ตอนที่ 7ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายลูกสาวฉัน!
เหยียนฮุ่ยหมดความอดทน “ลูกเป็ผู้ชายนะ เจ็บก็เจ็บไปแล้ว อย่างไรั้แ่เล็กจนโตก็ชกต่อยเป็ปกติอยู่แล้วนี่แต่พี่สาวของลูกไม่ใช่ เธอ... เธอเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ถ้าหาก...”
โจวซ่านซ่านเห็นเหยียนฮุ่ยดูเป็กังวลเธอก็จับมือเหยียนฮุ่ยเอาไว้ สะอื้นแล้วพูด “แม่ หนูไม่เป็อะไรจริงๆเืบนตัวหนูติดมาจากที่ไปช่วยพยุงรุ่ยรุ่ยมาเท่านั้น”
เหยียนฮุ่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก จึงหันไปดูโจวเทารุ่ยที่ถูกเมินมานานแล้วต่อว่า“แกกินอะไรเข้าไปเนี่ย ก่อนออกจากบ้านทำไมฉันถึงฝากพี่สาวไว้ให้แกดูแลนะ ฉันบอกให้ดูแลพี่สาวแกดีๆสุดท้ายเป็ยังไง ดูแลพี่สาวได้ไหม กลับบ้านไปฉันจะจัดการกับแกยังไงดีฮึ!”
โจวเทารุ่ยถูกแม่แท้ๆ ต่อว่าก็รับไม่ได้นี่เป็แม่ของเขาจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย เขาอดสงสัยไม่ได้เขาอาจจะเป็เด็กที่แม่เก็บมาเลี้ยงก็ได้!
โจวหรูไห่เดินมาหยุดอยู่ข้างหน้า ยกมือขึ้นเช็ดคราบเืบนใบหน้าโจวซ่านซ่านออกแล้วพูดอย่างอ่อนโยน“ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว รีบเช็ดหน้าซะ ดูสิหน้าสกปรกหมดแล้ว”
“พ่อ หนูขอโทษที่สร้างปัญหาให้”โจวซ่านซ่านได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แล้วทำไมจะต้องมาสนใจเื่พวกนี้ จริงๆ แล้วเธอแค่รู้สึกผิดต่อโจวหรูไห่กับเหยียนฮุ่ยเท่านั้นทั้งสองคนเป็คนดี แต่พอมาวันนี้กลับถูกทางโรงเรียนเรียกมาอบรม
โจวหรูไห่ตบบ่าโจวซ่านซ่านเบาๆ ลูบศีรษะเธอเป็การปลอบโยน“ไม่ต้องกลัว มีพ่ออยู่ตรงนี้ ลูกไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น พ่อจะปกป้องลูกเอง!”
เหยียนฮุ่ยพูดต่อ “ใช่ จะกลัวอะไร ท้องฟ้าที่ตกลงมาก็ยังมีคนยืนค้ำไว้[1]ลูกต้องเชื่อใจพ่อกับแม่นะ!”
ขณะกำลังพูดอยู่ คุณครูใหญ่กับครูประจำชั้นหม่าจุนเกอก็เดินเข้ามาที่มีโจวเจี้ยนเฟิงที่เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาลเดินตามหลังมาด้วย และยังมีหวังเฟิ่งสยาแม่ของโจวเจี้ยนเฟิงอีก
พอหวังเฟิ่งสยาเห็นโจวซ่านซ่านกับโจวเทารุ่ยสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ไม่พูดอะไรสักคำ เอามือจับกระเป๋า หวังจะฟาดเข้าไปที่ใบหน้าของโจวซ่านซ่าน
โจวซ่านซ่านยืนอยู่ข้างโจวเทารุ่ย ขณะที่หวังเฟิ่งสยากำลังจะฟาดกระเป๋าลงมาเหยียนฮุ่ยกับโจวหรูไห่ก็คว้าตัวโจวซ่านซ่านมาหลบข้างหลัง
สุดท้ายโจวเทารุ่ยที่หลบไม่ทัน ก็โดนฟาดไปที่ไหล่หลายครั้งเขาจ้องไปยังพ่อกับแม่ที่เอาแต่ปกป้องโจวซ่านซ่าน ทั้งยังโยนเขาเข้าไปในมือของศัตรู
“นี่ นี่พ่อกับแม่ครับ ถึงพ่อกับแม่จะไม่โอเค แต่ผมก็เป็วัยรุ่นเืร้อนอยู่เหมือนกันนะไม่กลัวว่าผมจะคิดไม่ได้บ้างหรือไง”
โจวเทารุ่ยโต้ตอบ หลบการกระเป๋าที่ฟาดลงมาของหวังเฟิ่งสยาอยู่หลายครั้งหลบไปก็บ่นประท้วงไป
เหยียนฮุ่ยก็ยังคงคำพูดเดิม “ลูกคนนี้นี่ ต่อต้านจริงๆ!”
คุณครูในห้องทำงานดึงตัวหวังเฟิ่งสยาไว้ หม่าจุนเกอก็พูดโน้มน้าว“ผู้ปกครองของโจวเจี้ยนเฟิงคะ กรุณาอยู่ในความสงบก่อนค่ะเื่นี้รอให้ทางเราตรวจสอบให้ละเอียดแล้วค่อยพูดกันค่ะ!”
หวังเฟิ่งสยาสบถออกมา “เหอะ ตรวจสอบอะไรกัน หัวของลูกฉันเป็แผลใหญ่ขนาดนี้เย็บไปตั้งเจ็ดแปดเข็ม นี่ยังพิสูจน์ไม่ได้อีกหรือ ขอโทษแล้วชดใช้มาซะ แล้วไล่หมาบ้าสองตัวนี้ออกไป!”
คิ้วของเหยียนฮุ่ยขมวดเข้าหากันแน่นเธอจับโจวซ่านซ่านไปอยู่กับโจวเทารุ่ย พูดเสียงต่ำว่า “พาพี่สาวของแกไปอยู่ด้านหลังแล้วดูแลให้ดี!”
‘อื้อ’ โจวเทารุ่ยรับคำ ก่อนจะขยับโจวซ่านซ่านเข้ามาในอ้อมแขนไปหลบอยู่ข้างหลังคุณครูใหญ่คอยมองเหตุการณ์
“เฟิ่งสยาเื่นี้มีข้อสรุปอยู่แล้ว เธอไม่ฟังอะไรแล้วมาสรุปเองแบบนี้ มันไม่เหมาะเท่าไรนะแล้วไหนจะลูกสาวและลูกชายของฉัน ฉันดูแลมาเองกับมือ เก็บปากเธอไว้จะดีกว่านะ!”
หวังเฟิ่งสยาไม่เคยเรียนหนังสือ ไหนเลยจะสู้คำของเหยียนฮุ่ยได้ทั้งโกรธทั้งอายจึงด่าออกมาอย่างไม่คิด “เธอคิดว่าแค่เรียนหนังสือมากกว่าแล้วจะทำให้เธอสูงส่งนักหรือฉันด่าว่าเป็หมาแล้วยังไง เธอกล้าพูดไหมว่าโจวซ่านซ่านไม่ใช่หมาข้างทางที่ถูกแม่แท้ๆของตัวเองทอดทิ้ง พวกเธอที่ลำบากอยู่แล้วก็ยังจะเก็บมาเลี้ยง!”
ได้ยินดังนั้นร่างกายของโจวซ่านซ่านก็สั่นขึ้นมาอย่างเหลืออดโจวเทารุ่ยจึงยิ่งกอดเธอแน่นขึ้น เอ่ยเสียงต่ำ “ใจเย็นๆ เดี๋ยวกลับไปผมจะแก้แค้นให้พี่เอง!”
สีหน้าของเหยียนฮุ่ยดุดันมากขึ้น “เป็เธอนี่เองที่บอกลูกชายว่าซ่านซ่านไม่ใช่ลูกแท้ๆของฉัน หวังเฟิ่งสยา ซ่านซ่านอุตส่าห์เคารพเธอ นับเธอเป็น้ามาตลอดสิบกว่าปี!”
หวังเฟิ่งสยาสบถ ‘เหอะ’ ออกมา แล้วด่าต่อ“ใครอยากจะเป็น้าของยัยสัตว์ประหลาดนี่กัน พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ฉันไม่พูดไม่ได้หรอกนะ แม่แท้ๆ ก็มาตามหาถึงบ้านแล้วพวกคุณยังจะไม่ยอมคืนลูกไปให้พวกเขาอีก หน้าไม่อาย...ช่างหน้าไม่อายจริงๆ!”
เหยียนฮุ่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ มองไปที่คุณครูซึ่งยืนอยู่ด้านข้างอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรเธอพยายามใจเย็นลง “นี่เป็เื่ส่วนตัวของครอบครัวฉัน เธอไม่ต้องมายุ่งตอนนี้มาพูดเื่ของเด็กๆ กันดีกว่า”
หวังเฟิ่งสยาได้ยินดังนั้นก็โมโหขึ้นมาอีก “จะมีอะไรให้คุยอีกโจวซ่านซ่านนี่ช่างเก่งมากนะ กล้าเอาอิฐมาทุบหัวลูกฉัน ครูใหญ่คะ พูดได้เหรอคะว่าจะให้นักเรียนแบบนี้อยู่ต่อไป”
คุณครูใหญ่สีหน้าไม่ค่อยดีแค่รอฟังหม่าจุนเกอครูประจำชั้นของโจวซ่านซ่านเอ่ยปากขึ้น“ผู้ปกครองของโจวเจี้ยนเฟิง อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินเลยค่ะ เมื่อครู่ฉันไปตรวจสอบมาแล้วเป็โจวเจี้ยนเฟิงที่ไปหาเื่โจวเทารุ่ย แถมในมือเขายังมีอาวุธมีดอีกด้วย คุณรู้ไหม”
หวังเฟิ่งสยาพูดอย่างไม่คิด “ไม่ใช่เหล็กเส้นที่เด็กมันเล่นกันเองหรือมันจะเป็อาวุธอะไรกันล่ะ คุณครูเคยได้ยินว่าเหล็กเส้นจะมันฆ่าคนได้หรือลูกฉันแค่เอามาขู่เท่านั้น ไม่ได้ลงมือจริงสักหน่อย!”
คุณครูใหญ่พูดอย่างเข้มงวด “การนำอาวุธมีดเข้ามาในเขตโรงเรียนนับเป็ปัญหาใหญ่มากหากพูดไม่เข้าหูละก็ วันนี้ถ้าไม่ใช่เื่ที่โจวซ่านซ่านทำร้ายโจวเจี้ยนเฟิงเกรงว่าจะเป็เื่ใหญ่กว่านี้แล้ว!”
เงียบกันไปสักครู่ คุณครูใหญ่ก็พูดขึ้นต่อ “แน่นอนว่า การที่โจวซ่านซ่านนำอิฐมาทำร้ายร่างกายก็ไม่ถูกต้องแต่ความประพฤติของโจวเจี้ยนเฟิงในโรงเรียนนั้น คุณผู้ปกครอง คุณจำได้ไหมว่าอาทิตย์นี้คุณมาโรงเรียนไม่ต่ำกว่าห้าครั้งแล้ว”
หวังเฟิ่งสยาตอบกลับอย่างระอาใจ“โรงเรียนพวกคุณจัดการปัญหายังไงก็แล้วแต่ แต่นี่มันเป็ปัญหาของเด็กๆหรือจะลงโทษลูกฉันล่ะ หรือจะไล่ออกเสียเลยล่ะ เขาอายุแค่สิบกว่าปีเองนะจะทำอะไรได้”
เหยียนฮุ่ยยิ้มเยาะตอกกลับ “ในเมื่อเป็เื่ของเด็กๆ ถ้าอย่างนั้นตอนแรกที่เธอเข้ามาแล้วะโปาวๆให้ลูกของฉันออกจากโรงเรียนนั่นก็ขอโทษมาซะ คงไม่เป็อะไรใช่ไหม”
หวังเฟิ่งสยาโดนต้อนก็พูดไม่ออก อึ้งไปนานก่อนจะพูดขึ้นมา“นี่... นี่มันไม่เหมือนกัน! ปกติลูกของฉันก็แค่เล่นสนุกๆแต่โจวซ่านซ่านมาลงมือจริงใส่ลูกฉัน!”
คุณครูใหญ่ที่อยู่ในเหตุการณ์ทนฟังคำแก้ตัวของหวังเฟิ่งสยาไม่ไหวเขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเริ่มร่ายวีรกรรมของโจวเจี้ยนเฟิงออกมา
“เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วโจวเจี้ยนเฟิงทำร้ายนักเรียนปีสามไปคนหนึ่ง แค่เพราะเื่การต่อคิวเข้าห้องน้ำเปิดเทอมปีนี้ โจวเจี้ยนเฟิงรวมหัวกับเพื่อนอีกสามคนไปทำร้ายหัวหน้าห้องของตัวเองหลังเลิกเรียนและยังมีอีกนะ ปีนี้...”
คุณครูใหญ่ไล่วีรกรรมการทะเลาะวิวาทของโจวเจี้ยนเฟิงมามากกว่าสิบรายการพูดถึงตอนสุดท้าย เขาเหมือนจะโมโหขึ้นมา สีหน้าของหวังเฟิ่งสยาก็เปลี่ยนเป็ซีดเผือดทันที
“ครั้งที่แล้วฉันเคยเตือนไว้แล้วถ้าโจวเจี้ยนเฟิงยังมีพฤติกรรมแบบนี้อีก โรงเรียนคงต้องขอเชิญออกสถานเดียว!นักเรียนแบบนี้ พวกเราไม่มีปัญญาสอน คงต้องให้ผู้ปกครองสอนเองเท่านั้นแหละครับ!”
หวังเฟิ่งสยาฟังแล้วสีหน้าพลันเปลี่ยน รีบพูดขึ้นมา“ฉันรู้จักผู้อำนวยการ...”
คุณครูใหญ่พูดขัดหวังเฟิ่งสยาเอาไว้ พูดด้วยเสียงเ็าว่า“ถึงคุณรู้จักผู้อำนวยการของคณะกรรมการการศึกษา ก็ไม่เกี่ยวกับผมโรงเรียนมีระเบียบของโรงเรียน โจวเจี้ยนเฟิงนำอาวุธมีดเข้ามาในโรงเรียนเื่นี้เป็เื่ที่พวกเราทนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ได้!”
โจวเจี้ยนเฟิงที่เงียบมาตลอดก็ะโขึ้นมา “มีดนั่นไม่ใช่ของผมแต่เป็ของโจวเทารุ่ยต่างหาก!ไม่เชื่อก็ไปถามนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เลย พวกเขาก็เห็นกันทั้งนั้น!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/47bf20e5d76e59aa0c6e1272c50d9d1a
[1]จากตำนานผานกู่เบิกฟ้า เล่าขานว่า เมื่อนานมาแล้วจักรวาลมีภาพลักษณ์เหมือนไข่ใบหนึ่งผานกู่ซึ่งหลับใหลภายในไข่ใบนั้นนานนับหมื่นปีได้ตื่นขึ้น และแยกไข่ใบนั้นเป็สองส่วนค้ำยันผืนฟ้าให้สูงขึ้นแยกกับผืนดิน หลังจากผานกู่สิ้นใจ อวัยวะของเขาก็กลายเป็สรรพสิ่งต่างๆบนโลก