บทที่4
ตอน บันทึกเล่มเก่า
ซื่อฝานกุมขมับแทบขาดสติพร้อมหย่อนกายนั่งบนเตียงเก่าอันซอมซ่อพลางมองไปรอบห้องเป็ครั้งแรกจนดวงตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้าให้ได้
เมื่อครู่อยู่ต่อหน้าผู้คนมากมายทำเอาซื่อฝานปวดหัวใช่เล่นแต่พอเข้ามาในจวนปิดประตูลงกลอนเสร็จสรรพ นางก็อ้าปากค้างยากจะบรรยายกับสิ่งแวดล้อมตรงหน้าที่เห็นเช่นกันจวบจนแววตาอันไม่สมประกอบเหลือบเห็นหลังมือของตนเหี่ยวย่นเหมือนยายอายุเจ็ดสิบแปดสิบปีได้
“...ซวยละทีนี้วันนี้มันเป็วันอะไรเนี่ย…มีแต่เื่!”
ซื่อฝานขยับฝ่ามือเข้าใกล้หน้ามากขึ้นเพื่อจะเพ่งมองให้ชัดเต็มตาทว่ายิ่งใกล้ยิ่งเบลอ…แต่เดี๋ยวก็ชัด…ตาทั้งสองข้างสั้นยาวไม่เท่ากันใช่ไหมเนี่ย!!!
“ไม่ตลก...ไม่ตลกนะเื่ใหญ่ละที่นี้ เื่ใหญ่กว่าที่เจอกองทัพมารหน้าบ้านอีก!”
ฝ่ามือเหี่ยวคลำลูบใบหน้าตนััแรกที่ฝ่ามือได้แตะโดน นางกลั้นหายใจอยากตายคาที่ เพราะหนังหน้าตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากหนังเหี่ยวย่นหลังฝ่ามือเลยสักนิด
“เหี่ยวจริง!” ซื่อฝานเหลือบมองสำรวจร่างกายตนอย่างอดไม่ได้ฝ่ามือสั่นระรัวพลันขยับใกล้ไกลเพื่อเพ่งสายตามองจนเ้าตัวพยักหน้าปลงตกอีกเื่… “แก่ลงไม่พอยังสายตาสั้นยาวไม่เท่ากันอีก”สีหน้าอันบิดเบี้ยวด้วยความสับสนก่อให้เกิดอารมณ์เศร้าคิดมากน้ำตาคลอเบ้า “มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!มาอยู่ในร่างของยายที่ไหนก็ไม่รู้!แล้วกระดูกก็แทบจะหักเป็ท่อนๆอยู่แล้ว! สายตาก็สั้นยาวไม่เท่ากันอีก!แว่นก็ไม่มี!”เสียงงอแงร้องโวยวายสุดจะทน สติแทบแตก ทว่าเสียงที่บ่นนั้นคนภายนอกกลับฟังไม่ได้ความเพราะเสียงแหบเบาตามอายุจริงของยายเ้าของบ้าน
ร่างชราภาพพลันเอนนอนพร้อมแกว่งฝ่าเท้ากระทบเตียงงอแงเหมือนเด็กทว่าทำไปได้เพียงครู่กระดูกพลันดังลั่นอีกหนทำเอาซื่อฝานหยุดการเคลื่อนไหวแทบไม่ทันก่อนนอนเหยียดตรงร้องไห้ เมื่อเวลาผ่านไปร่างหญิงชราร้องไห้
จนหลับไปเอง
ถึงอย่างไรซื่อฝานก็แอบหวังอยู่ลึกๆว่า…สิ่งที่ตนเห็นจะเป็เพียงฝันหลับไปสักตื่นทุกอย่างคงกลับมาเหมือนเดิม….เหมือนเดิมที่หมายถึงนั้นคือตอนที่ตนกำลังเหม่อมองภาพวาดคอมมิคนั้นในไอแพต…
“ข้า้าเ้า...้าส่วนหนึ่งที่หายไปจิติญญาของข้า…เ้ากลับมาได้แล้ว...”
ประโยคนั้นยังคงอยู่ในหัวขณะหลับตา
ยามซวีล่วงเลยผ่านร่างชราขยับกายบิดี้เีดั่งแมวแก่สันหลังยาวแต่บิดทีกระดูกก็ลั่นทีนั้นทำให้นางรู้ข้อจำกัดทางด้านกายวิภาคของตนเองดีขึ้นไม่น้อยซื่อฝานถอนหายใจนั่งเหม่ออยู่ริมเตียงยิ่งกว่าร่างไร้ิญญาก่อนนึกถึงเื่ประโยคนั้นที่ตัวเองได้อ่านก่อนจะเกิดเื่
“หญิงชราคนนี้ต้องเกี่ยวอะไรกับฉันแน่ๆ”
ว่าแล้วซื่อฝานก็ได้สติก่อนจะคว้าหมอนสี่เหลี่ยมบนเตียงขึ้นมากอดแน่นสายตาคมเหลือบมองเห็นมีดสั้นเล่มงามอยู่ในฝักวางทับสมุดเก่าๆเล่มหนึ่ง
เอาของสองสิ่งไว้ใต้หมอนขนาดนี้คงสำคัญมากแน่ๆ
ฝ่ามือเหี่ยวเอื้อมคว้ามีดเล่มงามพร้อมดึงด้ามเผยคมมีดเงาวับพร้อมเพ่งมองเงาตนในมีดสั้นตามสัญชาตญาณ
ริมฝีปากเหี่ยวมากริ้วรอยอ้ากว้างอึ้งอยู่นาน
เข้าใจละ เข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่าทำไมตาแก่ข้างบ้านถึงเรียกว่าแม่นางฝูชัดเลย ชัดแบบชัดเลย”
ซื่อฝานเอ๋ยซื่อฝาน...หน้าแก่รุ่นราวคราวเดียวกันนี้เองถึงว่าทำไมกล้าเอ่ยปากหยอดกันหน้าร้าน…
มีดเล่มงามถูกเก็บเข้าฝักอย่างเสียอารมณ์ก่อนวางลงอย่างไม่ใส่ใจนักสายตาฝ้าฟางเหลือบมองสมุดหนาเล่มเก่า สันสมุดเปื่อยยิ่งกว่าเนื้อที่ตุ๋นไว้เป็วันเสียอีก
หญิงสาวในร่างหญิงชราหยิบสมุดขึ้นมาเปิดอ่านแก้เบื่อซึ่งซื่อฝานรู้ตัวดีว่าความคิดของตนตอนนี้ตันสิ้นดีหันไปทางไหนคิดวกวนไปเื่ใดก็ไร้ประโยชน์แถมยังปวดหัวเปล่าๆไม่สู้วางเื่ในหัวแล้วหยิบเื่ที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองขึ้นมาอ่านไม่ดีกว่ารึ? ว่าแล้วปกสมุดเล่มหนาพลันเปิดออกสายตาไม่สมประกอบไล่อ่านบทบรรยายจนวางไม่ลงหนำซ้ำยังลืมเวลา
พระอาทิตย์ล่วงเลยผ่านจวบจนเข้ายามโฉ่วสมุดเล่มหนาในมือเหี่ยวถูกเปิดพลิกหน้าอ่านเสียเมามันส์ถึงสายตาจะยาวสั้นไม่เท่ากันแต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคในเมื่อเนื้อเื่ในเล่มกลับดึงดูดซื่อฝานได้อยู่หมัดโดยปกติแล้วซื่อฝานเป็คนที่รักการอ่านเป็ทุนเดิมเล่นเกมเป็ชีวิตจิตใจวาดรูปเป็อาชีพเสริม
ซื่อฝานคิ้วกระตุกสองทีสายตาอ่านไล่เื่ราวไปเสียหลายหน้าหนแรกก็ไม่ได้คิดสะกิดใจอะไรเป็พิเศษทว่าหลังจากอ่านไปจนจบเื่บันทึกส่วนตัวนี้ถึงกับน้ำตาตกใบหน้าเหี่ยวชราซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“แม่ทัพหญิงของเผ่ามาร....คือยายแก่”
ซื่อฝานดึงมีดที่อยู่ข้างหัวเตียงออกมาอีกครั้งเงาสะท้อนรูปหน้าหญิงชราไม่เปลี่ยนแปลง
“ข้า้าเ้า...้าส่วนหนึ่งที่หายไปจิติญญาของข้า…เ้ากลับมาได้แล้ว...” ซื่อฝานพูดทวนประโยคคำพูดในคอมมิคที่เห็นนั้นอย่างลื่นปากลื่นคอ“ฉันคือเธอ...จริงหรือ?” หญิงสาวในร่างยายแก่คิดทฤษฎีตามที่ประโยคพูดนั้นทันทีและไหนจะเนื้อหาในบันทึกนั้นอีก “หรือถ้าไม่ใช่แต่เป็ในทางกลับกันล่ะ”ซื่อฝานขมวดคิ้วกลอกตามองไปทั่วห้อง “ถ้าฉันไม่ใช่จิติญญาของเธอแต่เธอแค่ดึงฉันมาอยู่ในร่างนี้เพื่อให้ฉันเดินเื่ชีวิตของเธอต่อล่ะ”
ซื่อฝานถอนหายใจเหลือบตามองบนบ่นพึมพำอยู่บนเตียง “เธอจะดึงจิติญญาคนอื่นมาก็ได้นี่ไม่เห็นต้องเป็ฉันเลยทฤษฎีขาดช่องโหว่ถ้ามีใครสักคนอธิบายได้ก็ดีน่ะสิ” ว่าแล้วหญิงชราพลันหันไปมองกระดาษที่ถูกตัดแปะเป็โคมรูปทรงต่างๆไว้อย่างดี
“ฉันจะสานต่อทำโคมขายดีไหม?”หญิงชราละทิ้งเื่น่าปวดหัวไว้เื้ัทันทีเพราะต่อให้คิดแทบตายสุดท้ายก็คิดได้เหมือนเดิมไม่สู้ไปทำอย่างอื่นดีกว่า
ว่าแล้วซื่อฝานก็กลับมามองบันทึกในมืออยู่ดี “หรือฉันควรจะนำเื่ราวในบันทึกนี้วาดเป็คอมมิคขายดีถือว่าเป็การเปิดเผยเื่ราวของแม่ทัพหญิงที่ผู้คนต่างตราหน้าว่านางเป็ฏเพียงเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามของทุกคนในบันทึกทว่าเื่ราวยังคงเดิม” หญิงชราพลันลุกเดิน
เหินไปมาอยู่ในห้องพร้อมใช้ความคิดหนัก “ถ้าวาดออกมาแล้วฉันละอยากให้แม่ทัพมารได้เห็นจริงๆ”
“เอาล่ะ วาดก็วาดไหนๆทำโคมก็ไม่ใช่ทางถนัดของฉันอยู่แล้ว”
ร่างชรากำลังนอนเหยียดหลังบนเตียงนุ่มหัวสมองขบคิดวางโครงแบ่งตอนเื่ของสมุดเล่มนั้นเพื่อจะเอามาวาดคอมมิคอย่างตั้งใจ...
ตอนแรกของบทประพันธ์ที่ซื่อฝานเคยอ่านแล้ววาดในไอแพตนั้นเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับพระเอกของเื่และการผจญภัยเอาตัวรอดทว่าเื่ในบันทึกที่ได้อ่านกลับแตกต่างกันไม่มากเหมือนกับเป็เหตุการณ์คู่ขนานเสียมากกว่าเท่ากับการกระทำของทั้งสองเื่ราวนี้มันส่งผลถึงกันหมด
“อืม…เท่าที่คิดก็ไม่ได้แย่…แบ่งตอนวาดเนื้อหาตามนี้ก็น่าจะได้แล้ว”
ซื่อฝานค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งมือเอื้อมหยิบพู่กันกับกระดาษขึ้นมาปลายพู่กันแต้มหมึกก่อนจะบรรจงเขียนลงแผ่นกระดาษสีขาว
แน่นอนว่าเมื่อมีอารมณ์คิดเมื่อนั้นต้องจดถ้าปล่อยผ่านคงเสียดายแย่ซึ่งคำพูดนั้นอาจารย์ผู้ที่พร่ำสอนในคลาสมักจะพูดออกไมค์บอกเสมอในคาบเรียน
แล้วนั่นก็เป็เหตุผลที่ทำให้ฉันจำคำสอนได้ขึ้นใจจนชอบพกสมุดเล่มเล็กติดตัวเป็ประจำเวลาไปไหนมาไหนคิดบทหรือฉากได้หยิบขึ้นมาวาดจดจนติดเป็นิสัย…ดูท่าแล้วขนาดอยู่ในร่างหญิงชราก็คงไม่วายติดนิสัยเดิม…
“เฮ่อ…”
ตูม! ปัง!
พู่กันในมือสั่นะเืใเพราะเสียงอะไรบาง
อย่างกระทบประตู ร่างชราเด้งตัวยืนขึ้นรวดเร็วเหมือนไฟดูด
กร๊อบ!
โอ้ย! กระดูก!!! เอาอีกแล้ว!ฉันว่าจะได้หลังหักเข้าสักวัน! แล้วข้างนอกเสียงดังอะไรกันอีก!
ซื่อฝานรีบประคองร่างเดินออกไปหาต้นเสียง “ถ้าเจอต้นตอนะแม่จะฟาดด้วยพู่กันให้หลังลายเลยคอยดู!”
ฝ่ามือเหี่ยวดันบานประตูกระแทกกับผนังบ้านดังสนั่นั้แ่สมัยเรียนซื่อฝานรู้ตัวดีว่าตนเองมักจะหัวเสียทุกครั้งเมื่อมีเสียงดังหรือมีสิ่งมาก่อกวนเวลาคิดงาน
“ไป!ไปไกลๆ!ไอ้คนฏ!” เสียงะโพูดประสานเสียงดังลั่นชวนให้อยากรู้อยากเห็นเป็ที่สุด
ปัง!
เสียงกระแทกประตูทำให้ผู้คนใไม่น้อยโดยเฉพาะเด็กแปดคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังปาก้อนหินใส่ชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างบ้านของซื่อฝาน
หญิงชราไม่รอช้าปาพู่กันในมือตามสัญชาตญาณสกัดก้อนหินที่กำลังจะโดนศีรษะชายแขนขาดทันใดทำเอาเด็กแปดคนกับชายไร้ทางสู้อีกหนึ่งมองมาทางซื่อฝานตาค้าง
“แก่ปูนนี้ยังปาแม่น”
เด็กๆพากันซุบซิบถึงหญิงชราจะไม่คอยได้ยินแต่ในเมื่อสายตายาวแล้วยิ่งมองฝีปากเด็กๆที่ยืนห่างออกไปซื่อฝานก็พอจะอ่านปากจับใจความได้จึงพูดตอกกลับไปว่า
“แก่แล้วอย่างไรก็ข้าเก่ง”
ใช่ถึงนางจะแก่แต่ก็เก่งนะข้าเตือนพวกเ้าไว้เลย” เสียงชายชราดังขึ้นมาแทรก
ซื่อฝานหันไปมองทันควัน “ท่านยังอยู่อีกหรือ?”
“ก็จวนข้าอยู่ข้างจวนบ้านเ้าจะให้ข้าไปไหนได้เล่า”ชายชราพูดไปก็พลางชี้ไปยังจวนของตัวเอง
ซื่อฝานกัดฟันแน่น “ข้าอยากย้ายบ้าน”
“ต่อให้เ้าย้ายหนีข้าข้าก็จะตามเ้า”
“เพื่ออะไรกัน?”หญิงชราขมวดคิ้วกำหมัดแน่น
“ก็เ้าติดหนีข้าแปดร้อยตำลึง...ทอง”จู่ๆชายชราก็พูดเข้าเื่เงิน
“หา!?” ซื่อฝานแทบจะลมจับ
ชายชราสะบัดกระดาษเนื้อดีในมือกางออกในดูตรงหน้า ซื่อฝานเพ่งดูปรากฎว่านั้นคือสัญญาณกู้ยืมเงินจริงๆ!!!