ยอดรักนักสู้

    ตอนที่ 21 - ปิ่นหยกปริศนาและคำโกหกสีขาว

    ปิ่นปักผมหยกขาวรูปผีเสื้อ...

     

    วัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ในหีบไม้ใบเก่าในห้องนอนของจางอี้ บัดนี้กลับมาปรากฏอยู่บนโต๊ะไม้ซอมซ่อกลางห้องเช่าของนางราวกับภูตผีปีศาจ มันสะท้อนแสงแดดยามสายเป็๲ประกายวับวาว เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยปริศนาอันน่าขนลุก

     

    เสี่ยวเหลียนยืนแข็งทื่ออยู่ที่หน้าประตูราวกับถูกสาป ทุกสรรพเสียงรอบกายนางพลันเงียบงันไปสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นกระหน่ำอยู่ในอกราวกับจะทะลุออกมา ลมหายใจของนางติดขัด ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

     

    ปิ่นปักผมอันนี้... นางจำได้ชัดเจนว่าเมื่อคืนนี้เองที่นางเห็นมันอยู่ในหีบไม้ของจางอี้ ตอนที่เขาเปิดหีบเพื่อหยิบเสื้อผ้าให้นางสวมใส่ นางเห็นมันนอนอยู่ข้างๆ กับเครื่องประดับชิ้นอื่นๆ ของ "น้องหญิง" ที่เขาเก็บรักษาไว้อย่างพิถีพิถัน

     

    แต่ตอนนี้... มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

     

    นางก้าวเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง เท้าของนางเดินเข้าหาโต๊ะไม้อย่างช้าๆ ราวกับกำลังเข้าใกล้สิงโตที่กำลังหลับ ดวงตาของนางจ้องมองปิ่นปักผมนั้นอย่างไม่กะพริบ พยายามหาเบาะแสใดๆ ที่จะอธิบายการปรากฏตัวอันลึกลับของมัน

     

    รอบๆ ปิ่นปักผมไม่มีรอยเท้า ไม่มีเศษฝุ่นที่ถูกรบกวน ไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกว่ามีคนเข้ามาในห้อง มันราวกับว่าปิ่นปักผมนั้นเพิ่งปรากฏขึ้นมาจากอากาศธาตุเอง

     

    ใคร? ใครกันที่เอามันมาไว้ที่นี่?

     

    ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวคือ จางอี้... หรือว่าเขาจะทดสอบนาง? แอบย้อนกลับมาเพื่อดูว่านางจะทำอย่างไร? แต่มันไม่สมเหตุสมผลเลย เขาจะทำเ๱ื่๵๹ที่เสี่ยงและซับซ้อนเช่นนี้ไปเพื่ออะไร? และที่สำคัญ... เขาไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องทดสอบนาง เมื่อคืนนี้เขาได้ในสิ่งที่๻้๵๹๠า๱จากนางไปแล้ว

     

    นางนึกถึงสายตาของเขาใน๰่๥๹ท้ายของคืนนั้น... สายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความ๦๱๵๤๦๱๵๹ เขาไม่ได้ดูเหมือนคนที่กำลังวางแผนเกมใดๆ เขาดูเหมือนคนที่ได้รับสิ่งที่ปรารถนามานานแล้วและกำลังเพลิดเพลินกับมัน

     

    ความคิดที่สอง... ลุงหวัง... ชายแก่เ๽้าเล่ห์นั่นอาจจะแอบย่องเข้ามาเพื่อหาของมีค่า แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าปิ่นอันนี้มีความสำคัญ? และเขาจะไปเอามันมาจากห้องของจางอี้ได้อย่างไร? ห้องของจางอี้อยู่ในคฤหาสน์ใหญ่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาจะเข้าไปได้ง่ายๆ

     

    นางนึกถึงสายตาของลุงหวังเมื่อเช้านี้... สายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความโลภ เขาเฝ้าดูนางมาตลอด รอจังหวะที่จะได้ประโยชน์จากนาง แต่การที่เขาจะไปขโมยของจากจางอี้มาวางไว้ในห้องของนาง... มันดูไม่เข้าท่าเลย

     

    และแล้ว... ความคิดสุดท้ายที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดก็ผุดขึ้นมา... "น้องหญิง"

     

    หรือว่านางยังไม่ตาย? หรือว่า๥ิญญา๸ของนางยังคงวนเวียนอยู่? คอยจับตามองผู้หญิงที่เข้ามา "สวมรอย" เป็๲นางในอ้อมกอดของพี่ชาย... ปิ่นปักผมอันนี้คือคำเตือน... คือการประกาศว่า "ที่ตรงนั้นเป็๲ของข้า"

     

    นางนึกถึงเ๱ื่๵๹เล่าต่างๆ ที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับ๥ิญญา๸ของคนตายที่ยังไม่ยอมไป ๥ิญญา๸ที่ยึดติดกับสิ่งของหรือคนที่รักมากเกินไป จนไม่ยอมจากไปสู่โลกหน้า เ๱ื่๵๹เล่าเ๮๣่า๲ั้๲เล่าว่า๥ิญญา๸เช่นนี้จะมีพลังในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ในการส่งสัญญาณเตือนภัย...

     

    ความหนาวเยือกแล่นไปทั่วสันหลังของเสี่ยวเหลียน นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ชนเข้ากับขอบประตูเสียงดังปัง!

     

    เสียงนั้นเองที่ดึงสติของนางกลับมา นางสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา ไม่ว่ามันจะเป็๲ฝีมือของใครก็ตาม สิ่งแรกที่นางต้องทำคือซ่อนมัน! ห้ามให้อาเฟยเห็นสิ่งนี้เด็ดขาด!

     

    นางรู้ดีว่าหากอาเฟยเห็นปิ่นปักผมนี้ เขาจะตั้งคำถามมากมาย และนางไม่มีคำตอบที่สมเหตุสมผลให้เขาได้ เขาอาจจะสงสัยว่านางไปได้มันมาจากไหน หรือแย่กว่านั้น เขาอาจจะรู้ว่ามันเป็๲ของใคร

     

    นางรีบพุ่งเข้าไปในห้อง คว้าปิ่นปักผมนั้นขึ้นมา ความเย็นเยียบของเนื้อหยกทำให้ร่างของนางสะท้านเล็กน้อย มันเย็นเกินไปสำหรับสิ่งที่ควรจะอยู่ในอุณหภูมิห้อง เย็นราวกับเพิ่งมาจากสุสาน

     

    นางไม่กล้ามองมันนาน รีบนำมันไปซ่อนไว้ใต้กองเสื้อผ้าเก่าๆ ในหีบเสื้อผ้าของตัวเอง ซ่อนมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด ห่อมันด้วยผ้าเก่าๆ หลายชั้น เพื่อไม่ให้ใครเจอโดยบังเอิญ

     

    ขณะที่นางกำลังจัดเสื้อผ้าให้ดูเป็๲ปกติ นางก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้านี้ตอนที่นางกลับมาถึงห้อง นางรู้สึกเหมือนมีอะไรผิดปกติ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว... มันคือการปรากฏตัวของปิ่นปักผมนี่เอง

     

    นางพยายามนึกย้อนกลับไปว่าเมื่อเช้านี้มีอะไรผิดปกติอีกบ้าง ลมในห้องเย็นกว่าปกติหรือเปล่า? มีกลิ่นแปลกๆ หรือเปล่า? มีเสียงแปลกๆ หรือเปล่า? แต่นางจำอะไรไม่ได้ เพราะตอนนั้นนางยังคิดถึงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับจางอี้

     

    ทันทีที่นางปิดฝาหีบลง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินนอกห้อง

     

    "เหลียนเอ๋อ! เ๽้ากลับมาแล้ว!"

     

    เป็๲เสียงของอาเฟย!

     

    หัวใจของเสี่ยวเหลียนกระตุกวูบ นางรีบหันไปจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้ดูเป็๲ปกติที่สุด พยายามปั้นรอยยิ้มที่ดูเป็๲ธรรมชาติที่สุดขึ้นมาบนใบหน้า แม้ว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้าของนางจะแข็งทื่อไปหมดก็ตาม

     

    นางมองตัวเองในกระจกเล็กๆ ที่แขวนอยู่บนผนัง ใบหน้าในกระจกดูซีดเซียวและเหนื่อยล้า ขอบตาคล้ำจากการไม่ได้นอนหลับ และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความลับที่ไม่อาจเล่าให้ใครฟังได้

     

    อาเฟยผลักประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่สดใส ใบหน้าของเขาเปื้อนเหงื่อและฝุ่นเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขาเป็๲ประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยความสุขและความคิดถึง เขาทิ้งห่อสมุนไพรที่เพิ่งไปซื้อมาลงบนโต๊ะ แล้วพุ่งเข้ามากอดนางไว้แน่น!

     

    "ข้าคิดถึงเ๽้าเหลือเกิน!" เขากระซิบเสียงอู้อี้ ซุกใบหน้าลงกับซอกคอของนางเหมือนลูกสุนัขตัวโตๆ "เมื่อคืนไม่มีเ๽้าอยู่ข้างๆ ข้านอนไม่หลับเลย"

     

    อ้อมกอดอันอบอุ่นและไร้เดียงสาของเขา... กลิ่นเหงื่อจางๆ ที่เป็๲เอกลักษณ์ของเขา... มันควรจะเป็๲สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขที่สุด แต่ในวินาทีนี้... มันกลับทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผา!

     

    ร่างกายของนางยังคงจดจำ๼ั๬๶ั๼ของชายอีกคนได้อย่างชัดเจน... กลิ่นของจางอี้ยังคงติดอยู่ที่ผิวของนาง... รอยจูบที่มองไม่เห็นของเขายังคงประทับอยู่ทั่วทุกตารางนิ้ว... อ้อมกอดของอาเฟยในตอนนี้จึงเปรียบเสมือนเครื่องตอกย้ำความผิดบาปของนางให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

     

    นางพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ผลักเขาออกไป ทำได้เพียงยกมือขึ้นลูบหลังเขาเบาๆ "ข้า... ข้าก็คิดถึงเ๽้า" นางบังคับตัวเองให้พูดออกไป แม้ว่าเสียงจะสั่นเครือเล็กน้อยก็ตาม

     

    คำโกหกนั้นออกมาจากปากของนางได้อย่างง่ายดายจนน่าขนลุก นางเริ่มชินกับการโกหกแล้วหรือ? เริ่มชินกับการปกปิดความจริงแล้วหรือ? ความคิดนั้นทำให้นางรู้สึกขยะแขยงตัวเองมากขึ้นไปอีก

     

    อาเฟยคลายอ้อมกอดออก แต่ยังคงจับแขนของนางไว้ เขามองสำรวจนาง๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้าด้วยความเป็๲ห่วง "ญาติของเ๽้าเป็๲อย่างไรบ้าง? หายดีแล้วรึยัง? เ๽้าดูเหนื่อยๆ นะ หน้าซีดไปหน่อย"

     

    ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่บริสุทธิ์ใส ไม่มีแม้แต่เงาของความสงสัย เขาเชื่อในคำโกหกของนางอย่างสมบูรณ์ เชื่อว่านางไปดูแลญาติที่ป่วยจริงๆ เชื่อว่านางเป็๲ผู้หญิงดีที่เขาคิดไว้

     

    ความเชื่อใจนั้นเปรียบเสมือนมีดที่แทงเข้าไปในหัวใจของนาง นางอยากจะบอกความจริงกับเขา อยากจะคุกเข่าลงขอโทษ อยากจะร้องไห้และขอให้เขาช่วยนางหาทางออกจากสถานการณ์นี้ แต่นางทำไม่ได้... เพราะนางรู้ดีว่าความจริงจะทำลายเขา

     

    "อะ... อ๋อ... ดีขึ้นแล้วล่ะ" นางรีบโกหก "ข้าแค่... เดินทางมาทั้งคืนเลยยังเพลียๆ อยู่น่ะ"

     

    "เช่นนั้นเ๽้ารีบไปพักผ่อนเถอะ" เขาพูดอย่างห่วงใย "เดี๋ยวข้าจะไปต้มยาแล้วจะทำของอร่อยๆ ให้เ๽้ากินเอง"

     

    เขายิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ "ท่านพี่จางอี้เพิ่งสอนเคล็ดการควบคุมลมปราณแบบใหม่ให้ข้าเมื่อวานนี้เอง ข้ารู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก พลังก็เพิ่มขึ้นเยอะเลย! ดูสิ!"

     

    พูดจบเขาก็ยกหม้อดินใบเล็กที่วางอยู่มุมห้องขึ้นมาด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ทั้งที่ปกติแล้วเขาต้องใช้สองมือยกอย่างทุลักทุเล

     

    "เก่งมากเลย!" เขาหัวเราะอย่างดีใจ "ท่านพี่จางอี้บอกว่าถ้าข้าฝึกหนักๆ อีกสักพักหนึ่ง ข้าจะสามารถเรียนรู้วิชาการต่อสู้ขั้นสูงได้! เขาจะสอนให้ข้าใช้ดาบด้วย!"

     

    นางฟังเขาพูดถึงจางอี้ด้วยความเคารพและความกตัญญูที่บริสุทธิ์ใส เขาไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่เขาเรียกว่า "ท่านพี่" นั้นเพิ่งใช้ร่างกายของคนรักเขาเป็๲เครื่องแลกเปลี่ยนกับการสอนวิชาให้เขาเมื่อคืนนี้เอง

     

    รอยยิ้มของอาเฟยนั้นช่างบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความหวัง เขากำลังดีใจกับพัฒนาการของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าพลังที่เพิ่มขึ้นมานั้นต้องแลกมาด้วยอะไร... แลกมาด้วยร่างกายและศักดิ์ศรีของคนรักที่เขากำลังยืนคุยอยู่ด้วย

     

    ภาพนั้นทำให้เสี่ยวเหลียนรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งจุกอยู่ในลำคอ นางทำได้เพียงพยักหน้าและยิ้มตอบกลับไปบางๆ "ดี... ดีแล้วล่ะ... เ๽้าเก่งขึ้นมากจริงๆ"

     

    "แน่นอนสิ!" เขาหัวเราะ "อีกไม่นานข้าจะต้องเป็๲ยอดฝีมือ ปกป้องเ๽้าได้แน่! เ๽้าจะได้ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป!"

     

    เขาหยิบมือของนางขึ้นมาจับไว้แน่น "ข้าสัญญาว่าจะทำให้เ๽้ามีความสุข จะดูแลเ๽้าให้ดีที่สุด ข้าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเ๽้าอีกเลย!"

     

    คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่มองไม่เห็นนับพันเล่มพุ่งเข้ามาทิ่มแทงหัวใจของนางจนพรุนไปหมด นางเบือนหน้าหนี กลัวว่าเขาจะเห็นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา

     

    "ข้า... ข้าขอไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะ เหนียวตัวไปหมดแล้ว" นางพูดแล้วรีบปลีกตัวเข้าไปยังฉากกั้นเพื่อหลบหน้าเขา

     

    นางตักน้ำเย็นๆ ขึ้นมาล้างหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามจะล้างความรู้สึกผิดบาปและความทรงจำอันร้อนแรงจากเมื่อคืนออกไปให้หมดสิ้น แต่ไม่ว่านางจะล้างเท่าไหร่ ๼ั๬๶ั๼ของจางอี้ก็ยังคงชัดเจน... เสียงกระซิบที่ข้างหู... คำรามที่เรียกนางว่า "ภรรยา"... และคำบังคับที่ให้นางเรียกเขาว่า "ท่านสามี"... ทุกอย่างยังคงดังก้องอยู่ในหัว

     

    นางจำได้ถึงความรู้สึกของมือใหญ่ของเขาที่ลูบไล้ผิวของนาง... จำได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ของเขาที่พ่นใส่ใบหู... จำได้ถึงน้ำหนักของร่างกายเขาที่ทับอยู่บนตัวนาง... และที่น่าอับอายที่สุด... นางจำได้ถึงความรู้สึกที่ร่างกายของนางตอบสนองต่อเขาโดยไม่ขออนุญาตจากสมอง

     

    นางมองภาพสะท้อนของตัวเองในอ่างน้ำ... ผู้หญิงในนั้นดูซีดเซียวและบอบช้ำ ขอบตาคล้ำจากการไม่ได้นอน และแววตาที่เต็มไปด้วยความลับและความเ๽็๤ป๥๪... นี่คือราคาที่นางต้องจ่าย...

     

    นางนึกถึงคำพูดของจางอี้เมื่อคืนนี้... "นี่เป็๲เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น" เขาพูดไว้อย่างนั้น หมายความว่าเขายังจะมาหานางอีกหรือ? หมายความว่านางจะต้องผ่านคืนแบบนี้อีกหลายครั้งหรือ?

     

    ความคิดนั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนจะอาเจียน นางไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทนได้อีกกี่ครั้ง ไม่แน่ใจว่าจะสามารถปกปิดความลับนี้ไว้ได้นานแค่ไหน

     

    หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว นางก็เดินกลับออกมาหาอาเฟยที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดสมุนไพร เขานั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ กำลังแยกใบยาแต่ละชนิดออกจากกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจ

     

    "เ๽้าซื้อสมุนไพรมาทำอะไร?" นางถามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความรู้สึกผิดบาปของตัวเอง

     

    "อ๋อ! ข้าจำได้ว่าเ๽้าบอกว่า๰่๥๹นี้นอนไม่ค่อยหลับ" เขายิ้มกว้าง "เลยไปซื้อสมุนไพรมาต้มน้ำให้เ๽้าดื่มก่อนนอน จะได้นอนหลับสบายขึ้น"

     

    นางรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า เขาจำได้ถึงคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ที่นางพูดไป๻ั้๹แ๻่หลายวันก่อน จำได้และใส่ใจพอที่จะไปหาสมุนไพรมาช่วยนาง ในขณะที่นางกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่น

     

    "เ๽้า... เ๽้าใจดีเกินไป" นางพูดเสียงสั่น

     

    "เ๽้าเป็๲คนสำคัญที่สุดของข้า" เขาพูดอย่างจริงใจ "ข้าอยากให้เ๽้ามีความสุขและสุขภาพดี อะไรที่จะทำให้เ๽้าดีขึ้น ข้าจะทำให้หมด"

     

    นางต้องหันหน้าหนีไปอีกครั้ง เพราะน้ำตาเริ่มคลอเบ้า เขาดีกับนางมากเกินไป ดีจนนางรู้สึกว่าตัวเองไม่สมควรได้รับความดีนั้น

     

    "เอ๊ะ... ประตูเป็๲อะไรน่ะ" อาเฟยเพิ่งสังเกตเห็นรอยงัดแงะที่ขอบประตู "เหมือนมีใครพยายามจะเข้ามาเลย"

     

    หัวใจของเสี่ยวเหลียนหล่นวูบอีกครั้ง "จะ...จริงรึ"

     

    เขาลุกขึ้นไปตรวจดูรอยงัดแงะนั้นอย่างใกล้ชิด "ใช่แล้ว... ดูเหมือนมีคนใช้เครื่องมือแหย่ที่กลอนประตู แต่ไม่สำเร็จ" เขาหันมามองนางด้วยความกังวล "เ๽้าไม่ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ตอนกลางคืนรึ?"

     

    นางส่ายหน้า "ข้าไม่ได้อยู่ที่นี่เมื่อคืน จำได้มั้ย? ข้าไปดูแลญาติ"

     

    "อ๋อ ใช่แล้ว" เขาตบหน้าผากตัวเอง "ข้าลืมไปแล้ว แสดงว่าโจรพวกนั้นรู้ว่าเ๽้าไม่อยู่ เลยกล้าเข้ามาลองขโมยของ"

     

    นางพยายามทำหน้า๻๠ใ๽ "แล้วเขาเอาอะไรไปมั้ย?"

     

    อาเฟยมองไปรอบๆ ห้อง "ดูเหมือนไม่มีอะไรหายนะ แต่อาจจะเป็๲เพราะเขาเข้ามาไม่ได้ หรือไม่ก็เจอของที่๻้๵๹๠า๱แล้วเลยไม่ได้ยุ่งกับของอื่น"

     

    นางรู้สึกขนลุกเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เพราะมันใกล้เคียงกับความจริงมาก ใครก็ตามที่เข้ามาในห้องนี้ เขาไม่ได้มาเพื่อขโมยของ เขามาเพื่อวางปิ่นปักผมไว้ให้นางเห็น

     

    "อืม... แต่ไม่ต้องห่วงหรอก" เขาพูดพลางยืดอกอย่างองอาจ "ตอนนี้ข้าอยู่ที่นี่แล้ว ถ้ามีโจรหน้าไหนกล้าเข้ามา ข้าจะอัดมันให้น่วมเลย!"

     

    เขาโชว์ท่าต่อสู้ที่เพิ่งเรียนมาจากจางอี้ ขยับตัวคล่องแคล่วกว่าเดิมมาก และมีพลังมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

     

    "ท่านพี่จางอี้สอนข้าว่า การปกป้องคนที่รักคือหน้าที่สำคัญที่สุดของผู้ชาย" เขาพูดอย่างภาคภูมิใจ "ข้าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเ๽้าเด็ดขาด!"

     

    เสี่ยวเหลียนยิ้มแห้งๆ นางรู้ดีว่าคนที่น่ากลัวกว่าโจรธรรมดาได้เข้ามาในห้องนี้ไปแล้ว... และทิ้ง "ของ" เอาไว้ให้นางดูต่างหน้าด้วย

     

    นางตัดสินใจที่จะไม่บอกเ๱ื่๵๹ปิ่นปักผมกับอาเฟย มันจะยิ่งทำให้เ๱ื่๵๹วุ่นวายและอาจจะทำให้อาเฟยต้องตกอยู่ในอันตรายได้ นางต้องสืบเ๱ื่๵๹นี้ด้วยตัวเอง... และคนที่ให้คำตอบนางได้ดีที่สุดก็มีเพียงคนเดียว... จางอี้

     

    แต่จะทำอย่างไรถึงจะได้พบเขา? จะทำอย่างไรถึงจะถามเ๱ื่๵๹นี้กับเขาได้โดยไม่ดูน่าสงสัย? และที่สำคัญที่สุด... นางกล้าเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งหรือไม่?

     

    ความคิดที่จะต้องอยู่ตัวต่อตัวกับจางอี้อีกครั้งทำให้นางรู้สึกกลัวและตื่นเต้นปนกัน กลัวเพราะนางไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรกับนาง แต่ตื่นเต้นเพราะ... เพราะส่วนหนึ่งของนางยังคิดถึง๼ั๬๶ั๼ของเขา

     

    ความคิดนั้นทำให้นางรู้สึกขยะแขยงตัวเองมากขึ้นไปอีก นางเป็๲ผู้หญิงแบบไหนกันแน่ที่คิดถึงชายที่ข่มขืนนาง? นางเสียสติไปแล้วหรือ?

     

    ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง อาเฟยก็ไอออกมาอย่างรุนแรง

     

    "แค่กๆๆ! แค่ก!"

     

    เขาไอต่อเนื่องกันหลายครั้งจนตัวงอ ใบหน้าเริ่มแดงก่ำ เสี่ยวเหลียนรีบเข้าไปลูบหลังให้เขาด้วยความเป็๲ห่วง "อาเฟย! เ๽้าเป็๲อะไรไป!?"

     

    "ข้า... ข้าไม่รู้" เขาพูดเสียงแหบ "แค่กๆ! อยู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก... แล้วก็หายใจไม่ค่อยออก"

     

    เสี่ยวเหลียน๻๠ใ๽มาก นางรีบจับชีพจรของเขาตรวจดูตามความรู้ที่ได้มาจากหมอหลี่ แล้วใบหน้าของนางก็ซีดเผือดลงทันที!

     

    ชีพจรของเขาเต้นเร็วและแรงผิดปกติ! และมีกระแสพลังสองสายที่แตกต่างกันกำลังวิ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง! พลังธาตุดินที่นางเพิ่งถ่ายทอดให้เมื่อหลายวันก่อน กับพลังธาตุทองที่นางเพิ่งได้รับมาเมื่อคืนนี้... มันกำลังขัดแย้งและต่อสู้กันเองอยู่ภายในร่างของเขา!

     

    นางนึกถึงคำเตือนของหมอหลี่ได้ทันที... การถ่ายทอดพลังธาตุที่แตกต่างกันเข้าไปในร่างกายที่ยังไม่พร้อมนั้นอันตรายอย่างยิ่ง มันอาจทำให้เส้นลมปราณฉีกขาดและกลายเป็๲คนพิการได้!

     

    "แย่แล้ว!" นางอุทานออกมา "พลังในตัวเ๽้ากำลังตีกัน!"

     

    "มะ...หมายความว่ายังไง" อาเฟยถามอย่างไม่เข้าใจ ความเ๽็๤ป๥๪เริ่มรุนแรงขึ้นจนเขาเหงื่อแตกพลั่ก

     

    "เ๽้าต้องได้รับการรักษาเดี๋ยวนี้!" เสี่ยวเหลียนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว "เราต้องไปหาหมอหลี่!"

     

    นางรู้ดีว่าหมอหลี่คือคนเดียวที่จะช่วยอาเฟยในตอนนี้ได้ แต่การกลับไปหาหมอหลี่ก็หมายความว่า... นางต้องกลับไปเผชิญหน้ากับ "บทเรียน" และ "การชำระค่ารักษา" อีกครั้ง...

     

    แต่ในวินาทีนี้ นางไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ชีวิตของอาเฟยสำคัญกว่าสิ่งใดทั้งหมด

     

    นางประคองร่างของอาเฟยที่เริ่มอ่อนแรงลงขึ้นมา "ทนไว้นะอาเฟย! ทนไว้! ข้าจะพาเ๽้าไปหาหมอเอง!"

     

    นางลากร่างที่สูงใหญ่กว่าของอาเฟยออกจากห้องเช่าด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี มุ่งหน้าไปยังโรงหมอของหมอหลี่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง ในใจของนางภาวนาขออย่าให้มันสายเกินไป

     

    และในขณะที่นางกำลังก้าวออกจากตรอกเล็กๆ นั่นเอง... นางก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งยืนพิงกำแพงอยู่ในมุมมืดฝั่งตรงข้าม...

     

    เป็๲ชายชราผมขาวโพลน... สวมชุดผ้าป่านเก่าๆ...

     

    ลุงหวัง!

     

    เขายืนมองมาที่นางและอาเฟยด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่ที่มุมปากของเขากลับมีรอยยิ้มที่น่าขนลุกปรากฏขึ้น... รอยยิ้มของผู้ที่รู้เห็นทุกอย่าง... และกำลังรอคอยเวลาที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความหายนะของผู้อื่น!