนังสือ คิดอีกรอบก็ฉีกหน้าที่พิมพ์ออกให้หมดขอโทษด้วยนะคะมันจำเป็จริงๆ พอจัดการอะไรเสร็จ จิงจิงก็ตรวจเงินดูในบัญชีที่ยังมีเหลืออีกพอประมาณจากนั้นก็ถอนหายใจ
“ก็นะฉันมันก็เป็คนรวยคนหนึ่งอยู่นะ”
เธอไม่อยากซื้ออะไรอีกแล้วไม่ว่าจะเป็เครื่องประดับ ทั้งทองหรือเพชรเพราะที่เก็บไว้ที่ห้องคุณพ่อคุณแม่ก็มีประมาณหนึ่ง ถ้าฉันได้ทะลุมิติไปจริงๆเงินพวกนี้ก็คงจะต้องทำให้มันมีประโยชน์กับคนอื่นๆ บ้าง
เราควรจะทำให้สิ่งที่เราสามารถทำได้ถ้าหากเธอไม่ได้อยู่ในโลกนี้ต่อไปจริงๆ
เธอจึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาเขียนจดหมายการยกทรัพย์สินที่มีทั้งหมดให้สถานสงเคราะห์และมอบเป็ทุนการศึกษา
“ทำไมฉันเป็คนจิตใจดีอะไรขนาดนี้นะนี่มันจิตใจอันดีงามของนางเอกชัดๆ” มิน่าล่ะ หรือเพราะฉันจิตใจดีงามแบบนี้ถึงต้องทะลุมิติไปเป็ตัวเอกหรือนางเอกอย่างที่ฉันเคยอ่านในนิยายกันนะ
“เฮ้อฉันที่อายุ 27 ยังไม่ได้ใช้ชีวิตให้คุ้มเลยแท้ๆ”
จิงจิงไม่รู้หรอกว่าเธอจะต้องไปอีกมิติหนึ่งจริงๆ หรือเปล่า หรือต้องถามกับใครว่าทำไมต้องเป็ฉัน? เธอเป็คนที่ไม่คิดอะไรมาก แต่หากเลือกได้ เธอก็ไม่ได้อยากไปแต่ถ้าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นกับเธอจริงๆ มันก็ต้องมีเหตุมีผลที่จะต้องเป็เธอ
แล้วยังมีสิ่งที่ระบบให้เธอทั้งคำเตือนและเวลา แล้วยังมีมิติสกิลโกงอย่างมิติบ้านมาให้อีกมีมาให้เธอซะพร้อมขนาดนี้!!
พอตกดึกจิงจิงเริ่มค่อนข้างกลัว เธอจึงได้แต่นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงมาเป็ชั่วโมงแล้ว เพราะถ้าหากทะลุมิติไปร่างนี้ในชีวิตนี้ก็อาจต้องตาย วันนี้เธอจะอยู่ที่บ้าน รอดูว่าวันนี้ผ่านไปและอีกหลายๆ วันผ่านไป หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ของพวกนี้ฉันจะเอาไปบริจาคให้หมด
ถึงจิงจิงจะเป็คนไม่คิดอะไรมากแต่เธอก็ได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ ว่าอย่าเป็ฉัน เื่ทั้งหมด แค่คิดไปเองเออเองเท่านั้น!!!!
.…แต่์เหมือนไม่เข้าข้างเธอเลย คืนวันที่3ในเวลากลางดึกที่จิงจิงเผลอนอนหลับอยู่บนเตียง ก็มีเสียงระบบ แจ้งเตือนขึ้นแล้ว
“โหลดข้อมูลโฮสต์เข้าระบบสำเร็จแล้วเปิดระบบอย่างเป็ทางการ!!!!”