หลังเหตุการณ์ถอนหมั้น ห้องโถงใหญ่ของตระกูลหลัวยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะและบทสนทนาอื้ออึงไม่ขาดสาย
สำหรับผู้คนส่วนใหญ่ เื่ของหลัวเฟิงเป็เพียง “เื่น่าขัน” เื่หนึ่งเท่านั้น
เด็กหนุ่มจากสายสาขาที่ไร้พร์
ปลุกิญญายุทธ์ขยะ
ถูกคู่หมั้นทอดทิ้งกลางที่ประชุม
ช่างเหมาะสมกับการเป็หัวข้อสนทนายามว่างยิ่งนัก
ทว่าสำหรับหลัวเฟิง มันกลับเป็วันที่บางสิ่งภายในใจแตกสลายลงอย่างเงียบงัน
...
สายลมหนาวพัดผ่านลานตระกูล
หลัวเฟิงเดินออกมาจากห้องโถงช้าๆ
เสียงหัวเราะด้านหลังยังดังไล่ตามมาไม่หยุด
“เห็นสายตาคุณหนูมู่หรงหรือไม่? นางแทบไม่มองเขาด้วยซ้ำ”
“หากเป็ข้า ข้าคงเอาหัวมุดดินหนีไปแล้ว”
“ฮ่าๆๆ!”
ทุกคำพูดเหมือนเข็มแหลมคอยทิ่มแทงหัวใจ
แต่หลัวเฟิงยังคงเดินต่อไป
ก้าวแล้วก้าวเล่า
เงาของเขาทอดยาวอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ ดูโดดเดี่ยวจนชวนอึดอัด
ท้องฟ้ายามบ่ายถูกเมฆสีเทาปกคลุม
อากาศเย็นชื้นผิดปกติ
ราวกับแม้แต่์ยังรับรู้ถึงความอัปยศของเขา
หลัวเฟิงกำหมัดแน่น
เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนเืซึม
แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บ
ภายในหัวมีเพียงภาพเดิมซ้ำไปซ้ำมา สายตาเ็าของมู่หรงเสวี่ย
เสียงหัวเราะของผู้คน
คำว่า “ขยะ”
“คนอ่อนแอ... ไม่มีแม้แต่สิทธิ์รักษาศักดิ์ศรี”
เขาพึมพำเสียงแ่
คำพูดของบิดาเมื่อคืนยังดังก้องอยู่ในใจ
หลัวเฟิงหยุดเดินช้าๆ
เบื้องหน้าคือทะเลสาบเล็กท้ายตระกูล
ผิวน้ำสีหม่นสะท้อนท้องฟ้ามืดครึ้ม ดูเงียบงันและว่างเปล่า
เขายืนอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน
ไม่รู้ผ่านไปกี่อึดใจ
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้ากลุ่มหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“โอ้? ขยะยังไม่ร้องไห้อีกหรือ?”
น้ำเสียงเยาะเย้ยคุ้นหูดังขึ้น
หลัวเฟิงไม่ต้องหันกลับไปก็รู้ว่าเป็ใคร
หลัวหู่
พร้อมลูกสมุนอีกสามคน
พวกมันเดินเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะเย็นเยียบ
หลัวหู่มองแผ่นหลังของหลัวเฟิง ก่อนหัวเราะเบาๆ
“วันนี้เ้าน่าสงสารกว่าที่ข้าคิดเสียอีก”
“ถูกถอนหมั้นต่อหน้าทุกคน... ฮ่าๆๆ!”
ลูกสมุนรอบด้านหัวเราะตามทันที
“หากเป็ข้า ข้าคงะโน้ำตายไปแล้ว”
“ขยะอย่างเขายังมีหน้ามีตาอยู่หรือ?”
หลัวเฟิงยังคงนิ่งเงียบ
สายตาจับจ้องผิวน้ำเบื้องหน้า
ท่าทีเช่นนั้นกลับยิ่งทำให้หลัวหู่หงุดหงิด
เพราะสิ่งที่เขาอยากเห็นคือสีหน้าสิ้นหวัง
อยากเห็นหลัวเฟิงคุกเข่าร้องขอ
แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับยังคงยืนนิ่งเหมือนไม่ได้ยินอะไร
หลัวหู่สีหน้ามืดลง
“ข้ากำลังพูดกับเ้า!”
เขาก้าวเข้าไปคว้าไหล่หลัวเฟิงอย่างแรง
หมับ!
แต่คราวนี้หลัวเฟิงพลันสะบัดมืออีกฝ่ายออกทันที
การเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วจนหลัวหู่ชะงักไปชั่วขณะ
ดวงตาของหลัวเฟิงเย็นเยียบอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“อย่ามายุ่งกับข้า”
เสียงนั้นต่ำและหนักแน่น
ไร้อารมณ์
ทว่าแฝงแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้ลูกสมุนด้านหลังเงียบลงเล็กน้อย
หลัวหู่เองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
แต่ความในั้นกลับกลายเป็ความโกรธทันที
“ขยะอย่างเ้า กล้าขึ้นเสียงกับข้า?”
ตูม!
กลิ่นอายปราณะเิออกจากร่างเขา
พลังระดับรวบรวมปราณขั้นสองแผ่กระจายจนฝุ่นบนพื้นสั่นไหว
ลูกสมุนรีบถอยออกห่าง
เพราะพวกมันรู้ดี หลัวหู่กำลังโมโหจริงๆ แล้ว
หลัวเฟิงกำหมัดแน่น
แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนร่างจนลมหายใจติดขัด
แต่เขายังคงไม่ถอย
สายตาคมกริบจ้องอีกฝ่ายตรงๆ
หลัวหู่หัวเราะเย็น
“ข้าจะทำให้เ้าจำไว้”
“ว่าขยะ... ไม่มีสิทธิ์เงยหัว”
กล่าวจบ เขาก็พุ่งเข้ามาทันที
หมัดขวาอัดแน่นด้วยปราณกระแทกใส่ใบหน้าหลัวเฟิงเต็มแรง
ฟ้าว!
เสียงลมแหวกอากาศดังแสบหู
หลัวเฟิงเบี่ยงตัวหลบอย่างหวุดหวิด
หมัดพุ่งผ่านแก้มไปเพียงเส้นผม
แต่แรงลมกลับบาดผิวจนเกิดรอยแดง
หลัวหู่ชะงักเล็กน้อย
“หืม?”
เขาไม่คิดว่าหลัวเฟิงจะหลบได้
แต่ยังไม่ทันตั้งตัว หลัวเฟิงพลันสวนกลับด้วยหมัดตรงเข้าชายโครง
ปึก!
เสียงกระแทกดังขึ้น
หลัวหู่ถอยหลังครึ่งก้าว สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แม้พลังหมัดไม่รุนแรงนัก แต่จังหวะกลับแม่นยำเกินคาด
ลูกสมุนรอบด้านเบิกตากว้าง
“เขา... โต้กลับ?”
หลัวหู่หน้าเริ่มบิดเบี้ยว
“เ้ารนหาที่ตาย!”
ตูม!
คราวนี้เขาใช้พลังเต็มที่
ร่างพุ่งเข้ามาดุจเสือคลั่ง หมัดต่อเนื่องราวพายุ
หลัวเฟิงรีบถอยหลบ
แต่ร่างกายของเขายังอ่อนแอเกินไป
ปึก! ปัง!
หมัดหลายครั้งกระแทกเข้าลำตัวจนเืไหลออกมุมปาก
เสียงกระดูกลั่นดังแ่เบา
ความเ็ปแล่นไปทั่วร่าง
แต่ดวงตาของหลัวเฟิงกลับยิ่งเย็นลง
เพราะเขารู้ดี หากวันนี้เขาถอย
วันหน้าอีกฝ่ายจะยิ่งเหยียบย่ำเขาหนักกว่าเดิม
หลัวเฟิงกัดฟันแน่น ก่อนพุ่งสวนกลับอีกครั้ง
แม้ไร้ปราณิญญา
แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับเด็ดเดี่ยวเกินคาด
หมัด! เข่า! ศอก!
ทุกอย่างใช้เพื่อเอาชนะ
ราวสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม
หลัวหู่เริ่มใ
เพราะสายตาของหลัวเฟิงตอนนี้...
น่ากลัวเกินไป
มันไม่ใช่สายตาของคนอ่อนแอ
แต่เป็สายตาของคนที่พร้อมกัดคอศัตรูแม้ต้องแลกด้วยชีวิต
ปึก!
หมัดของหลัวเฟิงกระแทกเข้าหน้าหลัวหู่เต็มแรง
เืสดสาดออกจากมุมปาก
หลัวหู่ถอยหลังทันที
บรรยากาศรอบด้านเงียบงัน
ลูกสมุนทั้งสามเบิกตาค้าง
“เขา... ชกโดนจริงๆ?”
หลัวหู่แตะเืที่มุมปากช้าๆ
เมื่อเห็นสีแดงบนปลายนิ้ว สีหน้าของเขาก็ค่อยๆ บิดเบี้ยว
ความอับอายพลุ่งขึ้นเต็มอก
เขา... ถูกขยะต่อย?
ต่อหน้าคนอื่น?
“หลัวเฟิง!!!”
เสียงคำรามดังสนั่น
ตูม!
ปราณิญญาะเิออกจากร่างหลัวหู่รุนแรงกว่าเดิม
พื้นหินใต้เท้าแตกร้าว
เขาพุ่งเข้ามาเร็วกว่าเดิมหลายเท่า
ครั้งนี้ หลัวเฟิงหลบไม่ทัน
ปัง!!
หมัดหนักหน่วงกระแทกเข้าหน้าอกเต็มแรง
ร่างของเขาปลิวกระแทกพื้น กลิ้งไปหลายรอบ
เืสดพุ่งออกจากปากทันที
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้นรอบด้าน
หลัวหู่เดินเข้ามาช้าๆ
ดวงตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด
“ขยะก็คือขยะ”
“ต่อให้ดิ้นรนเพียงใด ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
เขายกเท้าขึ้น ก่อนเหยียบลงบนหน้าอกหลัวเฟิงอย่างแรง
กร๊อบ...
เสียงกระดูกลั่นดังแ่เบา
ความเ็ปรุนแรงแล่นไปทั่วร่าง
แต่หลัวเฟิงยังคงจ้องอีกฝ่ายไม่กะพริบ
สายตานั้นทำให้หลัวหู่รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
เพราะแม้จะถูกเหยียบอยู่กับพื้น หลัวเฟิงก็ยังไม่ยอมก้มหน้า
“สายตาเช่นนี้... ข้าเกลียดมันที่สุด”
หลัวหู่กัดฟัน
จากนั้นรวบรวมปราณไว้ที่ฝ่าเท้า
“ตายเสียเถอะ!”
ทันใดนั้น
“หยุด!”
เสียงตวาดทรงอำนาจดังขึ้น
ทุกคนชะงักทันที
เงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามารวดเร็วดุจสายลม ก่อนสะบัดแขนเสื้อใส่หลัวหู่
ตูม!
หลัวหู่ถูกแรงกระแทกจนปลิวถอยหลังหลายก้าว
สีหน้าซีดเผือด
ผู้มาใหม่คือผู้าุโสาม
บรรยากาศพลันตึงเครียด
ผู้าุโสามกวาดตามองรอบด้าน
สายตาเย็นเฉียบจนผู้คนไม่กล้าสบตา
“พวกเ้าคิดว่าตระกูลหลัวคือสถานที่ใด”
“ถึงกล้าฆ่าฟันกันเองเช่นนี้?”
หลัวหู่รีบก้มหน้า
“ผู้าุโสาม ข้าเพียง—”
“หุบปาก”
เสียงนั้นเย็นเยียบจนอีกฝ่ายหน้าซีด
ผู้าุโสามหันมองหลัวเฟิงที่นอนอยู่บนพื้น
ดวงตาชราหรี่ลงเล็กน้อย
แม้าเ็หนัก
แต่เด็กหนุ่มผู้นี้กลับยังไม่หมดสติ
และสายตานั้น...
ยังคงดื้อรั้นอย่างประหลาด
ผู้าุโสามนิ่งไปชั่วครู่
ก่อนกล่าวเรียบๆ
“เ้าตามข้ามา”
หลัวเฟิงค่อยๆ พยุงตนเองลุกขึ้น
เืไหลอาบมุมปาก เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นจนดูน่าเวทนา
แต่แผ่นหลังของเขายังคงเหยียดตรง
เขาไม่แม้แต่จะมองหลัวหู่อีก
เพียงเดินตามผู้าุโสามจากไปช้าๆ
สายลมหนาวพัดผ่านอีกครั้ง
เงาของเด็กหนุ่มทอดยาวอยู่บนพื้นหินแตกพัง
โดดเดี่ยว
แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับเปลวไฟเล็กๆ
เปลวไฟที่แม้ใกล้มอดดับ
ทว่า... ยังไม่ยอมดับสูญง่ายๆ