อาเฟย ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสีทองอร่ามของห้องโถงโบราณ ร่างกายของเขาร้อนระอุด้วยพลังธาตุทองที่เพิ่งได้รับมา มันเป็นพลังที่รุนแรงและบริสุทธิ์ แต่ก็ยังดิบและควบคุมได้ยาก พลังนี้ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของเขาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมที่จะระเบิดออกมาทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เขาสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดในร่างกายของตนเอง พลังธาตุทองที่ไหลเวียนอยู่นั้นเหมือนกับลำธารที่เดือดดาล พยายามจะหาทางออกจากร่างกายของเขา ทุกครั้งที่เขาพยายามจะควบคุมมัน พลังนั้นก็จะดิ้นรนและต่อต้านอย่างรุนแรง ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย
เบื้องหน้าเขาคือ กองทัพแห่งธาตุทอง นักรบกว่าสิบคนที่สวมชุดเกราะสีทองอร่าม พวกเขาไม่ได้มีชีวิต แต่เป็นกลไกที่ถูกควบคุมด้วยพลังธาตุทองบริสุทธิ์ ทุกย่างก้าวของพวกเขาสั่นสะเทือนพื้นห้องโถงราวกับแผ่นดินไหว ดวงตาของนักรบเหล่านั้นเปล่งแสงสีทองที่เย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
อาเฟยสังเกตเห็นรายละเอียดของนักรบธาตุทองแต่ละคน พวกเขามีรูปร่างที่แตกต่างกัน บางคนสูงใหญ่และแข็งแกร่ง บางคนเล็กและคล่องแคล่ว แต่สิ่งที่เหมือนกันคือพลังธาตุทองที่เปล่งออกมาจากร่างกายของพวกเขา พลังนั้นหนาแน่นและบริสุทธิ์จนทำให้อากาศรอบๆ สั่นไหว
"เจ้าต้องต่อสู้กับพวกเขา อาเฟย" เสียงของ จางอี้ ดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน "นี่คือ บททดสอบ สุดท้ายของเจ้า หากเจ้าผ่านไปได้ เจ้าก็คู่ควรกับ แก่นแท้แห่งธาตุทอง ที่เสี่ยวเหลียนมอบให้"
จางอี้ยืนอยู่บนแท่นบูชาสูงที่ปลายสุดของห้องโถง ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีเขียวอ่อนของพลังธาตุไม้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพอใจและความเย็นชา เขามองดูอาเฟยราวกับมองดูหนูทดลองที่กำลังจะถูกทดสอบ
อาเฟยกำหมัดแน่น ความโกรธที่สั่งสมมานานปะทุขึ้นในใจ เขาไม่สนใจคำพูดของจางอี้อีกต่อไป สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือ ปกป้องเสี่ยวเหลียน และ ทำลาย ทุกสิ่งที่จางอี้สร้างขึ้น
เขาหันไปมองเสี่ยวเหลียนที่นอนหมดสติอยู่ข้างแท่นบูชา ใบหน้าของนางซีดเผือด ริมฝีปากของนางเป็นสีม่วงอ่อน เขาเห็นได้ชัดว่านางใช้พลังธาตุน้ำทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยเขา ทำให้ร่างกายของนางอ่อนแรงลงอย่างมาก
"มาเลย!" อาเฟยตะโกน พลังธาตุทองสีทองอร่ามพวยพุ่งออกจากร่างกายของเขาอย่างควบคุมไม่ได้
นักรบธาตุทองคนแรกพุ่งเข้าใส่เขา ดาบทองคำขนาดใหญ่ฟาดลงมาด้วยความเร็วและพลังที่มหาศาล อาเฟยยกแขนขึ้นป้องกันโดยสัญชาตญาณ พลังธาตุทองในร่างกายของเขาก่อตัวเป็น โล่ทองคำ ขนาดเล็กที่แขน
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว อาเฟยถูกแรงกระแทกจนกระเด็นไปไกลหลายเมตร แต่โล่ทองคำของเขาก็สามารถป้องกันการโจมตีนั้นไว้ได้ เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นไปตามแขน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ประหลาดใจกับพลังของตนเอง
"พลังธาตุทองของเจ้ายังดิบเกินไป อาเฟย" จางอี้หัวเราะ "เจ้าไม่สามารถควบคุมมันได้... มันจะทำลายเจ้าเอง"
อาเฟยลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล เขารู้สึกถึง ความเจ็บปวด ที่แล่นไปทั่วแขน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกถึง ความแข็งแกร่ง ที่ไม่เคยมีมาก่อน พลังธาตุทองในร่างกายของเขาเริ่มสงบลงเล็กน้อย เขาเริ่มเข้าใจวิธีการควบคุมมันมากขึ้น
เขาเริ่ม รวบรวมพลัง ธาตุทองไว้ที่ฝ่ามือ พลังธาตุทองก่อตัวเป็น ลูกบอลพลังงาน สีทองขนาดเล็ก ลูกบอลพลังงานนั้นหมุนวนอยู่ในฝ่ามือของเขา เปล่งแสงสีทองที่อบอุ่น อาเฟยปล่อยลูกบอลพลังงานนั้นออกไป ลูกบอลพลังงานพุ่งเข้าใส่หน้าอกของนักรบธาตุทองคนหนึ่ง
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่น นักรบธาตุทองคนนั้นถูกทำลายจนแตกเป็นเสี่ยงๆ เศษเกราะทองคำกระเด็นไปทั่วห้องโถง พลังธาตุทองที่บริสุทธิ์ของอาเฟยสามารถทำลายกลไกที่ถูกควบคุมด้วยพลังธาตุทองได้ เขาเริ่มเข้าใจถึงธรรมชาติของพลังที่เขาได้รับมา
"ไม่เลว อาเฟย" จางอี้พูดด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ "แต่เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถทำลายพวกเขาทั้งหมดได้หรือ?"
นักรบธาตุทองที่เหลือพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกัน อาเฟยถูกล้อมรอบด้วย ดาบทองคำ ที่คมกริบ เขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อป้องกันตัวเอง การโจมตีมาจากทุกทิศทาง ทำให้เขาต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและใช้สัญชาตญาณในการต่อสู้
นักรบธาตุทองคนหนึ่งโจมตีจากด้านซ้าย อาเฟยหลบไปทางขวาแต่กลับถูกนักรบอีกคนโจมตีจากด้านหลัง เขาต้องใช้พลังธาตุทองสร้างโล่ป้องกันอย่างรวดเร็ว แต่การใช้พลังอย่างต่อเนื่องทำให้เขาเริ่มเหนื่อยล้า
อาเฟยเริ่ม เรียนรู้ ที่จะควบคุมพลังธาตุทองของเขา เขาใช้พลังธาตุทองสร้าง เกราะทองคำ ที่แข็งแกร่งรอบร่างกายของเขา และใช้ ดาบทองคำ ที่สร้างจากพลังธาตุทองเพื่อตอบโต้การโจมตี เกราะทองคำนั้นเบาและยืดหยุ่น ไม่ขัดขวางการเคลื่อนไหวของเขา
ดาบทองคำที่เขาสร้างขึ้นมีความคมกริบและแข็งแกร่งเหนือธรรมดา เมื่อเขาฟันไปที่นักรบธาตุทอง ดาบนั้นสามารถตัดผ่านเกราะทองคำของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย เขาเริ่มรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการควบคุมพลังของตนเอง
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด อาเฟยต้องใช้ สัญชาตญาณ และ ความมุ่งมั่น ทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชีวิตรอด เขาถูกโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาก็สามารถลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้ง ทุกครั้งที่เขาล้มลง เขาจะนึกถึงเสี่ยวเหลียนและลุกขึ้นต่อสู้อีกครั้ง
เสี่ยวเหลียน มองดูอาเฟยด้วยความเป็นห่วง นางรู้ดีว่าอาเฟยกำลังต่อสู้เพื่อปกป้องนาง นางพยายามจะช่วยเขา แต่ร่างกายของนางยังอ่อนแอเกินไป นางรู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้ ทั้งที่เขากำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อนาง
นักรบธาตุทองคนหนึ่งใช้ดาบทองคำฟันเข้าใส่ด้านข้างของอาเฟย
อาเฟยหลบไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว แต่นักรบธาตุทองอีกคนก็โจมตีจากด้านหลังพร้อมกัน เขาต้องใช้พลังธาตุทองสร้างโล่ป้องกันอย่างเร่งด่วน แต่แรงกระแทกจากสองทิศทางทำให้เขาสูญเสียการทรงตัว
อาเฟยถูกนักรบธาตุทองคนหนึ่งโจมตีเข้าที่ด้านหลัง เกราะทองคำ ของเขาแตกสลาย อาเฟยล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกถึงเลือดที่ไหลออกมาจากแผลที่หลัง ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกายของเขา
"พอแล้ว อาเฟย" จางอี้พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "เจ้าแพ้แล้ว เจ้าไม่สามารถควบคุมพลังธาตุทองได้อย่างสมบูรณ์ เจ้ายังไม่คู่ควรกับแก่นแท้แห่งธาตุทอง"
นักรบธาตุทองคนสุดท้ายยกดาบทองคำขึ้นเตรียมที่จะฟันลงมาที่อาเฟย ดาบนั้นเปล่งแสงสีทองที่จ้าจึงจนทำให้อาเฟยต้องหลับตา เขารู้สึกถึงลมที่เกิดจากการเหวี่ยงดาบ ความตายใกล้เข้ามาแล้ว
"ไม่!" เสี่ยวเหลียนกรีดร้อง นางพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วยอาเฟย แต่ร่างกายของนางยังอ่อนแอเกินไป นางล้มลงกับพื้นหลังจากก้าวได้เพียงไม่กี่ก้าว แต่ดวงตาของนางยังคงจ้องมองอาเฟยด้วยความเป็นห่วง
ทันใดนั้น ความคิด หนึ่งก็ผุดขึ้นในใจของเสี่ยวเหลียน นางรู้ดีว่ามีเพียง พลังธาตุน้ำ ที่บริสุทธิ์เท่านั้นที่สามารถ ยับยั้ง พลังธาตุทองที่รุนแรงได้ นางเคยได้ยินจากปู่ของนางว่า ธาตุน้ำและธาตุทองสามารถสมดุลกันได้ หากใช้อย่างถูกวิธี
เสี่ยวเหลียนรวบรวม พลังธาตุน้ำ ที่เหลืออยู่ทั้งหมดในร่างกายของนาง นางรู้ดีว่าการใช้พลังธาตุน้ำที่เหลือนี้อาจทำให้นางหมดสติไปนาน หรืออาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย แต่นางไม่สนใจ เพราะอาเฟยสำคัญกว่าชีวิตของนาง
พลังธาตุน้ำสีฟ้าใสพวยพุ่งออกจากร่างกายของนางเข้าสู่ร่างกายของอาเฟยอย่างรวดเร็ว พลังธาตุน้ำนั้นเย็นสบายและอ่อนโยน เหมือนกับสายน้ำใสที่ไหลผ่านป่าไผ่ในยามเช้า มันพาความสงบและความสมดุลเข้าสู่ร่างกายของอาเฟย
พลังธาตุน้ำของเสี่ยวเหลียนเข้าสู่ร่างกายของอาเฟยอย่างอ่อนโยน มัน หล่อเลี้ยง และ ควบคุม พลังธาตุทองที่บ้าคลั่งในร่างกายของเขา พลังธาตุทองที่เคยดิบและรุนแรงก็เริ่ม สงบลง และ บริสุทธิ์ ขึ้น เหมือนกับโลหะที่ถูกหลอมและขึ้นรูปใหม่
อาเฟยรู้สึกถึง ความเย็นสบาย ที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขา ความเจ็บปวด ที่เคยมีก็หายไป พลังธาตุทอง ของเขาถูก ควบคุม ได้อย่างสมบูรณ์ เขารู้สึกถึงความสมดุลที่ไม่เคยมีมาก่อน พลังธาตุทองและพลังธาตุน้ำหลอมรวมกันในร่างกายของเขา
เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย พลังธาตุทองที่เคยรุนแรงและควบคุมยากกลายเป็นพลังที่อ่อนโยนและเชื่อฟัง มันไหลเวียนไปตามเส้นเลือดของเขาอย่างสงบ เหมือนกับแม่น้ำที่ไหลผ่านทุ่งนาในยามเย็น
"เสี่ยวเหลียน..." อาเฟยพึมพำ เขาหันไปมองนางด้วยความกังวล เขาเห็นว่านางใช้พลังธาตุน้ำทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยเขา ใบหน้าของนางซีดเผือดมากขึ้น ริมฝีปากของนางเป็นสีม่วงอ่อน
"ใช้พลังนี้ อาเฟย" เสี่ยวเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง "ทำลายพวกเขา... และทำลายจางอี้ เพื่อคนทั้งหลายที่ถูกเขาทำร้าย เพื่อความยุติธรรม"
นางมองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเชื่อมั่น แม้ว่าร่างกายของนางจะอ่อนแรง แต่จิตใจของนางยังคงแข็งแกร่ง นางเชื่อว่าอาเฟยจะสามารถใช้พลังที่นางมอบให้อย่างถูกต้อง
อาเฟยลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้มีเพียง ความโกรธ แต่เขามี ความมุ่งมั่น และ ความรัก ที่จะปกป้องเสี่ยวเหลียน เขารู้สึกถึงพลังใหม่ที่ไหลเวียนในร่างกายของเขา มันไม่ใช่เพียงพลังธาตุทอง แต่เป็นการผสมผสานระหว่างพลังธาตุทองและพลังธาตุน้ำ
เขาใช้ พลังธาตุทอง ที่ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์สร้าง ดาบทองคำ ที่คมกริบและแข็งแกร่งกว่าเดิม ดาบนั้นเปล่งแสงสีทองที่อ่อนโยน ไม่จ้าจึงเหมือนเดิม แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคง ด้ามดาบมีลวดลายของคลื่นน้ำสีฟ้าอ่อนๆ ที่หมุนวนอยู่
อาเฟยพุ่งเข้าใส่นักรบธาตุทองคนสุดท้าย ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะพลังธาตุน้ำช่วยให้การเคลื่อนไหวของเขาลื่นไหลและไร้ความขัดแย้ง เขาเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านหิน
ฉัวะ!
ดาบทองคำของอาเฟยฟันผ่านเกราะทองคำของนักรบธาตุทองราวกับตัดผ่านเนย นักรบธาตุทองคนนั้นถูกทำลายจนแตกเป็นเสี่ยงๆ เศษเกราะทองคำกระเด็นไปทั่วห้องโถง แต่ไม่มีเสียงระเบิดที่ดังสนั่นเหมือนเดิม เพราะพลังที่อาเฟยใช้นั้นสงบและควบคุมได้
อาเฟยหันไปมองนักรบธาตุทองที่เหลือ พวกเขาดูเหมือนจะลังเลและไม่แน่ใจ เพราะพลังที่อาเฟยเปล่งออกมาตอนนี้แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่พลังธาตุทองบริสุทธิ์ แต่เป็นพลังที่ผสมผสานกัน
เขาใช้พลังใหม่นี้โจมตีนักรบธาตุทองที่เหลือทีละคน ทุกครั้งที่เขาโจมตี ดาบทองคำของเขาจะฟันผ่านเกราะของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย นักรบธาตุทองทั้งหมดถูกทำลายในเวลาไม่นาน
"เจ้าทำได้ อาเฟย" เสี่ยวเหลียนยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนที่นางจะ หมดสติ ไป ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสงบและความพึงพอใจ นางรู้ว่าการเสียสละของนางไม่ได้เป็นโมฆะ
อาเฟยรีบวิ่งเข้าไปหานาง เขาคุกเข่าลงข้างๆ นางและตรวจดูอาการของนาง นางยังหายใจอยู่ แต่อ่อนแรงมาก เขาอุ้มนางขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แล้วหันไปมอง จางอี้ ที่ยืนอยู่บนแท่นบูชา
จางอี้ปรบมืออย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความชื่นชม เขาไม่คิดว่าอาเฟยจะสามารถผสมผสานพลังธาตุทองและพลังธาตุน้ำได้สำเร็จ
"ยอดเยี่ยม อาเฟย" จางอี้พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "เจ้าคู่ควรกับ แก่นแท้แห่งธาตุทอง แล้ว แต่เจ้าได้มากกว่านั้น เจ้าได้ความสมดุลระหว่างธาตุทองและธาตุน้ำ"
อาเฟยวางเสี่ยวเหลียนลงอย่างระมัดระวัง แล้วลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับจางอี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความมุ่งมั่น เขาจะไม่ให้จางอี้ทำร้ายใครอีก
"เจ้าต้องการอะไรจากข้า จางอี้!" อาเฟยตะโกนด้วยความโกรธ "เจ้าทำทุกอย่างเพื่ออะไร! ทำไมเจ้าต้องทำร้ายคนบริสุทธิ์!"
"ข้าทำเพื่อ ความสมบูรณ์แบบ อาเฟย" จางอี้ตอบ "เจ้าคือ ผู้ถูกเลือก ที่จะรวม พลังธาตุทั้งห้า ไว้ในร่างกายของเจ้า เจ้าจะเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้"
จางอี้เริ่มเล่าถึง แผนการ ของเขา เขาต้องการสร้าง นักรบที่สมบูรณ์แบบ ที่สามารถควบคุมพลังธาตุทั้งห้าได้ และอาเฟยคือ เครื่องมือ ที่เขาเลือก เขาได้วางแผนมานานหลายปีเพื่อให้อาเฟยได้รับพลังธาตุต่างๆ
"ข้าจัดการให้เจ้าได้พบกับเสี่ยวเหลียน เพราะนางมีพลังธาตุน้ำที่บริสุทธิ์" จางอี้อธิบาย "ข้าจัดการให้เจ้าต้องเผชิญกับอันตรายต่างๆ เพื่อให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของข้า"
อาเฟยรู้สึกถึงความโกรธที่เพิ่มขึ้น เขาไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแผนการของจางอี้ ความรักที่เขามีต่อเสี่ยวเหลียนเป็นของจริง ไม่ใช่สิ่งที่ถูกจัดการ
"เจ้าคิดว่า ความรัก คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหรือ อาเฟย?" จางอี้หัวเราะเยาะ "ข้าจะบอกความจริงให้เจ้าฟัง... ความเสียสละ ที่เจ้าเห็นนั้น... มันคือ ราคา ที่เจ้าต้องจ่าย"
"ราคาอะไร!" อาเฟยตะโกน เขาไม่เข้าใจคำพูดของจางอี้ แต่เขารู้สึกถึงความไม่สบายใจ
"ราคาของ ความอ่อนแอ ของเจ้า" จางอี้ตอบด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย "เจ้าอ่อนแอเกินไปที่จะปกป้องนาง... เจ้าอ่อนแอเกินไปที่จะได้รับพลังโดยไม่ต้อง พึ่งพา นาง"
"เจ้าเห็น ความมุ่งมั่น ในดวงตาของนางไหม อาเฟย? ความมุ่งมั่นที่จะ มอบทุกสิ่ง ที่นางมี... แม้กระทั่ง สิ่งที่เจ้าคิดว่าเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว"
คำพูดของจางอี้เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของอาเฟย มันไม่ได้เปิดเผยความจริง แต่กลับสร้าง ความสงสัย และ ความรู้สึกผิด อย่างรุนแรง เขาเริ่มสงสัยว่าเสี่ยวเหลียนช่วยเขาเพราะความรักจริงๆ หรือเพราะเหตุผลอื่น
"นางมอบ ความบริสุทธิ์ ของนางให้เจ้า... แต่นางก็ต้อง แลกเปลี่ยน กับ บางสิ่ง ที่เจ้าไม่สามารถเข้าใจได้" จางอี้เน้นคำว่า "แลกเปลี่ยน" อย่างหนักแน่น
อาเฟยรู้สึกสับสน เขาไม่เข้าใจว่าจางอี้หมายความว่าอย่างไร แต่คำพูดเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกกังวลและไม่สบายใจ เขามองไปที่เสี่ยวเหลียนที่นอนหมดสติอยู่
"เจ้าทำลายความรักของข้า!" อาเฟยตะโกนด้วยความโกรธ เขาไม่อยากฟังคำพูดของจางอี้อีกต่อไป
"ความรัก? ความรักเป็นเพียง เครื่องมือ อาเฟย" จางอี้ตอบ "ตอนนี้เจ้ามี พลังธาตุทอง แล้ว... เจ้าต้องใช้มันเพื่อ ทำลาย ข้า แต่เจ้าจะทำได้หรือ? เมื่อเจ้ารู้ว่าข้าคือผู้ที่ให้ทุกสิ่งแก่เจ้า"
อาเฟยพุ่งเข้าใส่จางอี้ด้วยความโกรธ พลังธาตุทองสีทองอร่ามพวยพุ่งออกจากร่างกายของเขา แต่คราวนี้พลังนั้นถูกควบคุมด้วยพลังธาตุน้ำ ทำให้มันสงบและแม่นยำมากขึ้น จางอี้ไม่หลบหนี แต่เขากลับ ยิ้ม อย่างชั่วร้าย
"มาเลย อาเฟย... แสดงให้ข้าเห็นว่าเจ้า คู่ควร กับ ความเสียสละ ของเสี่ยวเหลียนหรือไม่"
อาเฟยและจางอี้ปะทะกันอย่างรุนแรง พลังธาตุทองของอาเฟยปะทะกับ พลังธาตุไม้ ที่แข็งแกร่งของจางอี้ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถง แต่การต่อสู้ครั้งนี้แตกต่างจากเดิม เพราะอาเฟยสามารถควบคุมพลังของเขาได้ดีขึ้น
อาเฟยใช้ ดาบทองคำ ฟันเข้าใส่จางอี้ แต่จางอี้ก็สามารถป้องกันไว้ได้ด้วย โล่ไม้ ที่แข็งแกร่ง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างสมดุล ทั้งสองฝ่ายต่างมีความแข็งแกร่งที่ใกล้เคียงกัน
"เจ้ายังอ่อนแอเกินไป อาเฟย" จางอี้พูดด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน "เจ้าไม่สามารถทำลายข้าได้ เพราะเจ้ายังคิดถึงนาง เจ้าไม่สามารถใช้พลังเต็มที่ได้"
อาเฟยไม่ยอมแพ้ เขาใช้ พลังธาตุทอง ทั้งหมดที่มีโจมตีจางอี้อย่างต่อเนื่อง แต่เขาระมัดระวังไม่ให้พลังของเขาส่งผลกระทบต่อเสี่ยวเหลียน จางอี้เริ่ม อ่อนแรง ลงอย่างช้าๆ เพราะต้องต่อสู้กับพลังที่ผสมผสานระหว่างธาตุทองและธาตุน้ำ
"เจ้าทำลายข้าไม่ได้ อาเฟย" จางอี้พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง "ข้าคือ ผู้สร้าง เจ้า... ข้าคือ ชะตากรรม ของเจ้า หากเจ้าทำลายข้า เจ้าก็จะสูญเสียทุกสิ่งที่เจ้าได้รับมา"
อาเฟยไม่สนใจคำพูดของจางอี้ เขารู้ว่าจางอี้กำลังพยายามหลอกเขา เขาใช้ พลังธาตุทอง ทั้งหมดที่มีโจมตีจางอี้เป็นครั้งสุดท้าย พลังธาตุน้ำของเสี่ยวเหลียนที่อยู่ในร่างกายของเขาช่วยให้การโจมตีนั้นแม่นยำและทรงพลัง
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว จางอี้ถูกทำลายจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ห้องโถงทองคำเริ่ม สั่นสะเทือน อย่างรุนแรง เสาหินโบราณเริ่มแตกร้าว เพดานเริ่มร่วงลงมา
อาเฟยรีบวิ่งเข้าไปหา เสี่ยวเหลียน ที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น เขาอุ้มนางขึ้นมาและรีบวิ่งออกจากห้องโถงทองคำ เขาต้องหาทางออกจากเหมืองโบราณนี้ก่อนที่มันจะถล่มลงมาทั้งหมด
เหมืองทองคำโบราณเริ่ม ถล่ม ลงมาอย่างรวดเร็ว อาเฟยต้องใช้ พลังธาตุทอง ทั้งหมดที่มีเพื่อเปิดทางหนี เขาใช้พลังสร้างโล่ป้องกันหินที่ร่วงลงมา และใช้พลังทำลายกำแพงหินที่ขวางทาง
ในขณะที่พวกเขากำลังจะหนีออกจากเหมือง เสียงกระซิบ ของจางอี้ก็ดังขึ้นในหูของอาเฟย
"เจ้าคิดว่าเจ้าหนีพ้นหรือ อาเฟย?" เสียงกระซิบนั้นเต็มไปด้วย ความเย้ยหยัน "ข้าคือ เงา ที่ตามติดเจ้าไปทุกที่... เจ้าไม่มีทางหนีพ้น ชะตากรรม ของเจ้า"
อาเฟยไม่สนใจคำพูดของจางอี้ เขาอุ้มเสี่ยวเหลียนวิ่งออกจากเหมืองทองคำโบราณ เขารู้ว่าจางอี้อาจจะยังไม่ตายจริง แต่เขาไม่กลัว เขามีพลังและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเสี่ยวเหลียน
ทันใดนั้น แสงสีทอง ก็พวยพุ่งออกจากร่างกายของเสี่ยวเหลียน แสงสีทองนั้น รวมตัว กันเป็น รูปปั้น ของ เทพแห่งธาตุทอง อีกครั้ง รูปปั้นนั้นใหญ่กว่าเดิมและน่าเกรงขามกว่าเดิม
"เจ้าคิดว่าเจ้าทำลายข้าได้หรือ อาเฟย?" รูปปั้นเทพแห่งธาตุทองพูดด้วยเสียงของจางอี้ "ข้าคือ พลังธาตุทอง ที่อยู่ในร่างกายของเจ้า... ข้าคือ ส่วนหนึ่ง ของเจ้า"
อาเฟยตกใจจนแทบสิ้นสติ เขาไม่คิดว่าจางอี้จะ รวมตัว กับ พลังธาตุทอง และ สิงสถิต อยู่ในร่างกายของเขา เขารู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อน
"เจ้าไม่มีทางหนีพ้น อาเฟย" รูปปั้นเทพแห่งธาตุทองพูดด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย "เจ้าต้อง รับผิดชอบ ต่อ ความเสียสละ ของเสี่ยวเหลียน เจ้าต้องใช้พลังนี้เพื่อสิ่งที่ข้าต้องการ"
อาเฟยและเสี่ยวเหลียนหนีออกจากเหมืองทองคำโบราณได้สำเร็จ แต่ ความจริง ที่น่าสะพรึงกลัวก็ยังคงตามติดพวกเขาไปทุกที่