บทที่ 28 ไม่ใช่หลานแท้ ๆ
เฉิงโจวซื่อกลัวว่าซูชิ่นจะไปแจ้งทางการเข้าจริง ๆ จึงรีบกล่าวว่า "เรือนหลักยังมีห้องว่าง ข้าจะแบ่งให้เ้ารองอยู่ ส่วนพวกเ้าสามแม่ลูกก็ย้ายไปอยู่ที่เรือนปีกตะวันตกเสีย เื่คืนนี้ข้าเห็นว่าเป็อุบัติเหตุ อากาศแห้งแล้งเช่นนี้ ใครจะรู้ว่าไฟลุกขึ้นมาได้อย่างไร อีกอย่างพวกเ้าแม่ลูกก็ไม่เป็อะไรก็ถือว่าโชคดีแล้ว รอให้มีเวลาว่างค่อยหาทางสร้างเรือนปีกตะวันออกขึ้นมาใหม่ก็แล้วกัน"
นางกลัวซูชิ่นไปแจ้งทางการ และยิ่งกลัวว่าซูชิ่นจะได้เข้าไปอยู่ในเรือนหลักจริง ๆ
หลังจากรีบจัดการแบ่งห้องเสร็จ เฉิงโจวซื่อจึงหันไปบอกชาวบ้านที่มาช่วยว่า "ลำบากทุกท่านแล้ว วุ่นวายกันมาครึ่งค่อนคืน ทุกท่านกลับไปนอนพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้ข้าจะไปขอบคุณถึงบ้านทุกหลังเอง"
ทุกคนวุ่นวายมานานจนเหนื่อยล้ามากจริง ๆ จึงไม่ได้พูดอะไร ต่างหิ้วกะละมังของตนเองแยกย้ายกันกลับไป
เมื่อชาวบ้านกลับไปหมดแล้ว ซูชิ่นก็หันหลังกลับและเปิดประตูบ้านตระกูลเฉิงอย่างแรง
หัวใจของคนตระกูลเฉิงกระตุกวูบ พวกเขาต่างมองซูชิ่นด้วยความหวาดกลัว
ซูชิ่นค่อย ๆ หันกลับมา บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย ส่วนเด็กทั้งสองคนทำหน้าบึ้งตึงยืนอยู่ข้างซูชิ่น ดูแล้วน่าขนลุกเป็อย่างยิ่ง
เฉิงโจวซื่อกำลังจะอ้าปากด่าทอ แต่ทันใดนั้น สามแม่ลูกก็หายวับไปกับตาทันที
คนตระกูลเฉิงต่างคิดว่าตนเองตาฝาด แต่พอขยี้ตาอีกครั้งก็เห็นสามแม่ลูกปรากฏตัวขึ้นมาฉับพลัน คราวนี้คนตระกูลเฉิงใจนร้องลั่นเหมือนไก่โดนเชือด
เพราะแม่ลูกทั้งสามคนมีใบหน้าขาวซีด เืไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด โดยเฉพาะซูชิ่นที่มีรอยเขียวช้ำที่ศีรษะ ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
ประจวบเหมาะกับมีลมพัดผ่าน ยันต์กระดาษที่ใช้ทำพิธีตอนกลางวันยังไม่ได้แกะออก เมื่อลมพัด ยันต์กระดาษก็ส่งเสียงพึ่บพับ คนตระกูลเฉิงใจนเหงื่อกาฬไหลพราก พวกเขาอยากจะมุดเข้าบ้าน แต่ขาสองข้างกลับไม่รักดี อ่อนปวกเปียกเหมือนบะหมี่แช่น้ำทรุดลงกับพื้น
"พวกเ้าลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้เป็วันอะไร? วันนี้คือวันครบเจ็ดวันหลังจากที่ข้าหัวฟาดพื้นตาย!"
คนตระกูลเฉิงพลันนึกขึ้นได้ วันที่ซูชิ่นเหนียงหัวฟาดพื้นจนถึงวันนี้ นับได้เจ็ดวันพอดี
วันครบเจ็ดวัน! ซูชิ่นเหนียงเป็ผีจริง ๆ ด้วย!
คนตระกูลเฉิงใจนแทบลืมหายใจ
ซูชิ่นจูงมือเด็กทั้งสองคนก้าวเดินไปข้างหน้า เดินสองก้าวก็หายตัวไป และพริบตาต่อมาก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
นางบีบคั้นเข้ามาทีละก้าว จนกระทั่งซูชิ่นส่งเด็กทั้งสองเข้าไปในมิติวิเศษ เพื่อไม่ให้พวกเขาใเวลาที่นางเค้นถามความจริง
นางโน้มตัวลงไปหาหลี่ซื่อและเฒ่าเฉิงที่ใยังไม่ฟื้นคืนสติแล้วกล่าวว่า "น้ำมันที่พวกเ้าสาดใส่บ้าน ข้าเห็นหมดแล้ว พวกเราแม่ลูกตายอย่างน่าเวทนานัก แผลที่หัวของข้าเจ็บเหลือเกิน ไฟเผาลูกทั้งสองของข้าจนเ็ป... พวกเรากลับมาทวงชีวิต พวกเ้าอย่าหวังว่าจะหนีพ้น"
หลี่ซื่อเห็นปากของซูชิ่นเต็มไปด้วยเื ร่างกายสั่นเทาเหมือนตะแกรงร่อน กำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่ซูชิ่นกลับยื่นมือออกมาบีบคอของนางไว้ พร้อมกับส่งเสียงที่แปลกประหลาดและน่ากลัวว่า "เ้าทำร้ายข้าครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่ออะไรกัน? ข้าไปล่วงเกินเ้าตรงไหน?"
แรงบีบของซูชิ่นมหาศาลจนหลี่ซื่อหายใจไม่ออก สองมือพยายามดิ้นรนเพื่อแกะมือของซูชิ่นออก แต่กลับพบว่าตนเองไม่สามารถทำได้เลย
"สิ่งที่เ้าทำกับข้า ข้าจำได้หมด วันนั้นเ้าเป็คนผลักข้าจากข้างหลัง ข้าถึงได้ตาย ส่วนเื่ที่ไปตามหมอผีรวมถึงเื่วางเพลิงคืนนี้ ไม่ต้องรีบ ข้าจะคิดบัญชีกับเ้าทีละเื่"
ในขณะที่หลี่ซื่อเกือบจะถูกบีบคอจนตาย ซูชิ่นก็ปล่อยมือ จากนั้นก็เปลี่ยนเป้าหมายไปที่เฉิงโจวซื่อ
เฉิงโจวซื่อเห็นซูชิ่นเดินตรงมาหาจึงนั่งลงกับพื้น แล้วใช้ขาสองข้างถีบพื้น พยายามถอยหลังหนีสุดชีวิต ทว่าด้านหลังของนางคือขั้นบันไดจึงถอยต่อไม่ได้ เมื่อเห็นมือของซูชิ่นกำลังจะบีบคอ เฉิงโจวซื่อก็ใจนตาเหลือกและสลบไป
ซูชิ่นหันไปมองเฉิงเหลียนเซียง นังตัวขี้ขลาดนั่นสลบไปตั้งนานแล้ว ทั้งยังฉี่ราดกางเกงอีกด้วย
ที่เหลือก็มีเพียงเฉิงเยี่ยนผิงที่หน้าบวมเป็หัวหมูและเฒ่าเฉิง ซูชิ่นเตะเฉิงเยี่ยนผิงจนสลบไปทันที จากนั้นจึงเดินไปหาเฒ่าเฉิง
"ชิ่นเหนียง ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ควรถูกความโลภบังตา คิดจะเอาเ้าไปแลกตำลึงเงิน ข้าไม่ควรฟังคำยุยงของหลี่ซื่อที่ให้หมอผีมาจัดการเ้า ข้าไม่ควรมีใจอำมหิตคิดวางเพลิงเผาเ้า ขอเ้าโปรดให้อภัยข้า ต่อไปข้าไม่กล้าทำอีกแล้ว" เฒ่าเฉิงรีบคลานขึ้นมาโขกศีรษะให้ซูชิ่นเสียงดังปึก ๆ
"ชีวิตคนสามคน เ้าบอกว่าเผาก็เผางั้นหรือ? ชีวิตของเ้ามีค่าเพียงนี้เชียวหรือ? ทำร้ายข้าก็ช่างเถิด แต่โจวโจวและเยว่เยว่เป็หลานแท้ ๆ ของเ้า เ้ายังใจดำทำได้ลงคอ!" ซูชิ่นกดเสียงต่ำส่งเสียงหัวเราะประหลาด
"พวกเขาไม่ใช่หลานข้า ไม่ใช่ ไม่ใช่..." เฒ่าเฉิงใจนสติเลอะเลือน คุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นไม่หยุด
"หมายความว่าอย่างไร? พูดให้ชัดเจน!" ซูชิ่นเลิกคิ้ว
เฒ่าเฉิงขวัญเสียอย่างแท้จริง คำพูดเมื่อครู่คือการฝืนพูดจนจบ เมื่อซูชิ่นถามซ้ำ เฒ่าเฉิงก็ตาเหลือกและสลบไปเช่นกัน
ซูชิ่นมองดูคนตระกูลเฉิงที่นอนระเนระนาดแล้วมองไปที่เฒ่าเฉิง นางเช็ดเืไก่บนใบหน้าออก และถ่มดอกไม้ป่ารสขมออกจากปาก จากนั้นก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
คำพูดที่เฒ่าเฉิงพูดออกมาในขณะที่หวาดกลัวสุดขีด ย่อมไม่ใช่คำโกหกแน่นอน
โจวโจวและเยว่เยว่ไม่ใช่ทายาทของเฒ่าเฉิง ดังนั้นการที่เฒ่าเฉิงลงมือวางเพลิงด้วยตัวเองจึงเป็เื่ที่เข้าใจได้
เมื่อลองนึกถึงท่าทีของเฒ่าเฉิงที่มีต่อเ้าของร่างเดิมและสามี ก็ห่างเหินและเ็าจนเกินไปจริง ๆ
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม มีเื่หนึ่งที่จำได้แม่นยำคือ เมื่อปีก่อน เฉิงเยี่ยนอันเข้าป่าล่าสัตว์ แต่ถูกเฉิงเยี่ยนผิงทำให้เดือดร้อนจนถูกหมูป่าขวิดเข้าที่เอวและกลิ้งตกเขา โชคดีที่มีต้นไม้สองต้นขวางไว้จึงรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
ตอนนั้นเฒ่าเฉิงเรียกเพียงหมอพื้นบ้านมาดูอาการ ไม่ยอมส่งตัวเข้าไปในตัวอำเภอด้วยซ้ำ
เป็เ้าของร่างเดิมที่วิ่งไปยังตัวอำเภอในคืนนั้น และเฝ้ารออยู่ที่หน้าประตูเมืองทั้งคืน จนกระทั่งรุ่งเช้าจึงเชิญท่านหมอจากตัวอำเภอกลับมารักษาอาการาเ็ของเฉิงเยี่ยนอันจนหายดี
เงินที่เฉิงเยี่ยนอันล่าสัตว์ได้มาในยามปกติล้วนถูกเฉิงโจวซื่อเอาไปหมด เ้าของร่างเดิมมีเหรียญทองแดงติดตัวเพียงไม่กี่สิบอีแปะ เมื่อไปขอจากเฒ่าเฉิง เขากลับใจดำไม่ยอมให้
สุดท้ายเ้าของร่างเดิมต้องไปขอยืมเงินจากญาติในหมู่บ้าน จึงสามารถจ่ายค่ายาได้
นับั้แ่เหตุการณ์นั้น เฉิงเยี่ยนอันจึงเริ่มระแวดระวังคนตระกูลเฉิง และในตอนที่หนีภัยา เขาได้ขับไล่กองโจรและยัดมีดสั้นใส่มือเ้าของร่างเดิมไว้
เ้าของร่างเดิมไม่เคยเข้าใจเลยว่า ทำไมเฒ่าเฉิงถึงใจดำเช่นนี้ ที่แท้เป็เพราะเฉิงเยี่ยนอันไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเฒ่าเฉิงนี่เอง!
แล้วเฉิงเยี่ยนอันเป็ลูกของใครกัน?
ซูชิ่นไม่ได้กังวลกับคำถามนี้มากนัก อย่างไรเสียเฉิงเยี่ยนอันก็ตายไปแล้ว ปริศนาเื่ชาติกำเนิดก็ปล่อยให้เป็ปริศนาต่อไปเถิด
เื่สำคัญในตอนนี้คือ นางต้องอาศัยจังหวะที่คนตระกูลเฉิงสลบกันหมด หาโฉนดบ้านหลังนี้ให้เจอ จากนั้นบังคับให้ลงนาม แล้วพรุ่งนี้เช้าจะไปหาตัวแทนขายบ้านในตัวอำเภอ เพื่อช่วยดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ที่ว่าการอำเภอให้เรียบร้อย นี่ต่างหากคือเื่สำคัญ!
แผนการนี้ของนางเรียกว่า การถอนฟืนออกจากใต้เตา!