ผมเป็เด็กมัธยมชั้นปีที่ 4 อายุ 16 ปี เป็เด็กมัธยมปลายทั่วไป หน้าตาธรรมดาๆ การเรียนพอใช้ได้ถึงจะไม่ดีเด่นแต่ก็ยังสอบติดห้องวิทย์-คณิตอยู่ ไม่ใช่ว่าอยากเป็หมอหรือวิศวะหรอกนะ แต่ถ้ายังคิดไม่ออกว่าอยากจะทำอาชีพเป็อะไร การเลือกเรียนห้องวิทย์-คณิตที่มีตัวเลือกได้หลากหลายคงจะเป็ทางที่ดีที่สุดสำหรับคนไม่มีจุดหมายแบบผม อาจจะมีเื่กีฬาที่อาจจะโดดเด่นกว่าคนปกติทั่วไปนิดหน่อย ผมเป็นักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนมาั้แ่ประถมแล้วพอย้ายมาอยู่โรงเรียนมัธยมก็ยังได้เป็อยู่ ถึงจะไม่ใช่ดาวเด่นของทีมเป็ตัวจริงบ้างสำรองบ้าง แต่นักกีฬาโรงเรียนก็คือนักกีฬาโรงเรียนล่ะนะ เอาไปใช้ขิงกับเพื่อนได้อยู่ การเข้าสังคมก็ค่อนข้างดีมีเพื่อนเยอะพอประมาณ เพราะผมเป็คนเฟรนลี่ล่ะมั้งนะ ครอบครัวทางบ้านก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเป็ครอบครัวที่อบอุ่นดี มีพ่อแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพี่ชายอีกหนึ่งคน ฐานะอาจไม่ได้ดีมากแต่ก็ไม่ได้อดอยากอะไร ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหา ผมไม่ใช่คนใช้เงินฟุ่มเฟือยอะไรอยู่แล้วด้วย
วันที่ 1 มิถุนายน 25xx วันนี้เป็วันเปิดเทอม ม.4 วันแรก ก็เป็วันปกติเหมือนทุกวัน ในทุกๆเช้าที่ผมต้องไปโรงเรียน ผมจะมายืนรอรถตู้อยู่หน้าหมู่บ้านตรงป้ายรถเมล์ที่เดิมประจำ พร้อมกับ..
" เห้อ~ ทำไมปิดเทอมมันเร็วยังงี้ว้าา มึงไม่ง่วงมั่งหรอเฟรมตื่นเช้าขนาดนี้ "
เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับผม ทำหน้าตาเหมือนกับคนี้เีท่าทางดูเหยาะแหยะ ทรงผมเรียบไม่เป็ทรงเหมือนลูกวัวพึ่งคลอด
กำลังพูดกับผมอยู่
" ให้มันเปิดเถอะเทอมน่ะ เด็กติดเกมส์อย่างมึงจะได้ออกมาลืมตาดูโลกบ้าง "
" ก็ตอนเช้ามันง่วงนี่หว่า แถมเวลาลงแรงค์กูก็น้อยลงไปอีก กูอาจหลุดท็อปสิบเซิฟได้เลยน่ะ "
" เห้อ~ มึงนี่นะไอฟลุ๊ก "
ฟลุ๊กเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันกับผมรู้จักกันั้แ่จำความได้ เพราะบ้านมันอยู่ข้างๆบ้านผม ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ เด็กติดเกมส์
ี้เีแต่ขยันเล่นเกมส์สุดๆและก็หัวดีสุดๆด้วย ั้แ่รู้จักกันมาผมไม่เคยเห็นผลสอบของมันตกจากท็อปสามของชั้นเรียนเลย
ที่ผมสอบติดห้องวิทย์-คณิตได้ ก็ต้องให้เครดิตมันนี่แหละ ถึงจะต้องเจียดค่าขนมมาเติมเกมส์ซื้อสกินให้มันบ้างเพื่อเป็ค่าจ้างในการติว
แต่ก็ถือว่าเป็ติวเตอร์ที่สอนดีและเข้าใจง่ายสุดๆ อาจจะเพราะเป็คนี้เีแต่หัวดี จึงมักคิดหาวิธีคำนวณที่ง่ายและเร็วทีสุดได้ตลอด
ก็คงเป็ข้อดีของคนี้เีล่ะมั้งนะ ผมมักจะไปโรงเรียนพร้อมกันกับมันเป็ประจำทุกวัน เพราะบ้านอยู่ข้างๆกัน แถมยังสอบได้อยู่ห้องเดียวกันอีก จนโดนเพื่อนที่โรงเรียนแซวอยู่บ่อยๆ ว่าเป็สองผัวเมียคู่รัก ถึงขนาดมีรุ่นน้องผู้หญิงจิ้นเอาไปแต่งนิยายวายด้วยแหละ.. อย่าไปพูดถึงเลย
ผมไม่ได้มีปัญหากับนิยายวายหรอกนะ แต่พอตัวละครเป็ชื่อตัวเองกับคนอย่างไอ้ฟลุ๊กเนี้ย มันขนลุกชอบกล เคยหลวมตัวเข้าไปอ่านกะเอาฮา
แต่เรทมันค่อนข้าง 18+ จนรับไม่ได้ วันต่อมาเล่นเอาไม่กล้ามองหน้าไอฟลุ๊กไปเป็วัน เห็นหน้ามันทีไรฉากในนิยายวายของรุ่นน้องคนนั้นมันผุดขึ้นมาในหัวจนคลื่นไส้เลยล่ะ
ใน่รอรถตอนเช้าจะเป็เหมือนประชุมก่อนเข้างานของพนักงานบริษัท แค่เปลี่ยนบริบทเป็เด็กม.ปลายยืนคุยกันก่อนไปโรงเรียน เพราะเป็เวลาเร่งด่วนในตอนเช้า ทำให้คิวรอรถตู้มีจำนวนมาก กว่าจะได้ขึ้นรถก็เสียเวลาไปแล้ว 30-45 นาที เพื่อไม่ให้เวลาเสียเปล่า
่เวลานี้เรามักจะพูดคุยอัพเดทสถานการณ์ทางบ้านกัน ด้วยความที่เราสนิทกันมากและทางบ้านเราก็สนิทกันด้วย ทำให้เราต้องอัพเดทสถานการณ์เวลาผู้ใหญ่คุยกันตลอดเพื่อให้ชีวิตวัยรุ่นอันแสนสงบสุขของพวกเราดำเนินต่อไป เพราะทั้งแม่ของฟลุ๊กและแม่ของผม ในบริบทแล้วต่างก็เป็ป้าข้างบ้านของเราทั้งคู่ถึงพวกเขาจะหวังดีก็เถอะนะ แต่ชีวิตวัยรุ่นแบบชายๆอย่างพวกเรา มันต้องมีเื่อะไรที่ไม่อยากให้พวกผู้ใหญ่ยุ่งอยู่แล้ว
" ล่าสุดเห็นแม่มึงบอกกับแม่กูว่า มึงเล่นเกมส์เสียงดังดึกๆดื่นๆทุกวันเลย ถ้าเกรดมึงตกเขาจะยึดโทรศัพท์มึงและจะเอาคอมมึงไปขายด้วย "
" หาาาาาาา !!! นั่นมันเื่ร้ายแรงแล้วนะเว้ย !! เฟรม ! เทอมนี้ตัวใครตัวมันแล้วกันนะ คงไม่มีเวลาไปติวให้มึงแล้ว "
" เอาเถอะ พึ่งขึ้นม.4 ด้วย กูไม่ซีเรียสเื่เกรดตอนนี้หรอก "
" แต่เห็นพ่อมึงคุยกับพ่อกูว่า ถ้าเกรดเทอมนี้มึงดี เขาจะซื้อรองเท้าสตั๊ดคู่ใหม่ให้นะ "
" หาาาาาาา !!! ฟลุ๊กเพื่อนรัก !! อยากได้สกินตัวไหนเพื่อน ! ช่วยติวให้กูทีโว้ยยย "
" ไม่โว้ยยย !!! ไม่ใช่เวลามมาติวให้คนอื่นแล้ว !! ไปหาแฟนเรียนเก่งๆให้มาติวให้ไป๊ ! "
" อ๊ากกกกกก !!! กูจะไปหาที่ไหนเล่า !! ไปเกิดบ่อซะไป๊ ! "
แล้วการประชุมตอนเช้าของเด็กมัธยมปลายสองคนก็จบลงด้วยการมีปากเสียงกัน อืม.. ก็คงเป็ธรรมดากับวาระที่ตึงเครียดแบบนี้ล่ะมั้ง
.
.
.
ในตอนเช้าพอถึงโรงเรียน ผมกับฟลุ๊กจะตรงดิ่งไปที่โรงอาหารเพื่อกินข้าวเช้ากัน หลังจากนั้นจะพอเหลือเวลาก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ ผมจะไปเล่นฟุตซอลกับเพื่อนที่สนามฟุตซอล ส่วนฟลุ๊กจะนั่งเล่นเกมส์ R*V อยู่ใต้ร่มไม้ข้างๆสนาม
ซึ่งก็โดนเพื่อนๆที่เตะฟุตซอลด้วยกันแซวตลอดว่ามานั่งเฝ้าผัวเตะบอล หลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้าเสร็จ ก็ถึงเวลาโฮมรูมวันแรกกับอาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่ในห้องเรียนใหม่ที่จะได้อยู่ไปตลอดสามปีนี้ เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นเพื่อนในห้องกันอย่างพร้อมหน้า
ในห้องม.4/2 นี้ ประกอบด้วยนักเรียน 29 คน เป็ผู้หญิง 18 คน ผู้ชาย 11 คน ที่อัตราส่วนผู้หญิงมากกว่าผู้ชายคงจะเป็เพราะส่วนใหญ่จะเป็พวกที่ผลการเรียนอยู่ใน่ค่อนข้างดีถึงดี เพราะห้องวิทย์-คณิตของโรงเรียนนี้จะมีแค่ห้อง 1 กับห้อง 2 เท่านั้น
ถ้าไม่เรียนเก่งเอามากๆจนเข้าไปอยู่ห้อง 1 ได้ล่ะก็คงจะมาอยู่ที่ห้อง 2 กันกับผมนี่แหละ ส่วนถ้าถามว่าทำคนที่ผลการเรียนติดอันดับท็อปสามในระดับชั้นอย่างไอฟลุ๊ก ถึงมาอยู่ห้อง 2 กับผมนั้น เหตุผลก็ง่ายๆ มันบอกกับผมว่าแค่สอบเข้าเอาให้ติดห้องวิทย์-คณิตก็พอแล้ว
จะห้อง 1 หรือ 2 ก็ไม่ต่างกันหรอก ก็สมกับเป็เหตุผลของคนี้เีดีอยู่หรอก แต่ก็คงจะเป็เหตุผลเดียวกับที่แม่ของมันจะคิดว่าผลการเรียนตกลงจากการเล่นเกมส์ดึกๆดื่นๆน่ะแหละ เมื่อเข้าไปในห้องอาจารย์ที่ปรึกษาก็ให้นักเรียนจับจองที่นั่งกัน โดยจะแบ่งเป็ 6 แถว
แถวละ 5 โต๊ะ โดยจะมีแค่แถวหลังสุดมีแค่ 4 โต๊ะ ผมเลือกอยู่แถวหลังสุดติดหน้าต่าง ไม่ใช่ว่าผมเป็เด็กเกเรหลังห้องหรืออะไรนะ ผมแค่ไม่อยากเป็จุดสนใจของอาจารย์เวลาเรียน ที่นั่งตรงนี้เป็ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการหลบการเรียกตอบคำถามจากอาจารย์ที่สุดแล้ว
ถัดมาข้างๆผมคือไอฟลุ๊ก เหตุผลง่ายๆของมันก็คือ นั่งข้างผมและจะได้แอบเล่นเกมส์ตอนเรียนได้.. ทำไมคนแบบนี้ถึงเรียนเก่งนักนะ สองคนถัดจากฟลุีกคือเด็กหลังห้องตัวจริงเสียงจริง ฝาแฝดนรก วิลลี่ กับ วองก้า เด็กผู้ชายแบบช๊ายชาย หน้าตาดีทั้งคู่แต่ดูน่ากลัว รูปร่างดีสูงประมาณ 175 เิเ
ทรงผมไม่เรียบร้อย ชอบเอาเสื้อออกนอกกางเกง ถ้าถามว่าทำไมถึงเรียกว่าแฝดนรก เพราะทั้งคู่ชื่อเสียงกระฉ่อนในโรงเรียนั้แ่ม.ต้นเื่ทะเลาะต่อยตีและแกล้งชาวบ้านเขาไปทั่ว แต่ก็ดันหัวดีระดับหนึ่งจนสอบติดห้องนี้ได้ โชคดีที่ผมกับแฝดนรกคู่นี้รู้จักกันผ่านทีมฟุตบอลของโรงเรียน เห็นแบบนี้แฝดนรกเล่นฟุตบอลเก่งมากๆ ต้องบอกว่าเป็คู่กองหน้าระดับต้นๆของวงการฟุตบอลนักเรียนขาสั้นเลยทีเดียว ถ้าไปอยู่โรงเรียนกีฬาดังๆคงจะติดทีมชาติไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ผมจึงรอดจากการโดนกลั่นแกล้งไปได้นิดหน่อย.. ถึงจะโดนบ้างก็เถอะแต่ก็ยังน้อยกว่าคนอื่นอยู่บ้าง แถมยังเป็ไม้กันหมาให้กับพวกสมองกล้ามในโรงเรียนให้ไม่กล้ามาหาเื่ผมได้ด้วย ส่วนกับฟลุ๊กน่ะเหรอ.. จะว่ายังไงดีล่ะ..
" เฮ้จารย์ ! ขอบคุณที่แบกผมสองคนขึ้นแรงค์คอนฤดูกาลนี้นะ ใช่ไหมวองก้า "
" ผมกับวิลลี่ขึ้นคอนได้เพราะจารย์เลยนะเนี้ย โครตสุด เดอะแบกประจำตี้ "
เด็กเกเรสองคนตบไหล่ฟลุ๊ก และพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมตาเป็ประกาย เ้าตัวแค่พยักหน้าตอบโดยไม่พูดอะไรและก้มหน้าเล่นเกมส์ต่อ น่าหมันไส้ชะมัดถ้าเป็คนอื่นคงโดนแฝดนรกเบิร์ดกะโหลกไปแล้ว แต่เหมือนฟลุ๊กมันเคยเล่าให้ฟังว่าสมัย ม.2 เห็นสองคนนี้กำลังหัวร้อนอยู่ในโรงอาหารเพราะว่าเล่นเกมส์แพ้จนแทบจะขว้างโทรศัพท์ พอมันเห็นว่าเกมส์ที่เล่นคือ R*V เลยเผลอเสนอตัวพาลงแรงค์ให้ เห็นบอกว่าตอนแรกก็โดนเขม่นอยู่นิดหน่อย
แต่พอได้รับรู้ถึงฝีมือการเล่นของมันแล้วก็โดนนับถือเป็อาจารย์ไปซะอย่างนั้น ช่างเป็เนิร์ดติดเกมส์ที่โชคดีซะจริงๆเชียว
" เฟรม มึงไม่เล่น R*V บ้างหรอวะเห็นสนิทกับจารย์ฟลุ๊ก นึกว่าจะเล่นเก่งเหมือนกันซะอีก ใช่ไหมวิลลี่ "
" เออดิ กูกับวองก้าเล่นกับจารย์ทีไรไม่เคยเห็นมึงเลย ไม่ใช่ว่าเอาเวลาไปชุกวู่อย่างเดียวนะ ฮ่า ๆ "
" ถ้าเล่นเกมส์กับไอฟลุ๊กกูก็เล่นอยู่แหละ แต่ส่วนมากจะเป็พวก FPS ในคอมซะมากกว่า มึงสองคนไม่เล่นกันรึไง "
" ถ้ามีคอมให้เล่นก็ดีดิ ไว้พวกกูสองคนค่อยไปเล่นที่บ้านมึงได้ไหมล่ะ ดีไหมวองก้า "
" ดีเลยวิลลี่ ค่อยไปเล่นบ้านไอเฟรมแล้วกัน ฮ่า ๆ "
" เอ้า ไหงมาบ้านกูแทนที่จะไปบ้านไอฟลุ๊กเล่า ! "
ดูเหมือนบ้านของแฝดนรกฐานะจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดูจากชุดนักเรียนที่สีออกเหลืองๆ และรองเท้านักเรียนขาดๆ รองเท้าผมก็ขาดเหมือนกันเพราะว่าเตะฟุตซอลเล่นกับเพื่อนอยู่ตลอด แต่ว่านะ.. จะว่ายังไงดีรองเท้านักเรียนของแฝดนรกมันขาดจนแทบจะเป็เท้าเปล่าอยู่แล้วน่ะสิ ผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกนะ บ้านผมก็ใช่ว่าจะรวยซะที่ไหน แค่มีคอมสักเครื่องคงนับไม่ได้ว่าฐานะดีเด่อะไร การไม่มีคอมที่บ้านคงจะไม่สะดวกบ้างในบางเื่แต่ก็คงไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก เพราะสมัยนี้คอมพิวเตอร์ไม่ใช่ทุกอย่างอีกต่อไปแล้ว ตราบใดที่มีสมาร์ทโฟนใช้ก็ไม่มีปัญหา แต่ว่านะ.. ไหงต้องมาเล่นที่บ้านตูฟระ !!
พวกในห้องที่เหลือส่วนมากก็คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่แล้วั้แ่ม.ต้น จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เป็เด็กใหม่ย้ายมาจากโรงเรียนอื่น คงเพราะโรงเรียนนี้มาตรฐานค่อนข้างดี เด็กเก่าๆที่เรียนมาั้แ่ ม.ต้น จึงเลือกจะเรียนต่อที่เดิมกันซะเป็ส่วนใหญ่
การโฮมรูมผ่านไปได้ด้วยดี อาจารย์ที่ปรึกษาค่อนข้างเป็มิตรและเข้าถึงง่าย มีการจัดเวรทำความสะอาดกัน แถวที่ 1-5 เป็เวรทำความสะอาดห้องวันจันทร์-ศุกร์ตามลำดับ มีเพียงแถวสุดท้ายที่เป็แถวของผมเท่านั้นที่อาจารย์มอบหมายให้แค่เช็ดไวท์บอร์ดตอนเย็นของทุกวัน
ถือว่าเป็การรับมือกับเด็กหลังห้องได้ดีทีเดียว เพราะโดยปกติแล้วถ้าบอกให้แฝดนรกทำความสะอาดห้องพวกเขาคงจะไม่ทำ เนิร์ดติดเกมส์อย่างไอฟลุ๊กยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีเหรอมันจะทำ ตอนแรกก็กะว่าจะแบ่งกันทำคนละวันจันทร์ถึงศุกร์
แต่พอลองมาคิดดูดีๆแล้ว.. แถวเรามีกันแค่สี่คนนี่หว่า ถ้าในเคสที่แย่น้อยที่สุดคงจะเป็ผมได้ทำสองวัน แต่ถ้าเคสที่แย่ที่สุดล่ะก็.. ไม่อยากจะคิดเลย ข้ามๆไปก่อนแล้วกัน
บรรยากาศการเรียนเป็ไปอย่างปกติ ่พักกลางวัน เรามีคนมากินข้าวด้วยเพิ่มมาสองคน คือแฝดนรกวิลลี่กับวองก้า ทำให้การต่อคิวซื้ออาหารรวดเร็วขึ้นมาก ผมคงไม่ต้องอธิบายว่าทำยังไงหรอกนะ
การมีเด็กเกเรอยู่ในกลุ่มเพื่อนก็มีข้อดีเหมือนกัน แลกกับการที่ต้องมีเพื่อนน้อยลงจากการถูกมองว่าเป็เด็กเกเรไปด้วย ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก ฟลุ๊กเองก็เช่นกันมันเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมส์ตลอด
" อ๋าา พี่เฟรมมี่กับพี่ฟลุ๊กซี่นี่นา มาดินเนอร์กันเหรอคะ กิ๊วๆ "
" อ้าว น้องจิ๊บ.. ว่าแต่คำว่าดินเนอร์มันใช้กันตอนกลางคืนไม่ใช่เหรอ จะแซวอย่างน้อยก็ให้ถูกหลักหน่อยเถอะ "
" ไม่หรอกค่า มื้อไหนที่ดูโรแมนซ์แบบคู่รักกุ๊กกิ๊กหนูก็เรียกดินเนอร์หมดแหละค่ะ "
" จ้าๆ ตามสะดวกเลยจ้า "
ในขณะที่กำลังถือจานข้าวเดินหาที่นั่งก็มีเด็กม.ต้นเข้ามาทัก เธอชื่อว่าจิ๊บ ปีนี้น่าจะขึ้น ม.2 แล้วล่ะนะ รุ่นน้องตัวแสบที่เอาผมกับฟลุ๊กไปแต่งนิยายวายนั่นแหละ เห็นว่ารู้จักกับฟลุ๊กในกลุ่มคนเล่นR*Vในเฟ*บุ๊ค
ตอนแรกเห็นว่าชอบไอฟลุ๊กมัน ตามจีบกันอยู่พักใหญ่ จะว่าไปถ้าไอฟลุ๊กมันทำตัวดีๆหน่อยหน้าตามันก็ดูดีใช้ได้แหละ จนไอฟลุ๊กมันเริ่มรำคาญเลยบอกไปว่ามีแฟนแล้ว.. แต่วันๆมันก็อยู่แต่กับผม ไม่ได้เฉียดเข้าใกล้ผู้หญิงด้วยซ้ำ
น้องมันก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าแฟนไอฟลุ๊กคือผม กลายเป็วี๊ดว้ายชอบใจหนักกว่าเดิมอีก จะอธิบายยังไงก็ไม่ฟังปักธงเชื่อไปซะแล้ว.. จินตนาการเด็กผู้หญิงนี่น่ากลัวจริงๆ
หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมกับแฝดนรก ก็ไปเตะฟุตซอลกับเพื่อนๆตามปกติ ส่วนฟลุ๊กก็นั่งที่มุมเดิมก้มหน้าก้มตาต่อไป จะมีบ้างที่วิลลี่หรือวองก้าจะวิ่งออกจากสนามมานั่งเล่นเกมส์กับฟลุ๊กดื้อๆซะอย่างนั้น
เป็การกระทำที่เอาแต่ใจชะมัด แต่ก็สมกับเป็แฝดนรกดีน่ะแหละนะ การเรียนคาบบ่ายก็ปกติดีจนสัญญาณเลิกเรียนดังขึ้น มันถึงเวลาที่ผมจะคุยเื่เวรทำความสะอาดแล้ว ในขณะที่ผมคิดแบบนัน..
" เฮ้ยเฟรม !! เจอกันที่สนามบอลนะ วันนี้เห็นว่าอาจารย์นัดคนที่อยากเข้าชมรมบอลคุย อยากเห็นหน้าเด็กใหม่จะแย่แล้ว ! ไปเร็ววิลลี่ "
" อย่ามัวแอบทำอะไรหื่นๆในห้องเรียนนะเว้ย ! รอด้วยวองก้า !! "
ว่าแล้วแฝดนรกก็วิ่งพรวดออกไปจากห้องเรียน.. แล้วทำไมตูต้องแอบทำอะไรหื่นๆในห้องเรียนด้วยฟระ ! ถ้างั้นก็..
" ฟลุ๊กเพื่อน.. มึงจะช่วยกูลบกระดานใช่ไหม.. ใช่ไหม.. "
" เกมส์มันตึงว่ะ กูไปรอศาลาหน้าตึกนะเสร็จแล้วตามมา "
ว่าแล้วมันก็เดินก้มหน้ากดโทรศัพท์ออกจากห้องไป.. นี่แหละเคสที่แย่ที่สุด นี่ผมต้องคอยลบกระดานคนเดียวทุกวันเลยรึไงนะ
ในขณะที่้เพื่อนในห้องกำลังเดินออกไปเรื่อยๆ ผมนั่งถอนหายใจอยู่ประมาณสองนาทีจึงลุกขึ้นเดินไปหน้าห้องเพื่อหยิบแปรงลบกระดาน
" วันนี้เป็เวรเธอลบกระดานหรอ ? "
ในขณะที่ผมกำลังหยิบแปรงลบกระดานอย่างเหม่อลอยนั้น อยู่ๆก็มีเสียงเด็กผู้หญิงพูดทักขึ้นมาทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย แค่เสียงก็รู้สึกได้แล้วว่าน่ารักพอได้หันไปดูก็ทำให้รู้ว่าไม่ใช่แค่เสียง
เด็กสาวตัวเล็กกว่าผมเล็กน้อย สูงประมาณ 165 เิเ รวบผมไว้ข้างหลังเปิดหน้าผาก สัดส่วนเข้ารูปกับชุดม.ปลายยังกับหลุดมาจากการ์ตูนรอมคอมญี่ปุ่น ในมือทั้งสองข้างถือไม้กวาดกับที่ตักขยะอยู่..
ไม่คุ้นหน้าเลยแหะ เด็กใหม่เหรอ ? ถ้าเป็เวรทำความสะอาดวันนี้ก็คงนั่งแถวหน้าเลยสินะ น่ารักชะมัดเลย จะเล่นไ*จีหรือเฟ*บุ๊คไหมนะ..
" ฮัลโหลลลล มีใครอยู่ไหมมม "
ในขณะที่ผมกำลังคิดอย่างเหม่อลอยเธอก็ะโทักขึ้นมา ทำผมสะดุ้งอีกครั้ง
" อ๊ะ.. เอ่อ โทษทีกำลังเหม่อๆอยู่.. ใช่ๆ วันนี้เวรเราลบกระดานน่ะ ฮ่ะๆ "
ถึงจะดูมีแววว่าจะเป็เวรทุกวันเลยก็เถอะนะ
" อ่าห้ะ เราชื่อแป้งนะ พึ่งย้ายมาจากโรงเรียน XXX ฝากตัวด้วยน้าา "
" อะ.. เอ๊อ ส่วนเราชื่อเฟร.. "
" แป้งมาช่วยกวาดตรงนี้หน่อยจ้า อย่ามัวแอ๊วผู้ชายอยู่เนอะ "
" จ้าาา ไปแล้วจ้าา ไม่ได้แอ๊วซะหน่อยแค่แนะนำตัวเองง่ะ "
ในขณะที่ผมกำลังจะบอกชื่อเธอกลับไป อยู่ๆเธอก็ถูกเรียกตัวให้ไปกวาดขยะที่หลังห้อง โถ่เอ้ยคงเป็เปลือกขนมที่แฝดนรกมันกินแล้วทิ้งไว้แน่เลย ขัดโชคขัดลาภซะจริงเลยนะ
แต่ไม่เป็ไรหรอกอยู่ห้องเดียวกันคงได้คุยกันในสักวันแหละนะ ถึงจะนั่งห่างกันเป็โยดก็เถอะ แหม่ เวรเช็ดกระดานก็ดีเหมือนกันแหะ
" อ๊ะ.. พวกนั้นรออยู่นี่หว่า "
ผมรีบลบกระดานอย่างรวดเร็วและรีบเก็บของวิ่งไปสนามฟุตบอลในทันที
.
.
.
เหตุการณ์ที่สนามฟุตบอลเป็ปกติ ม.4 มีเด็กใหม่มาสมัครเข้าชมรมฟุตบอลบ้างประปราย ส่วนใหญ่ก็เป็หน้าเดิมๆทั้งนั้น หน้าใหม่จริงๆคงจะเป็น้องๆ ม.1 ซะมากกว่า
เนื่องจากเป็การเปิดเทอมวันแรกคงไม่มีใครคิดจะเอารองเท้าสตั๊ดมาโรงเรียน อาจารย์ที่คุมชมรมจึงบอกให้มาคัดตัวกันอีกทีในวันศุกร์ การพูดคุยจึงจบลงอย่างรวดเร็ว
ผมจึงชวนเด็กใหม่ทั้ง ม.4 และ ม.1 เตะฟุตซอลกันก่อนจะกลับบ้าน มันจะเป็การต้อนรับเข้าสู่ชมรมอย่างอบอุ่นทีเดียว.. ถ้าไม่มีแฝดนรกอยู่ด้วย
ทั้งวิลลี่และวองก้ารับน้องเด็กใหม่ซะจนอ่วม ทั้งเตะขา ดึงเสื้อ บางคนโดนชนจนกระเด็นออกนอกสนามเลยก็มี ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่พอสมควรสำหรับเด็ก ม.ปลาย จึงไม่มีใครกล้าแม้แต่จะต่อว่า..
หวังว่าวันศุกร์จะเหลือคนมาคัดเข้าขมรมอยู่นะ หลังจากเตะฟุตซอลกันพอหอมปากหอมคอ พวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โรงเรียนของเรานั้นติดกับถนนใหญ่โดยมีป้ายรถเมล์และสะพานลอยอยู่หน้าโรงเรียน
ซึ่งเวลาเลิกเรียนทั้งฝั่งหน้าโรงเรียนและฝั่งตรงข้ามจะเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนที่กำลังรอรถอยู่ เว้นแต่ตอนเย็นแบบนี้ที่คนจะน้อยกว่ามาก ผมกับฟลุ๊กจึงชอบอยู่เล่นที่โรงเรียนก่อนสักพักนึงแล้วค่อยกลับบ้าน
ทางกลับบ้านของผมต้องรอรถที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน ในขณะที่แฝดนรกต้องข้ามสะพานลอยไปขึ้นรถอีกฝั่งนึง
" เจอกันครับจารย์ เจอกันเว้ยเฟรม อย่าชุกวู่ดึกล่ะคืนนี้ "
" ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะจารย์ ไว้ชุกวู่พรุ่งนี้นะเฟรม บาย ฮ่าๆๆ "
" แล้วทำไมกูต้องชุกวู่ด้วยฟระ ! เจอกันพรุ่งนี้เพื่อน "
" ตีดาร์กสิวะรอไร.. เจอกันๆ "
หลังจากบอกลากันเรียบร้อยแฝดนรกทั้งสองก็วิ่งขึ้นสะพานลอยกันไปอย่างร่าเริง ในขณะที่ผมชะเง้อมองหารถโดยสารก็มีหน้าของเด็กผู้หญิงคนนึงมาบดบังวิสัยทัศน์ไว้
" เหงื่อท่วมเลยนะ ไปวิ่งรอบโรงเรียนมาเหรอ "
เราสบตากันอยู่พักนึงก่อนผมจะรู้สึกตัวว่าผมกำลังสบตากับเด็กสาวหน้าตาน่ารักอยู่ ผมสะดุ้งใจนเกือบหงายหลัง
" อ้าวแป้ง ว่าไงกลับบ้านเย็นเหมือนกันนะ "
" อ๋อ เรารอแม่มารับน่ะ.. น่าอายเนอะ ม.ปลายแล้วยังให้แม่มารับอยู่เลย "
" ไม่หรอกสะดวกสบายดีออก เรานี่เหงื่อก็ท่วมขนาดนี้ยังต้องไปโหนรถเมล์เบียดกับคนอื่นอีก จะนั่งรถตู้กลับก็ไม่กล้ากลัวคนในรถจะเหม็นเอาน่ะ "
" เหรอ.. ขอโทษทีเธอชื่ออะไรนะ ? เหมือนจะยังไม่ได้บอกเราเลย "
" อะ.. ชื่อเฟรมครับ ส่วนนี่ฟลุ๊ก เรานั่งอยู่หลังห้องติดกันเลย "
" จบๆๆ ตีบ้านๆๆๆ อะ.. โย่ว "
" ยินดีที่ได้รู้จักนะ เฟรม ฟลุ๊ก.. อ๊ะ แม่เรามาแล้วเราไปก่อนนะเจอกันพรุ่งนี้ บ๊ายบาย "
" บาย.. "
ว่าแล้วเธอก็วิ่งไปขึ้นรถ B*W ที่มาจอดเทียบใกล้ๆ ที่บ้านคงจะมีฐานะน่าดู หน้าตาก็ดี นิสัยก็น่ารัก ดูท่าจะตั้งใจเรียนซะด้วย ถ้าจีบเธอจะเกินตัวไปไหมนะ..
" เฮ้ย.. ไปรู้จักสาวน่ารักแบบนั้นตอนไหนวะเนี้ย "
ในขณะที่ผมกำลังคิดอย่างเหม่อลอยอยู่ฟลุ๊กก็ถามขึ้นมา
" ก็ตอนที่พวกมึงทิ้งกูให้ลบกระดานอยู่คนเดียวนั่นแหละ เป็ไงล่ะเห็นข้อดีของเวรลบกระดานรึยั.. "
" เอาเถอะๆ จะเห็นเพื่อนเป็ฝั่งเป็ฝากูก็ดีใจด้วย วันหน้าก็ฝากลบกระดานให้ทีนะ "
" เฮ้ยๆ ไม่ต้องประชดหาเื่โยนงานให้กูเลยนะ มันหน้าที่มึงเหมือนกั.. "
" ไอขยะเอ้ย ! กูกดแครี่ก่อนเว้ย จะแย่งตำแหน่งทำซากอะไรวะ ! "
" เออดี.. เสียดาวซะมึง "
แล้วหนึ่งวันที่โรงเรียนของผมก็ได้จบลง..
และในที่สุดผมก็กลับถึงบ้าน บ้านของผมและฟลุ๊กอยู่ท้ายซอยหมู่บ้าน เป็ทาวน์เฮาส์ที่บ้านเรียงติดๆกัน บ้านหลังที่อยู่ในสุดคือบ้านฟลุ๊กถัดมาทางขวาคือบ้านผมถัดจากบ้านของผมไปทางขวามือคือบ้านป้าหมู รายละเอียดของป้าหมูผมจะเล่าให้ฟังทีหลังแล้วกัน
ผมกลับถึงบ้านก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กินข้าวกับครอบครัว เล่นเกมส์ FPS กับฟลุ๊ก จากนั้นก็แปรงฟันเตรียมตัวเข้านอน ก่อนนอนผมมักจะทบทวนสิ่งที่เกินขึ้นในวันนี้ว่ามีอะไรบ้างและจำวันที่ให้ได้ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะผมรู้ว่าผมจะฝัน..
ผมมักจะฝันเหมือนเดิมอยู่บ่อยๆ ในความฝันผมมีชีวิตปกติเหมือนในโลกความเป็จริง ทุกอย่างทั้งความฝันและความเป็จริงเหมือนจะทับซ้อนกันในเหตุการณ์ต่างๆ ไปโรงเรียน พบเจอเพื่อน กลับบ้าน ใช้ชีวิตกับครอบครัว เป็ชีวิตที่ปกติเหมือนผมใช้สองชีวิตเหมือนๆกัน ถึงรายละเอียดบางอย่างในบางเหตุการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่โดยภาพรวมแล้วผลลัพธ์มันเหมือนกันอย่างน่าประหลาด ที่ประหลาดกว่านั้นคือผมฝันทุกวัน จนบางครั้งผมเกือบจะลืมไปว่าอันไหนคือความฝันอันไหนคือความจริงกันแน่ ถ้าถามว่าผมแยกระหว่างความจริงกับความฝันออกได้ยังไงน่ะเหรอ เหตุผลมีอยู่สามข้อ ข้อหนึ่งวันเดือนปีที่ผมตื่นขึ้นมาในความฝันจะเป็วันเดียวกันกับวันที่ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้าในโลกความเป็จริง นี่เป็เหตุผลว่าทำไมผมจึงต้องจำวันที่ให้ได้ก่อนนอนทุกครั้ง ข้อสองเหตุการณ์ต่างๆจะเหมือนเดิมอย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้แม้รายละเอียดบางอย่างจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ผลลัพธ์จะยังเหมือนเดิม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวันนั้นเป็วันประกาศผลล็อตเตอรี่ เกิดผมซื้อล็อตเตอรี่เลขท้าย 23 ไว้ในชีวิตปกติแต่รางวัลเลขท้ายสองตัวดันออก 32 ถ้าผมนอนหลับแล้วไปซื้อเลขท้าย 32 ในความฝันรางวัลจะไปออกเลขอื่นแทนหรือถ้าผมซื้อเลขท้ายสองตัว 23 แล้วรางวัลเลขท้ายสองตัวดันออก 23 และผมถูกรางวัล ต่อให้ผมนอนหลับไปแล้วไปซื้อล็อตเตอรี่เลขอื่นไว้ ยังไงซะผมก็จะถูกรางวัลอยู่ดี ถ้าถามว่าผมรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ แหม.. ผมก็อยากจะถูกหวยรวยเบอร์กับเขาบ้างถึงจะเป็ในความฝันก็เถอะนะ ข้อที่สามในความฝันบุคคลในชีวิตประจำวันของผมจะมีเพิ่มมาหนึ่งคน คนที่ไม่มีตัวตนอยู่ในโลกความเป็จริงในชีวิตของผม เป็เด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันกับผม เป็ทั้งเพื่อนบ้าน เพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนสนิท ในทุกๆเหตุการณ์ในชีวิตผมจะมีเธออยู่ในความฝันเสมอ และเมื่อผมเข้านอนในความฝันผมจะตื่นขึ้นในเช้าวันถัดมาของโลกความเป็จริง ถ้าจะอธิบายให้ฟังง่ายๆก็คือผมใช้ชีวิตแบบคนปกติในหนึ่งวัน แต่เมื่อผมเข้านอนในตอนกลางคืน ในความฝันผมจะตื่นขึ้นมาในเช้าวันนั้นอีกครั้ง ชีวิตในความฝันเป็ปกติทุกอย่างเหมือนที่เคยเป็ ราวกับกดรีเพลย์ชีวิตซ้ำอีกรอบ จนบางครั้งผมแทบจะแยกไม่ออกว่าอันไหนคือชีวิตจริงอันไหนคือความฝันกันแน่ เพียงแต่ว่า.. ในความฝันของผมมีเธออยู่ด้วย