"ท่านคิรินคะ... บานประตูนี้ไม่มีร่องรอยของมนตราปกป้อง แต่มันกลับแข็งแกร่งจนดาบของข้าฟันไม่เข้าเลยค่ะ" เอเลน่า พึมพำหลังจากพยายามลองใช้ดาบสะกิดพื้นผิวหิน
"มันไม่ใช่ความแข็งแรงจากการป้องกันหรอกครับเอเลน่า แต่มันคือ 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่ปฏิเสธการถูกทำลาย" คิรินเดินไปหยุดหน้าประตู เขาหยิบกุญแจสีทองที่ได้รับจากเบื้องบนออกมา "กุญแจดอกนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อไข... แต่มันมีไว้เพื่อ 'บอก' ว่าเ้าของบ้านกลับมาแล้ว"
คิรินทาบกุญแจลงบนรอยสลัก ทันใดนั้น แสงสีทองนุ่มนวลก็ซึมลึกเข้าไปในเนื้อหิน บานประตูที่หนักอึ้งค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างนุ่มนวลราวกับถูกหล่อลื่นด้วยน้ำมันชั้นดี
ภาพที่ปรากฏเื้ัประตูทำให้ทุกคนตกตะลึง...
แทนที่จะเป็ห้องเก็บสมบัติหรือคุกมืด มันกลับเป็ห้องทำงานที่ดูอบอุ่น มีชั้นหนังสือไม้โอ๊คสูงจรดเพดาน โต๊ะทำงานไม้ตัวั์ที่มีตะเกียงน้ำมันส่องแสงสีส้มอ่อน และที่สำคัญที่สุด... มีโซฟาบุหนังสีน้ำตาลตัวใหญ่วางอยู่หน้าเตาผิงที่เปลวไฟยังคงร่ายรำอยู่ราวกับรอคอยใครบางคน
"นี่มัน... ห้องของใครกันคะ?" เซราฟิน่า เดินเข้าไปลูบหลังสันหนังสือ "หนังสือพวกนี้ไม่ได้บันทึกด้วยภาษาที่เราจักเลย แต่มันแผ่ออร่าแห่งการเยียวยาออกมาตลอดเวลา"
คิรินเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน เขาเห็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งกางทิ้งไว้ หน้ากระดาษดูใหม่เอี่ยมราวกับเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อครู่ เขาเริ่มอ่านข้อความในนั้นช้าๆ
"ถึงผู้พเนจรคนถัดไป... หากคุณได้อ่านข้อความนี้ แสดงว่าคุณได้ทำการ 'ยกพื้น' ห้องใต้ดินนี้ขึ้นมาแล้ว ยินดีด้วยที่คุณแก้ปัญหาน้ำท่วมขังพลังงานมืดได้สำเร็จ ผมเคยพยายามจะทำแบบคุณแต่ผมมัวแต่ไปสนใจการต่อสู้จนลืม 'ซ่อมแซม' รากฐานของโลกใบนี้..."
"เขาเรียกตัวเองว่า 'นักเยียวยาคนแรก' ครับ" คิรินเปรยขึ้นพลางพลิกหน้าถัดไป "เขาบอกว่าโลกนี้เดิมทีเป็โลกที่งดงาม แต่กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเกินไปทำให้โลกเริ่ม 'ป่วย' และทางเดียวที่จะรักษาโลกได้ ไม่ใช่การกำจัดความมืด แต่คือการทำให้แสงสว่างมัน 'ใจดี' พอที่จะโอบกอดความมืดไว้ได้"
ทันใดนั้น เงาสีขาวจางๆ ของชายวัยกลางคนในชุดนักบวชที่ดูเรียบง่ายก็ปรากฏขึ้นใจกลางห้อง เขาไม่ได้จู่โจม แต่กลับยิ้มให้คิรินอย่างอบอุ่น
"เ้าสินะ... คนที่ฮีลแม้กระทั่งพฤกษาโลกจนมันเติบโตทะลุเพดาน" เงาพยากรณ์กล่าว "ข้าเหลือพลังงานไว้เพียงพอแค่จะบอกความลับสุดท้ายแก่เ้า... ใต้หอคอยแห่งสัจธรรมนั้นมี 'แกนกลางของความสมดุล' อยู่ หากเ้าสามารถใช้ปาฏิหาริย์ของเ้าเยียวยามันได้ โลกนี้จะไม่ต้องพึ่งพาการสูบพลังจากชีวิตใดอีกเลย"
"ฟังดูเหมือนงานใหญ่ที่ต้องใช้พลังงานเยอะนะครับ" คิรินบ่นพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนัง "แต่ก่อนจะไปทำเื่ระดับโลกขนาดนั้น... ผมขอนั่งพักบนโซฟาตัวนี้สักครู่ได้ไหม? มันนุ่มจนผมแทบจะลืมทางกลับบ้านเลย"
"ท่านคิรินคะ! นี่ไม่ใช่เวลามานั่งพักผ่อนนะคะ!" เอเลน่าร้องเตือน แต่พอเธอเผลอไปแตะที่พนักโซฟา ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาก็ทำให้เธอถึงกับเคลิ้มตาม "เอ๊ะ... มัน... มันนุ่มจริงๆ ด้วยค่ะ"
"เห็นไหมล่ะ? ปาฏิหาริย์ที่แท้จริงคือการมีที่พักผ่อนที่สบายใจครับ" คิรินยิ้มกว้าง เขาหันไปหาเงาพยากรณ์ "ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับคุณรุ่นพี่ ผมสัญญาว่าจะ 'รีโนเวท' โลกใบนี้ให้กลายเป็ที่ที่นอนหลับสบายที่สุดในจักรวาลเลย"
เงาพยากรณ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงกุญแจทองคำที่ตอนนี้กลายเป็ 'ตราประทับแห่งจอมเทพ' ที่แท้จริงสลักอยู่บนหลังมือของคิริน
โรแลนด์ เดินเข้ามาสมทบพลางยกชุดกาน้ำชาที่เจอในตู้ขึ้นมา "ท่านคิรินครับ! ผมเจอใบชาที่ดูเหมือนจะถูก 'รักษา' ไว้ในขวดสุญญากาศด้วยครับ เรามาชงชาฉลองห้องใหม่กันดีไหม?"
"ยอดเยี่ยมมากโรแลนด์! นี่แหละคือทีมงานคุณภาพ" คิรินดีดนิ้ว แสงสีทองแผ่กระจายไปทั่วห้องเพื่อชำระล้างฝุ่นละอองตัวสุดท้าย "คืนนี้เราพักที่นี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยไปจัดการ 'แกนกลาง' อะไรนั่นกัน"
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่แสนสุข คิรินกลับเหลือบไปเห็นแผนที่ใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้กองหนังสือ มันไม่ใช่แผนที่ของทวีปนี้... แต่เป็แผนที่ของ 'ดินแดนเหนือกาลเวลา' ที่ซึ่งผู้สร้างกฎคนแรกยังคงเฝ้ามองอยู่ด้วยสายตาที่ไม่พอใจนัก
คิรินจิบชาที่โรแลนด์ชงให้อย่างใจเย็น "อยากจะเฝ้าดูก็เชิญครับ... แต่ถ้ามาขวางการนอนของผมเมื่อไหร่ ผมจะฮีลให้ลืมทางกลับ์เลยจริงๆ ด้วย"