เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสกีรีสอร์ต นำกำลังตำรวจมาสองสามนาย สุนัขตำรวจอีกสามตัว เข้ามาถึงกระท่อมที่หนุ่มสาวทั้งสองพักอยู่ ตรวจสอบร่างกายเห็นว่าปลอดภัยดีทั้งสองคน จึงช่วยกันแบกข้าวของเตรียมออกเดินทาง คงจะจริงอย่างที่
กึนซองบอกว่าเขาหลงจนชิน เพราะดูท่าทางของบุคคลากรที่เข้ามาช่วยทำเหมือนเหตุการณ์ปกติทั่วไป
“ เพื่อนๆของคุณรออยู่ข้างบน ถ้าลงมาด้วยจะทำให้การค้นหาล่าช้า ”เ้าหน้าที่อธิบาย
“ เอ้อ! คุณตำรวจคุณรู้จักกับผู้การแจฮุคมั๊ย ”เขาเอ่ยชื่อนายตำรวจที่เขารู้จัก
“ ครับ..รู้จักครับผม ”
“ ช่วยต่อโทรศัพท์ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ”
“ พวกผมก็ออกติดตามคุณทั้งสองอย่างเร็วที่สุดแล้วนะครับ เมื่อคืนหิมะถล่มทั้งคืนจนพวกเราไม่กล้าออกค้นหา ”ตำรวจนายหนึ่งชิงอธิายเร็วปรื๋อ เพราะกลัว่ากึนซองจะฟ้องจ้าวนายว่าพวกเขาล่าช้า
“ เปล่าๆ ผมไม่ได้ตำหนิพวกคุณหรอก มาถึงพวกผมเช้าขนาดนี้ก็แสดงว่าคุณต้องเตรียมตัวกันั้แ่ตีสามแล้ว ”
“ ครับ..ใช่ครับ ”ตำรวจรีบชิงพูด
“ ผมมีธุระส่วนตัวที่สำคัญมากๆเกี่ยวกับคดีความน่ะ ”ชายหนุ่มบอก มนต์ตรามองมาที่เขานึกถึงผู้หญิงคนเมื่อคืน เธอหลับตากุมมือเข้าหากัน “ ยูราเรากำลังจะช่วยเธอนะ ” จู่ๆสุนัขตำรวจสามตัวก็เห่าหอนพร้อมๆกัน ต่างสะบัดเชือกคล้องคอที่ตำรวจครูฝึกของมันจับอยู่ ทำท่าจะกระโจน เข้าไปในกระท่อมให้ได้
“stop..stop..เฮ่ยๆไอ้พวกนี้มันตื่นอะไรวะ ”เสียงตำรวจดุหมาของตัวเอง คนที่กึนซองคุยด้วยต่อโทรศัพท์ถึงนายได้แล้วจึงส่งให้เขา พร้อมทั้งกระเซ้าว่า
“ นายบอกว่าพระเอกซุปตาร์จะคุยกับกูหรือวะ ” เขารับโทรศัพท์มาถือไว้พร้อมกับบอกคนอื่นๆว่า
“ ขอเวลาคุยโทรศัพท์กับตำรวจเป็การส่วนตัวหน่อยนะครับ” ทุกคนพยักหน้า กึนซองเดินห่างออกไป คะเนว่าคนกลุ่มนั้นไม่ได้ยินแน่แล้วจึงเริ่มคุย
“ ไง..ไอ้เสือ เสียงปลายสายทักมา ”
“ เออ..กูยังไม่ตาย ”กึนซองตอบมีเสียงหัวเราะชอบใจ
“ มีอะไรโทรหาแต่เช้า เค้าว่าหมอมึงสวยนักสวยหนา เมื่อคืนคงฮันนิมูนกันแล้วสิท่า บรรยากาศเป็ใจซ๊ะขนาดนั้น ”
“ ฮันนิมูนกะป้ามึงดิ ผีหลอกกูทั้งคืน นี่มึงฟังกูนะ แล้วอย่าเพิ่งหัวเราะ จะจริงเท็จยังไงก็ต้องพิสูจน์ ”เขาพูดเป็งานเป็การ
“ ครับท่าน..กระผมพร้อมรับคำสั่ง ”เพื่อนแหย่ให้บ้าง แล้วชายหนุ่มก็เล่าเหตุการณ์แปลกๆให้ฟังทั้งหมด
“ เหวอเลยว่ะ กูหลอนนะนี่ย ”
“ มึงฟังมึงยังหลอน แล้วกูล่ะ เห็นกับตาเนื้อเลยนะ ”
“ เอางี๊ละกัน เดี๋ยวกูจะเริ่มที่สถานีตำรวจดงแฮก่อน ถ้ามีการแจ้งความคนหายชื่อยูราแสดงว่าเข้าเค้า แล้วเดี๋ยวกูจะจัดทีมเข้าไปงัดพื้นบ้านเอง เอาเป็ว่ามึงออกมาก่อนเดี๋ยวกูจะปิดเื่ให้เงียบ หรือมึงอยากดังไอ้ที่ดังอยู่ยังไม่พอ ”
“ ฟายเอ๊ย..” กึนซองด่าเข้าให้
“ มึงคืนโทรศัพท์ให้ลูกน้องกูหน่อย กูจะได้สั่งงาน ”
“ จ่าครับ นายจะพูดด้วยครับ ”กึนซองยื่นโทรศัพท์ให้ ได้ยินเสียงเขา ครับ..ครับ..อยู่สองสามครั้ง แล้วจึงหันมาบอกับคณะตามหาคนหายว่า
“ นายบอกให้ออกเดินทางกันได้แล้วครับ เรียบตรงตัดขวาไปนี่จะเป็ทางราบสกีไม่ชันนักหนึ่งกิโลเดินเท้า และหนึ่งกิโลรถยนต์ มีรถมารับอยู่ครับ ”จ่ารายงาน
“ คุณผู้หญิงจะขึ้นรถลากให้สุนัขตำรวจลากไปก็ได้นะครับ ”มนต์ตรามองหน้ากึนซองอย่างขอความคิดเห็น
“ ดีเหมือนกันคุณจะได้พักไปในตัว ”เขาสนับสนุน หั้งหมดจึงออกเดินทางตัดขวาตามคำแนะนำของตำรวจเ้าถิ่น
“ และแล้วการกลับมาพบหน้าเพื่อนๆ ที่มาจากเมืองไทยของเธอก็ต้องถึงบทดราม่าอีกครั้ง สองสาวร้องห่มร้องไห้กอดมนต์ตราแน่น สมาร์ทตัวนำนอก็เข้าไปกอดขอโทษขอโพย ที่มัวแต่ใส่สกีอยู่จึงเป็เหตุให้มนต์ตราลื่นไถลไปคนเดียวอย่างอันตรายขีดสุด เขากอดเธอแน่นและไม่ยอมปล่อย จนหญิงสาวเอ่ยเตือน
“ เฮ่ยๆ..ไอ้หล่อปล่อยได้แล้ว ฉันไม่ได้เป็อะไรมากมาย ปล่อยสิ ปล่อยสักทีสิว๊ะไอ้หล่อ ” นี่..สุดๆแล้วพูดดีๆแล้วไม่ชอบเธอเอ็ดอึงจนทุกสายตามองมาเเป็ตาเดียว
“ ไม่ต้องเรียนแล้วเน๊อะด็อกตงด็อกเตอร์กลับบ้านกันเถอะนะมนต์ ” ลูกเศรษฐีจากเมืองไทยพร่ำรำพัน
“ อะไร..แค่นี้จะให้ฉันยอมแพ้ยกธงขาวกลับบ้าน ผิดคนซ๊ะแล้วไอ้คุณสมาร์ท แล้วกูคนเรียนไม่ใช่มึง ”มนต์ตราคนเดิมกลับมาแล้ว ทุกคนหัวเราะอย่างขบขัน ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพัก เพราะทั้งสองฝ่ายต่างอิดโรยกันทั้งหมด ฝ่ายที่อยู่เครียดไม่ได้หลับไม่ได้นอน ฝ่ายที่หลงก็ผีหลอกไม่ได้หลับไม่ได้นอนเช่นกัน มนต์ตราสะกดตัวเองด้วยยานอนหลับหนึ่งเม็ด หลับยาวั้แ่เก้าโมงเช้าถึงบ่ายสองโมงเย็น ตื่นขึ้นมาก็พบสองสาวกับหนึ่งหนุ่มนั่งอยู่กับพื้นล้อมวงกินอะไรกันให้จุ๊บจั๊บ พูดคุยกันไปเบาๆเพราะกลัวจะรบกวนเพื่อนจะตื่น แต่ก็ไม่ยอมออกไปเที่ยวไหนไเพราะห่วงว่ามนต์ตราตื่นขึ้นมาจะไม่พบใคร
“ ทำอะไรกันน่ะ ”
“ โอ๊ย! ใหมดเลยยัยบ้า ”แมงเม้าท์ร้องลั่น
“ ตื่นแล้วเหรอนึกว่าจะหลับถึงเย็นซะแล้ว ”มัทนาทักพร้อมกับลุกขึ้นไปนั่งบนเตียง มนต์ตรายังนอนคว่ำพังพาบอยู่ แมงเม้าท์รีบคลานขึ้นไปนอนพังพาบเป็เพื่อน สมาร์ยังนั่งอยู่กับพื้นคนเดียวท่ามกลางกองขนมขบเคี้ยวทั้งหลาย
“ หิวมั๊ยมนต์ ”เพื่อนชายทักขึ้น
“ ฮื่อ..” เธอพยักหน้าอย่างยอมรับว่าหิว
“ งั้นก็ลุกขึ้นอาบน้ำอาบท่าไปหาอะไรอร่อยๆกินกันเถอะ ”สาวประเภทสองรีบเสนอ
“ หายขวัญบินรึยัง? ”หมอจิตเวชถาม “ จะให้ฉันเช็คให้มั๊ย ”
“ บ้าน่า..ฉันก็หมอนะเธอ ไม่เป็ไรหรอกอย่าห่วงเลย งั้นใครก็ได้ไปปลุกกึนซองทีสิจะได้ลงไปทานพร้อมๆกัน ”เธอว่า
“ ชั้นเอง..ชั้นเอง..”เเมงเม้าท์รีบขันอาสาแล้วะโผลุงลงจากเตียงวิ่งออกไปทันที ยังไม่ทันที่มนต์ตราจะเข้าห้องน้ำเลยนางก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา
“ กึนซองไม่อยู่ เจอแต่แม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดอยู่ นางบอกว่าออกไปกับตำรวจั้แ่บ่ายโมงแล้ว ไม่ได้สั่งอะไรไว้ ”
“ ไปกับตำรวจ ”ทั้งสามคนอุทานพร้อมกัน มนต์ตรานึกขึ้นได้ว่าต้องเป็เื่ของยูราแน่ๆ
“ โทรศัพท์ของฉันล่ะ ”
“ เอ๊า! ไว้ไหนล่ะเธอ ป่านนี้แบตฯหมดละมั๊ง” แมงเม้าท์ว่า
“ เออ..ใช่..แบตฯหมดเขาเลยติดต่อไม่ได้ ”มนต์ตรารำพึงกับตัวเองเบาๆ
ทั้งหมดลงมาจากห้องพัก ตรงไปที่ภัตตาคารของโรงแรม สั่งอาหารรับประทานกันอย่างหิวโหย
“ มนต์เกิดเื่อะไรกันเหรอกึนซองจึงต้องไปกับตำรวจ ”สมาร์ทคงเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่จึงถามขึ้น
“ นั่นสิ..นั่นสิ ”อีกสองสาวออกแรงสนับสนุน ในจังหวะเดียวกันพนักงานเสริฟก็ถือโทรศัพท์ของโรงแรมนำมายื่นให้มนต์ตรา
“ มิสเตอร์คิมขอเรียนสายด้วยครับ ”
“ อ่อ! ค่ะ ”เธอทำท่าจุ๊ปากเบาๆให้เพื่อนๆเงียบ แล้วขอตัวเดินออกมา
“ ฮัลโหลค่ะ มนต์ตราพูด ”
“ คุณไม่รับโทรศัพท์ผม ”เขาเริ่มต่อว่าน้ำเสียงเครียด
“ อ๋อ..ฉันชาร์จแบตฯไว้บนห้องน่ะค่ะ แบตฯหมดั้แ่เมื่อคืน ลืมดู เพิ่งตื่นตอนบ่ายสองเลยชาร์จทิ้งไว้ ตอนนี้กินข้าวอยู่กับเพื่อนๆ คุณอยู่ไหนคะ? ”
“ พาตำรวจมางัดพื้นกระท่อมน่ะ ”
“ เหรอคะ เจออะไรมั๊ย? ”
“ เดี๋ยวเจอกันแล้วจะเล่าให้ฟัง เป็ห่วงน่ะโทรไปตั้งหลายสายแล้วไม่รับ ”ชายหนุ่มบ่น
“ ค่ะ ได้ค่ะ ”
“ ผมอาจอยู่ให้ปากคำดึกหน่อยนะ ถ้าง่วงก็นอนเลยไม่ต้องรอ คงต้องพาไอ้เพื่อนตำรวจขี้โม้ไปเลี้ยงสักหน่อย คุณโอเคนะ ”
“ค่ะ..โอเคตามสบายเลยค่ะ ” หญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะกวักมือเรียกพนักงานมารับโทรศัพท์คืนไป
“ ไง! จะเล่าให้ฟังได้รึยังแม่คนงาม ”แมงเม้าท์กระทุ้ง
“ อยากฟังจริงเหรอ เื่มันเสียวนะ” เธอทำท่ายั่ว นายหล่อคว้าฟักทองชิ้นเล็กๆขว้างเข้าให้หมั่นไส้ลีลายั่วยวนของหล่อน เหมือนจะแกล้งเขาให้คลั่งว่าเมื่อคืนเธอ..ทำอะไร..กับกึนซอง
“ เอ๊ะ!ไอ้หล่อ เดี๋ยวแม่เตะก้านคอหัก ”นางแว๊ดเข้าใส่
“ ก็เล่าซะทีสิ วางท่าเป็นางแมวยั่วสวาทอยู่ได้”
“ มันหึง..มันหึง..” กระเทยควายช่วยขยี้
“ เมื่อคืนมันทำท่าจะป็นจะตาย จะออกตามคนเดียวให้ได้ไอ้บ้าเอ๊ย ”นางว่าซ้ำ
“ เอาล่ะๆ..จริงๆเื่นี้ต้องรอบทสุปจากกึนซองก่อนว่าตำรวจเจอหลักฐานหรือเปล่า แต่อันนั้นมันเป็เื่ทางกฏหมาย เอาเป็ว่าฉันจะเล่าเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉันเมื่อคืนนี้ก็แล้วกัน และขอย้ำเก็บเป็ความลับด้วย..เข้าใจ๋? ”
“ เออๆ เข้าใจฉันไม่เผือกเื่ของคนอื่นหรอก ”
“ คือว่าอย่างนี้….”
เมื่อมนต์ตราเล่าจบ ทุกคนอ้าปากหวอ แมงเม้าเผลอตัวกอดแขนเพื่อนชายแน่น มัทนานั่งตัวแข็งตาเบิกโพลง
“ โอ้!พระเ้า..มายก้อด..น่ากลัวอะไรอย่างนี้ ”ผู้ฟังอีกสามคนต่างพึมพัมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของตน
“ เื่ราวก็เป็อย่างนี้แหละ อย่าคิดอะไรกันเลอะเทอะนะเว้ยขอเตือน เดี๋ยวจะโดนฝ่ามืออรหันต์ ”เธอพูดพร้อมกับเงื้อง่าฝ่ามือ
“ ป๊าว.ว.ว. ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น คนคิดมีอยู่คนเดียว”มัทนาพูดพร้อมกับชี้ไปที่ทายาทเศรษฐีเมืองสยาม
“ ก็แค่เป็ห่วง..ผิดด้วยเหรอที่เป็ห่วง ”มนต์ตราค้อนให้เพื่อนหนุ่ม อยากจะต่อว่าให้แรงๆ แต่..ว่าไม่ออก ก็..มันเกิดขึ้นจริงๆนี่นะ ทำไงได้..ไม่ได้ตั้งใจ..แต่้า หึๆ เธออมยิ้มตาหวานฉ่ำอยู่คนเดียว
“ อ้อ! เขาว่าถ้าง่วงก็นอนกันเลย เขาคงกลับดึก มันเป็คดีซับซ้อนคงคุยกันยาว ”
“ หรือว่าเราจะไปเดินช็อปปิ้งกันค่าเวลา เดินให้เหนื่อยๆจะได้หลับรวดเดียว ”มัทนาขอความคิดเห็น ทุกคนตกลงตามนั้น
คืนนี้สมาร์ทหอบผ้าหอบผ่อนมาขอนอนด้วย โดยปูนอนกับพื้น บอกมันหลอนยังไงไม่รู้ เลยกลายเป็จับกลุ่มคุยกันไม่ได้หลับไม่ได้นอน
“ ตกลงพรุ่งนี้ เราอยู่สกีรีสอร์จเป็วันที่สี่แล้วนะ ยังไงหลังอาหารเช้าเราต้องเข้าโซลแล้ว เพราะตีตั๋วเที่ยวบินไปกลับไว้
”มัทนาพูดเป็การเป็งาน
“ ก็ไม่เป็ไรนี่ วันหลังค่อยมาเที่ยวใหม่ก็ได้ ”มนต์ตราพูดรับรองให้เพื่อน
“ จริงนะ ”สองสาวพูดขึ้นพร้อมกัน เ้ามือใหญ่ยิ้มกว้างถึงใบหูถือเป็คำอนุญาต ไม่บ่นสิ้นเปลืองใดๆทั้งสิ้น
หนุ่มสาวชาวไทยทั้งสี่มาพบกับกึนซองที่ล็อบบี้เพื่อรับประทานอาหารเช้า กระเป๋าเดินทางข้าวของเครื่องใช้ถูกพนักงานนำไปขึ้นรถตู้เรียบร้อยแล้ว กึนซองบอกให้มนต์ตราขึ้นรถไปโชลกับเพื่อนๆตัวเขาจะขับรถตามไป
“ แล้วพบกันที่สนามบินครับ ”เขาโบกมือให้
มนต์ตรายืนมองเพื่อนทะยอยกันเข้าไปยังห้องผู้โดยสารส่วนใน สมาร์ทตรงเข้ามากอดหล่อนเป็คนสุดท้าย
“ คิดถึงนะมนต์ คิดถึงที่สุดเลย ”
“ ฮื่อ..คิดถึงเหมือนกัน ไปดูพ่อให้บ้างนะ ”
“ ไปจนจะเป็ลูกพ่ออยู่แล้ว ” มนต์ตราหัวเราะตบไหล่เพื่อนชาย
“ ไปเถอะ เดินทางปลอดภัยนะ ”ชายหนุ่มจำใจต้องปล่อยร่างน้อยในอ้อมแขน ถอยหลังไปสองสามก้าว ยกมือขึ้นบ๊าย..บาย
กึนซองยืนอยู่ห่างๆไม่เข้าไปขัดจังหวะ ความคิดที่เคยหึงหวงอยู่บ้างปราศนาการไปสิ้นเหลือแต่ความสงสาร นายหล่อเอ๊ย นายไม่ใช่คู่แข่งของฉันแล้วล่ะ
“ คุณ..เรากลับบ้านกันเถอะคิดถึงบ้านเต็มที ”เขาเข้าไปโอบไหล่เอ่ยชวนเบาๆ มนต์ตราเหลือบมองมือที่โอบไหล่ เป็เชิงเตือนให้เอาออกซ๊ะ
“ แหม! ทีเมื่อคืนกอดเราแน่นตึ้บ ”เขาว่าให้
“ ฮึ! มนต์ตราออกเสียงว่ารำคาญ
“ แผลที่หมากัดเป็ไงบ้าง? เธอถาม กึนซองอ้าปากหัวเราะเสียงดัง พอรู้สึกตัวว่าอาจมีคนจำได้จึงรีบหุบปาก คว้ามือเธอได้ก็ลากลิ่วๆไปเลย
“ เอ๊ะ! นายนี่อะไรนักหนานะ นึกอยากจะลากก็ลาก..นี่..”มนต์ตราเสียงดังเข้าบ้าง
“ รีบไปเหอะมีคนจำเราได้แล้ว ”
“ ไหนๆล่ะ..” หญิงสาวมองหา ช้าไปละ กึนซองลากพรวดๆถึงรถแล้ว