บทที่ 13 กินเด็กวันละคำ สองคำ
ดังนั้นฮ่องเต้ิซีจึงก้าวไปข้างหน้า ผลักเด็กหนุ่มทั้งสองคนออกไป แล้วตรัสกับจูจูว่า
"ป่วยแล้วยังไม่รีบเข้านอนอีก! จะร้องหาท่านแม่ทำไม! ท่านแม่ของเ้าก็รักษาโรคไม่เป็!"
เ้าก้อนแป้งน้อยที่กำลังร้องไห้โฮอยู่พลันเงียบกริบ ปากเล็ก ๆ ของนางยังอ้าค้างอยู่ครึ่งหนึ่ง อยู่ในท่าทางที่เหมือนจะร้องแต่ไม่ร้อง ท่าทางที่พยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถนั้นช่างน่าสงสารยิ่งนัก
ฮ่องเต้ิซีเห็นว่าได้ผล จึงทำหน้าดุแล้วตรัสต่อไปว่า
"เ้าบอกมาซิว่ามันเป็แบบนี้ใช่หรือไม่? เจิ้นสั่งให้เ้ารีบไปนอน ไม่อย่างนั้นเจิ้นจะกินเ้าเสีย! เด็กที่ไม่เชื่อฟังแบบนี้ เจิ้นจะกินทีละคำ!"
ฮองเฮาก็ถึงกับระอา "ฝ่าา!"
ส่วนเ้าก้อนแป้งน้อย... การขู่นั้นได้ผลชะงัดนัก
นางกำหมัดน้อย ๆ แน่น ส่งเสียงดังลั่น "ไม่กินจูจู! จูจูเชื่อฟัง!"
นางหลับตาปี๋ ท่าทางมุ่งมั่นยิ่งนัก "จูจูหลับไปตั้งนานแล้ว! อย่าพูดนะ! เกือบจะทำให้จูจูตื่นแย้ว!"
ฮ่องเต้ิซีหลุดหัวเราะออกมา พระองค์โน้มตัวลงมองนาง เดิมทีตั้งใจจะจับให้นางลืมตาเพื่อตรัสอีกสักสองสามประโยค แต่ปรากฏว่าเ้าก้อนแป้งน้อยไม่กล้าลืมตาขึ้นมาอีกเลย!
ครู่ต่อมา หมัดน้อย ๆ ที่กำแน่นก็ค่อย ๆ คลายออก แล้วค่อย ๆ เลื่อนลง ซึ่งนางหลับไปจริง ๆ เสียด้วย
ทุกคน "..."
ฮ่องเต้ิซียืดตัวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
"บอกแล้วว่า เื่ปลอบเด็กต้องให้เราจัดการ! พวกเ้าทำไม่ได้หรอก!"
นี่มันคนประเภทไหนกันเนี่ย? หือ?
เซิ่งิหลินถึงกับทึ่งจนพูดไม่ออก
ชาติก่อนเขาคิดว่าฮ่องเต้ทรงปรีชาสามารถและเด็ดขาด วางแผนการไร้ที่ติ เป็ถึงมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ แต่ทำไมตอนนี้ดู... จะมีความกะล่อนอยู่บ้างนะ?
แต่ไม่ว่าอย่างไรได้ ในเมื่อจูจูหลับไปแล้วจริง ๆ ทุกคนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
วันรุ่งขึ้น พระชายาตวนอ๋องเสด็จมาั้แ่เช้าตรู่
เมื่อเหล่าพระสนมมาเข้าเฝ้าถวายพระพร ต่างก็บอกว่าอยากจะมาเยี่ยมจูจู ฮองเฮาไม่มีอารมณ์จะดูพวกนางแสดงละคร จึงปฏิเสธโดยตรงและรีบไล่พวกนางไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นคนไม่กี่คนก็นั่งเฝ้าอยู่ข้างกายจูจู พลางพูดคุยกันด้วยเสียงเบา ๆ
ล่วงเลยมาจนถึง่ต้นยามเฉินครึ่ง ซึ่งเป็เวลาที่จูจูมักจะตื่น ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงจูจูสูดน้ำมูกร้องไห้ แล้วก็ตื่นขึ้นมาทันที
พระชายาตวนอ๋องรีบก้าวเข้าไป จูจูร้องไห้โฮพลางโผเข้าสู่อ้อมกอดของนาง
"ท่านแม่ ท่านลุงฮ่องเต้กิงเด็ก กิงมือจูจูไปแย้ว!"
นางร้องไห้พลางชูมือน้อย ๆ ที่อวบอ้วนขึ้นมาข้างหนึ่ง พระชายาตวนอ๋องรีบปลอบโยน
"ไม่มี ไม่มีหรอก นี่เป็ความฝัน เ้าดูสิมือยังอยู่ไม่ใช่หรือ?"
จูจูชะงักไป จากนั้นจึงลืมตาขึ้นมองอย่างละเอียด แล้วเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
"ไม่ใช่ข้างนี้ ไม่ใช่ข้างนี้! ข้างนี้มันเพิ่งงอกออกมาใหม่ ไม่ฉวยเยย!"
พระชายาตวนอ๋อง "..."
พระชายาตวนอ๋องทั้งขำทั้งสงสาร จึงรีบกล่าวต่อว่า
"ไม่กินหรอก ๆ ท่านลุงฮ่องเต้ทรงรักราษฎรดั่งบุตร"
จูจูถามว่า "ยักราษฎรดั่งบุตรคืออายัยเ้าคะ?"
"ก็คือทุกคนเป็ลูกของท่านลุงฮ่องเต้ ท่านลุงฮ่องเต้รักเด็ก ๆ เหมือนที่ท่านพ่อรักอย่างไรเล่า"
"ไม่ใช่!" จูจูส่ายหัวรัว ๆ "ท่านลุงฮ่องเต้พูดว่า ท่านลุงฮ่องเต้ชอบกิงเด็ก! เด็กแบบจูจู กิงทุกมื้อเลย กิงทีละคำ!"
พรืด
พระชายาตวนอ๋องไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ ฮองเฮาก็ทั้งขำทั้งระอา พลางอธิบายประโยคหนึ่ง
"เมื่อวานจูจูงอแงจะหาเ้า ฮ่องเต้เลยขู่เข้าให้น่ะ"
นางยังคงส่ายหัว พระชายาตวนอ๋องจึงต้องเปลี่ยนเื่
"จูจูอย่าร้องเลยนะลูก เช้านี้ป้าสะใภ้ต้มบัวลอยลูกเล็กไว้ให้ หวานมากเลย จูจูอยากลุกขึ้นมากินหรือไม่?"
จูจูหยุดร้องไห้ทันที "กิงเ้าค่ะ"
สาวใช้จึงก้าวเข้ามาปรนนิบัติให้เ้าก้อนแป้งน้อยลุกจากเตียง ล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า และถือโอกาสเรียกหมอหลวงมาตรวจชีพจรด้วย
สุขภาพของเด็กนั้นเห็นได้ชัดเจนมาก พอได้นอนเต็มอิ่ม เ้าก้อนแป้งก็ฟื้นคืนพลังเต็มเปี่ยม จูจูเดินเตาะแตะไปที่โต๊ะด้วยตัวเอง
นางกำนัลของฮองเฮา คนหนึ่งอุ้มไว้ อีกคนช่วยป้อน
จูจูหิวจริง ๆ จึงไม่ซนเลย กินอย่างรวดเร็วมาก เมื่อกินเสร็จนางก็ถอนหายใจ แล้วพูดด้วยความเศร้าว่า
"ท่านลุงฮ่องเต้กิงจูจู เหมือนกับที่จูจูกิงบัวยอยไหมเ้าคะ? บัวยอยน่าฉงฉาน"
พลางอ้ามคำโต กินลูกสุดท้ายเข้าไป
ทุกคน "..."
เื่นี้จะยังไม่จบอีกหรือ?
หลังจากกินข้าวเสร็จ จูจูก็อยากจะวิ่งออกไปข้างนอก ฮองเฮาสอบถามหมอหลวงแล้วจึงตรัสว่า
"อนุญาตให้เล่นที่หน้าตำหนักได้ครู่เดียว ห้ามไปที่อุทยานหลวง และห้ามวิ่งะโเด็ดขาด"
เซิ่งิหลินกล่าวว่า "เสด็จป้า ให้หลานอยู่เป็เพื่อนจูจูเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
ฮองเฮาพยักหน้า และสั่งให้แม่นมหนึ่งคนกับนางกำนัลสองคนคอยดูแลด้วย
หน้าตำหนักไม่มีอะไรน่าสนุกจริง ๆ อีกทั้งยังห้ามวิ่งะโ ที่สำคัญคือตรงที่ถูกเตะบนตัวของเ้าก้อนแป้งน้อยยังคงเจ็บอยู่ จึงวิ่งไม่ได้ ดังนั้นจึงเรียกนางกำนัลน้อยสองคนมาเตะลูกขนไก่ให้จูจูยืนดู
เซิ่งิหลินเห็นว่ารอบข้างมีแต่บ่าวรับใช้ จึงย่อตัวลงแล้วพูดกับนางว่า
"จูจูไม่ต้องกลัวท่านลุงฮ่องเต้นะ จูจูเคยได้ยินเื่เล่าของท่านลุงใหญ่หรือไม่?"
จูจูพยักหน้าหงึก ๆ "เคยเ้าค่ะ"
"อืม" เซิ่งิหลินกล่าว "ท่านลุงใหญ่เป็เทพา และท่านลุงฮ่องเต้ยิ่งเป็ยอดแห่งเทพา ท่านลุงฮ่องเต้เข้ากองทัพั้แ่ยังเยาว์ ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่าขุนพลรุ่นเก่าอย่างท่านตาของเ้า สร้างตำนานไร้พ่ายไว้มากมาย"
เมื่อเห็นดวงตากลมโตของเ้าก้อนแป้งน้อยดูงุนงง เขาจึงพูดให้เข้าใจง่ายขึ้น
"นอกดินแดนต้าเซิ่งของเรา... ก็คือข้างนอกบ้านของเรา มีคนเลวอยู่บ้าง พวกเขาชอบฆ่าเด็ก ชอบฆ่าผู้ใหญ่ แย่งชิงของของทุกคน เผาบ้านเรือนของเรา... ทำเื่ชั่วร้ายมากมาย ท่านลุงฮ่องเต้นำเหล่าขุนพลและกองทัพขับไล่คนเลวเหล่านี้ออกไปจากดินแดน เพื่อไม่ให้พวกเขามารังแกคนในบ้านของเราได้ ซึ่งเป็เื่ที่เก่งกาจมาก"
เ้าก้อนแป้งฟังแล้วกึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ "โอ้!"
เซิ่งิหลินกล่าวต่อ "เ้าดูสิ หากว่าจูจูเป็เด็กดีและตัวเล็กขนาดนี้ คนเลวจะไม่เกรงกลัว ใช่หรือไม่? แต่ถ้าเป็ผู้ใหญ่ที่สง่างามและเก่งกาจอย่างท่านลุงฮ่องเต้ คนเลวถึงจะเกรงกลัว ใช่หรือไม่?"
เื่นี้เ้าก้อนแป้งเข้าใจ พยักหน้าหงึก ๆ "ใช่เ้าค่ะ"
"ดังนั้น" เซิ่งิหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ดังนั้นจูจูไม่ต้องกลัวท่านลุงฮ่องเต้ เหมือนกับในบ้านหลังเล็กของเราที่มีท่านพ่อเป็เ้าบ้าน ท่านลุงฮ่องเต้ก็เป็เ้าบ้านของครอบครัวใหญ่ที่ชื่อว่าต้าเซิ่ง เป็ผู้ใหญ่ของคนทั้งใต้หล้า พระองค์จะปกป้องพวกเรา พระองค์สง่างามและเก่งกาจจึงสามารถขับไล่คนเลวได้ และพวกเราทุกคนล้วนเป็ลูกของพระองค์ พระองค์ไม่มีทางทำร้ายพวกเราหรอก ที่พระองค์ขู่จูจู ก็เพราะจูจูน่ารัก พระองค์ชอบจูจู และอยากเล่นกับจูจูต่างหาก"
เ้าก้อนแป้งครุ่นคิดอย่างจริงจัง "เหมือนที่ท่านลุงรองชอบจูจู แย้วฟัดพุงของจูจูจนเขียวเยยงั้นหยอ?"
เซิ่งิหลิน "..."
เขามีความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก แต่ก็ต้องพยักหน้า "ใช่แล้ว"
เ้าก้อนแป้งถามต่อ "แล้วท่านลุงฮ่องเต้ ไม่กิงเด็กจริง ๆ หยอ?"
"ใช่" เซิ่งิหลินพยักหน้าอย่างจริงจัง "ไม่กินจริง ๆ"
"อ้อ!" เ้าก้อนแป้งพูดอย่างร่าเริง "จำได้แย้ว! ท่านลุงฮ่องเต้ม่ายกิงเด็ก!"
เซิ่งิหลิน "..."
พูดตั้งนาน สุดท้ายจำได้แค่ว่าไม่กินเด็ก
เขาลุกขึ้นด้วยความเหนื่อยใจ พอหันกลับมา ก็เห็นคนหลายคนยืนอยู่ข้างหลัง โดยคนที่นำหน้าคือฮ่องเต้ิซี
เซิ่งิหลินใ รีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อทำความเคารพ
ฮ่องเต้ิซีไม่มีความรู้สึกผิดที่แอบฟังจนถูกจับได้เลยแม้แต่น้อย ทรงหัวเราะฮ่า ๆ แล้วตรัสว่า
"ดีมาก ดีมาก พูดได้ดีมาก!"
ข้าง ๆ กันนั้น ผู้ที่สวมชุดขุนนางฝ่ายบู๊ก็คือแม่ทัพใหญ่เซี่ย เซี่ยหวยเจิ้ง
แม้เขาจะอายุน้อยกว่าฮ่องเต้ิซีเพียงห้าปี แต่รูปลักษณ์ภายนอกกลับดูเหมือนคนละรุ่นกันเลย
แม่ทัพใหญ่เซี่ยไว้หนวดเคราและมีรูปร่างสูงใหญ่ แต่ผิวพรรณขาวสะอาด หน้าตาหล่อเหลา กิริยาท่าทางอ่อนโยนและสำรวม ไม่เหมือนกับเทพาผู้เกรงขามในตำนานเลยสักนิด