บทที่ 29 สามหน่อสามต้าน (รีไรต์)
เด็กน้อยทั้งสามคนหยิบลูกอมไปคนละเม็ด
“พวกนายเก็บเอาไว้ให้ดี แล้วกินของพี่ใหญ่!” พี่คนโตแกะเปลือกลูกอมออก กัดลูกอมเคลือบน้ำตาลออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นส่งเสี้ยวลูกอมที่แทบจะไม่เล็กให้เจ้ารอง เจ้ารองเองก็กัดเพียงแค่เสี้ยวเล็ก ๆ จากนั้นก็ยัดเสี้ยวใหญ่ที่เหลือเข้าไปในปากของเจ้าสาม
“หวานจังเลย!” เจ้าสามอุทานตาหยี เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา มีความสุขเสียจนเหมือนกับเจ้าหนูตัวน้อยที่ขโมยน้ำมันมาได้สำเร็จ
พี่ใหญ่กับเจ้ารองต่างก็กัดกร้วมทีหนึ่ง อืม หวานมากจริง ๆ แม้จะหวานอยู่ไม่นานแต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงรสชาติของความหวาน
ความหวานที่ไม่ได้พบเจอมานาน
ให้ลูกอมแล้ว หลินเนี่ยนไม่ได้สนว่าเด็กทั้งสามคนจะแบ่งกันอย่างไร เธอถามขึ้นว่า “พวกเธอชื่ออะไรกันบ้าง?”
“พี่ครับ ผมชื่อหลินต้าต้าน เขาคือเอ้อร์ต้าน ส่วนนี่คือซานต้าน!”
“สวัสดีต้าต้าน เอ้อร์ต้าน ซานต้าน พี่ชื่อหลินเนี่ยน ดีใจที่ได้รู้จักพวกเธอนะ!” พูดจบหลินเนี่ยนก็ยิ้มพลางยื่นมือออกไปจับมือกับเด็กทั้งสามทีละคน
ทั้งสามต้านเคยเห็นการจับมือในหนัง ฉะนั้นจึงถูมือน้อย ๆ บนเสื้อตัวเองด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็จับมือหลินเนี่ยนเขย่าขึ้นลงอย่างเอาจริงเอาจัง
“สหายต้าต้านลำบากแล้วนะ!”
ต้าต้านตอบ “ไม่ลำบากหรอกครับ เพื่อรับใช้ประชาชน!”
“สหายเอ้อร์ต้านลำบากแล้วนะ!”
เอ้อร์ต้านตอบ “ไม่ลำบากหรอกครับ เพื่อรับใช้ประชาชน”
“สหายซานต้านลำบากแล้วนะ!”
ซานต้านส่ายหน้าอย่างแรง “ไม่ลำบากเลยครับ มีลูกอมให้กิน!”
ต้าต้าน เอ้อร์ต้าน “...”
“นายต้องบอกว่าเพื่อรับใช้ประชาชนสิ ในหนังพูดแบบนี้นะ!” คนเป็นพี่ใหญ่แก้ไขให้น้องชายอย่างอดทน
ตอนที่รู้ว่าคณะละครมาชนบท พวกเขาก็ตามทีมฉายหนังเคลื่อนที่ไปตามดูแต่ละหมู่บ้าน คุณย่าบอกว่าหลายวันที่ฉายหนังนั้น พวกเขาวิ่งจนขาลีบแล้ว
ซานต้านกำลังอมลูกอมไว้ในปากจึงพูดไม่ชัด “เพื่อรับใช้ประชาชน!”
เนื่องจากตะโกนประโยคนี้ออกมา น้ำลายจึงกระเด็นออกมาเล็กน้อย เด็กน้อยจึงรีบดูดกลับไป จะให้เสียของไม่ได้ หวานมากเลยนะ!
หลินเนี่ยน “...”
“ฮ่า ๆๆๆ...” เจ้าสามต้านนี่ช่างน่ารักจริง ๆ!
พอเห็นเธอขำ ทั้งสามต้านก็ขำตามไปด้วย
ภายในชั่วพริบตา ในทุ่งนาก็มีเสียงหัวเราะดังไม่หยุด ดึงดูดหลิวหย่งหนานที่อยู่ไม่ไกลให้เหยียดตัวตรงเดินมาดูทางด้านนี้
ตอนเที่ยงเสียงระฆังพักงานดังขึ้น เด็กน้อยทั้งสามคนก็วิ่งกลับบ้าน
เมื่อถึงบ้าน เอ้อร์ต้านก็พุ่งไปตรงหน้าหลินต้าหย่ง แล้วขอให้เขาก้มลงมา
หลินต้าหย่งก้มลงอย่างเชื่อฟัง จากนั้นเด็กน้อยก็ยัดลูกอมรสผลไม้ที่แกะเปลือกออกแล้วเข้าไปในปากเขา
ทันใดนั้นรสหวานก็แผ่ซ่านเข้ามาในปากของหลินต้าหย่ง ตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที จากนั้นก็ปรบมือพลางกระโดดโลดเต้นไปทั่วลานบ้าน “ลูกอม!”
“กินลูกอม!”
“ต้าหย่งเป็นเด็กดีมีลูกอมกิน!”
แม่เฒ่าชวีกำลังหัวเราะอยู่ จู่ ๆ ก็ถูกยัดลูกอมเม็ดหนึ่งเข้ามาในปาก รสชาติหวานค่อย ๆ กระจายไปทั่วปากอย่างไม่ทันตั้งตัว จากนั้นข้างหูก็แว่วเสียงอันอ่อนโยนของซานต้าน
“คุณย่ากินลูกอมนะครับ!”
“พี่หลินให้มาครับ!”
หลินต้าเฉียงขมวดคิ้วเป็นปม “ลูกนี่นะ พวกลูกเอาของคนอื่นมาตามอำเภอใจได้ยังไง ลูกอมแพงมากนะ!”
“ทำไมถึงไม่รู้ความขนาดนี้!”
ต้าต้านถูกพ่ออบรมสั่งสอนจนหูยานไปถึงไหล่แล้ว เขาอธิบายว่า “พี่หลินบอกว่า ถ้าพวกเราไม่เอาลูกอม เธอจะไม่ให้พวกเราช่วยงาน”
แม่เฒ่าชวีลุกขึ้นมาลากต้าต้านไปข้าง ๆ จากนั้นก็จ้องลูกชายทีหนึ่ง “แกอย่าดุหลานสิ ฉันเป็นคนให้พวกเขาไปช่วยเด็กหลินเนี่ยนนั่นเอง”
หลินต้าเฉียงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง จากนั้นก็เดินกะโผลกกะเผลกไปตักน้ำมาให้ต้าหย่งล้างหน้า
หลินต้ากังยกชามแตก ๆ ออกมาใบหนึ่ง จากนั้นก็นั่งยองดื่มน้ำใต้ระเบียง ดื่มไปอึกหนึ่งก็ถามขึ้นว่า “แม่ครับ ที่แม่ไปถามยุวชนหลิน เธอว่ายังไงบ้าง”
แม่เฒ่าชวีพูดขึ้นมาอย่างเศร้าสลด “เธอบอกว่าพ่อของเธอชื่อหลินเจี้ยนจวิน”
หลินต้ากังสำลัก “หลินเจี้ยนจวิน งั้นแม่ว่าเธอหน้าตาเหมือนพี่สามของผมไหม”
แม่เฒ่าชวีคิดอย่างละเอียด จากนั้นก็ส่ายหน้า “ไม่เลย ไม่เหมือนพี่สามของแกเลยสักนิด”
หลินต้ากังเอ่ย “งั้นก็ไม่ใช่! แม่ครับ แม่เองก็เลิกเอาแต่คิดได้แล้ว ตามนโยบายแล้ว พี่สามของผมมีลูกสาวแค่คนเดียว และเธอไม่น่าจะมาที่ชนบท”
“ต่อให้เป็นเพราะเด็กคนนั้นไม่เชื่อฟังเลยต้องมาชนบท แต่ประเทศเราใหญ่โตขนาดนี้ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะไปที่ไหน”
แม่เฒ่าชวีเองก็รู้สึกว่าความหวังนั้นช่างเลือนราง หัวใจพลันเจ็บปวดขึ้นมา
ลูกชายคนที่สามของเธอจากไปแล้ว แม้ว่าเธออยากจะพบหน้าหลานสาวก็ไม่สำเร็จ
หลินต้าเฉียงกับหลินต้ากังมองหน้ากันทีหนึ่ง จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก เรื่องของหลานสาว ช่างเจ็บปวดใจมากจริง ๆ
หญิงชราไปจัดการเรื่องอาหารการกิน เหล่าเด็กน้อยเองก็ไม่ถนัดทำงานนี้ จึงเอาหญ้าที่อยู่ในตะกร้าเทออกมาทั้งหมด จากนั้นก็เอามีดด้ามเล็กมาตัดรากออก เมื่อตัดรากของหญ้าเหล่านี้แล้ว ยังส่งไปทำคะแนนงานได้ด้วย
ไม่นานหญิงชราก็เรียกให้มากินข้าว ทุกคนในครอบครัวต่างวางงานในมือลงแล้วเข้าไปกินข้าวในห้องหลัก
อาหารแห้ง ๆ ไม่มีเลยสักชาม มีเพียงโจ๊กผักป่าสีเข้มหม้อหนึ่ง ทุกคนตักกินกันคนละชาม
พวกเขาต้องประหยัดอาหาร อีกไม่นานก็จะเก็บเกี่ยวพืชไร่ในฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ตอนที่เก็บเกี่ยวพืชไร่ในฤดูใบไม้ร่วงจะต้องเหนื่อยมาก และถึงตอนนั้นยังต้องกินอาหารแห้ง
หน่วยยุวชน
ตอนที่หลิวหย่งหนานกับหลินเนี่ยนกลับไป เหล่ายุวชนอาวุโสก็กินข้าวกันแล้ว ยุวชนใหม่นอกจากหลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานต่างก็กินข้าวกันหมดแล้ว
หลินเนี่ยนถามจางหงอิง “คนอื่นได้รับอาหารกันหมดแล้วเหรอคะ”
จางหงอิงพยักหน้า “ใช่ กองแจ้งให้ไปรับที่คลังเก็บของ ทำไม เธอยังไม่ได้รับเหรอ”
หลินเนี่ยนยิ้ม “ใช่ค่ะ ไม่มีใครมาบอกฉันกับสหายหลิวหย่งหนานเลย”
“สหายหลิวหย่งหนาน ไปเถอะ เราไปกินข้าวที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านกัน!”
สีหน้าจางหงอิงเปลี่ยนไปทันที เธอรีบขวางหลินเนี่ยนเอาไว้ “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่จำเป็นต้องไปหาหัวหน้าหมู่บ้านหรอก ก็แค่ข้าวมื้อเดียวไม่ใช่เหรอ ทนหิวแค่มื้อเดียวไม่ตายหรอก”
หลินเนี่ยนส่ายหน้า “ยุวชนจาง คุณพูดผิดแล้ว ปัญหาไม่ใช่ว่าหิวจนอดตายหรอก แต่เป็นปัญหาที่ว่าถ้าไม่ได้กินข้าวก็จะไม่มีแรง พอไม่มีแรงก็ทำงานไม่ได้!”
“อีกอย่าง การแจกจ่ายอาหารเป็นหน้าที่ของหัวหน้าหมู่บ้าน ตกหล่นไปสองคน ถือเป็นความประมาทเลินเล่อของเขา ถ้าเราไม่ไป หัวหน้าหมู่บ้านก็จะไม่รับรู้ถึงความผิดของเขา”
“ในฐานะยุวชนยุคใหม่ จะทนดูหัวหน้าหมู่บ้านทำผิดแล้วไม่แก้ไขเฉย ๆ ไม่ได้ นี่ไม่ถูกต้อง!”
จางหงอิง “...”
หลินเนี่ยนนี่สมองมีปัญหาหรือเปล่า
เธอไม่รู้ว่าอะไรคือหลักครองตนในสังคมงั้นเหรอ
“เอาเถอะ เธออยากทำอะไรก็ทำไป ล่วงเกินหัวหน้าหมู่บ้านแล้วต่อไปต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก อย่ามาหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน!”
หลินเนี่ยนหัวเราะพลางพูดขึ้นว่า “ไม่มีทางหรอก คนที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรให้มารับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านนี่ได้ ความคิดจิตสำนึกไม่มีอะไรเป็นที่น่าสงสัย ยุวชนจาง คุณควรเชื่อในตัวหัวหน้าหมู่บ้านนะ!”
ทุกคน “...”
ยุวชนหลินสมองมีปัญหา การประเมินเสร็จสิ้น
หลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานเข้าห้องไปหยิบกล่องข้าวและตะเกียบ จากนั้นก็เดินออกไปจากหน่วยยุวชนท่ามกลางการจับจ้องของเหล่าผู้คน
หวงอวี้เฟิ่งฉวยโอกาสใส่ไฟ “ทุกคนเห็นกันแล้วใช่ไหม หลินเนี่ยนคนนี้ไม่ใช่คนที่จะไปยั่วยุได้ง่าย ๆ ทุกคนระวังตัวกันด้วย อย่าให้เธอจับจุดอ่อนเราได้ ไม่งั้นถ้าเธอตามจองล้างจองผลาญขึ้นมา เกรงว่าพวกเราคงจะรับไม่ไหว!”
คำพูดของเธอฝังลึกลงไปในใจทุกคน ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้มีคนแบบนี้อยู่ข้างกาย
เมื่อเห็นหลินเนี่ยนและหลิวหย่งหนาน หัวหน้าหมู่บ้านก็ทำเป็นไม่แยแสเล็กน้อย หลินเนี่ยนจึงนำกล่องข้าวปรี่เข้าไปหาถึงที่ ทั้งยังพูดประโยคที่ไม่เข้าหู
เด็กคนนี้นี่หนังหน้าหนาจริง ๆ!
เปาเซี่ยงตั่งคิดไม่ถึงว่าหลินเนี่ยนจะมีหน้ามาหาเขาถึงบ้าน แถมพอนั่งโต๊ะได้ก็เริ่มกินข้าวทันที
หน้าเธอเนี่ย… ไม่มียางอายบ้างเลยเหรอ