อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    ทักษะกระบี่วายุเชี่ยว

    ทาสกระบี่หลินอวิ๋นขอให้ศิษย์พี่เฉินชี้แนะด้วย!
    เสียงไม่ดัง ทว่ากลับดังกังวานมีพลัง กึกก้องไปทั่วสารทิศ
    ไม่ใช่หลินอวิ๋นศิษย์ฝ่ายนอก แต่เป็นอดีตทาสกระบี่หลินอวิ๋น
    ศึกหนนี้ หลินอวิ๋นไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อความอ่อนโยนนั้นของเจ้าของร่างก่อน และยังมีเกียรติยศสุดท้าย
    เฉินเซียวหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่เลว นี่สิถึงพอเข้าท่า ศิษย์พี่จะพยายามรับการท้าประลองของเจ้าอย่างสุดความสามารถแล้วกัน”
    ใบหน้ายิ้ม ทว่าจิตสังหารในใจคุกรุ่น ก่อนจะนึกถึงคำพูดที่โจวอวิ๋นมอบหมายให้เขา
    จะให้ยาลูกกลอนหลอมกายเจ้าสามเม็ด ช่วยข้าสั่งสอนหลินอวิ๋น มันจะต้องรับผลกรรมของมัน
    หลินอวิ๋นได้ ‘ทำลาย’ กระบี่ล้ำค่าของเขาในเทือกเขาเหิงอวิ๋น ตรงนี่ทำให้เขาเกิดจิตอาฆาตขึ้นอย่างรุนแรง ขณะกำลังกลัดกลุ้มอยู่ในสำนักหาข้ออ้างลงมือไม่ได้นั้น กลับไม่นึกเลยว่าโจวอวิ๋นจะมาหาเขาเอง ก่อนจะตอบตกลงโจวอวิ๋นอย่างไม่ลังเลใด ๆ เลย
    สองคนต่างอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด บรรยากาศหนักหน่วง ศิษย์ฝ่ายนอกโดยรอบพากันแยกย้ายให้พื้นที่กว้างโล่งสำหรับสองคนประลองกัน
    นัยน์ตาหลินอวิ๋นเป็นสมาธิ พลังในกายพลันแผ่กระจายออกไป
    โครม!
    พลังวิถียุทธ์ขั้นสี่มาพร้อมกับพลังภายในหนาแน่นของวิชาตะวันบริสุทธิ์ ทำให้คนตื่นตะลึงในใจ
    “วิถียุทธ์ขั้นสี่!”
    “ข้าตาฝาดไปรึ? เจ้าทาสกระบี่นี่เมื่อหลายวันก่อนเพิ่งวิถียุทธ์ขั้นสามเอง เหตุใดไม่กี่วันถึงทะลวงวิถียุทธ์ขั้นสี่แล้วล่ะ”
    “น่าเหลือเชื่อจริง ๆ มิน่าเขาถึงกล้าท้าสู้กับศิษย์พี่เฉิน”
    เสียงดังฮือฮามาจากโดยรอบ พลังที่หลินอวิ๋นแผ่ออกมาทำให้ทุกคนตกใจกันใหญ่
    นัยน์ตาเฉินเซียวฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนพูดเสียงต่ำ “ใช้ได้ไอ้ทาสกระบี่ ที่แท้ก็ปิดบังฝีมือไว้มิดชิดเช่นนี้เอง แต่ถ้าเจ้าคิดว่าแค่นี้จะเอาชนะข้าได้ มันก็ไร้เดียงสาไปหน่อยแล้ว”
    เมื่อสิ้นเสียง เฉินเซียวระเบิดกลิ่นอายพลังวิถียุทธ์ขั้นสี่ออกมาเช่นกัน กลิ่นอายพลังในตัวเขาหนักแน่นและมีพลังกว่าหลินอวิ๋นอีก 
    ตามสัญญาแล้ว เฉินเซียวจะจำกัดขั้นพลังไว้ที่วิถียุทธ์ขั้นสี่ ทว่ากลิ่นอายพลังในตัวเขาก็ยังเหนือกว่าหนึ่งขั้นอย่างเห็นได้ชัด
    เทียบกันสองฝ่ายแล้ว ตัดสินสูงต่ำได้ทันที
    “ครั้งนี้ท่าไม่ดีแล้ว เทียบกันแล้วก่อนหน้านี้เขาอยู่ขอบเขตวิถียุทธ์ขั้นสาม แล้วให้ศิษย์พี่เฉินใช้พลังวิถียุทธ์ขั้นสี่ ก็คงจะมีแต่แพ้เร็วกว่าเดิมนั่นแหละ”
    “ไม่ผิด ถึงอย่างไรศิษย์พี่เฉินก็อยู่จุดสูงสุดวิถียุทธ์ขั้นห้า เข้าใจวิถียุทธ์ขั้นสี่มากกว่าเขาไม่รู้เท่าไร”
    “ที่สำคัญกว่านั้นคือทักษะกระบี่อัสนีคลั่งที่ศิษย์พี่เฉินฝึกเป็นทักษะกระบี่ระดับสูงแท้จริงด้วย”
    “เกรงว่าแค่สองสามกระบวนท่าก็คงรู้ผลแพ้ชนะแล้ว”
    ศิษย์ฝ่ายนอกจำนวนมากที่ตอนแรกตกตะลึงพากันส่ายหน้า นี่คือการต่อสู้ที่ไม่ต้องห่วงเลย
    ฝ่ายหนึ่งเตรียมตัวมา อีกฝ่ายถูกบีบให้รับการท้าสู้ ฝ่ายหนึ่งเป็นทาสกระบี่ อีกฝ่ายเป็นศิษย์ฝ่ายนอกอาวุโส ซึ่งเทียบกันไม่ได้เลย
    “ข้าว่านะหลินอวิ๋น ทาสกระบี่อย่างเจ้ายอมแพ้เสียเถอะ อย่ามาทำตัวเป็นวีรบุรุษลูกผู้ชายอะไรแถวนี้เลย ถ้าเจ้าคุกเข่าลงกับพื้น ศิษย์พี่หญิงซูอาจจะมองเจ้าก็ได้นะ”
    มีคนพูดหยอกล้อ โน้มน้าวให้หลินอวิ๋นอย่าทำอวดเก่ง
    เฉินเซียวหัวเราะเสียงดัง “เจ้าทาสกระบี่ ได้ยินรึยัง ถ้าตอนนี้เจ้ายอมแพ้ขอร้องข้า แล้วทำตามที่ศิษย์พี่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่ ข้าจะลบบุญคุณความแค้นระหว่างข้ากับเจ้าให้ทั้งหมด”
    “ศิษย์พี่ เจ้าจะพูดพล่ามเกินไปหน่อยหรือไม่”
    หลินอวิ๋นเอ่ยเสียงเบาด้วยแววตาสงบนิ่ง
    คำพูดเรียบนิ่ง ง่าย ๆ และฉับไว ทว่าในมุมมองเฉินเซียวนี่เหมือนตบหน้าเขา เจ้าทาสกระบี่นี่ ไม่อยากเชื่อว่าจะกล้าพูดกับตนแบบนี้ เฉินเซียวจึงพูดด้วยความโกรธจัด “เจ้าคอยดูเถอะว่ายังจะกล้าปากแข็งอีกหรือไม่!”
    เขาเองหมดความอดทนไปนานแล้ว จึงพุ่งเข้าไปพร้อมกับจิตสังหารทะยานขึ้น
    ชิ้ง!
    เฉินเซียวชักกระบี่ยาวออกจากฝัก วิ้ง ตัวกระบี่ส่งเสียงโลหะกระทบกันไม่หยุดประหนึ่งเสียงฟ้าผ่า คนพร้อมกับกระบี่กระโดดขึ้นสูง ก่อนจะฟันลงใส่หลินอวิ๋นราวกับอสนีบาต
    ทักษะกระบี่อัสนีคลั่งเป็นทักษะยุทธ์ระดับสูง!
    เมื่อใช้ทักษะกระบี่นี้ ศิษย์ฝ่ายนอกทั้งหมดที่นี่ต่างเห็นแสงสว่างวาบตรงหน้า
    ทักษะกระบี่อัสนีคลั่งได้รับขนานนามว่าพายุคลั่งอำมหิต กระบี่ออกดั่งสายฟ้า หนึ่งกระบี่เซ่นไหว้ออกไป มีตายไม่มีบาดเจ็บ
    เห็นประกายเย็นเยือกวาววับของตัวกระบี่นั้นแล้ว ทุกคนจินตนาการได้ว่าหลินอวิ๋นจะโดนกระบี่ฟันและกลายเป็นชิ้นส่วนศพอนาถาอย่างแน่นอน
    ในตอนนี้เองพายุคลั่งเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง พลังของเฉินเซียวประดุจสายฟ้าน่าพรั่นพรึง!
    ภายใต้แรงกดดันอันไร้ขอบเขตนี้ ภายในใจหลินอวิ๋นกลับเงียบสงบ ไม่เกิดคลื่นอารมณ์ใด ๆ แม้แต่น้อย
    จะเกิดคลื่นอารมณ์ได้อะไรได้?
    พลังระดับนี้จะไปเทียบกับพยัคฆ์ร้ายจากในม้วนภาพวาดที่กระโจนสู่จิตวิญญาณ แค่อ้าปากก็ทำให้ตกใจถอยหนีได้หรือ
    มิหนำซ้ำ แม้นี่จะเป็นกระบี่ที่ตระการตาและน่าตื่นตกใจในสายตาทุกคน แต่ในสายตาหลินอวิ๋น มันก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไร
    ทักษะกระบี่ระดับสูงนี่ อีกฝ่ายฝึกแค่เพิ่งขั้นต้นเท่านั้น ยังมีช่องโหว่เยอะเกินไป ถ้าเขาเป็นเฉินเซียวล่ะก็ การใช้ทักษะกระบี่ระดับกลางที่ค่อนข้างชำนาญยังมีพลานุภาพมากกว่าอีก
    กระบี่นี้อาจจะทำให้บาดเจ็บสาหัสได้ ยังสังหารกระทั่งศิษย์ระดับวิถียุทธ์ขั้นห้าได้ ทว่าเมื่อเจอหลินอวิ๋นแล้วเรื่องนี้ก็ไม่แน่!
    เมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่สังหาร หลินอวิ๋นหลับตาลงอย่างสงบนิ่งท่ามกลางสายตาเหลือเชื่อของทุกคน
    รวมสายน้ำเป็นลำธาร ไหลเชี่ยวดั่งสายลม…
    พลังภายในวิชาตะวันบริสุทธิ์โคจรเนิบ ๆ หลินอวิ๋นไม่ขยับดั่งขุนเขา รออีกฝ่ายฟันกระบี่ยาวลงมาเงียบ ๆ
    วินาทีที่กระบี่นั่นจะฟันลงมาเต็มช่วงนั้นหลินอวิ๋นพลันลืมตาขึ้น กระบี่เก่าในมือออกจากฝัก เกิดพายุคลั่งขึ้นจาเบื้องล่างขึ้นไปด้านบน พัดเฉินเซียวที่กำลังลอยลงมากลางอากาศจนลืมตาไม่ขึ้น
    “นี่…นี่มันทักษะกระบี่อะไร?”
    พายุคลั่งที่จู่ ๆ เกิดขึ้นทำให้ศิษย์ฝ่ายนอกทั้งหมดที่นี่งุนงงกันถ้วนหน้า
    ขณะกำลังสงสัยนั้น หลินอวิ๋นใช้สองมือกำกระบี่ฟันออกไป
    กระบี่นี้มีทั้งสายลมที่รวดเร็วและฉับไว ทั้งยังมีระลอกคลื่นไหลเชี่ยวกราก ทันทีที่กวัดแกว่งกระบี่ สายลมและคลื่นคำรามเกรี้ยวกราดออกไปพร้อมเพรียงกัน
    แก๊ง!
    กระบี่สองเล่มตัดสลับกัน พลานุภาพดั่งเสียงฟ้าร้องเขย่าขวัญ เฉินเซียวที่คิดว่าจะชนะแน่ ๆ กลับโดนหลินอวิ๋นฟันสวนกลับ
    หลังตกลงพื้นแล้วยังเสียการทรงตัว ซ้ำยังถอยรัวไปอีกหลายก้าว
    เป็นทักษะกระบี่ที่แกร่งมาก!
    เฉินเซียวที่เมื่อครู่ยังคิดว่าตนแน่ที่สุดตะลึงอึ้งค้างไป นัยน์ตาเป็นประกายตื่นตะลึงเด่นชัด
    ไม่ได้การแล้ว ข้าจะกดขั้นพลังไว้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแพ้แน่!
    ทว่าเขายังไม่ทันปลดปล่อยขั้นพลังทั้งหมด หลินอวิ๋นก็จู่โจมอีกกระบี่ เห็นว่ากระบี่ยาวกลางฝ่ามือเขาหมุนวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดพายุคลั่งส่งเสียงคำรามเกรี้ยวโกรธจากสี่ทิศ
    ในช่วงเสี้ยวพริบตานั้น หลินอวิ๋นกำกระบี่ยาวที่หมุนวนอยู่ทะยานพุ่งแทงเข้าไป
    ฟู่!
    ในสายตาเฉินเซียว ประกายกระบี่นั้นขยายใหญ่ไม่หยุด ความตื่นกลัวแผ่คลุมในม่านตา ยังไม่ทันที่เขาจะปลดปล่อยขั้นพลังจุดสูงสุดวิถียุทธ์ขั้นห้า
    กระบี่นี่ก็ชนกับหน้าอกเขาแล้ว
    กระบี่ที่เดิมทีพุ่งแทงเข้ามาฉับไวปานสายลม คล้าย ๆ กับแสงไฟกลับค้างนิ่งอยู่ตรงหน้าอกเขา
    เห็นได้ชัดว่าทักษะกระบี่ของหลินอวิ๋นลึกล้ำจนใช้ทักษะกระบี่นี่ได้ตามใจนึกตั้งนานแล้ว
    เฉินเซียวทึ่มทื่อไปเดี๋ยวนั้น ความคิดเกิดการหยุดนิ่งชั่วคราว สมองขาวโพลนไปหมด
    ไม่ใช่แค่เขา ศิษย์ฝ่ายนอกนับร้อยโดยรอบก็เบิกตาโตอ้าปากค้างอย่างรู้สึกฉงนใจเล็กน้อยเช่นกัน 
    “เจ้าแพ้แล้ว”
    คำสามคำง่าย ๆ ออกมาจากปากหลินอวิ๋น ทำให้เฉินเซียวเหมือนตื่นจากฝัน
    “ไสหัวไป ข้าไม่แพ้!”
    เฉินเซียวได้สติกลับมาก็โมโหคลุ้มคลั่ง ไม่สนใจสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้าอีก แต่ปะทุพลังจุดสูงสุดวิถียุทธ์ขั้นห้า กลิ่นอายพลังแก่กล้าทำให้ทุกคนตกใจสะดุ้ง
    ฉึก!
    เสียงร้องดังขึ้น หลินอวิ๋นแทงกระบี่เข้าไปในอกเขาอย่างไม่มีความเห็นใจแม้แต่น้อย
    “ศิษย์พี่!”
    ผู้ติดตามเขาพากันตกใจหน้าถอดสี ไม่นึกเลยว่าหลินอวิ๋นจะโหดเหี้ยมเช่นนี้
    ปึก!
    ยังไม่จบ หลินอวิ๋นเดินหน้ามาเตะที่หัวเข่าเขาอีกสองที
    เสียงคุกเข่าดัง เฉินเซียวใช้สองมือกุมกระบี่ยาวตรงหน้าอก คุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าซีดขาว
    โลหิตสดไหลมาตามบาดแผลตรงหน้าอก ย้อมอาภรณ์เขาเป็นสีแดงสด
    ศิษย์ฝ่ายนอกในที่นี้ต่างสูดลมหายใจเย็นเฮือกหนึ่ง สายตาที่มองหลินอวิ๋นขยับประกายหวาดกลัวลึก ๆ
    ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าหลินอวิ๋นที่ดูหน้านิ่ง ๆ จะลงมือเด็ดขาดเช่นนี้
    ไม่พูดไม่จาอะไรก็ทำให้เฉินเซียวที่คิดจะเล่นตุกติกปล่อยพลังออกมาทั้งหมดบาดเจ็บสาหัสได้
    ชิ้ง!
    หลินอวิ๋นดึงกระบี่ออกมา พริบตาเดียวโลหิตสดไหลมาดั่งเสา เฉินเซียวร้องโหยหวนเสียงแหลมเล็กอีกรอบ
    จากนั้นหยิบขวดยาที่ใส่ยาลูกกลอนหลอมกายสามเม็ดขึ้นมา ก่อนจะเก็บกระบี่เดินจากไป
    ทุกคนมองแผ่นหลังเขา ทั้งโถงค่ายกลเงียบสงัด เงียบจนน่ากลัว
    “ทักษะกระบี่วายุเชี่ยว”
    จู่ ๆ มีคนร้องตกใจ ก่อนพูดเสียงต่ำ “ต้องเป็นทักษะกระบี่วายุเชี่ยวแน่ เมื่อครู่หลินอวิ๋นต้องใช้ทักษะกระบี่วายุเชี่ยวแน่นอน!”
    “ทักษะกระบี่วายุเชี่ยวรึ?”
    “ทักษะกระบี่วายุเชี่ยวที่ในสำนักไม่มีใครฝึกฝนสำเร็จมาเกือบร้อยปีน่ะหรือ?”
    “กระบี่สุดท้ายของเขาเหมือนกระบวนท่าสังหารของกระบี่วายุเชี่ยวรวมกระบี่เป็นวายุจริง ๆ!”
    “นี่…ไม่มีทางหรอกกระมัง ขนาดศิษย์ฝ่ายในหลายคนยังโดนบีบให้ล้มเลิกทักษะกระบี่นี่เลย แต่เมื่อครู่นี้หลินอวิ๋นทั้งเก็บและใช้งานได้อย่างอิสระ บรรลุถึงขั้นต้นแล้วล่ะ”
    “เกรงว่าคงไม่ใช่ทักษะกระบี่ขั้นต้นธรรมดาขนาดนั้นหรอก ข้าว่าคงห่างจากขั้นสูงอีกไม่ไกลแล้ว”
    เกิดเสียงดังเกรียวกราวในโถงค่ายกล เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังไม่ขาดสาย ซึ่งน้ำเสียงส่วนใหญ่ที่พูดคุยกันอยู่นั้นค่อนข้างเป็นความเหลือเชื่อ
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-