อัลมิส"ท่านอาจารย์อาณาจักร เค็ดเวน [kaedwen] นี้มีความหมายว่าอะไรเเล้วการปกครองโดยใครครับ?"
โวเฮอร์หันมาตอบ อัลมิส ว่า
โวเฮอร์"เค็ดเวน [kaedwen] เป็นภาษาเอลฟ์ที่เเปลว่า ป่าสีขาว ส่วนการปกครอง ปกครองโดยกษัตริย์ เฮนเซน อัลมิสถ้าเจ้าเจอทหารม้าที่สวมหมวกหนังสัตว์ก็อย่าไปยุ่งกับพวกมันละพวกมันบ้าเลือดเเละไม่สนกฏอะไรมีเเต่กษัตริย์ของมันเท่านั้นที่ฟังเเละพวกมันล้วนเกลียดชั่งพวกอมนุษย์เเละพวกกลายพันธุ์ยิ่งกว่าอะไรถ้าเจอพวกมันจงถอยห่างจากมันสะไม่ว่าจะอะไรก็ตาม"
อัลมิส พยัคหน้าตอบกลับ โวเฮอร์
เมื่อทั้ง 3 คนถึง ด่านตรวจคน ระบบก็เเจ้งเตือน
คุณค้นพบ เมือง อาร์ด คาเรย์ +30 ทุกค่าสถานะ
กรุณาตรวจสอบค่าสถานะ
ชื่อ อัลมิส ฉายา ไม่ปรากฏLevel 625/160
สกิลสารานุกรมเเห่งโลก level 5 25/100สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็วเเละจดจำข้อมูลสิ่งต่างๆเเละวิเคราะห์ได้ทุกอย่างเเต่ขึ้นกับLevel ผู้ใช้ประมวลข้อมูลระดับกลาง สามารถประมวลสิ่งเเวดล้อม สภาพต่างๆประเมินสิ่งมีชีวิตระดับกลาง สามารถอ่านอักษรโบราณได้ ระดับกลางปลดล็อค การต่อรองที่ทัดเทียมสามารถต่อรองสินค้าอะไรก็ได้ ระดับตํ่า
องค์ความรู้มือสังหาร level 5 ความสามารถร่างกายของมือสังหารขึ้นอยู่กับการฝึกฝนสิ่งต่างๆ
ปีนป่าย level 6 190/260วิ่งไว level 7 180/280อดทนต่อความเจ็บปวด level 6 125/260 อดทนต่อความเจ็บปวดทุกชนิดระดับกลาง level 5 90/260ร่างกายทนทานต่อสิ่งต่างๆระดับกลาง level 6 90/280 การแกะรอยระดับกลาง level 6 90/280สามารถแกะรอยเท้าของมนุษย์เเละสิ่งต่างๆได้การกลบร่องรอย ระดับกลาง level 4 125/220สามารถกลบร่องรอยต่างๆได้ขึ้นอยู่กับ Level ของผู้ใช้เคลื่อนไหวดังเงาภูติพราย ระดับกลาง level 7 125/280อีกฝ่ายไม่สามารถมองเห็นการเครื่องไหวใดๆได้ขึ้นอยู่กับ level ผู้ใช้ทักษะอาวุธลับ ระดับกลาง level 7 130/250สามารถใช้อาวุธลับได้ทุกชนิดขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้ทักษะอาวุธทุกชนิดขึ้นกลาง level 5 130/300ใช้อาวุธได้ทุกชนิดขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้
[ตรวจพบเงื่อนไขการใช้การลอบสังหาร[Assassination] ยังไม่ปรากฏ]
ภูมิปัญญาเเห่งนักปราชญ์ level 5 90/220 สามารถประดิษฐ์สิ่งต่างๆเเละสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้เเต่ขึ้นอยู่กับlevel ผู้ใช้การประดิษฐ์ level 5 125/220ความเพียร level 6 225/260ทักษะSigns level 4 165/300 ไม่เป็นตามเงื่อนไขความสามารถในการใช้อักษรเวทย์มนต์องค์ความรู้ช่างประดิษฐ์ level 4 130/300สามารถสร้างอุปกรณ์หรืออาวุธลับต่างๆได้ขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้
สถานะสภาพร่างกายสามารถฟื้นฟูร่างกายเองได้เเต่ต้องใช้เวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บเเละLevel ของผู้ใช้การกลายพันธุ์ lock เงื่อนไขการกลายพันธุ์ [Trial of the Grasses]กะเพาะเหล็ก ติดตัว level 5 125/220กินได้เกือบทุกอย่าง กรุณาระวังสิ่งที่กินเข้าไปการก้าวข้ามขีดจำกัด ติดตัว Level 8 40/260หนังเหนียว ติดตัว level 4 130/260ฟันเเทงไม่เข้าเเต่ขึ้นอยู่กับ level ของผู้ใช้ตาเหยี่ยว ติดตัว level 6 190/300สามารถมองไกลถึง 600-700 เมตรความยืดหยุ่น ติดตัว level 6 190/300กล้ามเนื้อเส้นเอ็นรวมถึงระบบต่างๆในการเคลื่อนไหวมีความคล่องแคล่วขึ้นอยู่กับ Level ผู้ใช้
"ทายเอล ออฟ เดอะ กาสเสจ[Trial of the Grasses]? คือการผ่านการกลายพันธุ์เพื่อเป็น เดอะ วิชเชอร์ สินะตามที่อาจารย์ โวเฮอร์ อธิบายตอนระหว่างที่พวกเราเดินมา เเล้ว เงื่อนไขการใช้การลอบสังหาร[Assassination] ไม่ปรากฏอีก ระบบเฮงซวย" ณ ตอนนี้ อัลมิสหน้ามืดคิดอะไรไม่ออกนอกจากสาปเเช่งระบบเวรในใจ เเล้วกลับมาเป็นปกติ
"พวกเเกหยุด!"
ยามอ้วน"คนที่ต้องผ่านเข้าเมืองต้องจ่าย คนละ 15 เหรียญทอง!"
ทั้ง 3 คน เเสดงสีหน้าพูดไม่ออก 15 เหรียญทอง "นี้มันปล้นกันชัดๆ ในระหว่างที่อัลมิสกำลังศึกษาเกี่ยวกับโลกใบนี้ก็เรียนรู้กฏเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งเเต่ละเมืองจะกำหนดค่าผ่านทางขั้นตํ่าอยู่ที่ 3 ถึง 5 เหรียญทอง"
ยามอ้วน"คนที่ไม่จ่ายไม่มีสิทธิ์เข้าเมือง อาร์ด คาเรย์ ได้!"
ยามที่ทำหน้าที่เก็บเงินคนเข้าเมือง ตัวใหญ่เเต่ตัวเตี้ยเหมือนหมู กำลังยิ้มกะหายเงินตราอยู่ยิ้มด้วยรอยยิ้มอุบาดตา
เเต่เหล่ายามที่อยู่โดยรอบทำได้เเค่ ถอดหายใจให้กับพวกของ อัลมิส ว่าดวงซวยเจอกับเจ้าอ้วน โมเซก ที่มีคนใหญ่คนโตหนุนหลังให้มันทำตัวไม่สนกฏหมายได้
กาดิส จึงพูดด่าใส่ เจ้าอ้วน โมเซก
กาดิส"ไอ้อ้วนหน้าตาย เก็บเงินบ้านบิดาเจ้าสิทำไมมันเกินกว่ากฏหมายที่ระบุให้จ่ายค่าผ่านทาง!"
เจ้าอ้วนโมเซก เเสดงซีหน้าไม่สนใจ เเล้วหัวเราะอย่างหน้าขนลุก
โมเซก"ฮาๆๆ สวะกลายพันธุ์ ยังไงก็เเค่พวกสวะ ยังมีหน้ามาถามหาบิดา ทำขี้เกลืออะไร?"
โวเฮอร์ ก็เเสดงสีหน้ามืดมน จึงหันไปมอง อัลมิสที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตาย จนเห็นคำว่า ฆ่าบนใบหน้าจึง กล่าวตื่น อัลมิสด้วย เสียง ไอ ไม่กี่คำ
อัลมิส กลับมาใจเย็นเหมือนเดิม เเละเก็บความกระหายเเห่งการฆ่าไว้อย่างหมดจด
เเต่ตอนที่อัลมิสเเสดงกลิ่นอายออกมา เจ้าอ้วนโมเซกเเละยามคนอื่นๆหน้าถอดสีเมื่อได้พบกับกลิ่นอายที่หลุดออกมาจากเด็กหนุ่มที่อายุ 6-7 ปี
สุดท้ายเเล้วอัลมิสจึงโยนถึงเหรียญทองไปใส่ทองไป 45 เหรียญทองให้กับโมเซกเเล้วพูดว่า
อัลมิส"นี้ค่าผ่านทางของเรา 45 เหรียญทอง" ด้วยเสียงเย็นชา
โวเฮอร์เเละกาดิสต่างเข้าใจในสิ่งที่ อัลมิส กระทำ
เมื่อทั้ง3 มุ่งตรงเข้าเมืองไม่เเม้เเต่จะหันกลับมามองโมเซกเเละเหล่าทหารยามที่อยู่หน้าประตูเมืองเลย
สุดท้าย โมเซกได้สติจึงด่าเสียงดัง
โมเซก"พวกเเก สมควรตาย!"
สุดท้ายเเล้ว โวเฮอร์จึงถาม อัลมิสว่าเหรียญทองพวกนั้นได้มาจากไหนจึงบอกไปตามตรงว่า
อัลมิส"ทองพวกนั้นข้าได้จากพวกในค่ายนักล่าฆ่าหัว ตอนมันกำลังวุ่นวายกับการฆ่า ฟิเอ็น อยู่"
กาดิส หัวเราะลั่นเเล้วพูดด้วยเสียงที่กำลังขำอยู่ว่า
กาดิส"ศิษย์น้องของข้านี้มันร้ายจริงๆ งั้นมื้อนี้เจ้าเลี้ยงอาหารพวกข้าละกัน"
อัลมิส เเค่ยักไหล่เป็นการตอบกลับ
โวเฮอร์มอง ศิษย์ทั้ง2ของตนด้วยความเอ็นดู จึงคิดในใจว่าทั้งชีวิตนี้ตัวเขาเองเคยพบคำว่า ครอบครัวรึยัง จนกระทั่งเจอ กาดิส เเละ อัลมิส จงเข้าใจความหมายของครอบครัวกับเขาเป็นสักที
เมื่อถึงโรงเตี้ยมที่ชื่อว่า ที่พักของพวกบ้า จึงพากันเดินเข้าไปใน โรงเตี้ยมที่เต็มไปด้วยผู้คนจึงหาที่นั่งเเล้ว เรียกพนักงานมา สั่งอาหาร ตามที่ กาดิส บอกว่าอาหารในเมือง อาร์ด คาเรย์ อร่อยมาก อัลมิสจึงสักทุกอย่างในเมนูอย่างละ 3 จาน ทุกรายการเเละสั่ง เครื่องดื่มให้กับ ทั้ง 2 เเล้วก็มีเสียงดังออกมาจากหน้าโรงเตี้ยม
???"เจ้าของโรงเตี้ยม เตรียมเหล้าที่ดีที่สุดให้พี่น้องของเราที่พึ่งผ่านการรบมาหนึ่งถึงใหญ่เลย"
เสียงนั้นเป็นเสียงของคนหนุ่มที่ดูว่าหน้าจะเป็นทหารมา บนหัวเขาสวมไว้ด้วยหมวกหนังสัตว์ เครื่องเเบบทหารม้า ที่มีชื่อเสียงที่เรียกว่า กองทัพกระหายเลือดเเห่งกษัตริย์
พร้อมกับเหล่าชายฉกรรจ์ ที่มีเเผลเป็นเต็มตัว 9-10 คน ระหว่างที่หาที่นั่งในโรงเตี้ยม พวกเขาก็เห็นกลุ่มของ อัลมิส โวเฮอร์ เเละ กาดิส กำลังกินอาหารอยู่จึงมองข้ามพวกเขาไปโดย ปริยาย เเต่เเล้วก็มีคนในกลุ่ม ชายฉกรรจ์ มีเเผลบนใบหน้า เดินเข้ามาหาโวเฮอร์เเล้วพูด ว่า
ทหารม้า"พวกกลายพันธุ์ไม่ต้องกินในร้านหรอกไปกินในครอกเหมือนหมูนู้น!"
ชายหนุ่มที่เหมือนหัวหน้า เเสดงสีหน้ามืดมนเเล้วตะโกน ด่า ชายฉกรรจ์ด้วยเสียงดังสนั่นว่า
หัวหน้าทหารม้า"เกาเธอร์! เจ้าอย่าไปหาเรื่องคนพวกนั้น เขาอยู่ของเขาเราอยู่ของเรา อย่าไปวุ่นวาย"
เกาเธอร์ทำเป็นหูทวนลม
เกาเธอร์"เเกฟังที่บิดาพูดอยู่ไม่วะ?"
สุดท้ายเเล้ว เกาเธอร์ หันไปเห็น อัลมิสที่กำลังนั่งกิน ผลไม้กับ พวกกลายพันธุ์เเล้วพูดว่า
เกาเธอร์"ไอ้หนูเเม่เเกเรียกกินนมเเล้วไปหาเเม่เเกไป ผู้ใหญ่จะคุยกันรีบลุกไปไกลๆเลย"
เเต่ก่อนที่เกาเธอร์จะได้พูดอะไร ก็รู้สึกเจ็บที่อกเเบบเเปลกๆเเล้วสัมผัสได้ว่ามีหมัดของใครอยู่บนอกตนจึงมองหาหมัดของคนที่ชกตนเเล้วปรากฏว่าเป็นเด็กที่ตนพึ่งหาเรื่องเมื่อกี้
ปลดล็อค ศิลปะการต่อสู้ ขั้นที่ 1 level 1 0/150
สามารถใช้ศิลปะการต่อสู้จากโลกก่อนได้เเละสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้อย่างเเม่นยำ
ศิลปะการต่อสู้ที่ปลดล็อค มวยไทย ขั้นต่อไป ไม่ปรากฏสกิล มวยไทย ขั้นพื้นฐาน [ศอกอัด] [หมัดตรง] [เข่าลอย] [เตะตํ่า] [ยันอก]
อัลมิสนึกในใจว่า เเค่การต่อยเข้าไปยังอกของอีกฝ่ายตนจะนึกถึงหน้า พ่อตนตอนสอนมวยไทย ตอนสมัยเด็ก ที่โลกเก่าได้สะงั้น
อัลมิส"ตั้งเเต่เด็ก พ่อเราก็เข้มงวดเเต่ไหนเเต่ไรสุดท้ายก็นึกขอบคุณตาเเก่ที่สอนเราให้เป็นคนดีสุดท้ายก็ดันมาตายอนาถเพราะเด็กเเว้นสะงั้น"[คิดในใจนะครับ]
เกาเธอร์"ไอ้เด็กเวร! เเกตา...."
ก่อนที่เกาเธอร์จะได้พูกคำต่อไปก็โดนเขาลอยอัดคางเข้าให้จนล้มลงไปกับพื้น
ทั้งโรงเตี้ยมเงียบสนิทยิ่งกว่าป่าช้า
สุดท้ายเเล้วคนที่ได้สติคือ หัวหน้าทหารม้าหนุ่มจึงเข้ามาสั่งให้ทหารคนอื่นสั่งลาก เกาเธอร์ที่หมดสติอยู่ออกไปเเล้ว กล่าวด้วยรอยยิ้มมาขอบคุณที่ ไม่ลงมือหนักเกิน เพราะหลังจากที่เห็น [เข่าลอย] ของอัลมิส สามารถสังหารคนของตนได้เเต่กลับไม่ทำ
ทั้ง โวเฮอร์ เเละ กาดิสต่างมองไปยัง อัลมิสเหมือนพบ อัญมณีเม็ดงาม
เมื่อพวกเขาพักผ่อนกันเสร็จจึงออกไปซื้อเสบียงอาหาร เเละอุปกรณ์ในการเดินทางต่อพวกเขาเเยกกันไปทำในสิ่งที่ต้นต้องการ โวเฮอร์เดินไปดูร้านขายสมุนไพร ส่วนกาดิสเดินไปร้านอาวุธ ส่วนอัลมิสเดินไปดูร้านขายหนังสือ
อัลมิสเดินไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน สุดท้ายเเล้วก็เจอสิ่งที่ตามหานั้นคือร้านขายหนังสือที่ชื่อ การเรียนรู้ไม่สิ้นสุด
ตั้งเเต่ 3 ถึง 4 นํ้าขึ้น