
ตอนที่127 ชนะแบบเท่ๆ
"ฮ่าๆ ๆ ..สุดท้ายก็สำเร็จสมดั่งใจคิด..ได้แกงโฮะแบบแคปซูลหนึ่งพันสิบเก้าเม็ด แบบนี้ก็เจ๋งเลยสามารถทดลองกินดูว่ามันจะเพิ่มพลังกายอสูรได้เม็ดละกี่ขั้น"
ชายหนุ่มเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าสู่ถุงนิมิตขั้นเทพของเขา แล้วทะยานเข้าไปในห้องแปดเหลี่ยม กริชเพชรรู้ดีว่าถ้าเขาเลื่อนระดับอยู่ข้างนอกโดยไม่มีพลังสายฟ้าคอยคุ้มครองกาย การผ่านวิกฤตเลื่อนระดับมันจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดเจียนตาย
ดังนั้นเขาจึงเลือกมาพัฒนากายอสูรในห้องแปดเหลี่ยมสายฟ้า เพื่อทดลองกินยาเม็ดแกงโฮะงูอสูรยักษ์ เขากินมันเข้าไปหนึ่งเม็ดแล้วเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ให้มันสลายในร่างเสียงดังเปรี้ยงปร้าง โหมกระหน่ำในเส้นเลือดขึ้นมาอีกครั้ง
กายอสูรของชายหนุ่มค่อยๆ เลื่อนระดับสู่คนอสูรขั้นที่หก ตอนต้นจากการกินแกงโฮะอสรพิษยักษ์หนึ่งเม็ด เขากินเพิ่มเข้าไปอีกสองเม็ดพบว่ามันเลื่อนระดับขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นครึ่งก้าวจะสู่ขั้นที่หกตอนปลาย
ชายหนุ่มตัดสินใจกินทีเดียวสิบเม็ด เสียงเปรี้ยงปร้างในปราสาท ของเขาจากยาที่ปรุงมาด้วยกระทะเกล็ดอาวุธเทพโลกันตร์บรรพกาล ที่มีพลังการเสริมสร้างกายอสูรร้อยเท่า
เฮือก!!
"อ๊าาาส์!! "
มันผลักดันให้กายอสูรของชายหนุ่มเกือบขึ้นไปถึงขั้นที่เจ็ด ตอนต้นเลยทีเดียวขาดแค่อีกครึ่งก้าวเท่านั้น แต่พลังสายฟ้าที่ควบคุมไม่ให้เขาได้รับบาดเจ็บจากการผ่านวิกฤตเลื่อนระดับก็แทบไม่อาจจะทนได้
ร่างกายของชายหนุ่มปวดหนึบเหมือนมันพร้อมที่จะระเบิดออกมา จนเขาต้องกัดฟันกรอดหยุดการกระทำลง นั่งปรับสมดุลของพลังกายอสูรที่เพิ่มขึ้นอีกพักใหญ่
"กรอดดด! ..ยังไงวันนี้เราก็ต้องก้าวขึ้นสู่กายคนอสูรระดับที่ เจ็ดให้ได้"
กริชเพชรพลิกข้อมือปรากฏกล่องสมบัติที่บรรจุแท่งผลึกเนตรมรกตขึ้นมา ก่อนที่จะใช้พลังบอลดวงจิตแก่นแท้สลายมันออก หนึ่งล้านดอร์เพื่อเสริมเข้าไปในพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของตัวเอง เพื่อปรับสมดุลของกายอสูรให้มีระดับเท่าเทียมกัน เป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่คนอสูรระดับที่เจ็ด
ฟูๆ ๆ!! วาบบบบ! สูบบบ!
ปากของชายหนุ่มก็สูบเอาควันสีน้ำเงินหายเข้าไปในตัว พลังบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งของเขา ดูดซับพลังธรรมชาติของผลึกเนตรมรกตเข้าไป เขาผ่านวิกฤตขนาดเล็กไม่เจ็บปวดเท่าไหร่ ขาดเพียงครึ่งก้าวเท่านั้นจะก้าวเข้าสู่กายคนครึ่งอสูรขั้นที่เจ็ด
เหงื่อของกริชเพชรแตกเต็มกายไหลออกมาเหมือนกระแสน้ำที่หมุนวน ดุจน้ำทะเลที่หลากหลายทะลักลงรูเล็กๆ อัดเข้าไป ในช่องพลังทุกเส้นสายของชายหนุ่ม แล้วตีกลับวนขึ้นไปที่บนเขานอบนหัวของกริชเพชรตีทวนคืนมา เก็บสะสมไว้ในบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งของชายหนุ่ม
ครืนนนน! ครืนๆ ๆ!
แล้วมันก็ขยายออกยิ่งใหญ่เหมือนคาบสมุทร ที่บรรจุน้ำทะเลเป็นทวีปได้อย่างสบาย มันปรากฏอยู่ในห้วงดวงจิตของกริชเพชร ผ่านเวลาไปหนึ่งจิบชาชายหนุ่มก็สามารถ กลั่นพลังธรรมชาติของผลึกเนตรมรกต เข้าไปพัฒนาบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขาได้อย่างสมบูรณ์
"จัดไปหนึ่งพันเม็ด"
กริชเพชรโยนแคปซูลแกงโฮะพันเม็ดเข้าไปในปาก แล้วละลายมันด้วยพลังบอลดวงจิตแก่นแท้อัดเข้าไปในร่างกาย คราวนี้เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเสียงพายุทอร์นาโดโหมกระหน่ำเข้าไปในทุกเส้นประสาทของเขา
ดังก้องจนเขาสั่นสะท้านความเจ็บปวดทั้งหมดเหมือนมันกำลังเผาผลาญในทุกเส้นเอ็นของกริชเพชร ความเย็นความร้อนประสานกัน จนเขารู้สึกสะท้านขนหัวลุกกัดฟันกรอดๆ ด้วยความเจ็บปวด มันยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่เขาผ่านวิกฤตการณ์เลื่อนระดับกายอสูร ตอนนี้เขาผ่านเข้าสู่กายอสูรขั้นที่เจ็ดสมบูรณ์แบบขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
"อ๊าสสสสสส..! "
โชคดีที่ชายหนุ่มใช้ห้องแปดเหลี่ยมสายฟ้าคอยประสาน ปกป้องร่างกายของเขาไม่ให้ระเบิดแตกหรือเหือดแห้งไป เพราะพลังกายอสูรขั้นบริสุทธิ์ที่เขาบริโภคมันลงไปถึงหนึ่งพันเม็ด
โครมๆ ๆ!! เปรี้ยงๆ ๆ ๆ!! โครมๆ ๆ ๆ!! ซ่าๆ ๆ ๆ!!
ทั่วนครอสูรวารีน้ำจืดตอนนี้มีลมพายุโหมกระหน่ำก่อตัวเป็นคลื่นทอร์นาโด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าพายุงวงช้างล้อมเกาะ ของนครอสูรวารีน้ำจืดจนองค์กษัตริย์ และท่านปู่เจ้าจี่ต้องออกมาสร้างม่านบาเรีย คุ้มครองนครอสูรวารีเป็นสองชั้นเพิ่มความแข็งแกร่ง
ตูมๆ ๆ ๆ!! โครมๆ!! วูบๆ ๆ!!
เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ที่แน่ๆ ต้องมีใครสักคนที่กำลังผ่านวิกฤตกายอสูรขั้นสูงแน่ๆ
ปู่เจ้าจี่ยกยิ้มในนครอสูรวารีน้ำจืดคนที่จะสามารถทำได้มีคนเดียวเท่านั้นคือองค์ชายสิบสี่ว่าที่องค์รัชทายาทองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดคนต่อไป
"ไม่นึกเลยว่าเด็กคนนี้จะมีความกระตือรือร้นในการพัฒนากายอสูรของเขา ข้าคาดคิดว่าเขาจะต้องเลื่อนขั้นขึ้นไปถึงกายคนครึ่งอสูรระดับที่เจ็ดอย่างแน่นอน.."
เสียงของผู้เฒ่าหันไปคุยกับหลานชายองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด
"ข้าภาคภูมิใจเหลือเกินที่ได้ลูกคนนี้มา เขาช่างเก่งกาจ ต้องเป็นอนาคตที่ดีของพงศ์พันธุ์อสูรน้ำจืดของเราอย่างแน่ทีเดียว..."
เสียงขององค์จอมกษัตริย์กล่าวอย่างยินดี เขาลืมไปหมดสิ้นแล้วเมื่อก่อนว่า เกลียดชังลูกคนนี้ขนาดไหน
"เชอะ..ท่านช่างเป็นไปได้กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยนะ.."
องค์ฮองเฮาฝ่ายขวาหลับตาค้อนใส่สามีสุดที่รักที่ตอนนี้ เขาทั้งพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจนางเพราะสำนึกในการกระทำที่ผ่านมา
"แหม..เจ้าจิงจงก็อย่าพูดอย่างนั้นสิเมื่อก่อนพี่หน้ามืดตามัวไปนิดหน่อยเอง วันนี้ตาพี่สว่างแล้วลูกของเราคนนี้ช่างมีบุญบารมีเหลือล้น ข้าเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ในงานประลองการชิงตำแหน่งองค์รัชทายาท องค์ชายสิบสี่ต้องได้ไปครองแน่นอน ดูจากสภาพพลังรบของเขามันช่างเด่นล้ำ
ข้าเชื่อว่าแม้แต่อสูรระดับราชันย์ก็ต้องคิดหนักเมื่อเจอกับเจ้าจิงโจวลูกรักของข้า เขาซ่อนไพ่ไม้ตายไว้ในตัวมากมายจนข้าไม่อาจหยั่งรู้ได้ ถ้าอย่างนั้นเขาคงไม่สามารถจะชนะ จอมกษัตริย์อสูรวารีหิมะได้หรอกน้องหญิง.."
ทั้งสามคนต่างพากันหัวเราะอย่างเบิกบานเมื่อนึกถึงองค์ชายสิบสี่ ที่ตอนนี้พวกเขาฝากความหวังไว้กับองค์ชายเจ้าจิงโจว ในการที่จะเป็นองค์รัชทายาทคนต่อไป เพื่อไปชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทสายตรง นั่นก็หมายความว่าถ้าเด็กคนนี้บุกบั่นต่อไป จนได้เป็นตัวแทนของจอมจักรพรรดิอสูรวารี
เมื่อนั้นพงศ์พันธุ์อสูรวารีน้ำจืดจะต้องโดดเด่นอยู่ในอาณาจักร ของจอมอสูรวารีอย่างไม่ต้องสงสัย จึงไม่แปลกใจเลยว่ากริชเพชรที่ทำให้องค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด มีจิตใจฮึกเหิมในวันนี้
แท้ที่จริงเขาอยากจะประเคนตำแหน่งองค์รัชทายาทให้กับกริชเพชรเลยทีเดียว แต่ว่าตามกฎมณเฑียรบาลแล้วตำแหน่งองค์รัชทายาทต้องได้รับการแข่งขันประลอง ต่อหน้าเหล่าราชวงศ์และห้าตระกูลใหญ่แห่งอสูรวารีน้ำจืด
กริชเพชรใช้เวลาพักผ่อนปรับสมดุลของร่างกายในห้องสีชมพู หลับอย่างสบายก่อนจะตื่นเช้าขึ้นมาด้วยจิตใจเบิกบานเวลา
การประลองคือเก้าโมงเช้า ดังนั้นชายหนุ่มจึงมาก่อนล่วงหน้าครึ่งชั่วโมง เขาปรากฏกายที่ลานประลองขนาดใหญ่
ที่มันถูกสร้างเหมือนโดม ที่มีอัศจรรย์ล้อมรอบเป็นวงกลมชั้นบน กระจายรายล้อมด้วยห้าสำนักใหญ่ตรงกลางที่ติดกับราชวัง มีที่ประทับขององค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ซ้ายและขวามือเป็นที่ประทับของท่านปู่เจ้าจี่ และองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาพร้อมกับพระนางเจ้าเฟย
ส่วนผู้ที่เข้าไปประลองทั้งหลายต้องอยู่ในห้องใต้อาคารตึกทรงกลมเหมือนโคลีเซี่ยม สนามการประลองของอาณาจักรโรมันในสมัยโบราณ
"องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดเสด็จแล้ว.."
เสียงองครักษ์ประกาศก้องพิธีเปิดการประลองคัดเลือกองค์รัชทายาท ได้เปิดตัวขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ด้านล่างลานประลองทรงกลมมีประตูทั้งสองด้าน เป็นที่เก็บตัวผู้ที่เข้าประลอง
"ในฐานะที่ข้าเป็นองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดวันนี้ ถึงรอบปีที่จะต้องคัดเลือกองค์รัชทายาท ผู้ที่จะครอบครองอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืดสืบต่อไปในวันข้างหน้า และองค์รัชทายาทผู้นี้จะมีสิทธิ์ในการเข้าชิงองค์รัชทายาทสายตรงของเจ้าอาณาจักรอสูรวารี ผู้ครอบครองคาบสมุทรทวีปที่เจ็ดของพวกเรา.."
เสียงขององค์จอมกษัตริย์ดังก้องไปทั่ว ด้วยพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ของกายอสูรระดับราชันย์ขั้นที่หนึ่งของเขา
"ข้าขอมอบโปรแกรมการประลองในวันนี้ให้กับท่านปู่เจ้าจี่ เป็นผู้ดำเนินการแข่งขันการประลองคัดเลือกองค์รัชทายาท ผู้ที่เป็นอันดับสองและอันดับสามจะถูกคัดเลือกเป็นองครักษ์ และแม่ทัพหญ่ประจำนครของอสูรวารีน้ำจืดต่อไป ส่งเสริมทรัพยากรพันเท่าเป็นของรางวัลต่อไป ณ.บัดนี้..."
เสียงของเขาดังก้องมอบหมายให้ผู้อาวุโสแห่งราชวงศ์เจ้า ของอสูรวารีน้ำจืดให้ดำเนินการต่อ
"การคัดเลือกในช่วงแรกจะเป็นการคัดเลือกสองสาย คือสายที่หนึ่งและสายที่สองจะต้องต่อสู้กันเอง จนกว่าจะได้ตัวแทนของบุตรหลานราชวงศ์และลูกหลานของห้าตระกูลใหญ่ ทุกคนต่างมีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นองค์รัชทายาทกันทั้งสิ้น
พวกเราเปิดกว้างมาตั้งแต่บรรพกาลเริ่มก่อตั้งอาณาจักรอสูรวารี สายสีแดงได้แก่ตระกูลหลง ตระกูลต้วน สายที่สองได้แก่ผู้ที่มาจากตระกูลเจ้า ตระกูลลี และตระกูลหวัง เราจะแบ่งเป็น สองสนามการแข่งขัน ถ้าผู้ใดตบออกจากลานประลองผู้นั้นถือว่าพ่ายแพ้ หรือถ้าผู้ใดยอมแพ้ด้วยการกล่าววาจา ผู้นั้นก็ถือว่าพ่ายแพ้กฏกติกามีเพียงเท่านี้
แต่หัวใจที่สำคัญที่สุดคือห้ามลงมือเข็นฆ่าซึ่งกันและกันโดยเด็ดขาด ถ้าใครทำผิดกฎข้อนี้ถ้าว่าต้องถูกปรับแพ้ผู้แข่งขันสามารถใช้คาถาเรียกอาวุธประจำตัวออกมา หรือคาถาที่เป็นความสามารถของตัวเองในการต่อสู้ ห้ามใช้วิญญาณอาวุธหรือภูตอสูร ณ.บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้วเริ่มการประลอง รอบที่หนึ่งองค์ชายเจ้าจิงโจวพบกับคุณชายลีสง แห่งตระกูลลี.."
เสียงปู่เจ้าจี่ประกาศก้อง บานประตูเหล็กขนาดใหญ่เปิดออก กริชเพชรค่อยๆ เดินออกมาจากประตู ส่วนฝ่ายตรงข้ามเหินหาวลงบนสนามประลอง รอคอยองค์ชายสิบสี่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ในขณะนี้ค่อยๆ เดินขึ้นบนลานประลองตามบุคลิกภาพ ที่ทุกคนเคยเห็นจนชินตา กรรมการการแข่งขันยืนอยู่ตรงกลาง
"คารวะองค์ชายสิบสี่..."
เสียงคุณชายลีสงกล่าวคารวะพร้อมกับยกมือประสานโค้งศีรษะให้กับเขา
"คารวะคุณชายลีสง"
กริชเพชรยกมือคารวะคู่ต่อสู้พร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อยให้กับเขาอย่างมีมิตรภาพ
"ข้าลีสง แห่งตระกูลลีมิบังอาจต่อสู้กับองค์ชายสิบสี่ได้คอรับ ข้าขอยอมแพ้..."
เสียงของคุณชายลีสงพูดขึ้นเบาๆ ทุกคนครางฮือออกมาเพราะว่ายังไม่ทันลงมือ คุณชายลีสงกลับยอมแพ้ทั้งๆ ที่เขามีชื่อเสียงใน สิบอันดับ คุณชายผู้เก่งกาจแห่งนครอสูรวารีน้ำจืด
แต่นั่นก็ไม่เหนือความคาดหมายของทุกคน เพราะว่าองค์ชายสิบสี่สามารถเอาชนะกองทัพอสูรวารีหิมะได้ ทำให้ชื่อเสียงขององค์ชายสิบสี่ ผู้นี้เกรียงไกรในนครอสูรวารีน้ำจืด
จนเหมือนกับแสงสุริยะตอนเที่ยงวัน มันช่างร้อนแรงจนไม่มีใครเทียบรัศมีของเขาได้ สุดท้ายกริชเพชรต้องเดินลงมาจากลานประลองที่หนึ่งแบบเท่ๆ อย่างที่เขาคิดไว้
'ดีเหมือนกันนะถ้าตลอดการแข่งขันทุกคนยอมแพ้หมดจะได้ไม่ต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัวกัน..'
ชายหนุ่มคิดพร้อมกับชำเลืองมองไปที่ลานประลองที่สอง ตอนนี้องค์หญิงจ้าวเฟิงแห่งราชวงศ์อสูรวารีน้ำจืด ขึ้นต่อสู้กับหญิงสาวชุดขาวที่เป็นทายาทของตระกูลหวัง ทั้งสองเริ่มปะมือกันอย่างดุเดือด
หญิงสาวชุดขาวบินลอยอยู่กลางอากาศเหมือนกับนางหงส์ ที่โฉบไปโฉบมาโจมตีองค์หญิงเจ้าเฟิง ตอนนี้นางเร่งเร้าบอลดวงจิตแก่นแท้ สร้างสิงโตตัวใหญ่กว่าทุกครั้งที่กริชเพชรเคยเห็นขนาดอยู่กับนาง แสดงว่าหญิงสาวพัฒนากายอสูรและพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ขึ้นมามากกว่าเก่า
เปรี้ยง! เปรี้ยง! ตูมตูม! ตูมมมม! เฮือก!
"จ๊ากกกกกส์! .."
เสียงปะทะกันดังสนั่นร่างของหวังเจิ้น ที่สวมชุดขาวกระเด็นไปกลางอากาศ ก่อนที่นางจะม้วนตัวโฉบกลับมาในมือถือกระบี่อ่อนเล่มหนึ่ง กวัดแกว่งสร้างคลื่นพายุกระบี่นับพันเล่ม จู่โจมเงาพลังรูปสิงโตตัวใหญ่ที่แยกเขี้ยวออกตะปบ มันถูกพลังกระบี่กระแทกจนแตกสลายไป
ควับๆ ๆ ๆ!! เช้งๆ ๆ ๆ!!
"โฮกกกกก! .."
ตูมๆ ๆ!! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
องค์หญิงเจ้าเฟิงสะบัดข้อมือปรากฏทวนยาวสีทองพุ่งออกนางร่ายรำด้วยกระบวนท่า ที่แปลกพิสดารแฝงด้วยความเข้มแข็งดั่งจอมราชาแห่งเจ้าป่า ปรากฏเงาสิงโตห้าตัวรายล้อมแม่นางหวังเจิ้น
โฮก! โฮก! โฮก! โฮก! โฮกก!
ครืนนนนน!
มันตะเบ็งเสียงร้องดังสนั่นสลายพลังกระบี่ออกจนหญิงสาวหยุดชะงักกลางอากาศ
เปรี้ยง! โครมมมมม!
"อ๊าาาาาส์~"
ร่างของนางก็พลันถูกด้ามหอกขององค์หญิงเจ้าเฟิงสะบัดกระแทกอัดตกเวทีไป รอบนี้องค์หญิงเจ้าเฟิงเป็นผู้ชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
..............................................................................................................................................................................