“ได้ครับนายน้อย”ซุนหยางรับคำก่อนที่เขาจะไปตรวจสอบเพื่อความละเอียดอีกรอบเพื่อกันความผิดพลาดถึงพวกเขาจะมีชื่อสายลับอยู่ในมืออยู่แล้วก็ตาม
วันต่อมา
ตอนนี้ถังหลินกำลังรอทางออฟฟิเชียลของกระบี่คู่พิชิตมารประกาศเรตติ้งการออกอากาศออกมาอยู่เนื่องจากตอนแรกๆทางกองถ่ายตัดต่อเสร็จนานแล้วซึ่งตอนนี้เขาก็นั่งอยู่กับเพื่อนๆและคู่หมั้นของตัวเอง
“นายคิดว่าจะได้เรตติ้งเท่าไหร่”ฉินลี่หลินที่ตอนนี้กำลังลุ้นอย่างตื่นเต้นอยู่กล่าวถามถังหลินที่นั่งอยู่ข้างๆตัวเองออกมา
“ไม่รู้สิแต่คงจะเกิน 5 เปอร์เซ็นละมั้งโปรโมทกันสะขนาดนั้น”ถังหลินพูดขึ้นมาเพราะก่อนที่จะถ่ายฉากสุดท้ายเสร็จหนังก็ได้ทำการโปรโมทอย่างคึกโคมแล้วซึ่งก็เป้นเรื่องปกติเพราะเป็นหนังจากค่ายใหญ่แถมทุนยังหนามากโดยการโปรโมทนั้นถังหลินไม่ได้เข้าไปยุ่งเลยแม้แต่น้อย!
“เมื่อไหร่จะเปิดมาสักทีเนี่ยรอนานแล้วนะ”เมิ่งฮ่าวบ่นออกมาเพราะเขาก็ลุ้นเหมือนกัน
“มือจะหยิกแล้วโว๊ยยมาสักทีเถอะ”ฉงติ่งโอดโอยออกมาเพราะเขารับหน้าที่กดรีเฟรชจากหน้าจอโน้ตบุ๊คและเชื่อมเข้ากับทีวี
อีกทางหนึ่งสำนักงานใหญ่ของสตาฟผู้เกี่ยวข้องและการดูแลหรือรวมถึงควบคุมสื่อบันเทิง!
“ข้อมูลนี้นายแน่ใจแล้วงั้นเหรอ?”หัวหน้าคนหนึ่งกล่าวถามลุกน้องของตนไปอย่างจริงจัง
“แน่นอนครับหัวหน้าพวกผมตรวจสอบสิบกว่ารอบแล้ว”ลูกน้องของเขาบอก
“นี้มันบ้ามากไม่คิดเลยว่าเรตติ้งจะไปสูงขนาดนี้เอาละส่งข้อมูลไปให้นักข่าวและบริษัทที่เกี่ยวข้องเถอะฉันว่าครั้งนี้คงเกิดข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศแน่นอน”เขาพูดออกมาอย่างตื่นเต้น!
หลังจากฉงติ่งรีเฟรชหน้าจอจนขี้เกียจจะกดแล้วนั้นครั้งล่าสุดที่เขากดรีทางบัญชีออฟฟิเชียลก็โพสเรตติ้งตอนแรกออกมาแล้วซึ่งทุกคนที่ได้เห็นนั้นก็นั่งอึ้งกันอย่างมากเพราะว่าเรตติ้งนี้สูงเสียดฟ้าเป็นอย่างมาก
“15เปอร์เซ็นงั้นเหรอ? นี้มันบ้ามาก”ถังหลินพูดขึ้นมาเพราะเรตติ้งนี้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วเพราะเรตติ้งที่ดีที่สุดอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นแถมนี้ยังเป็นเพียงตอนแรกเท่านั้นเอง!
“โอ๊ยย”ถังหลินตะโกนออกมาเพราะฉินลี่หลินนั้นหยิกเอวของเขา
“นี้ฉันไม่ได้ฝันไปจริงสินะเนี่ย”ฉินลี่หลินพูดขึ้นมา
“โหยนี่เธอถ้าจะทำแบบนี้ทำไมไม่หยิกตัวเองกันมาหยิกฉันทำไมเนี่ย!”ถังหลินพูดออกมา
“เอาน่าๆว่าแต่นายฝึกร่างกายไปถึงไหนแล้วละ”ฉินลี่หลินถามขึ้นเพราะเธอค่อนข้างที่จะเป็นห่วงถังหลินมากเพราะเธอได้รู้มาจากพ่อของเธอว่าการฝึกร่างกายนั้นยากกว่าการกลั่นปราณนับสิบเท่า!!
“ก็เรื่อย ๆแหละ”ถังหลินตอบกลับไปเพราะเขาถามระบบมาแล้วว่าสุดยอดร่างกายของเขาทำให้เขามีพลังเท่ากับพวกสิบปีเท่านั้นแต่หลังจากที่เขาทะลวงการฝึกเคล็ดวิชานวดารามามาถึงการกลั่นร่างกายช่วงกลางพลังของเขาน่าจะเท่ากับสิบห้าปีแล้ว
“ถ้าแกขาดเหลืออะไรก็บอกพวกฉันได้นะเว้ยเพื่อนยาก”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมาเพราะเขาเป็นเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าถังหลินไม่มีรากวิญญาณจึงต้องหันไปทางกลั่นร่างกายแทนแต่ปกติการกลั่นร่างกายนั้นยากเป็นอย่างยิ่งอยู่แล้วแต่กลับถังหลินที่ไม่มีรากวิญญาณยิ่งยากเข้าไปอีก!!
“ฉันไม่พูดอะไรมากแล้วกันอะนี้”ฉงติ่งพุดขึ้นมาก่อนโยนกล่องใบหนึ่งมาให้ถังหลินซึ่งถังหลินก็รับได้อย่างฉิวเฉียดพอดี
“อะไรวะ?”ถังหลินถามออกไปพลางเปิดกล่องออกมาดู
“โสม?”ถังหลินหันไปมองฉงติ่งอย่างงๆ
“ใช่โสมพันปีฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแต่พอฉันบอกว่าให้เอาโสมนี้มาให้แก”ฉงติ่งพูดขึ้นเอาตามตรงเรื่องนี้เขาก็งงมากเหมือนกันเพราะก่อนออกจากบ้านพ่อของเขากลับโยนกล่องนี้มาให้เขาและบอกว่าให้เอามาให้ถังหลินสะแล้วมันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองอย่างมาก
“โสมพันปี?”หลี่หยูที่ยืนอยู่เงียบมานานนั้นก้พูดขึ้นมาอย่างแปลกใจเพราะการที่พลังปราณเบาบางลงนั้นการที่จะหาสมุนไพรที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณนั้นยากเป็นยากมากแค่ร้อยปีก็ล้ำค่าเป็นอย่างมากแล้วไม่ต้องพูดถึงหมื่นปีเลย! ถ้าเอาออกมาขายละก็แสนหยวนยังน้อยไปด้วยซ้ำเพราะมันสามารถช่วยทลวงขั้นได้อย่างมาก!
“นายรู้จักงั้นเหรอ? หลี่หยู”ถังหลินหันมาถามหลี่หยุเพราะเรื่องพวกนี้พูดได้ว่าเขายังไม่ค่อยรู้อะไรเลยด้วยซ้ำ
“หลี่หยู?”เมิ่งฮ่าวและฉงติ่งมองหน้ากันอย่างงงๆหมอนี้แซ่กังไม่ใช่เหรอ
“อ้อแซ่จริงๆของเขาคือหลี่นะส่วนรายละเอียดเดี่ยวฉันเล่าให้ฟัง”ถังหลินพูดขึ้นมา
“ใช่ถ้านายน้อยกินโสมนี้เข้าไปอย่างน้อยพลังก็ทะลวงอีกขั้นสองขั้น”หลี่หยูพูดออกมาแต่นั้นกลับทำให้ฉงติ่งขมวดคิ้วทันทีเพราะตามที่พอเขาบอกโสมนี้จะช่วยให้ถังหลินทะลวงพลังได้นับสิบปี! แต่เขาก็ไม่ได้พูดขัดอะไรออกไปเพราะหลังจากที่เขาฝึกพลังลมปราณเขาก็ยิ่งรับรู้ได้ว่าหลี่หยูนั้นน่ากลัวแค่ไหน!!!
ซึ่งแน่นอนว่าหลี่หยูนั้นสังเกตถึงสีหน้าของฉงติ่งจึงกล่าวออกมาว่า
“นายน้อยได้ก้าวข้ามระดับสิบปีไปแล้วจึงทำให้โสมแค่พันปีนั้นไม่ผลเท่าไหร่แน่นอนว่าถ้าเป็นการกลั่นปราณคงเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ห้าปีแต่กลับไม่ใช่การกลั่นร่างกายโดยเฉพาะนายน้อยละนะ”หลี่หยูกล่าวอธิบายออกมาซึ่งนั้นสร้างความแปลกใจให้ทุกคนไม่น้อยเลยไม่คิดเลยว่าร่างเล็กที่ดู
สมส่วนนั้นจะอัดแน่นไปด้วยความน่ากลัวขนาดนี้เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเขายังอยู่ห้าปีกันอยู่เลยแต่ไม่ใช่กับสามตระกูลใหญ่แน่นอนเพราะว่า
“ฮืมนายทะลวงระดับสิบปีแล้วงั้นเหรอสนใจที่จะลองประมือกันหน่อยไหม”ฉินลี่หลินพูดขึ้นเพราะตอนนี้เธอมีพลังลมปราณระดับสิบเอ้ดปีแล้วด้วยทรัยากรมหาศาลจากตระกูลฉิน
“เธอแน่ใจงั้นเหรอ”ถังหลินพูดขึ้นมาถึงเขาจะสัมผัสพลังปราณไม่ได้แต่สัญชาตญาณของเขากลับบอกว่าทุกคนมนห้องนี้นั้นล้วนอ่อนแอกว่าเขาเป็นอย่างมากอย่าลืมว่าการกลั่นร่างกายนั้นสามารถสู้กับขั้นเดียวกันได้นับสิบคน!!
“แน่นอนสิ”ฉินลี่ลหนิพูดขึ้นอย่างมั่นใจเพราะเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าสามีในอนาคตของเธอตอนนี้นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน!
“งั้นก็ไปที่ลานประลองเถอะ”ถังหลินพูดขึ้นก่อนที่เขาจะลุกเดินนำทางไป!
ลานประลองโล่งกว้างที่ชั้นใต้ดินแน่นนอว่าห้องนี้หลี่หยูเป็นคนสร้างขึ้นมามันก็ไม่มีอะไรมากแค่เป็นลานโล่งไว้ประลองฝีมือกันเท่านั้น
โดยตอนนี้ถังหลินและฉินลี่หลินกำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่คนละฝั่งและมีหลี่หยูและสองหสายยืนมองอยู่ข้างๆ
“นายคิดว่าใครจะชนะว่าอาเมิ่ง”ฉงติ่งถามขึ้น
“แน่นอนว่าถังหลินชนะอยู่แล้ว”เมิ่งฮ่าวพูดออกมาเพราะใครๆก็รู้ว่าการฝึกร่างกายนั้นยากขนาดไหนอย่างแรกต้องมีทรัพยากรที่เพียงพอและอย่างที่สองต้องมีร่างกายที่เหมาะสมถึงการฝึกร่างกายจะได้เปรียบแต่นั้นก็แค่ตอนแรกๆเท่านั้นเพราะยิ่งขั้นสูงยิ่งยากที่จะฝึกได้! และคนที่เลือกที่จะฝึกร่างกายนั้นถ้าไม่มั่นใจในตัวเองสูงก็เป็นพวกบ้าที่ไม่มีทางเลือกเท่านั้น!
“เอาละฉันจะเริ่มละนะ”ฉินลี่ลหนิพูดขึ้นมาก่อนที่เธอจะค่อยเลือนหายไปเพราะเธอใช้วิชาเงาจันทร์และมาโผล่ที่ตรงหน้าถังหลินก่อนที่เธอจะเค้นพลังปราณมารวมที่ฝ่ามือจะอัดไปที่ถังหลินเต็มแรง!
“ฮืมแค่นี้งั้นเหรอ?”ถังหลินพูดขึ้นมาเพราะเขาไม่ได้หลบแม้แต่น้อยเพราะเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าร่างกายของตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหนและตอนนี้เขาก็ได้รู้แล้วเพราะขนาดคนที่มีพลังปารณสิบเอ็ดปีอัดเข้ามาเต็มแรงเขายังไม่รู้สึกสะเทือนเลยแม้แต่น้อย!
เมื่อฉินลี่หลินเห็นว่าฝ่ามือเธอไม่สะทกสะท้านต่อตัวถังหลินเลยแม้แต่น้อยนั้นเธอเลยถอยหลังกลับไปก่อนที่คิดว่าจะใช้ไม้ตายตนเองแต่ตอนนั้นเธอกลับสัมผัสได้ถึงอันตรายพลางมองไปยังถังหลินอย่างไม่เชื่อสายตาเพราะตอนนี้เขากำลังง้างหมัดและชกเบาๆมาที่อากาศแต่นั้นกลับทำให้เกิดแรงอัดกระแทกอย่างรุนแรงมาที่เธอจนเธอกระเด็นไปกระแทกอย่างรุนแรงที่กำแพงด้านหลัง!
“เฮ้ยๆถังน้อยนี้ไม่คิดจะฆ่าว่าที่ภรรยาตัวเองหรอกใช่ไหม”ระบบกล่าวแซวออกมาจนถังหลินอดคิ้วกระตุกไม่ได้โดนไปแค่นั้นเธอไม่บาดเจ็บอะไรมากหรอกที่กระเด็นไปขนาดนั้นเพราะโดนแรงอัดกระแทกจากอากาศเท่านั้นเองและถ้าเขาคิดจะฆ่าเธอจริงๆคงไม่ใช่พลังไปแค่สามส่วนหรอก!
“แค่กๆ”ฉินลี่หลินไออกมาเล็กน้อยเนื่องจากความจุกก่อนที่เธอจะมองมาที่ถังหลินและยิ้มออกมา
“ดีมากงั้นการประลองสามตระกูลใหญ่ฉันก็หายห่วงแล้วละ”ฉินลี่หลินพูดขึ้นก่อนปัดฝุนตามร่างกายตัวเองและอาการจุกของเธอก็ค่อยหายไปแล้วจากการที่โคึจรพลังปราณไปรักษา
“แกนี้โหดเหี้ยมจริงๆขนาดผู้หญิงยังไม่ออมมือให้เลยเหรอวะ”ฉงติ่งพูดขึ้น
“โหยเพื่อนนี้ออมมือแล้วนะ”ถังหลินพูดขึ้นมาพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนงทันที
“แม่งเอ้ยไม่น่าเชียร์มันเลยเมื่อกี้ดูท่าทางหยิ่งยะโสนั้นสิโคตรหน้าหมั่นไส้”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้น
ก่อนที่พวกเขาทั้งสามคนจะขอตัวกลับไปเนื่องจากเห็นพลังของถังหลินแล้วไม่มีใครใจเย็นอยู่ได้หรอกยังไงสะพวกเขาก็เป็นรุ่นเดียวกันจึงถูกพลังของถังหลินเมื่อกี้กระตุ้นซึ่งพวกเขาทั้งสามคนก็รู้ดีว่าถังหลินไม่ได้เอาจริงแน่นอน!
“นายน้อยครับได้ตัวสายลับทั้งหมดแล้ว”ซุนหยางโผล่ตัวออกมาจากความมืดทันทีเมื่อทั้งสามคนนั้นกลับไปแล้ว
“งั้นเรียกคนทั้งหมดกลับมาสะไม่ว่าพวกเขาจะทำภารกิจอะไรอยู่ก็ตาม”ถังหลินพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาเพราะว่าระดับ B นั้นนอกจากคนที่ปกป้องคฤหาสน์ของเขาอยู่นั้นที่เหลือล้วนเป็นสายลับทั้งหมดซึ่งนั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลยเพราะพวกเขาเดิมทีก็มีนับพัน! บ้างก็เป็นมาตั้งแต่แรกบ้างก็ถูกซื้อตัวไปหลังจากที่เขาได้เข้าควบคุมบริษัทและที่หนักไปกว่านั้นคือระดับAนับร้อยคนนั้นก็มีเพียงยี่สิบคนเท่านั้นที่ไว้ใจได้! ส่วนระดับ S นั้นไม่มีสายลับเลยแม้แต่คนเดียว!
“ตามที่นายน้อยสั่ง”ซุนหยางพูดออกมาก่อนที่เขาจะใช้ช่องทางพิเศษเพื่อแจ้งไปยังทุกคนให้กลับมารวมตัวกันที่ลานฝึกของบริษัทเทียนหยวนที่แน่นอนว่ามันจุคนได้เกินพันแน่นอน!
ครึ่งวันต่อมาทุกคนก็มารวมตัวกันทั้งหมดแล้วถังหลินที่นั่งอยู่ข้างบนไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาโดยเฉพาะหลี่หยูที่เขาปกติก็มีหน้านิ่งๆอยู่แล้วซึ่งนั้นทำให้คนข้างล่างที่ยืนกันอยู่นั้นรู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อยเลยเพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หลังนั้นซุนหยางก็เดินขึ้นไปหาถังหลินพลางกระซิบที่หูเขและบอกว่ามากันครบแล้วแน่นอนว่าพวกเขาต้องมากันอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนโดยเฉพาะพวกสายลับที่ต้องมาเพื่อไม่ให้เกิดพิรุธ!
ถังหลินก็กวาดสายตาไปรอบก่อนที่เขาจะเปิดปากขึ้นเป็นครั้งแรกว่า
“นี้คงเป็นครั้งแรกที่พวกนายได้เจอฉันหลังจากที่ได้เข้าครอบครองบริษัทนี้อย่างเต็มตัว”
“เฮ้อแต่นั้นก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่บางคนในพวกนายนั้นนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย..”ถังหลินถอนหายใจออกมาก่อนที่หลี่หยูและซุนหยางจะลงมือทันทีพวกเขาแปลงพลังลมปราณในร่างกายของตัวเองออกมาเป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆอัดแน่นเต็มห้องโถงนี้ในเสี้ยววิก่อนที่จะมีกลิ่นเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศทันที!