“จริงหรือเ้าคะ”หยางเฟิ่งเงยหน้าขึ้นมานางซือย่าของตนด้วยสายตาแดงก่ำ
“จริงสิจ๊ะ”นางซือเอ่ยพร้อมกับกระชับอ้อมกอดของตน
“ท่านแม่”กุ้ยเจินที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องเอ่ยเรียกนางซือด้วยท่าทางร้อนใจแล้วเร่งเดินมาที่ใกล้ๆกับเตียงเพื่อดูอาการของบุตรทั้งสองของตน
“เจินเออร์มาก็ดีแม่ว่าอาเหวินกับเฟิ่งเออร์น่าจะมองเห็นิญญาเพื่อช่วยชีวิตแม่นะ”นางซือเอ่ยเสนอความคิดเห็นของนางด้วยแววตาวิตก
“เป็เื่จริงหรือเ้าคะ”กุ้ยเจินเอ่ยถามนายซือด้วยสายตาเปิกโพรง
“แล้วเราจะทำเช่นไรดีเ้าคะ”กุ้ยเจินเอ่ยถามนางซือด้วยท่าทีรนราน
“เจินเออร์อย่าได้กังวลไปเื่นี้ไม่ใช่เื่ร้ายแรงอะไรแม่กลับคิดว่านี้คือเื่ดีเสียด้วยซ้ำที่เด็กมีโอกาสมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น”นางซือเอ่ยปลอบลูกสะใภ้คนโปรดของตน
“ท่านแม่มันไม่ใช่เื่ดีเลยนะเ้าคะคนอื่นๆจะมองว่าอาเหวินและเฟิ่งเป็ตัวประหลาดข้าไม่อยากให้ลูกๆของข้าเป็เช่นนั้นเ้าค่ะ”กุ้ยเจินเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแววตาของนางมีแต่ความกังวลเมื่อคืนนางยังมีความกล้าที่จะแยกตัวออกจาตระกูลไป๋อยู่เลยแต่มาถึงตอนนี้นางกลับไม่มีความกล้าที่จะพาลูกๆของนางออกจากใต้ปีกของไป๋หยางเจี๋ยเอาเสียเลย
“ลำพังนางพาลูกๆออกจากตระกูลไป๋ชีวิตพวกเขาก็ลำบากพอแล้วแต่นี้เด็กๆยังมีปานแดงรูปดอกสือซว่านและยังสามารถมองเห็นิญญาอีกเช่นนี้นางจะกล้าพาเด็กๆออกจากฐานะของลูกแม่ทัพไป๋ได้เช่นไร”กุ้นเจินคิดด้วยสีหน้าวิตกกังวลจนนางซือสังเกตเห็นจึงได้เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“เจินเออร์เ้ามีอะไรหรือเปล่าหรือเ้าลูกชายตัวดีของข้าทำอะไรให้เ้าต้องกังวลอีก”นางซือเอ่ยถามกุ้ยเจินด้วยท่าทางมีโทสะเมื่อคิดถึงบุตรชายของตน
“ไม่ใช่เ้าค่ะท่านแม่เพียงแต่เมื่อคืนข้าไดพูดคุยเื่การหย่าขาดกับแม่ทัพไป๋หยางเจี๋ยแล้ว”กุ้ยเจินเอ่ยด้วยแววตาเป็กังวล
“ตอนนี้เ้าคงเปลี่ยนใจแล้วใช่หรือไม่เื่นี้คงเกี่ยวกับเื่ที่เด็กๆเป็ตอนนี้ใช่หรือไม่”นางซือเอ่ยถามลูกสะใภ้คนโปรดอย่างรู้ใจ
“ท่านแม่พวกข้าเช่นไรก็ได้เ้าค่ะขอแค่ท่านแม่กับท่านย่ามีความสุขก็พอเ้าค่ะ”หยางเฟิ่งที่อยู่ในอ้อมกอดของนางซือเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับมารดาของตนด้วยแววตามั่นคงเพราะหากกุ้ยเจินมารดาของนางพานางและพี่ชายฝาแฝดออกจากตระกูลได้จริงชีวิตของนางสองพี่น้องและมารดาของนางก็จะรอดพ้นจากการตายอย่างอนาถหยางเฟิ่งก้มหน้าลงที่อกของนางซือแล้วยกยิ้มด้วยความดีใจ
“เฟิ่งเออร์เ้าไม่เข้าใจลำพังแค่แม่พาเ้าออกจากตระกูลเพราะเื่หย่าร้างชีวิตของเ้ากับพี่ชายก็จะไม่เหมือนเดิมผู้คนจะมองมาที่พวกเ้าด้วยสายตาเหยียดหยามแต่ตอนนี้พวกเ้ากลับมีปานแดงรูปดอกสือซว่านแล้วยังสามารถมองเห็นิญญาอีกทุกคนต้องหาทางกำจัดพวกเ้าเป็แน่ซึ่งเื่นั้นแม่ยอมไม่ได้แม่จะไม่ยอมให้พวกเ้าอยู่ในอันตรายเป็อันขาด” กุ้ยเจินมองไปที่ลูกๆของนางด้วยความสงสาร
“เราใช้ผ้าปิดที่ปานนี้ไม่ได้หรือขอรับ”หยางเหวินที่ฟังอยู่นานเอ่ยถามมารดาของตนด้วยความสงสัย
“อาเหวินคนเราไม่สามารถปกปิดความลับได้ตลอดไปหรอก”กุ้ยเจินเอ่ยพร้อมกับใช้แขนเสื้อของตนซับไปที่หางตาของหยางเหวินเบาๆ
“เอาเช่นนี้แม่จะสร้างเื่ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับปานนี้เอง”นางซือที่พอจะรู้จักเ้าอาวาสที่มีชื่อเสียงอยู่หลายคนเอ่ยเสนอกุ้ยเจินด้วยดวงตาเป็ประกาย
“เราจะทำได้หรือเ้าคะ”กุ้ยเจินเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ
“เ้าเชื่อแม่เื่นี้แม่จะช่วยเ้าเองแต่่นี้เ้าอย่าเพิ่งให้อาเหวินกับเฟิ่งเออร์ออกจากห้องนี้เด็ดขาดแม่ไม่ไว้ใจเสวี่ยเหม่ยเหนียง”นางซือเอ่ยกับกุ้ยเจินเสียงเครียดนางหันไปสบตากับจือหลิงสาวใช้คนของตนอย่างรู้กันจือหลิงจึงรีบออกไปจัดการกันผู้คนออกจากเรือนนี้อย่างเงียบๆโดยให้เหตุผลว่าซือเหมยฮวาฮูหยินผู้เฒ่า้าพักผ่อนทำให้เหล่าสาวใช้และเหล่าองครักษ์ต้องถอยออกห่างจากเรือนอย่างน้อยยี่สิบก้าว