บทที่ 9 ทำตามที่ฉันสั่ง
ชิงเถามานั่งรอที่โต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดีเธอให้สาวใช้ไปแอบฟังหน้าห้องของลูกชายได้ยินเสียงทั้งสองมีปากเสียงกัน เธอคิดว่าทั้งสองคงพูดคุยกันเื่หย่า ยิ่งทำให้เธอมีความสุขสุด ๆ
"ว๊าววว วันนี้อ้ายเยว่หลานย่ามีพ่ออุ้มลงมาด้วย นั่งลงสิวันนี้ย่าให้พ่อครัวทำอาหารที่หลานชอบด้วยล่ะ" เธอเห็นลูกชายอุ้มหลานชายลงมาใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เฉาจื่อวางอ้ายเยว่ลงที่เก้าอี้ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ หันซ้ายหันขวาเหมือนมองหาใคร
"มองหาใครกัน" ชิงเถาถามลูกชายอย่างสงสัย
"ซูเม่ยล่ะครับเธอไม่มานั่งกินข้าวด้วยกันหรือไงไม่มีมารยาทที่สุด "
"คุณพ่อครับ คุณย่าครับวันยี้อ้ายเยว่กับคุณแม่กินข้าวมาจากข้างนอกแล้วครับ ตอนนี้ผมอิ่มมาก ๆ เลย คุณแม่ซื้อปูให้กินด้วยอร่อยสุด ๆ ไปเลย วันนี้คุณแม่คงไม่มากินข้าวด้วยอีกอย่างคุณแม่ไม่เคยมานั่งกินข้าวที่โต๊ะนี้ไม่ใช่หรือครับ" อ้ายเยว่บอกทุกคนด้วยใบหน้าชื่นบานก่อนจะคิ้วขมวดหันไปตอบคุณย่าเื่ที่แม่ของเขาไม่เคยมานั่งร่วมโต๊ะเลยสักครั้งเพราะหากซูเม่ยมานั่งด้วยก็ถูกชิงเถาไล่ออกไปเสมอ และไม่ยอมให้เธอมานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันให้เธอไปกินทีหลังทุกคนในครัว
"อะไรนะครับ ...ทำไมเธอถึงไม่มากินข้าวพร้อมกัน คุณแม่ที่อ้ายเยว่พูดมาเื่จริงใช่มั้ย" เฉาจื่อได้ยินความเกลียดชังต่อตัวของซูเม่ยยิ่งมีมากขึ้นกว่าเดิม แค่เธอไม่สนใจลูกก็ว่ามากแล้วแต่นี่เธอไม่เคยมานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกับคนในครอบครัวอย่างนั้นหรือมันจะเกินไปแล้วนะ เื่นี้ยังไงเขาจะคุยกับเธอให้รู้เื่
ใบหน้าของชิงเถาซีดเซียวเปลี่ยนสีฉับพลัน เลิ่กลั่กหันไปมองสาวใช้กับหลานชายก่อนจะตอบลูกชายอย่างกำกวม
"ใช่ ๆ ลูกสะใภ้ไม่เคยมากินร่วมโต๊ะเลยสักครั้ง " เธอตอบด้วยน้ำเสียงติด ๆ ขัด ๆ กลัวลูกชายจะรู้ความจริงแต่เมื่อเขาได้ยินคำยืนยันจากแม่ เขากลับคิดว่าที่แม่พูดออกมาแบบนั้นเพราะกลัวเขาจะโมโหซูเม่ยมากกว่าเดิม
"เื่นี้ผมจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ อ้ายเยว่วันนี้หลังจากกินข้าวแล้วลูกไปรอพ่อที่ห้องของลูกก่อนนะพ่อมีเื่จะคุยแม่ของลูกสักหน่อย" อ้ายเยว่พยักหน้าดีใจคิดว่าคุณพ่อจะขอโทษคุณแม่ที่คุณย่าไม่ให้ร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย ต่อจากนี้คุณแม่ของเขาคงได้มากินข้าวพร้อมกับเขาทุกเช้าเย็นแล้ว เพียงแค่คิดเด็กชายก็มีความสุขจนรีบพยักหน้าทันที
"ครับแต่ว่าวันนี้อ้ายเยว่ขอไม่กินข้าวนะครับ ยังอิ่มอยู่เลยอย่างนั้นอ้ายเยว่ไปอ่านหนังสือรอที่ห้องนะครับ" เฉาจื่อพยักหน้าให้อ้ายเยว่ใช้มือลูกหัวเด็กชายอย่างอ่อนโยน เขาสงสารลูกชายเหลือเกินตัวแค่นี้ยังต้องมารับรู้เื่อะไรแบบนี้ ไหนแม่ที่ไม่รักไม่ใส่ใจลูกนั่นอีก
"ได้สิ ไปอ่านหนังสือรอพ่อนะคืนนี้พ่อมีเื่เล่ามากมายจะเล่าให้ลูกฟังจนเบื่อเลย" อ้ายเยว่ะโลงจากเก้าอี้เดินขึ้นไปที่ห้องของตัวเองเพื่อรอคุณพ่อไปหาตามที่บอก ส่วนเขาเองได้กินอาหารเย็นกับผู้เป็แม่ เธอรีบเปลี่ยนเื่กลัวเฉาจื่อถามเกี่ยวกับเื่เมื่อครู่ เธอพูดคุยเื่สารทุกข์สุขดิบจนทั้งสองแยกย้าย เฉาจื่อเขาได้ถามสาวใช้ที่กำลังเก็บถ้วยชามไปล้างว่าห้องของซูเม่ยอยู่ตรงไหนและเขาได้รู้มาว่าตอนนี้เธอได้นอนอยู่ห้องชั้นสอง เขารีบเดินไปหาเธอเพื่อจัดการกับผู้หญิงอย่างเธอให้เด็ดขาด
ก๊อก ๆ """
เสียงประตูเคาะเสียงดังตอนนี้ซูเม่ยกำลังอาบน้ำอยู่เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูคิดว่าอ้ายเยว่มาหาเธอจึงรีบหยิบผ้าขนหนูมาพันกายเพื่อปกปิดร่างกายก่อนจะเดินออกมาเปิดประตูให้
“อ้ายเยว่มีอะไรจ้ะหรือว่าวันนี้จะมานอนกับแม่ลูกไม่ไปหาพ่อหรอกหรือ?” เธอพูดพรางเปิดประตูแต่แล้วก็ใชะงักเมื่อผู้ที่อยู่หลังประตูไม่ใช่อ้ายเยว่แต่เป็เขาที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่
“เธอคิดจะยั่วกันหรือไง! แต่ฉันไม่พิศวาสเธอหรอกนะ "ทันทีที่เขาเห็นเธอเดินมาเปิดประตูร่างกายถูกผ้าเช็ดตัวผืนเล็กปกปิดจากเนินอกไปถึงหัวเขาได้หาเื่เธอทันที
“ใครอยากจะยั่วคุณกันฉันคิดว่าอ้ายเยว่มาหาฉันเสียอีก หากรู้ว่าเป็คุณฉันไม่เปิดประตูให้หรอกนะ” ซูเม่ยรีบปิดประตูหนีแต่ทว่าเขากลับใช้เท้าข้างขวากั้นเอาไว้ไม่ให้เธอปิดได้ก่อนจะผลักเธอเข้าไปด้านในห้องพร้อมล็อคประตูแน่น
“จะรีบหนีฉันไปไหนฉันมีเื่ที่จะพูดกับเธอ”
“แต่ฉันไม่มีออกไปนะ” เขาใช้มือคว้าเอวของเธอเอาไว้ขยับกายของเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งจนร่างบางอย่างซูเม่ยมิอาจดิ้นหนีได้
“ทำไมไม่อยากให้ฉันเห็นหรือไง ร่างกายของเธอฉันเห็นมาจนหมดแล้วหรือว่าอยากให้ชายชู้ของเธอได้เห็นคนเดียวอย่าลืมสิว่าตอนนี้เธอเป็ภรรยาของฉัน”
‘เกิดเป็บ้าอะไรขึ้นมาฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยอีกอย่างเขาจะกอดฉันอย่างนี้ทำไมกัน ไม่ได้การฉันจะต้องออกจากอ้อมแขนของเขาให้ได้ฉันไม่ยอมเสียเปรียบให้คนอย่างนี้แน่นอน’ ซูเม่ยคิดในใจหากยังต่อปากต่อคำอย่างนี้คงไม่เป็เื่ดี เธอใช้เท้าเหยียบลงที่เท้าของเขาเต็มแรงเพื่อให้เขาปลดปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน
"โอ๊ย!! นี่เธอทำบ้าอะไร" เขาปล่อยมือออกจากร่างของเธอทันที
"ใครบอกให้คุณมากอดฉันไว้ ต่อให้ฉันจะให้ใครดูหรือไม่ให้ใครดูร่างกายมันก็เป็เื่ของฉัน มีอะไรจะพูดรีบพูดมาฉันอยากพักผ่อนหรือว่าเปลี่ยนใจจะมาหย่าให้ฉันแล้ว ได้พรุ่งนี้เช้าเราไปอำเภอกัน" ซูเม่ยรีบเดินหนีคว้าผ้าห่มผืนใหญ่มาปกปิดร่างกายตนเองจนเหลือเพียงแค่หัวเท่านั้น
"เฮอะ! ล้มเลิกความคิดว่าฉันจะหย่าให้เธอได้แล้ว ที่ฉันมาหาเพราะเื่ที่เธอไม่กินข้าวพร้อมทุกคนที่โต๊ะอาหารต่างหาก เธอเป็แม่ที่ไม่เอาไหนไม่พอยังเป็ลูกสะใภ้ที่ไม่ไว้หน้าแม่สามีอีกต่างหาก ต่อจากวันนี้เป็ต้นไปเธอจะต้องลงไปกินข้าวพร้อมกับทุกคน" ซูเม่ยแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ร่างเดิมนี้ไม่เคยได้รับอนุญาตให้นั่งร่วมโต๊ะด้วยซ้ำหากเธอไปนั่งคงถูกชิงเถาแม่สามีปากร้ายต่อว่าแน่นอน
"นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่ใช่ลูกสะใภ้ที่ไม่ดีตลอดเวลาที่ผ่านมาห้าปีฉันเฝ้าดูแลแม่สามีอย่างดีมาตลอดแต่เป็แม่สามีคุณแม่ของคุณต่างหากที่ไม่ให้ฉันนั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย ไหนจะชอบดูถูกว่าฉันเป็คนบ้านนอกแค่เห็นหน้าก็กินอาหารไม่ลง ไม่เอาฉันไม่ไปกินอาหารพร้อมกับทุกคน แม้จะนั่งกินด้วยแล้วอย่างไรในเมื่อคุณกลับไปทุกอย่างก็กลับมาเป็อย่างเดิม เปลี่ยนใจหย่าให้ฉันจะดีกว่าต่างคนต่างไปใช้ชีวิต ฉันขอเวลาที่ฉันเสียไปห้าปีกลับมาเถอะนะ" เธอรู้สึกว่าหากอยู่ที่นี่เธอคงต้องปะทะคารมกับแม่สามีอย่าวงนี้ตลอดไป สู้ให้เธอออกไปจากที่นี่ไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ดีกว่าหรือ?แต่เมื่อซูเม่ยสำรวจดูใบหน้าของคนตรงหน้าก็ต้องชะงัก ดวงตาแข็งกร้าวใบหน้าเข้มขรึมกัดฟันกรามเสียงดังออกมา นี่เธอพูดอะไรให้เขาโกรธกัน
"ไม่!! ยังไงฉันก็ไม่ยอมหย่าและเธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง ถ้าไม่ทำตามฉันจะเป็คนมาลากเธอลงไปเอง " เขาพูดจบได้เดินออกจากห้องของซูเม่ย เธอไม่เข้าใจเขาสักนิดในเมื่อไม่รักกันก็หย่าไปสิหรือว่าเป็ห่วงความรู้สึกของอ้ายเยว่แล้วที่ผ่านมาทำไมเขาไม่คิดถึงความรู้สึกลูกชายกัน
"ฮึ! อะไรกันเอาแต่ใจตัวเองทั้งแม่และลูกโชคดีที่อ้ายเยว่เป็เด็กนิสัยดีไม่เหมือนทั้งสองจะยื้อฉันไว้ทำไมก็ไม่รู้ จริงสิในเมื่อ้าอย่างนี้ฉันจะหาหนทางให้คุณยอมหย่ากับฉันเองป่านนี้คุณหนูยูร์เหยาอะไรนั่นคงรู้ข่าวว่าเขากลับมาแล้วไม่แน่พรุ่งนี้เช้าต้องเสนอหน้ามาที่นี่แน่ ๆ วันหยุดของคุณต่อจากนี้ฉันจะสร้างเื่วุ่นวายให้คุณเองเตรียมรับมือเอาไว้เถอะ" ในเมื่อเขาไม่เปลี่ยนใจซูเม่ยจึงคิดหาหนทางให้เขายอมหย่าเธอแต่โดนดีแล้วเธอจะไม่ออกจากที่นี่ไปด้วยสองมือสองเท้าเปล่า ๆ แต่เธอจะฟ้องหย่าเพื่อนำเงินไปเลี้ยงดูอ้ายเยว่ต่อจากนี้