หลังจากสำรวจทุกอย่างจนหมดแล้วก็พากันออกจากมิติ ไปที่ห้องนั่งงานเพื่อวางแผนสำหรับอนาคตกันต่อ
“เรามีของที่ต้องซื้อเพิ่ม เช่น สัตว์ อาหารสัตว์ ของสด อาหารแช่แข็ง อาวุธ...” ศาจดทุกอย่างที่ต้องซื้อเพิ่มลงสมุด
“เฮีย ซื้อพวกแป้งกับข้าวมาไว้เยอะๆ ด้วยนะครับ มันใช้ทำอะไรได้เยอะแยะเลย ยังมีพวกอาหารสำเร็จรูป พวกบะหมี่แห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อะไรพวกนั้นด้วยครับ ถึงในมิติเราจะมีเยอะแล้วแต่ซื้อมาเพิ่มก็ดีครับ อีกอย่างเราไม่ได้กินเองก็ยังใช้แลกเปลี่ยนในอนาคตได้ อย่างไรก็ไม่เสียหายครับ”
“ได้ครับ อยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม?” ศาถามกลับพลางจดสิ่งของลงไปเพิ่มเติม ที่ต้องถามวาก่อนเพราะวาเห็นเื่ราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตบางส่วนแล้ว เลยรู้ว่าอะไรจำเป็ต้องใช้ อะไรจำเป็ต้องมี
“เฮียซื้อพวกบุหรี่ เหล้า เบียร์ เอาไว้ด้วยนะ ในอนาคตมันจะหายากมาก เราสามารถใช้มันติดสินบนหรือใช้เป็ของสำหรับผูกมิตรกับพวกที่มีอำนาจได้”
“อือหือ”
“อืมม เฮียซื้อถังหมักไวน์มาด้วย วาว่าจะลองหมักไวน์ดู ผลไม้ในมิติเยอะมาก ต้องเอามาแปรรูปบ้าง” วาเห็นผลไม้ในมิติมีมากเกินไปทั้งที่อยู่บนต้นและในห้องใต้ดิน หากไม่ทำอะไรกับมันเลยก็น่าเสียดายแย่
“เฮียแลกเหรียญสิบเอาไว้เยอะๆ เลยนะ บางค่ายใช้มันเป็คะแนนแลกเปลี่ยนสิ่งของได้ มันมีประโยชน์มาก” บางค่ายจะแจกเหรียญสิบแทนคะแนนเอาไว้ใช้จ่ายภายในค่าย เป็ระบบแลกเปลี่ยนที่จะมีขึ้นในอนาคต
“มันใช้ได้เป็บางค่ายใช่ไหม อัตราการแลกเปลี่ยนสิ่งของเป็ยังไงครับ?”
“หนึ่งเหรียญเท่ากับสองคะแนนครับ ส่วนอัตราการแลกเปลี่ยนวาเห็นไม่ชัดเจนนัก” วาพยายามนึกถึงสิ่งที่เห็นให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้พลาดสิ่งสำคัญตรงไหนไป
“ไม่เป็อะไรครับ เราแลกเอาไว้เยอะหน่อยแล้วกัน เผื่อได้ใช้”
หลังจากช่วยกันคิดรายการสิ่งของที่ต้องจัดหาเพิ่มเติมจนมั่นใจว่าครบถ้วนแล้ว ศาก็หันมาถามวาเื่สภาพอากาศในอนาคต
“สภาพอากาศแปรปรวนมากครับ พอถึงหน้าหนาว หิมะจะตกหนักติดต่อกันเป็เดือนเลยครับ บางพื้นที่ก็มีหิมะทับถมกันสูงถึง 7-9 เมตร หรือเท่าตึก 2 ชั้นเลย หน้าร้อนก็ร้อนมาก แหล่งน้ำหายาก ดินแห้งแล้ง ปลูกอะไรก็รอดยากครับ ส่วนหน้าฝนในบางครั้งก็ตกติดต่อกันจนน้ำท่วมสูง เหตุการณ์พวกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก พวกมันจะสุ่มเวียนกันมา เช่น ปีนี้มีหิมะตกหนักติดต่อกันหลายเดือน ปีหน้าแห้งแล้งถึงขีดสุด ปีต่อไปฝนตกหนักน้ำท่วมขังอยู่หลายเดือน ไม่เคยมีสภาพอากาศแปรปรวนต่อปีเกินสองฤดูครับ”
วาใช้พลังของตนดูก็เห็นเพียงสภาพอากาศที่ไม่คงที่นัก มนุษย์ล้มตายเป็จำนวนมากในทุกปีทั้งจากซอมบี้ สภาพอากาศ พืชและสัตว์กลายพันธุ์ แต่มีสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดอยู่หนึ่งอย่างเลยก็คือพวกซอมบี้...
“...ดูเหมือนพวกซอมบี้จะสามารถอยู่ได้ในทุกสภาพอากาศโดยที่ไม่ตาย” นั่นมันแย่มาก ในขณะที่มนุษย์ล้มตายทุกวันแต่พวกมันกลับไม่เป็อะไรเลย หากไม่ถูกมนุษย์หรือพืชและสัตว์กลายพันธุ์ฆ่าตายแล้วนำคริสตันออกจากหัวของมัน
“ถ้าอย่างนั้น เราต้องหาที่อยู่ให้สูงเกินความสูงมากกว่าตึก 4 ชั้น ไม่ใกลู้เามากนักเพราะอาจเกิดดินถล่มได้ ไหนจะซอมบี้ พวกสัตว์และพืชกลายพันธุ์อีก ฐานที่อยู่ต้องแข็งแรงมากพอ” ศาคิดถึงสภาพแวดล้อมที่ต้องปลอดภัยมากที่สุด ทั้งพื้นที่และอาคารที่อยู่อาศัย
“เมือง B เขต 3 เป็แทบชานเมืองที่อยู่ติดเมือง Y ประชากรที่อาศัยอยู่มีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกร แถวนั้นมีแหล่งชุมชนเล็กๆ ที่ค่อนข้างเจริญอยู่ไม่น้อย มีตึกอยู่มากพอสมควร เราสามารถใช้ตึกพวกนั้นเป็กันชนได้ครับ” ในวันธรรมดาคนจะไม่เยอะเหมือนเมืองหรือชุมชนอื่นๆ แถวนั้นจะคึกคัก่เทศกาลท่องเที่ยวประจำปีเท่านั้น
“คนน้อย ซอมบี้ก็น้อยตามสินะ” ศาคิดตามคำของวา เพราะคนน้อยั้แ่เริ่มต้นก็จะง่ายต่อการจัดการพื้นที่ หากในอนาคตจะรับคนเข้ากลุ่มเพิ่มหรือขยายอาเขตพื้นที่ปลอดภัยก็จะทำได้ง่ายขึ้นไปด้วย
วาพยักหน้ารับคำ พื้นที่ตรงนั้นอยู่ไกลูเาที่อาจจะมีสัตว์และพืชกลายพันธุ์เข้ามาก่อกวน ซ้ำคนในพื้นที่ก็ไม่เยอะเท่าในเขตชุมชนอื่น หากบริหารจัดการดีๆ อาจจะกลายเป็พื้นที่ปลอดภัยอีกแห่งเลยทีเดียว
หลังจากตกลงเลือกพื้นที่ที่จะใช้เป็ที่อยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว วาก็ลองดูอนาคตข้างหน้าอีกครั้ง เผื่อจะเห็นอะไรที่เป็ประโยชน์ต่อการเตรียมความพร้อมของพวกเรา
นอกจากจะเห็นภาพที่เคยเห็นมาแล้วก็ไม่เจออะไรที่ต่างออกไปอีกเลย จนกระทั่งผมเห็นตัวเอง เฮียศาและคนที่เหมือนว่าจะเป็คนในกลุ่มเดียวกันออกไปหาเสบียงนอกฐานแห่งหนึ่งในเมืองU ที่เป็เมืองอุตสาหกรรม ที่ไม่ใช่ชานเมืองB ที่ตกลงกันไว้
สถานที่ที่ออกไปหาเสบียงคือเมืองK ที่มีท่าเรือเล็กๆอยู่ ในนั้นมียาจำนวนมากที่โรงพยาบาลใหญ่ประจำเมืองสั่งมาจากประเทศC ขนส่งมาถึงท่าเรือ 2 วันก่อนวันสิ้นโลกมาถึง และยังมีอาวุธเถื่อนจำนวนหนึ่งที่ขนส่งอย่างผิดกฎหมายอยู่ที่นั่นด้วย ไหนจะสินค้านำเข้าอีกจำนวนไม่น้อย นี้คือเหตุผลที่ผู้นำฐานส่งผู้มีพลังพิเศษระดับสูงมาทำภารกิจนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ของทุกอย่างกลับไปโดยที่ไม่ให้ค่ายทหารเมืองK รับรู้ ภารกิจครั้งนี้จึงมีผู้เข้าร่วม 10 คน มีผู้มีพลังมิติระดับ 5 ไปด้วย 1 คน ระดับ 4 อีก 1 คน ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีใครที่ระดับพลังต่ำกว่า 4 เลย
วาที่มีพลังน้ำแข็งระดับ 6 ถูกจัดให้เป็แนวหน้าในการเคลียพื้นที่คู่กับศาที่มีพลังไฟระดับ 6 และด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี เนื้อตัวและเสื้อผ้าที่ใส่สะอาดกว่าคนอื่นเสมอ ไหนจะความสามารถในการใช้พลังพิเศษที่สูงมาก ความแตกต่างนี้ทำให้มีคนอิจฉาไม่มากก็น้อย
เป็ทีมทำภารกิจที่ไม่มีความเข้าขากันเลย พอเจอปัญหาอะไรก็โยนมาให้แฝดแก้ โดยให้เหตุผลว่าระดับพลังสูงที่สุด กว่าจะถึงท่าเรือในเมืองK วาเกือบพลาดท่าโดนซอมบี้รุมกัดหลายครั้งศาเองก็เช่นกัน โดยที่คนพวกนั้นอ้างว่าพลาดบ้าง พลังไม่พอบ้าง ต้องช่วยคนอื่นก่อนบ้าง ทั้งคู่ไม่สนใจพวกมันมากนัก เพราะนี้เป็ภารกิจสุดท้ายที่รับปากผู้นำฐานก่อนจะออกจากฐานแล้ว
เพราะความไม่ใส่ใจนี้เองทำให้วาพลาดท่าถูกมีนผู้ใช้พลังมิติระดับ 5 ผลักเข้าสู่ความตาย จากเหตุการณ์ถูกฝูงซอมบี้ล้อมในระหว่างการถอนกำลังออกจากท่าเรือ สาเหตุการถูกล้อมมาจากหญิงสาวยิ่งปืนเสียงดังเสียหลายนัด โดยอ้างว่าใซอมบี้ที่พุ่งเข้ามา
เสียงปืนที่ดังขึ้นเรียกฝูงซอมบี้ที่พวกเราพยายามเลี่ยงมาตลอดตอนเข้าท่าเรือมา พวกมันพากันเดินมาตรงพื้นที่ที่เรายืนอยู่มากมายจากทุกทิศทาง
เหตุผลที่มีนทำเช่นนี้เพราะรับรู้ว่ากิจชายที่ตนแอบรักมาั้แ่ก่อนวันสิ้นโลกมีใจรักให้กับทิวากร ตลอดภารกิจเอาแต่คอยมองและแอบช่วยเหลือวาอยู่เสมอ นั่นทำมีนไม่พอใจเป็อย่างมาก ประกอบกับที่ไม่ชอบใจวาเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งทวีคูณเข้าไปอีก นั่นจึงเป็สาเหตุที่ตลอดเส้นทางที่มามีนพยายามสร้างปัญหาและยุยงคนอื่นๆ ในทีมให้แตกคอกับทิวา
จนกระทั่งถึงท่าเรือและสิ่งของในภารกิจออกมาจนหมดแล้ว หล่อนจึงกล้าที่จะลงมือทำอะไรเสี่ยงๆ มากขึ้น อย่างการยิ่งปืนเรียกฝูงซอมบี้ให้เข้ามายังพื้นที่ท่าเรือก่อนที่จะถอนกำลังออกไป
วาอยู่รั้งท้ายกลุ่มกับกิจที่มีพลังดินระดับ 5 เพื่อกำจัดซอมบี้ในแนวหลังโดยมีศาอยู่แนวหน้าเพื่อเปิดทาง ตลอดระยะทางที่วิ่งหนี วาใช้พลังพิเศษไปเยอะมากจนแทบจะไม่มีเหลือแล้ว ทำได้เพียงยิงปืนสลับกับใช้พลังพิเศษเพื่อพักให้พลังฟื้นตัวบ้าง ทำให้มีช่องว่างเกิดขึ้นและมันได้เปิดโอกาสให้มีนที่รอเวลานี้อยู่ สบโอกาสที่ผู้คนสนใจแค่วิ่งไปข้างหน้า หันกลับมายิงเข้าที่กลางหน้าอกของวาในระยะห่างเพียง 7 เมตร จนร่างกระตุกไปข้างหลังตามแรงปืนที่ยิงมา
ก่อนที่ร่างกายของทิวากรจะล้มลงบนพื้นไป มีพลังบางอย่างสะท้านพลังของวากลับมาให้มองไม่เห็นเหตุการณ์หลังจากนี้ วาหอบหายใจอย่างหนัก่อกเจ็บร้าวราวกับมีมดนับพันกัดกินอยู่
ศาที่หันมามองหลังจากได้ยินเสียงหอบหายใจของวา ก่อนลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วเดินเข้ามาหาทิวากร เพราะมีเืไหลจากจมูกและตาอันเกิดจากการสะท้านกลับของพลังทำให้าเ็ภายใน
“เกิดอะไรขึ้นวา ทำไมถึงเป็แบบนี้” ศาเอ่ยถามด้วยความกังวลที่อยู่ๆ ทิวากรก็ได้รับาเ็ พลางจับวานอนลงบนโซฟา พร้อมว่างมือลงบนอกแล้วถ่ายเทพลังให้ และพบว่าภายในของวาช้ำมากจึงเข้ามิติไปนำน้ำวารีพิสุทธิ์ออกมาให้วากินมันลงไปเพื่อรักษาอาการาเ็ภายใน
“ดีขึ้นไหมวา กินอีกหน่อยนะครับ” ศาถามด้วยความกังวล เพราะนี้เป็ครั้งแรกที่เห็นทิวากรเป็เช่นนี้
“ดีขึ้นมาแล้ว วาไม่เป็อะไรแล้วเฮีย...” ใช่แล้ว ตอนนี้น่ะไม่เป็อะไร แต่อีก 5 ปีข้างหน้าวาก็ไม่แน่ใจว่าจะอยู่หรือตาย
------
แผนที่ประเทศและการแบ่งเขตค่ะ

การเรียกเขตแต่ละเขตจะต่อท้ายชื่อเมืองนะคะ เช่น เมือง B เขต 3