ยามค่ำคืนในจวนเสนาบดีหลี่มักจะเงียบสงบ แต่ค่ำคืนนี้กลับมีความตึงเครียดบางอย่างแฝงอยู่ ณ ห้องโถงรับประทานอาหารอันโอ่อ่า โต๊ะไม้แกะสลักขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง บนนั้นประดับด้วยอาหารคาวหวานเลิศรสมากมาย
หลี่ิเทียนก้าวเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางสงบ เสื้อผ้าที่สวมใส่เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ไม่เหมือนบุตรชายคนที่หกผู้ขี้โรคในอดีตที่มักจะแต่งกายซอมซ่อ เขาสังเกตเห็นสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขา พี่ชายคนโต หลี่จิ้งเหอ พยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ส่วน หลี่เฟยหลง พี่ชายคนรองกำลังกระซิบกระซาบกับพี่สะใภ้ด้วยท่าทีเย้ยหยันเล็กน้อย ด้าน หลี่ซูเจิน น้องสาวต่างมารดาก็เชิดหน้ามองเขาด้วยความไม่พอใจ
มหาเสนาบดีหลี่กวงิ นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา หลี่ิเทียนโค้งคำนับบิดาและพี่น้อง ก่อนจะนั่งลงในที่ของตัวเองอย่างสงบ
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็ไปอย่างเงียบงัน มีเพียงเสียงกระทบกันของชามกระเบื้องและตะเกียบเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็ระยะๆ จนกระทั่งมหาเสนาบดีหลี่กวงิเป็ผู้เปิดประเด็น
“ิเทียน เ้าบอกว่ามีแิที่จะเป็ประโยชน์ต่อแคว้น?” น้ำเสียงของท่านเสนาบดีราบเรียบ แต่แฝงด้วยความคาดหวังเล็กน้อย
ทุกสายตาจับจ้องมาที่หลี่ิเทียน หลี่เฟยหลงยกยิ้มมุมปากราวกับกำลังรอชมละครตลก
“พ่ะย่ะค่ะ ท่านพ่อ” หลี่ิเทียนตอบอย่างใจเย็น “ข้าได้ศึกษาตำราพิชัยาหลายเล่ม และพบว่าแคว้นของเรายังมีจุดอ่อนอยู่มาก แม้แต่ในด้านการเกษตร”
“จุดอ่อนอย่างนั้นรึ?” หลี่เฟยหลงแทรกขึ้นอย่างเย้ยหยัน “เ้าขี้โรคอย่างเ้าจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับการทหารและการปกครอง เ้าควรจะไปอ่านตำราแพทย์เพื่อรักษาอาการป่วยของตัวเองจะดีกว่า!”
“เฟยหลง! หุบปาก!” หลี่จิ้งเหอตวาดเสียงเข้ม ทำให้ทุกคนเงียบกริบ หลี่เฟยหลงหุบปากลงทันทีด้วยความใ
มหาเสนาบดีหลี่กวงิไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่จ้องมองหลี่ิเทียนด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง ราวกับกำลังประเมินค่า
“ขอบคุณท่านพี่จิ้งเหอ” หลี่ิเทียนกล่าว ก่อนจะหันไปทางบิดา “ท่านพ่อพ่ะย่ะค่ะ การเกษตรของแคว้นเราพึ่งพิงฟ้าฝนมากเกินไป หากเกิดภัยแล้งหรือน้ำท่วม ประชาชนจะเดือดร้อน และกำลังบำรุงทัพก็จะลดลง”
เขาหยุดครู่หนึ่งเพื่อให้ทุกคนซึมซับคำพูด ก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าเสนอให้สร้าง ระบบชลประทาน ที่ซับซ้อนกว่าเดิม พัฒนาคลองส่งน้ำจากแม่น้ำสายหลักไปยังพื้นที่เพาะปลูกที่ห่างไกลออกไป อีกทั้งยังสามารถขุดบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่สำหรับใช้ในยามแล้งได้อีกด้วย”
เสียงฮือฮาเล็กน้อยดังขึ้นในห้อง หลี่เฟยหลงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ส่วนหลี่ซูเจินมองหลี่ิเทียนด้วยสายตาประหลาดใจ
“ระบบชลประทาน?” มหาเสนาบดีหลี่กวงิทวนคำ “นั่นต้องใช้งบประมาณและแรงงานมหาศาล”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ แต่มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว” หลี่ิเทียนอธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เมื่อการเกษตรมั่นคง ประชาชนก็อิ่มหนำ สามารถส่งลูกหลานเข้ารับราชการทหารได้มากขึ้น แคว้นของเราก็จะมั่งคั่งและแข็งแกร่งขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วด้านการทหารล่ะ เ้าว่าอย่างไร” มหาเสนาบดีหลี่กวงิถาม สีหน้าของเขาดูสนใจมากขึ้น
“พ่ะย่ะค่ะ ท่านพ่อ” หลี่ิเทียนเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “ในตำราพิชัยาโบราณ กล่าวถึงความสำคัญของการฝึกฝนทหารให้เชี่ยวชาญในทุกสภาพภูมิประเทศ ข้าเสนอให้เพิ่มการฝึกซ้อมในป่าและูเา ไม่ใช่แค่ในสนามรบที่ราบเรียบ”
“อีกทั้ง...ข้ายังเสนอให้พัฒนาอาวุธชนิดใหม่พ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนกล่าวช้าๆ คำพูดของเขาทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ
“อาวุธชนิดใหม่? เ้าพูดอะไรของเ้าิเทียน!” หลี่เฟยหลงอดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมา
“ข้ากำลังศึกษาเื่ของ ดินดำ พ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนเอ่ยชื่อสิ่งที่เขาทำการทดลองอย่างลับๆ “หากนำมาผสมในอัตราส่วนที่ถูกต้อง มันสามารถสร้างแรงะเิที่ทรงพลังได้ สามารถนำมาใช้สร้างอาวุธที่สร้างความได้เปรียบอย่างมหาศาลในการรบได้พ่ะย่ะค่ะ”
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน คำว่า "ดินดำ" และ "แรงะเิ" ดูเหมือนจะเกินกว่าความเข้าใจของคนในยุคนี้ มหาเสนาบดีหลี่กวงิจ้องมองหลี่ิเทียนนิ่งงัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความใและความไม่เชื่อ
“เ้า...เ้าพูดจริงหรือิเทียน?” มหาเสนาบดีหลี่กวงิถามเสียงพร่า
“จริงแท้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนตอบอย่างมั่นใจ “ข้าเคยทดลองมาบ้างแล้ว และหากท่านพ่อให้การสนับสนุน ข้าสามารถพัฒนาสิ่งนี้ให้เป็จริงได้พ่ะย่ะค่ะ”
มหาเสนาบดีหลี่กวงิลุกขึ้นยืนจากโต๊ะอาหาร เขาเดินช้าๆ ตรงเข้ามาหาหลี่ิเทียน สายตาคมกริบของเขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของบุตรชายคนที่หก
“เ้ามั่นใจแค่ไหน?” ท่านเสนาบดีถามเสียงต่ำ
“ร้อยส่วนพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนตอบโดยไม่หลบสายตา
มหาเสนาบดีหลี่กวงินิ่งไปนานราวกับใช้ความคิดอย่างหนัก ใบหน้าของเขาครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เขาไม่เคยคิดว่าบุตรชายผู้ขี้โรคคนนี้จะมีความคิดที่เหนือล้ำและบ้าระห่ำถึงเพียงนี้
ในที่สุด เขาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “พรุ่งนี้เช้า ให้คนพาเ้าไปที่คลังอาวุธลับของจวน ข้าจะให้เ้าพิสูจน์สิ่งที่เ้าพูด”
คำพูดของมหาเสนาบดีหลี่กวงิดังก้องไปทั่วห้อง หลี่เฟยหลงและหลี่ซูเจินต่างตกตะลึงกับคำตัดสินของบิดา ส่วนหลี่จิ้งเหอยิ้มออกมาบางๆ ในที่สุดท่านพ่อก็เปิดใจยอมรับในตัวหลี่ิเทียนแล้ว
หลี่ิเทียนยิ้มอย่างพึงพอใจในใจ นี่คือชัยชนะครั้งสำคัญ เขาได้ก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงแคว้นฉินแล้ว และหนทางในการโค่นล้มซูสีไทเฮาก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ