เช้าวันรุ่งขึ้น ณ “อาคารแฝดซีคอร์ปทาวเวอร์(Ze-Corp Tower)” สูง 80 ชั้น วันนี้มีประชุมนัดพิเศษที่ชั้น 46อาคารฝั่ง A เพื่อคัดเลือกคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทลูกในยุโรปที่กำลังหมดวาระลงจำนวน3 ท่านได้แก่คุณไรอัน,คุณเจนนิเฟอร์ และคุณสมบัติ
“วินัย”รองประธานบริษัทซีคอร์ปคนที่ 1 คนสนิทของวรวิทย์ทำหน้าที่เป็ประธานในที่ประชุมชั่วคราวกำลังตรวจเอกสารการประชุมกองโตอย่างขะมักเขม้น
“นายท่านครับตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกประมาณ1 ชั่วโมง ไม่ทราบว่านายท่านจะรับอะไรก่อนไหมครับ?”
“ไม่เป็ไรแล้วอย่าลืมจัดพวกอาหารต่างๆ ให้กับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนให้เรียบร้อยตอนเริ่มประชุมจะได้ไม่มีปัญหาเื่พวกนี้ อย่าลืมบอกเชฟด้วยล่ะ”
ในขณะเดียวกัน “ขจร” และ“ชุติมา”ผู้ถือหุ้นอันดับ 2 และอันดับ 3กำลังนั่งรอประชุมอยู่ที่ห้องพักส่วนตัว ทั้งสองคนมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด “พี่ขจร...วันนี้คนของเรามีโอกาสเข้าไปได้ไหม?”
ขจรสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนักทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าไป-มา“วันนี้เข้าไปนั่งเป็ตุ๊กตาไปก่อน…ทำอะไรไม่ได้!!!”
การประชุมคัดเลือกผู้บริหารประจำในวันนี้ แม้ว่าจะมีการถกเถียงกันในที่ประชุมกันอย่างกว้างขวางแต่ก็โหวตเห็นด้วยกับรายชื่อผู้บริหารที่ถูกเสนอโดยวรวิทย์ เนื่องจากผลงานการบริหารงานที่ผ่านมาบริษัทเติบโตแบบก้าวะโ มีผลประกอบการดีมาโดยตลอด
“ผลการโหวตในที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ให้คณะกรรมการทั้ง3 ท่านยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมเป็ระยะเวลา 3 ปี...”
เช้าวันรุ่งขึ้นเจนไม่มีเรียนเธอยังคงนอนหลับสนิทจนเวลาล่วงเลยมาถึงใกล้เที่ยงวันป้ามุกเปิดประตูห้องนอนเดินตรงเข้ามา “คุณหนูคะมีสายจากคุณพลอยค่ะ”
“เดี๋ยวเจนโทรกลับ!!”เจนตื่นนอนงัวเงียขึ้นมายังไม่รู้สึกตัวดีเท่าไรนัก พลางเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงเห็นข้อความแชทจากพลอยเต็มไปหมด
“เดี๋ยวกูโทรหา ตอนนี้กูยังไม่ตื่นเลย...” เจนยังคงนอนบิดตัวไปมาบนเตียง “กูโครตง่วงเลยอ่ะมึงงงง!!!”
“ยังมีหน้ามาตอบแบบนี้อีกหรอ...มึงนัดกู10 โมง นี่เที่ยงแล้วโว้ย!!!ไอ้คุณเจนที่เคารพ!!”
“เอ่อน่าๆๆเลื่อนเป็บ่าย 2 เจอกัน...เจ๊พลอยขี้บ่น!!!!”
วินัยทำหน้าที่เป็ประธานในที่ประชุมกำลังประกาศผลการลงคะแนนคัดเลือกคณะผู้บริหารประจำทวีปยุโรป ได้แก่คุณไรอัน,คุณเจนนิเฟอร์ และคุณสมบัติ ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัยแม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านจากขจรกับชุติมาก็ตาม
วินัยและผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆต่างเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับคณะกรรมทั้ง 3 ท่านอย่างอบอุ่น
“Congratulation!!!...Mr.Ryan,Mrs.Jennifer”
“ขอบคุณครับสำหรับเสียงโหวต...ขอบคุณจริงๆครับ”
“ThankYou…”
“ยินดีด้วยนะ!!!!” คำอวยพรด้วยน้ำเสียงที่แสนจะเ็าดูไม่เป็มิตรเท่าใดนักถูกเปล่งออกมาจากขจร “ฝีมือการทำงานบริหารยอดเยี่ยมขนาดนี้ถ้าไม่ได้ต่ออายุอีกสมัยคงแปลกน่าดู” ขจรพูดไปพลางหัวเราะไป
“ท่าทีอวดดีแบบนี้ชูคอให้ถึง 4 ปีก็แล้วกัน” ขจรเปลี่ยนน้ำเสียงดุดันทันที “ผมมันก็แค่ผู้ถือหุ้นอันดับ2จะไปมีปัญหากับผู้ถือหุ้นใหญ่ยอดฝีมืออย่างท่านประธานวรวิทย์ได้อย่างไรล่ะครับ!!!! จริงไหมครับคุณวินัย...” ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำพูดดีนักขจรกับชุติมาเดินออกจากห้องประชุมด้วยท่าทียียวนไม่แคร์สายตาใครทั้งสิ้น
ใน่เวลาเดียวกันเจนขับรถเข้ามาถึงบ้านของพลอยแล้วเห็นคุณแม่กำลังทำความสะอาดห้องรับแขก “สวัสดีค่ะคุณแม่”
“อ้าว!! หนูเจน...ถืออะไรมาด้วยจ๊ะ?”
“มือถือกับเนื้อไก่ค่ะคุณแม่”
“วันนี้จะมาทอดกินกันที่บ้านเหรอพอดีเลย พลอยอยู่สวนหลังบ้านจ๊ะ หนูเจน”เจนรีบเดินไปที่สวนหลังบ้านด้วยท่าทีเร่งรีบเห็นพลอยยืนอยู่ข้างเตาย่างบาบีคิวควันโขมง
“มาแล้วเหรอจ๊ะคุณหนูเจนคนสวยแต่ตื่นนอนโครตสายอ่ะ!!!”
“เอ่อน่าแก!นิดหน่อยเอง”
“ถืออะไรมาด้วยอ่ะ?”
“มือถือ...เพิ่งได้มาใหม่ก็เลยเอามาให้พวกแก”
“เครื่องใหม่อีกแล้วเหรอเนีย!!!เครื่องที่แล้วเพิ่งใช้มา 7-8 เดือนเองมั๊ง”
พลอยนั่งย่างบาบีคิวเสร็จหลายไม้จนเกือบเต็มถาดแล้ว“วันนี้สีหน้าแกดีขึ้นกว่าเมื่อวานนี้เยอะเลยนะ...อ้าวนี่มันเนื้อไก่นี่น่าแกไม่คิดจะหัดทำอย่างอื่นบ้างเลยเหรอ แกทอดไก่ให้ฉันกินมากี่ปีแล้วเนีย!”
“แล้วอร่อยป่ะล่ะ?”
“อีกเตาร้อนแล้วมั๊ง...ไปทอดเตาโน้นเลย!!!”
“ไอ้พลอย!!! นี่แกย่างเยอะขนาดนี้ ประชดใช่ไหมเนีย?!!??!”
“ป่าวๆๆเผื่อไอ้ส้มงัย...บอกว่าวันนี้จะมาด้วย”
ในห้องประชุมเหลือวรวิทย์นั่งอยู่เพียงคนเดียวเขานั่งครุ่นคิดเกี่ยวกับคำพูดของเจนที่มักจะบอกว่า กำลังถูกผีร้ายหลอกหลอนมากขึ้นเรื่อยๆแต่วรวิทย์กลับพูดกับเจนอยู่เสมอว่า เป็เื่เหลวไหล เจนคิดไปเองแต่ในความเป็จริงแล้วตัวเขาเองก็หนักใจเช่นกันว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดเช่นนี้กับลูกสาวคนเดียวของเขา
“เจน...พ่อจะทำยังงัยดี?เกิดอะไรขึ้นกับลูก”
วรวิทย์นั่งคิดเหม่อลอยจนไม่ทันสังเกตว่าวินัยเดินเข้ามาในห้องแล้ว “นายครับ! วันนี้ต้องเดินทางไปอัดรายการทีวีต่อครับ...แล้วก็ไปสนามบินตอน4 โมงเย็นไปสเปน 3 วันครับ”
เสียงของวินัยทำให้วรวิทย์สะดุ้งเล็กน้อย“มีอะไรหรือเปล่าครับนาย?”
“อิ่มแล้วใช่ไหมจ๊ะคนสวย...มาๆๆถึงเวลาแล้ว” พลอยพูดคะยั้นคะยอให้เจนเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้พูดไปพลางก็หยิบดินสอกับสมุดสเก็ตช์ภาพที่เต็มไปด้วยภาพวาดต่างๆที่ได้มาจากการเล่าเื่ของเจนที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง
“แกรู้ไหมว่าสีหน้าแกเมื่อวานนี้ซีดเป็ไก่ต้มเลยนะ สงสัยคราวนี้ไอ้ผีร้ายเล่นงานแกหนักแน่ๆ”
เจนไม่ได้ตอบโดยตรงแต่ก็พยักหน้าตอบรับคำพูดของพลอยเจนนึกย้อนไปยังเหตุการณ์ที่ตัวเองฝันถึงผีร้ายตัวนี้ความทรงจำเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
“คราวนี้มันวิ่งไล่จนหกล้มแล้วมันก็เอามือมาจับที่หัวไหล่ทั้ง 2ข้าง บีบแรงมาก นิ้วโป้งมันมีเล็บยาวจิกเข้าเนื้อตรงหัวไหล่กูด้วย แล้ว 4นิ้วก็จิกด้านหลังด้วยนะ มีเืไหล มันจิกแบบเหมือนจะ...เหมือนจะ...เหมือนเข้ามาบีบคอฆ่าให้ตายมันบีบคอแล้วยกขึ้น ทำท่าคล้ายๆ จะโยนบกกูด้วยนะ!!!!!!!”
“คราวนี้บอกได้ยังว่าเป็พื้นปูนหรือไม้หรือสนามหญ้า?”
“หญ้าสนามหญ้า!!! เป็ลานกว้าง กว้างๆ กว้างมากด้วย…กูเห็นแผ่นหินปูเป็ทางเดินวางอยู่บนสนามหญ้า”
“มันดึงหัวไหล่แกขึ้นมาแล้วเข้ามาจ่อหน้ากันใช่ไหม?”
“อ้าวแกรู้ได้ยังงัย??”เจนแปลกใจมากที่พลอยรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝันตัวเอง
“จะไม่รู้ได้ยังงัยล่ะวันนี้เมื่อปีที่แล้วก็เป็แบบนี้เป๊ะเลย แต่ตอนนั้นแกบอกว่า ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแต่คราวนี้แกบอกว่า มันบีบหัวไหล่แก”
พลอยเปิดสมุดสเก็ตช์ภาพย้อนกลับไปหน้าที่เคยวาดไว้เมื่อปีที่แล้วแล้วยกให้เจนดู ทำให้เจนกับพลอยใมาก เพราะว่าภาพที่พลอยวาดไว้เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความฝันเมื่อวานนี้เพียงแต่วันนี้มันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
“แล้วคราวนี้เห็นหน้ามันหรือเปล่า?”พลอยตั้งคำถามพร้อมๆ กับสเก็ตช์ภาพไปด้วย
เจนพยายามนั่งคิดย้อนกลับไปอีกครั้ง“ไม่เห็น ผมมันปิดหน้าอยู่ อ่อ…ไม่สิ!!!เห็น! แต่เห็นไม่ชัด คราวนี้ตาแดงกล่ำเลยมีแสงออกมาจากดวงตาทั้ง 2 ข้าง หน้าเป็คนไม่ใช่หัวกระโหลก ผมยาว เหมือนอาฆาตลมหายใจมันแรงมากแล้วก็หายใจเร็วด้วย เหมือนมันกำลังโกรธแค้น”
“ครั้งนี้พวกมันมาโหดจริงๆ”
“เดี๋ยวๆๆเดี๋ยวก่อน!!!” จู่ๆ เจนก็ะโดังลั่นจนทำให้พลอยใไปด้วย
“ข้างหลังมันมีอีกตัวหนึ่งเหมือนกับเป็ตัวผู้ชาย ใส่ชุดขาวเหมือนกันเหมือนกับว่ามันยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง!”
“ห๋า!!!??!คราวนี้มีอีกตัวหนึ่งเหรอเนีย!! ตัวผู้ชายเหรอวะ?”
“เดี๋ยวๆๆแก นี่แกกำลังบอกว่า ไอ้ตัวผู้ชายเนีย ยืนดูไอ้ตัวผู้หญิงเข้ามาทำร้ายแกงั้นเหรอ?”
ในขณะที่ทั้ง2 คนกำลังเคร่งเครียดกันอย่างมากไม่ทันสังเกตก็มีเสียงแฮร่ดังลั่นขึ้นมา ทำให้ทั้ง 2คนใมาก หันรีหันขวางไปหาต้นเสียง เห็นน้องส้มยืนหัวเราะร่า
“ไอ้ส้ม!!!”เจนกับพลอยะโประสานเสียงพร้อมเพียงกันโดยมิได้นัดหมาย
“พวกพี่ๆเล่าเื่ผีกันอีกแล้วเหรอคะ?หนูเดินเข้ามาตั้งนานแล้ว แต่พวกพี่ไม่เห็นหนูเอง”
“เจนเพิ่งทอดไก่เสร็จเมื่อกี้นี้เองกำลังร้อนๆ อยู่เลย กินร้อนๆ อร่อยดีนะ”
“มือถือกล่องนี้...พี่เจนเอามาให้หนูเหรอ?”
เจนไม่ได้ตอบอะไรได้แต่พยักหน้าตอบรับ“เปิดดูสิ!”
“เครื่องที่หนูใช้อยู่ตอนนี้ยังใหม่อยู่เลยหนูจำได้ว่าพี่เจนเพิ่งให้หนูไม่กี่เดือนนี้เอง”
ส้มลองแกะกล่องมือถือออกมาดูหยิบอุปกรณ์สายชาร์ทและของแถมต่างๆ ออกมา ทำให้ส้มกับพลอยต่างใเป็อย่างมาก “โห!!!! Phone Gold II รุ่น 256 กิ๊กด้วยอ่าพี่พลอย!!!...มันยังไม่ขายนี่น่าพี่เจน หนูจำได้ว่าจะขายอาทิตย์หน้า”
“ไม่รู้สิเนียได้มาลังหนึ่ง...มี 100 เครื่องมั๊ง ก็เลยเอามาให้พวกแกเนีย!”
“พี่เจนรู้ไหมว่ารุ่นนี้ขายเครื่องละ 4 หมื่นกว่าเลยนะพี่!!!” ส้มเปิดหน้าจอมือถือตัวเองให้เจนดูข้อมูลมือถือรุ่นใหม่
“ไอ้เจน!!! มึงอย่าบอกนะว่า เอาลังใส่มือถือมูลค่า 4 ล้านกว่าบาทไปวางไว้ในห้องใต้บันใดอีก!!!!!”
“เปล่าๆๆๆคราวนี้วางอยู่ข้างๆ บันใด”
“กูละอยากรวยเหมือนมึงจริงๆไอ้เจน...แกเอาของราคา 4 ล้านกว่าบาทวางทิ้งไว้ห้องข้างๆ บันใดแบบไม่ใยดีไม่สนใจอะไรเลยเนียนะลังราคา 4 ล้านบาทนะโว้ยยย!!!”
“ช่างมันเหอะพวกมึงกูมีหูแค่ 2 ข้าง เวลาใช้มือถือก็ใช้ได้ทีละเครื่อง เอาไปทำไมเยอะแยะ!”
“มาๆๆเล่าต่อเลยเจน กำลังถึงตอนสำคัญ งั้นแสดงว่าคราวนี้ไอ้ตัวผู้หญิงเดินเข้ามาบีบคอแกแล้วยกขึ้นใช่ป่ะ? แล้วไอ้ตัวผู้ชายมันยืนดูหรือยังงัย?”
เจนมีทาทีลังเลเป็อย่างมากครุ่นคิดจนคิ้วขมวดเข้าหากัน “มันยืนหัวเราะอยู่แป๊บหนึ่งแล้ว...แล้ว...แล้ว...แล้ว........มันเดินตรงเข้ามา...ตรงเข้า....”ภาพในความฝันแทรกเข้ามาในหัวเจนอีกครั้งอย่างรุนแรงจนทำให้เจนตาเหลือก สีหน้าซีดเผือก สีหน้าเจนเริ่มหวาดกลัว หายใจถี่และแรงจนผิดสังเกตเหงื่อไหลชุ่มตัวทำให้พลอยกับส้มตื่นใเป็อย่างมาก
“เจนแกเป็อะไร...เจน...เจน!!!...”พลอยรีบเข้าไปโอบกอดเจนพร้อมกับเขย่าตัวเจนอย่างแรงให้รู้สึกตัว “ไอ้เจน!!!...เจน!!!...เจน มึงเป็อะไร!!!ไอ้เจน!!”
เสียงของพลอยดังลั่นจนทำให้แม่พลอยต้องรีบวิ่งมาที่สวนหลังบ้านเห็นอาการเจนไม่ค่อยดี “พลอยรีบปลดกระดุมเสื้อออก...เดี๋ยวแม่ไปหยิบยาดมก่อน!!!”
“ส้มไปหยิบถาดมา!!!เร็วหน่อย! เททิ้งไปเลย เอาถาดมาพัดให้เจนหน่อย!!!”
ใน่เวลาเดียวกัน ลุงหมูกำลังเลื่อนโต๊ะกินข้าวสภาพค่อนข้างเก่าไปบริเวณกลางห้องส่วนป้ามุกก็ยกเก้าอี้แต่ละตัวมาวางล้อมรอบ “แม่จำได้ว่านายหญิงวางโต๊ะไว้ตรงนี้นะ ส่วนเก้าอี้จะวางฝั่งนี้ 4 ตัว อีกฝั่ง 2ตัว...แบบนี้ใช่ไหม? นายหญิงชอบเอาเก้าอี้ 3ตัวมาต่อกันให้คุณหนูนอนเล่น”
“โต๊ะตัวเล็กต้องอยู่ตรงมุมห้องแล้วก็เอารูปวางไว้หรือว่าอยู่ตรงข้างๆ ประตูนะแม่?”ลุงหมูหันไปมองที่มุมห้องด้วยท่าทีลังเลเล็กน้อย
“ก่อนที่จะย้ายมาที่นี่โต๊ะตัวเล็กอยู่ข้างๆ ประตู นายหญิงกลัวคุณหนูล้มไปโดน ก็เลยให้ย้ายไงจำไม่ได้เหรอพ่อ?”
“เอ่อใช่ๆๆลืมไปเลย ตอนนั้นคุณหนูซนมาก นายหญิงกลัวคุณหนูปีนโต๊ะตัวนี้”
ทั้ง 2คนช่วยกันยกโต๊ะตัวเล็กไปวางไว้ข้างๆ ประตูทางเข้าห้อง ขยับตำแหน่งโต๊ะจนเข้าที่ป้ามุกหยิบรูปถ่ายมาวางบนโต๊ะในตำแหน่งเดิม สักพักก็หยิบภาพถ่ายขึ้นมาดูใกล้ๆอีกครั้งหนึ่ง ทำให้หวนนึกถึงในอดีตตอนที่วรวิทย์ยืนโอบกอดวิไลพรในขณะที่ตั้งครรภ์
“พ่อไปดูชื่อมงคลสำหรับลูกสาวคนแรกของเราแล้วพระบอกว่าชื่อลูกต้องมีตัวอักษร อ หรือ จ ก็ได้...หลวงพี่ท่านให้มา 2 ชื่ออรปรีญากับเจนจิรา”
“ยังเหลืออีกตั้งเกือบ2 เดือนกว่าจะคลอด...ใกล้ๆ คลอดเดี๋ยวค่อยมาช่วยกันคิดอีกทีว่า เอาชื่อไหนเผื่อมีชื่ออื่นอีกนะพ่อ”
“นายหญิงนายใหญ่คะ...ป้ามุกกับลุงหมูขออนุญาตช่วยดูแลคุณหนูด้วยนะคะ”
“ได้สิป้ามุกหนูอยากให้ป้ากับลุงหมูช่วยเลี้ยงอยู่แล้ว”
“ป้ากับลุงหมูขอสัญญาว่าจะดูแลคุณหนูอย่างดีเลยค่ะนายหญิง”
แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว เสียงหัวเราะแห่งความสุขของวรวิทย์กับวิไลพรยังคงสร้างรอยยิ้มให้กับป้ามุกกับลุงหมูได้เสมอ“คิดถึงนายหญิงที่สุดเลยนะ...พ่อ”
“ั้แ่เสียนายหญิงไปบ้านนี้ก็เงียบจริงๆ”
“อยากให้คุณหนูกลับมารักนายท่านเหมือนตอนเด็กๆอีกครั้งจังเลย...ทุกวันนี้คุณหนูแทบจะไม่คุยกับนายท่าน พูดถึงเื่นี้ทีไร แม่ก็เครียดทุกทีหรือว่าหมดหนทางจริงๆ”
“แม่...พ่อว่าเราทั้ง2 คนลองพูดกับคุณหนูอีกครั้งดีไหมว่า มันเป็อุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น คุณหนูก็รู้นะว่านายท่านรักนายหญิงมากขนาดไหน ั้แ่เสียนายหญิงไป นายท่านก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าคุณหนูทุกวันนี้คุณหนูก็เห็นอยู่แล้วว่า นายท่านไม่เคยคิดแต่งงานใหม่อีกเลย นายท่านรักนายหญิงคนเดียวจนถึงทุกวันนี้...แล้วพื้นที่ตรงนี้นายท่านก็ทำขึ้นมาเพื่อคุณหนู ของทุกชิ้นจากบ้านเก่ายังคงอยู่เหมือนเดิมทุกอย่าง”
หลังจากที่ลุงหมูพูดจบก็หันไปมองม้าไม้เก่าๆตัวหนึ่งที่วางอยู่ข้างกำแพงด้านหนึ่งของห้อง ทั้ง 2 คนเห็นภาพเด็กน้อยเจนจิรากำลังนั่งโยกม้าไม้หัวเราะอย่างไร้เดียงสาวรวิทย์กับวิไลพรยืนตบมือเชียร์อยู่ข้างๆ
“พ่อเห็นไหมคุณหนูกำลังเล่นม้าไม้อยู่...”
ย้อนกลับไปในอดีตในขณะที่เจนอายุเพียง4 ขวบ สาวน้อยแสนซนกำลังวิ่งเล่นอยู่บริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านเสียงหัวเราะดังลั่น โดยมีพ่อกับแม่ของเจนหยอกล้อด้วยความสนุกสนาน
“ลูกวิ่งตามแม่มา....มาๆๆๆๆมาตรงนี้ แม่อยู่ตรงนี้”
ทั้งพ่อและแม่เจนต่างให้ความรักและความอบอุ่นกับลูกสาวคนเดียวของบ้านอย่างอบอุ่น“แม่จับตัวได้แล้วเ้าเด็กดื้อ มาๆๆมาหอมแก้มให้ชื่นใจหน่อย”
หลังจากที่แม่หอมแก้มหนูน้อยเจนฟอดใหญ่ก็โยนตัวเจนขึ้นกลางอากาศหลายครั้ง ทำให้ทำเด็กหญิงเจนชอบใจเป็อย่างมากจนหัวเราะดังลั่น“เป็ยังงัยบ้างเ้าเด็กดื้อลูกใครเนียถึงได้ซนขนาดนี้ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันจริงๆ”
“นายท่านคะมีสายจากนายใหญ่ค่ะ”
“สายไหนเหรอมุก?”
“สาย4 ค่ะนายท่าน”
“พ่อขอตัวก่อนนะแม่”
พ่อเจนในวัยหนุ่มพยักหน้าตอบรับรีบเดินเข้าไปในตัวบ้านลับตาไป