หลังจากที่หยางคงโผล่มาตามทำให้ทั้งสองคนหลุดพ้นจากหญิงสาวทั้งสองนางได้ ด้วยทั้งสองนางดอกบบัวขาวนั้นยังคงอยากรักษาความงามดั่งดอกบัวขาวของตนไว้ จึงมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ทั้งยังขอตัวแยกไปก่อนด้วยอ้างว่านัดสหายไว้อีกหลายคน กลัวจะเสียเวลามากกว่าเดิม
เหตุที่หยุดเพราะเจอสหายอย่างไป๋ฮวา จึงอยากจะเชิญขึ้นไปจิบน้ำชาและทานของหวานด้วยกัน เมื่อเห็นแม่นางทั้งสองเล่าออกมาเช่นนี้ หยางคงและเป่ยจิน รวมถึงไป๋ฮวาก็ไร้คำจะพูด ด้วยอยากออกไปจากตรงนี้เสียที จึงทำได้เพียงเงียบวาจาไว้มิได้เอ่ยค้านออกไป จึงสามารถหลุดออกมาได้
เดินไปได้สักพัก ไป๋ฮวาจึงเล่าให้เป่ยจินและหยางคงฟังว่า ความสัมพันธ์ของตนเองและแม่นางดอกบัวขาวทั้งสองนั้น มิค่อยดีนัก ด้วยบุตรขุนนางและบุตรพ่อค้าอย่างไรก็โดนเปรียบเทียบกันเสมอมา หากแต่ทุกอาชีพล้วนมีบทบาทได้จากการที่ชินอ๋องและฮ่องเต้ต่างให้ความสำคัญกับทุกอาชีพ
ซึ่งร้านแรกที่เป่ยจินและหยางคงเข้า คงเป็ร้านอาภรณ์ โดยมีไป๋ฮวาแนะนำ และที่สำคัญร้านอาภรณ์ไป๋ฉีคือร้านของไป๋ฮวานั้นเอง
“คารวะคุณหนูไป๋ขอรับ”
“คารวะเถ้าแก่เ้าคะ นี่สหายของข้าคุณชายหยางคงและคุณหนูเป่ยจินเ้าคะเถ้าแก่”
“คารวะคุณชายและคุณหนูด้านหลังขอรับ ขออภัยที่ข้าน้อยเสียมารยาทขอรับ”
“คารวะเถ้าแก่เ้าค่ะ/ขอรับ”
“เถ้าแก่เ้าค่ะ วันนี้กิจการเป็เช่นไรบ้างเ้าคะ”
“ดีขอรับลูกค้ายังคงให้ความสนใจในอาภรณ์ร้านเราเสมอ ยิ่งอาภรณ์ที่คุณหนูออกแบบยิ่งได้รับการตอบรับจากเหล่าสตรีมากมายขอรับ”
“ดีเ้าค่ะ หากมีอันใด ให้คนมาสอบถามข้าได้ที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋นะเ้าคะ”
“ขอรับ เช่นนั้นวันนี้คุณหนูมีอันใดให้ข้ารับใช้หรือ”
“สหายข้ามาจากต่างแคว้นเ้าค่ะ ข้าเลยพาพวกเขามาเลือกชุดเสียหน่อย จะได้เข้ากับคนที่แคว้นของเรา”
“เอ่อ ได้ขอรับ เช่นนั้นคุณชาย คุณหนู้าอาภรณ์ชนิดใด สีใดขอรับ”
“ขอเป็ชุดผ้าไหม ส่วนสีของข้าขอเป็สีฟ้าอ่อน เ้าค่ะ พี่หยางเล่า้าสีใดเ้าคะ”
“ส่วนของข้าขอเป็สีดำขอรับ”
“เถ้าแก่จัดมาตามนี้ อย่างละสามชุดได้เลยเ้าค่ะ อ่อ อีกอย่างข้าขอเชือกผูกผม สีตามชุดอย่างละสองเส้นด้วยนะเ้าคะ อีกทั้งรองเท้าอย่างละสองคู่ขอเป็สีดำสนิทหมดเ้าค่ะ”
“ขอรับคุณหนู”
แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป่ยจินเป็คนจ่าย นานงมิใช่พวกชอบหยิบฉวยของคนอื่นมาเป็ของตนเอง ในเมื่อชาตินี้ตั้งมั่นแล้วว่าจะเกิดมาเพื่อร่ำรวยและนอนใช้เงิน จะยอมให้เงินเป็เล็กน้อยมาทำให้ภาพลักษณ์ของนางดูขัดสนได้เช่นไรกัน
หลังจากที่ทั้งสามได้ชุดแต่งกายและผลัดเปลี่ยนเป็ชุดของทางแค้วนต้าฉินเรียบร้อยแล้ว จึงออกเดินทางเพื่อไปยังร้านต่อไปทันที
ระหว่างทางที่เดินดูตลาดและการใช้ชีวิตของคนแค้วนต้าเฉียง สายตาของเป่ยจินก็ได้หันไปมองกลุ่มขอทานน้อยกลุ่มหนึ่งพอดี จึงหยุดและมองดูการกระทำของกลุ่มขอทานน้อยพร้อมกับความคิดบางสิ่งในหัว
“นายท่านมีงานให้พวกข้าทำหรือไม่ขอรับ พวกข้าทำได้ทุกอย่าง แบกหาม เฝ้าของ ขนของ พวกข้าล้วนทำได้หมดขอรับ”
“ไม่มี ๆ หลีกๆ ออกไปจากหน้าร้านข้าซะเ้าพวกเด็กขอทาน”
“ขอรับ”
“พี่ใหญ่ทำยังไงดีขอรับ น้องเล็กยังไม่ได้กินข้าวเลยจะหายป่วยได้เยี่ยงไร”
“อืม เดี๋ยวข้าจะเดินไปเรื่อยๆ ต้องมีสักร้านที่ยินดีรับพวกเราทำงาน มิเช่นนั้นก็ต้องถามว่ามีผู้ใด้าแรงงานขนของหรือไม่”
“ขอรับ”
หลังจากนั้นขอทานน้อยก็ได้เดินออกมาจากหน้าร้านนั้น พร้อมกับมานั่งลงข้างทางเช่นเดิม ในขณะที่เป่ยจินกำลังจะอ้าปากเอ่ย แต่เพียงแค่สบตา หยางคงก็เดินนำออกไปเสียแล้ว
‘หน๊อยยย เ้าบ้านี่ มิเคยจะฟังสิ่งที่นางเอ่ยเลยสักครั้ง หึ’ เป่ยจินได้แต่สบถในใจตามหลังออกไป ด้วยอยู่ด้วยกันมานานเพียงแค่นางหยุดและจดจ้องสิ่งใด มีหรือคนอย่างหยางคงจะมิรรู้ แถมยังรู้และกวนอารมณ์นางเสียทุกครั้งไป
“นี่ เ้าหนู” หยางคงเดินมาหยุดด้านหน้ากลุ่มขอทานน้อย
“นายท่านเรียกพวกข้าหรือขอรับ” หนึ่งในพี่ใหญ่ที่ดูโตสุดในกลุ่มเงยหน้าขึ้นมาและขานออกไป
“อืม ข้าอยากจ้างพวกเ้าเฝ้าของให้นายท่านของข้าสักหน่อย” หยางคงเอ่ยพร้อมกับชี้ไปยังเป่ยจินและไป๋ฮวา
“จริงหรือขอรับ”
“จริงสิ หรือเ้ามีปัญหาใด”
“เปล่าขอรับ พวกข้ายินดี เพียงแต่ว่า” ขอทานน้อยทำท่าทีมีพิรุธคล้ายกับ้าเอ่ยบางสิ่งออกมา แต่เกรงกลัวสายตาของข้ารับใช้อีกนางข้างหลังหยางคง
เป่ยจินและไป๋ฮวาจึงเดินมายังกลุ่มของขอทานน้อยและหยางคงยืนตกลงกันอยู่
“เหล่านายท่านของข้าจ้างพวกเ้า แต่พวกเ้ายังมีข้อแม้เช่นนั้นหรือ” เหมยซินข้ารับใช้ข้างกายของไป๋ฮวาเอ่ยออกมาด้วยท่าทางถือดี
“เปล่าขอรับ เอ่อ…” เหล่าขอทานน้อยแทบจะก้มหน้าลงไปติดพื้นหากมิติดว่าในอ้อมกอดของเขายังมีเด็กน้อยอีกคนอยู่
ได้เห็นและได้ฟังเช่นนั้น ไป๋ฮวาจึงพอจะรู้ว่าเหมยซินทำเกินฐานะของตนเองไปแล้ว จึงเอ่ยปรามออกมา
“พี่เหมยเ้าค่ะ”
“ขออภัยเ้าค่ะคุณหนู” เหมยซินนที่รับรู้ว่าตนเองได้ทำเกินไปจากเสียงปรามของเ้านายตนเอง จึงเอ่ยขอโทษออกมา เพียงแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้น คงต้องตัดสินกันเอาเองว่า สำนึกแค่ไหนกัน
เป่ยจินจะไม่ยุ่ง หากแต่ล้ำเส้นนางเกินกว่าจะทนได้เมื่อใด นางจะแสดงให้เห็นว่านายและบ่าวนั้นต่างกันเช่นไร หากบ่าวมิดี ก็มิสมควรพกไว้ติดตัว รั้นแต่จะทำให้เ้านายอย่างไป๋ฮวาเสียหาย
“ขอโทษแทนคนของข้าด้วยเ้าค่ะ นางเพียงทำเกินหน้าที่ไปหน่อย ล้วนมาจากความห่วงใยในตัวข้า” ไป๋ฮวาเลือกที่จะออกตัวให้กับเหมยซิน ด้วยเพราะั้แ่แม่นมของนางตายจากไป ก็มีเพียงเหมยซินและเหมยซานที่ติดตามดูแลนางมาตลอด ส่วนในวันนี้นั้นเหมยซานมิได้ออกมาด้วย เพราะไม่สบาย นางจึงมิอยากให้เหมยซานออกมา
เหมยซิน มีความรู้รอบตัวมากมาย เอาใจคนเก่ง และมีความจงรักภักดี เพียงแต่ในบางครั้งกลับปากมากไปเสียหน่อย นางจึงเลือกให้เหมยซานที่เป็คนพูดน้อย มีกฏระเบียบ เป็คนติดตามออกไปไหนมาไหนข้างนอกมากกว่า
“อืม มิเป็ไร” เป่ยจินเอ่ยตอบกลับไป
เมื่อเห็นว่าเหมยซินโดนตำหนิแล้ว หยางคงจึงหันมาสนใจกลุ่มขอทานต่อ
“ว่าอย่างไร เ้ามีอันใด” หยางคงเอ่ยถามออกไป
“คือ ข้าน้อยอยากทราบว่าท่านจะจ้างพวกข้าเท่าไหร่ขอรับ” ขอทานน้อยถามออกมา
“จนกว่าพวกข้าจะกลับมา หนึ่งชั่วยาม ข้าจะให้พวกเ้า หนึ่งตำลึงเงิน” หยางคงเอ่ยตอบออกไปอีกครั้ง
“มาก มากไปขอรับ” ขอทานน้อยพวกนี้ แม้นจะมิรู้หนังสือและยากจน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับนั้นคือ ความสามารถในเื่การคำนวณ ด้วยการขอทานหากมีมิความรู้เื่เงินก็จะโดนนายจ้างและเหล่าผู้มีอาชีพต่างๆ หลอกเอาได้
“ทำงานก็สมควรได้รับค่าแรงที่สมควร หากเ้ามิรับ ข้าก็มิจ้าง”
“ต่ะ…แต่ว่านายท่านขอรับ”
“เหล่านายท่านยินดีให้พวกเ้า เช่นนั้นพวกเ้าก็รับไว้เสียอย่าได้มากเื่” เหมยซินเอ่ยออกมาอีกครา รอบนี้ทำให้เหล่าขอทานน้อยเอ่ยยอมรับและมิต่อรองอีก
“เช่นนั้นขอบพระคุณขอรับ” เหล่าขอทานน้อยก้มตัวเอาหัวโขกพื้นเพื่อขอบคุณพวกนาง และแน่นอนว่า หยางคงได้บอกให้หยุดและให้เปลี่ยนเป็ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็พอ เพราะคุณหนูของตนมิชอบให้ใครมาโขกหัวให้
“เหตุใดเล่าจินเออร์”
“เช่นนั้นเหตุใดเล่า จึงต้องทำ มิใช่ว่าทำงานแลกเงินหรอกหรือ อีกทั้งเข่าของบุรุษมีควรเสียให้ใครง่ายๆ มิใช่หรือ อีกทั้งวิธีการทำความเคารพหรือขอบคุณมีมากมายนัก ข้ามิใช่คนที่ชอบข่มเหงผู้อื่น”
“เ้า…หืมม ข้าเข้าใจแล้วล่ะ” ไป๋ฮวาเอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มรับ ในใจของนางรู้สึกว่าสหายของนางผู้นี้ ยิ่งน่าคบหามากกว่าเดิมขึ้นไปเรื่อยๆ ยิ่งนัก
“อืม เช่นนั้นพวกเราไปเที่ยวต่อกันเถิด”
อันที่จริงนางเลือกที่จะให้เงินพวกเขาก่อนก็ได้ เพียงแต่จากอากัปกิริยาเมื่อครู่แล้ว เหล่าขอทานน้อยต่างมีศักดิ์ศรีของตนเอง เพียงแค่นางจ้างพวกเขาในราคานี้ ย่อมมีความสงสัยแน่แล้ว
เช่นนั้นจึงมิควรโจ่งแจ้งจนเกินไป อีกทั้งนางยังเป็คนนอก หากมือยาวมากเกินไป จะเกิดปัญหาตามมาเสียก็ได้ เช่นนั้น