ระบบพลิกฟ้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 55

    “ได้ครับนายน้อย”ซุนหยางรับคำก่อนที่เขาจะไปตรวจสอบเพื่อความละเอียดอีกรอบเพื่อกันความผิดพลาดถึงพวกเขาจะมีชื่อสายลับอยู่ในมืออยู่แล้วก็ตาม


    วันต่อมา


    ตอนนี้ถังหลินกำลังรอทางออฟฟิเชียลของกระบี่คู่พิชิตมารประกาศเรตติ้งการออกอากาศออกมาอยู่เนื่องจากตอนแรกๆทางกองถ่ายตัดต่อเสร็จนานแล้วซึ่งตอนนี้เขาก็นั่งอยู่กับเพื่อนๆและคู่หมั้นของตัวเอง


    “นายคิดว่าจะได้เรตติ้งเท่าไหร่”ฉินลี่หลินที่ตอนนี้กำลังลุ้นอย่างตื่นเต้นอยู่กล่าวถามถังหลินที่นั่งอยู่ข้างๆตัวเองออกมา


    “ไม่รู้สิแต่คงจะเกิน 5 เปอร์เซ็นละมั้งโปรโมทกันสะขนาดนั้น”ถังหลินพูดขึ้นมาเพราะก่อนที่จะถ่ายฉากสุดท้ายเสร็จหนังก็ได้ทำการโปรโมทอย่างคึกโคมแล้วซึ่งก็เป้นเรื่องปกติเพราะเป็นหนังจากค่ายใหญ่แถมทุนยังหนามากโดยการโปรโมทนั้นถังหลินไม่ได้เข้าไปยุ่งเลยแม้แต่น้อย!


    “เมื่อไหร่จะเปิดมาสักทีเนี่ยรอนานแล้วนะ”เมิ่งฮ่าวบ่นออกมาเพราะเขาก็ลุ้นเหมือนกัน


    “มือจะหยิกแล้วโว๊ยยมาสักทีเถอะ”ฉงติ่งโอดโอยออกมาเพราะเขารับหน้าที่กดรีเฟรชจากหน้าจอโน้ตบุ๊คและเชื่อมเข้ากับทีวี

    อีกทางหนึ่งสำนักงานใหญ่ของสตาฟผู้เกี่ยวข้องและการดูแลหรือรวมถึงควบคุมสื่อบันเทิง!


    “ข้อมูลนี้นายแน่ใจแล้วงั้นเหรอ?”หัวหน้าคนหนึ่งกล่าวถามลุกน้องของตนไปอย่างจริงจัง


    “แน่นอนครับหัวหน้าพวกผมตรวจสอบสิบกว่ารอบแล้ว”ลูกน้องของเขาบอก


    “นี้มันบ้ามากไม่คิดเลยว่าเรตติ้งจะไปสูงขนาดนี้เอาละส่งข้อมูลไปให้นักข่าวและบริษัทที่เกี่ยวข้องเถอะฉันว่าครั้งนี้คงเกิดข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศแน่นอน”เขาพูดออกมาอย่างตื่นเต้น!


    หลังจากฉงติ่งรีเฟรชหน้าจอจนขี้เกียจจะกดแล้วนั้นครั้งล่าสุดที่เขากดรีทางบัญชีออฟฟิเชียลก็โพสเรตติ้งตอนแรกออกมาแล้วซึ่งทุกคนที่ได้เห็นนั้นก็นั่งอึ้งกันอย่างมากเพราะว่าเรตติ้งนี้สูงเสียดฟ้าเป็นอย่างมาก


    “15เปอร์เซ็นงั้นเหรอ? นี้มันบ้ามาก”ถังหลินพูดขึ้นมาเพราะเรตติ้งนี้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วเพราะเรตติ้งที่ดีที่สุดอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นแถมนี้ยังเป็นเพียงตอนแรกเท่านั้นเอง!


    “โอ๊ยย”ถังหลินตะโกนออกมาเพราะฉินลี่หลินนั้นหยิกเอวของเขา


    “นี้ฉันไม่ได้ฝันไปจริงสินะเนี่ย”ฉินลี่หลินพูดขึ้นมา


    “โหยนี่เธอถ้าจะทำแบบนี้ทำไมไม่หยิกตัวเองกันมาหยิกฉันทำไมเนี่ย!”ถังหลินพูดออกมา


    “เอาน่าๆว่าแต่นายฝึกร่างกายไปถึงไหนแล้วละ”ฉินลี่หลินถามขึ้นเพราะเธอค่อนข้างที่จะเป็นห่วงถังหลินมากเพราะเธอได้รู้มาจากพ่อของเธอว่าการฝึกร่างกายนั้นยากกว่าการกลั่นปราณนับสิบเท่า!!


    “ก็เรื่อย ๆแหละ”ถังหลินตอบกลับไปเพราะเขาถามระบบมาแล้วว่าสุดยอดร่างกายของเขาทำให้เขามีพลังเท่ากับพวกสิบปีเท่านั้นแต่หลังจากที่เขาทะลวงการฝึกเคล็ดวิชานวดารามามาถึงการกลั่นร่างกายช่วงกลางพลังของเขาน่าจะเท่ากับสิบห้าปีแล้ว


    “ถ้าแกขาดเหลืออะไรก็บอกพวกฉันได้นะเว้ยเพื่อนยาก”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมาเพราะเขาเป็นเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าถังหลินไม่มีรากวิญญาณจึงต้องหันไปทางกลั่นร่างกายแทนแต่ปกติการกลั่นร่างกายนั้นยากเป็นอย่างยิ่งอยู่แล้วแต่กลับถังหลินที่ไม่มีรากวิญญาณยิ่งยากเข้าไปอีก!!


    “ฉันไม่พูดอะไรมากแล้วกันอะนี้”ฉงติ่งพุดขึ้นมาก่อนโยนกล่องใบหนึ่งมาให้ถังหลินซึ่งถังหลินก็รับได้อย่างฉิวเฉียดพอดี


    “อะไรวะ?”ถังหลินถามออกไปพลางเปิดกล่องออกมาดู


    “โสม?”ถังหลินหันไปมองฉงติ่งอย่างงๆ


    “ใช่โสมพันปีฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแต่พอฉันบอกว่าให้เอาโสมนี้มาให้แก”ฉงติ่งพูดขึ้นเอาตามตรงเรื่องนี้เขาก็งงมากเหมือนกันเพราะก่อนออกจากบ้านพ่อของเขากลับโยนกล่องนี้มาให้เขาและบอกว่าให้เอามาให้ถังหลินสะแล้วมันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองอย่างมาก


    “โสมพันปี?”หลี่หยูที่ยืนอยู่เงียบมานานนั้นก้พูดขึ้นมาอย่างแปลกใจเพราะการที่พลังปราณเบาบางลงนั้นการที่จะหาสมุนไพรที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณนั้นยากเป็นยากมากแค่ร้อยปีก็ล้ำค่าเป็นอย่างมากแล้วไม่ต้องพูดถึงหมื่นปีเลย! ถ้าเอาออกมาขายละก็แสนหยวนยังน้อยไปด้วยซ้ำเพราะมันสามารถช่วยทลวงขั้นได้อย่างมาก!


    “นายรู้จักงั้นเหรอ? หลี่หยู”ถังหลินหันมาถามหลี่หยุเพราะเรื่องพวกนี้พูดได้ว่าเขายังไม่ค่อยรู้อะไรเลยด้วยซ้ำ


    “หลี่หยู?”เมิ่งฮ่าวและฉงติ่งมองหน้ากันอย่างงงๆหมอนี้แซ่กังไม่ใช่เหรอ


    “อ้อแซ่จริงๆของเขาคือหลี่นะส่วนรายละเอียดเดี่ยวฉันเล่าให้ฟัง”ถังหลินพูดขึ้นมา


    “ใช่ถ้านายน้อยกินโสมนี้เข้าไปอย่างน้อยพลังก็ทะลวงอีกขั้นสองขั้น”หลี่หยูพูดออกมาแต่นั้นกลับทำให้ฉงติ่งขมวดคิ้วทันทีเพราะตามที่พอเขาบอกโสมนี้จะช่วยให้ถังหลินทะลวงพลังได้นับสิบปี! แต่เขาก็ไม่ได้พูดขัดอะไรออกไปเพราะหลังจากที่เขาฝึกพลังลมปราณเขาก็ยิ่งรับรู้ได้ว่าหลี่หยูนั้นน่ากลัวแค่ไหน!!! 


    ซึ่งแน่นอนว่าหลี่หยูนั้นสังเกตถึงสีหน้าของฉงติ่งจึงกล่าวออกมาว่า


    “นายน้อยได้ก้าวข้ามระดับสิบปีไปแล้วจึงทำให้โสมแค่พันปีนั้นไม่ผลเท่าไหร่แน่นอนว่าถ้าเป็นการกลั่นปราณคงเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ห้าปีแต่กลับไม่ใช่การกลั่นร่างกายโดยเฉพาะนายน้อยละนะ”หลี่หยูกล่าวอธิบายออกมาซึ่งนั้นสร้างความแปลกใจให้ทุกคนไม่น้อยเลยไม่คิดเลยว่าร่างเล็กที่ดู

    สมส่วนนั้นจะอัดแน่นไปด้วยความน่ากลัวขนาดนี้เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเขายังอยู่ห้าปีกันอยู่เลยแต่ไม่ใช่กับสามตระกูลใหญ่แน่นอนเพราะว่า


    “ฮืมนายทะลวงระดับสิบปีแล้วงั้นเหรอสนใจที่จะลองประมือกันหน่อยไหม”ฉินลี่หลินพูดขึ้นเพราะตอนนี้เธอมีพลังลมปราณระดับสิบเอ้ดปีแล้วด้วยทรัยากรมหาศาลจากตระกูลฉิน


    “เธอแน่ใจงั้นเหรอ”ถังหลินพูดขึ้นมาถึงเขาจะสัมผัสพลังปราณไม่ได้แต่สัญชาตญาณของเขากลับบอกว่าทุกคนมนห้องนี้นั้นล้วนอ่อนแอกว่าเขาเป็นอย่างมากอย่าลืมว่าการกลั่นร่างกายนั้นสามารถสู้กับขั้นเดียวกันได้นับสิบคน!!


    “แน่นอนสิ”ฉินลี่ลหนิพูดขึ้นอย่างมั่นใจเพราะเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าสามีในอนาคตของเธอตอนนี้นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน!


    “งั้นก็ไปที่ลานประลองเถอะ”ถังหลินพูดขึ้นก่อนที่เขาจะลุกเดินนำทางไป!


    ลานประลองโล่งกว้างที่ชั้นใต้ดินแน่นนอว่าห้องนี้หลี่หยูเป็นคนสร้างขึ้นมามันก็ไม่มีอะไรมากแค่เป็นลานโล่งไว้ประลองฝีมือกันเท่านั้น

    โดยตอนนี้ถังหลินและฉินลี่หลินกำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่คนละฝั่งและมีหลี่หยูและสองหสายยืนมองอยู่ข้างๆ

    “นายคิดว่าใครจะชนะว่าอาเมิ่ง”ฉงติ่งถามขึ้น


    “แน่นอนว่าถังหลินชนะอยู่แล้ว”เมิ่งฮ่าวพูดออกมาเพราะใครๆก็รู้ว่าการฝึกร่างกายนั้นยากขนาดไหนอย่างแรกต้องมีทรัพยากรที่เพียงพอและอย่างที่สองต้องมีร่างกายที่เหมาะสมถึงการฝึกร่างกายจะได้เปรียบแต่นั้นก็แค่ตอนแรกๆเท่านั้นเพราะยิ่งขั้นสูงยิ่งยากที่จะฝึกได้! และคนที่เลือกที่จะฝึกร่างกายนั้นถ้าไม่มั่นใจในตัวเองสูงก็เป็นพวกบ้าที่ไม่มีทางเลือกเท่านั้น!


    “เอาละฉันจะเริ่มละนะ”ฉินลี่ลหนิพูดขึ้นมาก่อนที่เธอจะค่อยเลือนหายไปเพราะเธอใช้วิชาเงาจันทร์และมาโผล่ที่ตรงหน้าถังหลินก่อนที่เธอจะเค้นพลังปราณมารวมที่ฝ่ามือจะอัดไปที่ถังหลินเต็มแรง!


    “ฮืมแค่นี้งั้นเหรอ?”ถังหลินพูดขึ้นมาเพราะเขาไม่ได้หลบแม้แต่น้อยเพราะเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าร่างกายของตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหนและตอนนี้เขาก็ได้รู้แล้วเพราะขนาดคนที่มีพลังปารณสิบเอ็ดปีอัดเข้ามาเต็มแรงเขายังไม่รู้สึกสะเทือนเลยแม้แต่น้อย!

    เมื่อฉินลี่หลินเห็นว่าฝ่ามือเธอไม่สะทกสะท้านต่อตัวถังหลินเลยแม้แต่น้อยนั้นเธอเลยถอยหลังกลับไปก่อนที่คิดว่าจะใช้ไม้ตายตนเองแต่ตอนนั้นเธอกลับสัมผัสได้ถึงอันตรายพลางมองไปยังถังหลินอย่างไม่เชื่อสายตาเพราะตอนนี้เขากำลังง้างหมัดและชกเบาๆมาที่อากาศแต่นั้นกลับทำให้เกิดแรงอัดกระแทกอย่างรุนแรงมาที่เธอจนเธอกระเด็นไปกระแทกอย่างรุนแรงที่กำแพงด้านหลัง!


    “เฮ้ยๆถังน้อยนี้ไม่คิดจะฆ่าว่าที่ภรรยาตัวเองหรอกใช่ไหม”ระบบกล่าวแซวออกมาจนถังหลินอดคิ้วกระตุกไม่ได้โดนไปแค่นั้นเธอไม่บาดเจ็บอะไรมากหรอกที่กระเด็นไปขนาดนั้นเพราะโดนแรงอัดกระแทกจากอากาศเท่านั้นเองและถ้าเขาคิดจะฆ่าเธอจริงๆคงไม่ใช่พลังไปแค่สามส่วนหรอก!


    “แค่กๆ”ฉินลี่หลินไออกมาเล็กน้อยเนื่องจากความจุกก่อนที่เธอจะมองมาที่ถังหลินและยิ้มออกมา


    “ดีมากงั้นการประลองสามตระกูลใหญ่ฉันก็หายห่วงแล้วละ”ฉินลี่หลินพูดขึ้นก่อนปัดฝุนตามร่างกายตัวเองและอาการจุกของเธอก็ค่อยหายไปแล้วจากการที่โคึจรพลังปราณไปรักษา


    “แกนี้โหดเหี้ยมจริงๆขนาดผู้หญิงยังไม่ออมมือให้เลยเหรอวะ”ฉงติ่งพูดขึ้น


    “โหยเพื่อนนี้ออมมือแล้วนะ”ถังหลินพูดขึ้นมาพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนงทันที


    “แม่งเอ้ยไม่น่าเชียร์มันเลยเมื่อกี้ดูท่าทางหยิ่งยะโสนั้นสิโคตรหน้าหมั่นไส้”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้น


    ก่อนที่พวกเขาทั้งสามคนจะขอตัวกลับไปเนื่องจากเห็นพลังของถังหลินแล้วไม่มีใครใจเย็นอยู่ได้หรอกยังไงสะพวกเขาก็เป็นรุ่นเดียวกันจึงถูกพลังของถังหลินเมื่อกี้กระตุ้นซึ่งพวกเขาทั้งสามคนก็รู้ดีว่าถังหลินไม่ได้เอาจริงแน่นอน!


    “นายน้อยครับได้ตัวสายลับทั้งหมดแล้ว”ซุนหยางโผล่ตัวออกมาจากความมืดทันทีเมื่อทั้งสามคนนั้นกลับไปแล้ว


    “งั้นเรียกคนทั้งหมดกลับมาสะไม่ว่าพวกเขาจะทำภารกิจอะไรอยู่ก็ตาม”ถังหลินพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาเพราะว่าระดับ B นั้นนอกจากคนที่ปกป้องคฤหาสน์ของเขาอยู่นั้นที่เหลือล้วนเป็นสายลับทั้งหมดซึ่งนั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลยเพราะพวกเขาเดิมทีก็มีนับพัน! บ้างก็เป็นมาตั้งแต่แรกบ้างก็ถูกซื้อตัวไปหลังจากที่เขาได้เข้าควบคุมบริษัทและที่หนักไปกว่านั้นคือระดับAนับร้อยคนนั้นก็มีเพียงยี่สิบคนเท่านั้นที่ไว้ใจได้! ส่วนระดับ S นั้นไม่มีสายลับเลยแม้แต่คนเดียว!


    “ตามที่นายน้อยสั่ง”ซุนหยางพูดออกมาก่อนที่เขาจะใช้ช่องทางพิเศษเพื่อแจ้งไปยังทุกคนให้กลับมารวมตัวกันที่ลานฝึกของบริษัทเทียนหยวนที่แน่นอนว่ามันจุคนได้เกินพันแน่นอน!


    ครึ่งวันต่อมาทุกคนก็มารวมตัวกันทั้งหมดแล้วถังหลินที่นั่งอยู่ข้างบนไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาโดยเฉพาะหลี่หยูที่เขาปกติก็มีหน้านิ่งๆอยู่แล้วซึ่งนั้นทำให้คนข้างล่างที่ยืนกันอยู่นั้นรู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อยเลยเพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


    หลังนั้นซุนหยางก็เดินขึ้นไปหาถังหลินพลางกระซิบที่หูเขและบอกว่ามากันครบแล้วแน่นอนว่าพวกเขาต้องมากันอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนโดยเฉพาะพวกสายลับที่ต้องมาเพื่อไม่ให้เกิดพิรุธ!


    ถังหลินก็กวาดสายตาไปรอบก่อนที่เขาจะเปิดปากขึ้นเป็นครั้งแรกว่า


    “นี้คงเป็นครั้งแรกที่พวกนายได้เจอฉันหลังจากที่ได้เข้าครอบครองบริษัทนี้อย่างเต็มตัว”


    “เฮ้อแต่นั้นก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่บางคนในพวกนายนั้นนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย..”ถังหลินถอนหายใจออกมาก่อนที่หลี่หยูและซุนหยางจะลงมือทันทีพวกเขาแปลงพลังลมปราณในร่างกายของตัวเองออกมาเป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆอัดแน่นเต็มห้องโถงนี้ในเสี้ยววิก่อนที่จะมีกลิ่นเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศทันที!

    คล้ายกับเรื่องระบบพลิกฟ้าท้าสวรรค์ ที่คุณอ่าน