คืนนั้น
ไวโอลินหยิบชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่ฮอร์นเป็คนซื้อให้ออกมาวางที่เตียงทีละชิ้น ๆ แล้วมองดูมันอย่างเศร้าสร้อย
"ไงล่ะ ไวโอลิน" เธอบ่นพึมพำ แล้วคิดในใจ "ตอนแรกก็ไม่อยากได้ แต่พอมันพังไปเท่านั้นแหละ รู้สึกเสียดายขึ้นมาเลยนะ" ไวโอลินก่นด่าตัวเอง แล้วอยู่ ๆ น้ำตาก็ไหลซึมออกมาอีกครั้ง
"ฮอร์น ฉันคิดถึงนายนะ" พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พร้อมกับยกมือบางขึ้นมาซับน้ำตา ก่อนจะเก็บชิ้นส่วนเ่าั้ใส่ในลิ้นชักข้างเตียง
เธอเงยหน้ามองนาฬิกาบนหัวเตียงเป็เวลาห้าทุ่มกว่า แต่กลับไม่รู้สึกง่วง อาจเป็เพราะได้นอนในตอนกลางวันมาจากคอนโดของพันเจียแล้ว
ร่างระหงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อจะหยิบไหมพรมมาถักต่อเพื่อกล่อมให้ตัวเองรู้สึกง่วง แต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าไหมพรมที่จะใช้ถักเป็เสื้อกันหนาวนั้นยังอยู่ที่โต๊ะรับแขกข้างล่าง เธอจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ที่พันเจียนำมาให้กดใช้เป็ไฟฉายส่องนำทาง แทนการเปิดไฟแล้วเดินลงไปข้างล่างเกรงว่าพันเจียที่อาจหลับไปแล้วจะตื่น จึงค่อย ๆ เดินลงไปอย่างเงียบ ๆ
ไวโอลินเดินลงไปถึงบันไดชั้นล่างสาดส่องไฟฉายไปที่โต๊ะ เห็นพันเจียนั้นดูเหมือนว่าจะหลับไปแล้วจริง ๆ จึงค่อย ๆ ย่องเข้าไปแล้วก้มตัวลงควานหาไหมพรมอย่างเงียบเชียบที่สุด ควานหามันอยู่สักพักก็เจอแล้วลากไหมพรมกองนั้นออกมาจากใต้โต๊ะ แต่ในตอนนั้นเองพันเจียที่ส่งเสียงงัวเงียพร้อมเอื้อมมือแกร่งมาสะกิดที่แผ่นหลังบางของเธอเบา ๆ จนไวโอลินถึงกับสะดุ้งเฮือก! ด้วยความตกอกใ
"กรี๊ดดด...ผะ ผะ ผี!" ไวโอลินร้องลั่นประจวบเหมาะกับคนที่นอนอยู่บนโซฟาลุกพรวดขึ้นมาพอดิบพอดี
"จะบ้าหรือไง...คนนะไม่ใช่ผี!" พันเจียเอ็ดเธอเบา ๆ แล้วว่า "ลงมาทำอะไร ดึกป่านนี้แล้ว" ไวโอลินหันขวับกลับมาทำให้ศีรษะของเธอชนเข้ากับหางคิ้วของเขาจนก้นกระแทกลงไปกับพื้น
"โอ๊ย!" ทั้งคู่ร้องลั่นออกมาพร้อมกันด้วยความเ็ป เพราะแผลที่ยังไม่หายดีทำให้พันเจียรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาอีกครั้ง ไวโอลินรีบขอโทษขอโพยเป็การใหญ่เมื่อเรียกสติของตัวเองคืนมาได้
"ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ นะ...นายเป็อะไรไหม" มือบางเอื้อมไปแตะที่หางคิ้วของเขาซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่มือแกร่งยกขึ้นมาแตะที่ปลายคิ้วของตัวเองทำให้มือของทั้งสองคนกอบกุมกันไว้อย่างพอดิบพอดี
"เอ่อ...คือ" ไวโอลินเผลอหน้าแดงระเรื่อลุกพรวดขึ้น ทว่ามือแกร่งของพันเจียกลับเหนี่ยวรั้งข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ด้วยท่าทางที่ยังคงสะลึมสะลืออยู่
"จะไปไหน" เขาถามน้ำเสียงนุ่มนวล
"ก็ไปเอายามาใส่แผลให้นายไง" เธอตอบ พร้อมหันไปมองพลาสเตอร์แปะแผลที่เผยอออกจากบริเวณหางคิ้ว สายตาคมกริบเหลือบมองขึ้นมาที่คิ้วของตัวเองก่อนจะเอื้อมมือไปกด ๆ พลาสเตอร์ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้วบอกว่า
"อย่าไปเลย ขืนเธอมาทำแผลแล้วเกิดเจอเืที่หัวฉันขึ้นมา มีหวังได้เป็ลมล้มพับไปอีกแน่" ไวโอลินเอื้อมมือมาจับที่หัวของตัวเองแล้วพูดว่า
"นั่นสินะ จะว่าไปก็เจ็บเหมือนกันนะเนี่ย"
"มานี่มา!" พันเจียหยัดกายลุกขึ้นนั่ง แล้วฉุดร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่กับพื้นให้ขึ้นมานั่งบนโซฟาตัวเดียวกับเขา ไวโอลินขยับห่างออกมาเล็กน้อยแต่ทว่าพันเจียกลับดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้ ๆ แล้วพูดว่า
"อยู่นิ่ง ๆ" เขาพูดพลางเอื้อมมือแกร่งไปแตะที่หน้าผากของเธอ พบว่าบวมขึ้นเล็กน้อย
"โอ๊ย!" เธอร้องลั่น
"เจ็บเหรอ" เขาถาม เธอพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงอ่อน
"เจ็บสิ" พันเจียมองเธอด้วยแววตาที่เป็ห่วง
"ทายาหน่อยไหม" เขาถาม
"ไม่ต้องหรอก หัวโนนิดหน่อยเอง ตื่นเช้ามาก็หายแล้ว" พูดจบไวโอลินก็ลุกขึ้นจะกลับขึ้นไปบนห้อง แต่พันเจียกลับเปรยออกไปทันทีว่า
"นอนข้างล่างด้วยกันนี่แหละ"
"อะไรนะ" ไวโอลินหันมาถามด้วยท่าทีที่ดูตกอกใ
"บอกว่าให้นอนด้วยกันนี่แหละ" เขาย้ำ
"นอนที่โซฟากับนายเนี่ยเหรอ!" ไวโอลินส่ายหัวไปมาเป็การปฏิเสธ พันเจียยื่นหมอนสี่เหลี่ยมใบเล็กกะทัดรัดที่วางอยู่บนโซฟาให้กับเธอ
"ใครบอกว่าจะให้มานอนเบียดกันบนโซฟา"
"อ้าว! แล้วจะให้นอนตรงไหน" ไวโอลินกะพริบตาปริบ ๆ แล้วถามเพื่อความแน่ใจในสิ่งที่เธอคิด
"อย่าบอกนะว่าจะให้นอนที่พื้นนี่เหรอ"
"ทำไม...แค่นี้ทำเป็นอนไม่ได้หรือไง" เขาถามเธอหน้าเจื่อน ก่อนย้อนกลับไปว่า
"ฉันไม่ใช่คนเื่มากขนาดนั้นหรอกนะ ทำไมจะนอนไม่ได้ล่ะ"
"ถ้างั้นก็นอนสิ" เขายื่นหมอนส่งให้เธออีกครั้ง ไวโอลินรับแล้วค่อย ๆ นั่งลงวางหมอบราบไปกับพื้น พันเจียมองดูอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงย้ายตัวเองลงมานั่งที่พื้นพร้อมกับดึงหมอบอีกใบลงมาวางต่อกับหมอนของเธอก่อนจะนอนลง ไวโอลินรีบขยับหมอนออกห่างอย่างทันควัน เพราะกลัวว่าหัวของเธอจะเผลอไปชนกับหัวของเขาเข้าอีกขณะหลับแล้วจึงโน้มตัวลงไปนอน
พันเจียที่นอนหันไปทางโซฟาแอบเผยรอยยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อยขณะที่หลับตาพริ้มลง ส่วนไวโอลินพลิกตัวไปมาสักพักก่อนจะข่มตาลงนอนแล้วผล็อยหลับไปในที่สุด
วันต่อมา ไวโอลินลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นพันเจีย เธอลุกขึ้นเก็บหมอน แล้วเดินไปที่หน้าประตูห้องน้ำติดกับบันไดทางขึ้นชั้นสองของบ้านพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อของเขา แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงขานรับ
"พันเจีย"
มือบางผลักประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย พร้อมเรียกชื่อเขาอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปดูด้านในแต่กลับไม่พบ จึงเดินกลับไปที่โซฟาตรงหน้าประตูบ้าน มองผ่านหน้าต่างบานกระจกออกไปที่หน้ารั้ว แต่ไม่เห็นรถของเขาจอดอยู่เช่นกัน
"คงกลับคอนโดไปแล้วมั้ง" เธอคิดแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน
ระหว่างที่มือบางหยิบแปรงและหลอดยาสีฟันขึ้นมาบีบ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมารบเร้าทันทีเมื่อเธอยื่นแปรงสีฟันเข้าไปในปาก
"ให้ตายเถอะ!" ไวโอลินขบคิดพร้อมกับรีบก้มลงป้วนปาก ล้างหน้า ดึงผ้าขนหนูบนราวลงมาซับบนใบหน้า วางแปรงสีฟันลงไปที่ขอบอ่างล้างหน้า แล้วจึงรีบวิ่งออกไปรับสาย
[นี่เพิ่งจะตื่นเหรอ ฉันออกมาหาอะไรกิน ตอนนี้เจอของอร่อยแล้ว เธอรีบตามออกมาที่ร้านหน้าปากซอยเดี๋ยวนี้เลย ด่วน ๆ] เสียงพันเจียดังออกมาจากสายที่เธอกดรับ
"จะบ้าเหรอ นายก็รู้ว่าฉันเพิ่งตื่น จะให้รีบได้ไง" เธออ้าปากสวนกลับไป
"แล้วใครใช้ให้ตื่นสายล่ะ" พันเจียบ่นกลับ เพราะเขาตื่นนอนจนกลับไปอาบน้ำที่คอนโดมาจนเสร็จสรรพแล้วแต่เธอกลับพึ่งจะตื่น
"ฉันให้เวลาเธออาบน้ำแต่งตัวถึงสิบโมงครึ่ง" พันเจียบอก ไวโอลินรับคำ
"โอเค" เธอตอบไปส่ง ๆ แล้วเหลือบเห็นนาฬิกา!!!
"ถ้าช้ากว่านี้ เธอโดนดีแน่!!!" พันเจียขู่ ไวโอลินใ ร้องทัก
"เดี๋ยว ๆ แต่มันแค่สิบนาทีเองนะ!!!" เธอแย้ง เพราะดูเวลาตอนนี้ก็ 10:20 น. เข้าไปแล้ว
"รีบ มา เดี๋ยว นี้" พูดจบ เขาก็ตัดสายทิ้งไป
"เดี๋ยว ๆ ๆ" ไวโอลินร้องเรียก แต่ไม่ทัน เธอรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้า หยิบประเป๋าสตางค์ กุญแจบ้าน แล้วคว้าจักรยานสีหวานปั่นออกไปที่หน้าปากซอยบ้านด้วยอาการลุกลี้ลุกลน ในสภาพหัวฟู ๆ ในชุดใส่นอนชุดเดิมอย่างรีบเร่งฝีเท้าในการปั่น เพราะคำขู่ของพันเจียทำให้เธอไม่มีเวลา แม้แต่จะได้อาบน้ำ หรือ เปลี่ยนเสื้อผ้า
สภาพของไวโอลินในตอนนี้ ไม่ว่าเธอจะปั่นผ่านที่ไหน ๆ ก็จะถูกสายตาแทบทุกคู่จับจ้องราวกับว่าเป็ตัวตลก
ไวโอลินรีบปั่น เพราะไม่อยากให้คนเห็นความประหลาดของสภาพผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง และชุดนอนลายการ์ตูนสีซีดที่เธอสวมใส่ออกมา ทว่าก็ไม่มีอะไรที่แย่ไปกว่านี้อีกแล้ว หากว่าเธอไม่รีบไปตามนัดของผู้ชายร้ายกาจคนนั้นชะตากรรมเธออาจจะร้ายแรงยิ่งกว่าแค่ถูกมองเป็ตัวตลกอย่างแน่นอน
"อิตาบ้าเอ๊ย!!" เธอสบถ แล้วปั่นจ้ำ ๆ ไปที่หน้าปากซอยแอบคิดแค้นเคืองเขาอยู่ในใจ
กึก กึก กึก!
ไวโอลินได้ยินเสียงแปลกๆ ขณะที่เธอเร่งฝีเท้า เธอค่อย ๆ ชะลอความเร็ว ของการปั่นแล้วเงี่ยหูฟัง เสียงโซ่จักรยานที่ดังกึก ๆ ก่อนหลุดขาดออกจากกันราวกับ์ไปคิดเข้าข้าง
"บ้าเอ๊ย!!!" ไวโอลินจอดรถวางขาตั้งลงแล้วก้มลงมอง
"ให้ตายสิ! ซวยชะมัดเลย ทำไมต้องมาขาดเอาตอนนี้ด้วยเนี่ย คนยิ่งรีบ ๆ อยู่" เธอบ่นในใจ แล้วเงยหน้าขึ้นหาทางแก้ไข
ระหว่างนั้นได้มีรถสปอร์ตสีดำคันหรูขับเข้ามาจอดต่อท้ายรถจักรยานของเธอ ไวโอลินมองชายหนุ่มรูปร่างสูง จมูกโด่งเป็สัน แต่งตัวดูดี ท่าทางราวกับเทพบุตรเปิดประตูก่อนจะก้าวลงมาจากรถ
"เธอคือ...ไวโอลิน งั้นใช่ไหม" ผู้ชายผิวขาว หน้าตาดีออกไปทางหนุ่มเอเชียเอ่ยถาม แม้ว่าเขาจะสวมแว่นกันแดดสีดำสนิท แต่ทว่าออร่าความหล่อเหลาของเขากลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย
"เอ่อ คุณ..." เธอนึก ด้วยความที่ไม่เคยเห็นหน้าของเขามาก่อน พร้อมกับแสดงสีหน้าออกมาด้วยความฉงน และเมื่อเขาเห็นสีหน้าของเธอ ก็รีบแนะนำตัวเองขึ้นมาก่อนที่หญิงสาวจะเกิดอาการสงสัยไปมากกว่านี้
"ชั้นชื่อโชยะ หรือจะเรียกว่าโชย์เฉย ๆ ก็ได้ ฉันเป็พี่ชายของพันเจียแฟนของเธอ"
แฟน!!!
ไวโอลิน ใกับคำสรรพนาม ที่โชยะใช้เรียกสถานะของเธอกับพันเจียน้องชายของเขา
"จริง ๆ เราเจอกันก่อนหน้านี้แล้วนะ" โชยะบอก ไวโอลินทำหน้างง ๆ เขาจึงรีบอธิบาย
"อันที่จริง จะว่าไปหมายถึงฉันคนเดียวมากกว่า วันนั้นที่สนามแข่ง ตอนที่ฮอร์นแข่งขันกับพันเจีย โดยมีเธอเป็เดิมพัน" โชยะพูดตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม