บทที่ 18 ถูกรุมแย่งตัว
ในตอนนี้ หลังจากที่เจียงเจ๋อเลิกไลฟ์ก็ถึงคิวของรายการทอล์กโชว์โดยเหวินจาง
เหวินจางเป็พิธีกรหนุ่มที่ใช้ทักษะการพูดชั้นเลิศ คอยเป็เพื่อนคลายเหงาให้ผู้ชมยามดึก ส่วนการดำเนินรายการของเจียงเจ๋อนั้น เหวินจางเองก็ได้ดูเช่นกัน และเขาก็รู้ตัวดีว่าตนไม่อาจเทียบเคียงได้เลย เขาขึ้นเวทีเริ่มพูดตามปกติ โดยคาดหวังว่าจะรักษาจำนวนผู้ชมไว้ได้ประมาณหนึ่งหมื่นคน
"วันนี้ หัวข้อของเราคือ สิทธิสตรี!"
"เมื่อสองวันก่อนผมไปเที่ยวที่เมืองจิงตู ได้ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะซีตัน ที่นั่นมีแต่คนหน้าตาดีเต็มไปหมด ผมเลยสงสัยเหลือเกินว่าทางด้านตงตานจะมีหนุ่มหล่อสาวสวยเยอะแบบนั้นหรือเปล่า ดังนั้นผมจึงไปที่สวนสาธารณะตงตาน แล้วจากนั้น..."
"ทุกคนลองทายดูสิว่าผมเห็นอะไร ไม่เห็นผู้หญิงสักคนเดียว มีแต่ผู้ชายเต็มไปหมดเลยโว้ย!"
"ต่อมาผมก็นั่งรถไฟใต้ดินกลับไปยังเขตเฟิงไถ ในลานกว้างแห่งหนึ่งตอนฟ้ามืด มีคนกำลังทะเลาะกันอยู่ ในประเทศเซี่ยของเราเนี่ยมีพวกชอบเดินเตร่ไปเรื่อยเต็มไปหมด และแน่นอนว่าผมก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ผมเลยเดินเข้าไปดู พบว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังทะเลาะกัน ผมนึกว่าเป็คู่รักกัน..."
"ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นชี้หน้าด่าผู้ชายว่า ‘ผู้ชายมันก็แค่พวกใจร้ายหน้ามืดตามัวเหมือนหมู เป็เผ่าพันธุ์ที่ควรจะหายไปสักที แค่ซื้อกระเป๋า LV ใบเดียวก็ไม่ยอม ไอ้อ่อนแบบนี้ไม่ควรมีแฟน!’”
"ผมก็นึกว่าผู้ชายคนนั้นจะปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย นึกว่าเขาจะเหวี่ยงหมัดใส่ผู้หญิงคนนั้นสักเปรี้ยง แต่แล้วจุดหักมุมก็มาถึง เมื่อผู้ชายคนนั้นพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า ‘พี่สาวครับ ผมว่าที่คุณพูดมามันถูกต้องที่สุดเลย!’"
...
ในขณะเดียวกัน ณ แผนกตรวจสอบหลังบ้าน
ด้วยลักษณะงานที่รับผิดชอบ ทำให้เหล่าหวังต้องอดหลับอดนอนทำงานจนดึกดื่น เขาจึงเลิกงานพร้อมกับหวังหลิน พิธีกรวิทยุยามดึก
เขากำลังนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาในห้องควบคุมและตรวจสอบ พร้อมกับดูวิดีโอย้อนหลังของเจียงเจ๋อ แม้จะเป็วิดีโอย้อนหลังแต่ก็ยังมีคนส่งข้อความคอมเมนต์พูดคุยถึงหัวข้อนั้น ๆ อีกหลายแสนคน
ทันใดนั้น ประตูห้องเล็ก ๆ ก็ถูกพนักงานหนุ่มผลักเปิดเข้ามาอย่างแรง
"มีเื่อะไร ทำไมลนลานแบบนี้?" เหล่าหวังชายวัยกลางคนพุงพลุ้ย มองดูชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่พอใจ
พนักงานรีบรายงานด้วยท่าทางตื่นตระหนก "มะ ไม่ได้การแล้ว ไม่มีคนดูรายการของเหวินจางแล้วครับ จำนวนคนออนไลน์ตอนนี้ไม่ถึงพันคน วันนี้เหวินจางก็ทำผลงานได้ตามปกติ ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้?"
พอคำนี้หลุดออกมา เหล่าหวังก็เด้งตัวขึ้นจากโซฟาทันทีด้วยความใ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "เป็ไปได้ยังไง ปกติมีประมาณหนึ่งหมื่นคนไม่ใช่เหรอ?"
"เื่จริงครับหัวหน้าหวัง ไม่มีคนดูเลย ทุกคนแห่กันไปที่ห้องไลฟ์สดเพื่อดูวิดีโอย้อนหลังของอาจารย์เจียงกันหมดแล้ว!"
"ให้ตายเถอะ พอรายการของเจียงเจ๋อออกอากาศ รายการอื่นได้รับผลกระทบหมดเลย แต่ก็ดีเหมือนกัน ถึงเวลาที่จะกระตุ้นพวกพิธีกรที่ทำงานไปวัน ๆ ให้ตื่นตัวเสียที"
พอเจียงเจ๋อมาถึง พวกที่เคยทำตัวเป็เทพเ้าหรือภูตผีจอมปลอมก็เริ่มเผยร่างจริงออกมาเสียที
เดิมทีนึกว่าพิธีกรที่ได้บรรจุเป็ข้าราชการจะสามารถทำงานแบบขอไปทีได้ แต่ใครจะรู้ว่า สิ่งที่ผู้ชม้าไม่ใช่พิธีกรที่ทำงานแบบขอไปที แต่เป็คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและมีความคิดสร้างสรรค์
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเหล่าจ้าว ผู้อำนวยการสถานีที่อยู่อีกตึกหนึ่ง
...
สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์เมืองซู
หลิวกว่างอี้ ผู้รับผิดชอบของกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์ และเหล่าผู้นำคนอื่น ๆ ก็กำลังดูรายการของเจียงเจ๋ออยู่เช่นกัน หลังจากดูจบ ภายในห้องประชุมก็มีเสียงปรบมือดังสนั่น
"สุดยอดไปเลย สุดยอดจริง ๆ!"
"เมืองของเรามีพิธีกรตัวน้อยที่เป็อัจฉริยะเกิดขึ้นแล้ว!"
"น้อยตรงไหน นอกจากอายุที่น้อยแล้ว ส่วนอื่นเขาเหนือกว่าคุณทุกอย่างเลยไม่ใช่เหรอ?"
"ทักษะการดำเนินรายการของเ้าหนุ่มนี่ ไม่เหมือนมือใหม่เลยสักนิด!"
"มีเขาอยู่ เรตติ้งพุ่งกระฉูดแน่นอน!"
"บางที กองบริหารวิทยุและโทรทัศน์ของเราควรจะเรียนรู้รายการถอดรหัสของจ้าวิบ้างนะ"
"เรียนรู้อะไรกัน ดึงตัวอาจารย์เจียงมาเลยจะง่ายกว่าเยอะ ให้เงินเดือนห้าหมื่นบวกค่าคอมมิชชัน ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะไม่มา!"
หลิวกว่างอี้พูดด้วยสายตาเป็ประกาย "เ้าหนุ่มนี่ต้องเข้ามาอยู่ในกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์ของเรา สถานที่ของเราใหญ่กว่า ครอบคลุมทั่วประเทศ พลังในการโปรโมตและโอกาสมีมากกว่า จากการสืบของลูกน้อง เจียงเจ๋อยังไม่ได้เซ็นสัญญากับทางนั้น ยังมีโอกาสอยู่"
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงเตรียมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเหล่าจ้าว
ในขณะนั้น พนักงานที่คอยตรวจสอบเรตติ้งของกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์รีบวิ่งเข้ามาในห้องประชุม "หัวหน้าหลิวครับ เราตรวจพบว่าสถานีโทรทัศน์ที่เหล่าจ้าวรับผิดชอบมีปัญหา ยอดผู้ชมลดลงอย่างกะทันหัน ตอนนี้จำนวนคนออนไลน์ในรายการไม่ถึง 1,000 คน และยอดออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตไม่ถึง 5,000 คนครับ!"
"ผมลองดูแล้ว รายการของเหวินจางไม่มีปัญหาเลย เขาทำผลงานได้ตามปกติครับ!"
ถ้าเป็เมื่อก่อน สถานการณ์แบบนี้ต้องเป็อุบัติเหตุทางรายการแน่นอน แต่ตอนนี้เหล่าผู้บริหารที่อยู่เวรดึกในห้องประชุมกลับยิ้มบาง ๆ และไม่ได้ใส่ใจ
พนักงานคนนั้นทำหน้ามึนงง "หัวหน้าทุกท่าน ไม่ใกันเหรอครับ?"
หลิวกว่างอี้เหลือบมองเขาอย่างระอา "ไม่ต้องตื่นตูมไปหรอก เหล่าจ้าวทางสถานีโทรทัศน์เปิดรายการใหม่ และมีเ้าหนุ่มที่เก่งมากคนหนึ่ง อายุพอ ๆ กับเธอนั่นแหละ เขาใช้ความสามารถเพียงคนเดียวดึงยอดผู้ชมออนไลน์ของสถานีโทรทัศน์และยอดไลฟ์สดขึ้นไปถึง 1.6 ล้านคน"
พอคำนี้หลุดออกมา พนักงานคนนั้นก็ทำหน้าว่างเปล่า "อะไรนะ ผมหูฝาดไปหรือเปล่า อายุเท่าผม 24 ปีเนี่ยนะ ล้อเล่นใช่ไหมครับ?"
"ดูเธอพูดเข้าสิ ฉันจะหลอกเธอไปเพื่ออะไร?"
"นี่... งั้นก็ปกติแล้ว ไม่สิ ไม่ปกติเลย ผมอายุ 24 เป็พนักงานฝึกหัด แต่เขาอายุ 24 เป็พิธีกรใหญ่ที่มีคนดูเป็ล้าน!"
ชายหนุ่มคนนั้นยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่ถูกต้อง เริ่มสงสัยในชีวิตและสุดท้ายก็ครุ่นคิดว่าตัวเองไม่ดีตรงไหน แล้วจึงเดินจากไป
...
ในขณะนี้ ณ สถานีโทรทัศน์ ภายในห้องพักรับรอง
เจียงเจ๋อนั่งอยู่บนเก้าอี้พักผ่อนหลัก ราวกับเป็ตุ๊กตาที่ถูกนำมาตั้งโชว์ไว้ โดยมีเหล่าจ้าว หวังกั๋วเซิ่ง เซียวสืออี หวังหลิน และคนอื่น ๆ ยืนล้อมรอบเขาเป็วงกลม พวกเขามองเจียงเจ๋อด้วยสายตาเร่าร้อนโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เขาถูกทุกคนจ้องมองจนรู้สึกแปลก ๆ โชคดีที่มีโทรศัพท์โทรเข้ามา ทำลายบรรยากาศที่น่าขนลุกนี้ลงได้เสียก่อน
เหล่าจ้าวรับสาย "เหล่าหวัง เกิดอะไรขึ้น?"
เหล่าหวังพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "ไม่มีอะไรครับ ผมแค่คิดว่าถ้าเป็แบบนี้ต่อไป เหวินจางคงมีเื่ต้องพูดแน่ ๆ"
เมื่อได้ยินเสียงจากลำโพง เจียงเจ๋อหันไปมองหนุ่มหล่อข้าง ๆ อย่างหวังหลิน "เหวินจางคือใครเหรอครับ?"
หวังหลินกระซิบที่ข้างหูเขา "พิธีกรทอล์กโชว์ครับ"
จากนั้นก็ชี้ไปยังรายการที่ปิดเสียงอยู่ในโทรทัศน์ภายในห้องพักรับรอง
เจียงเจ๋อมองตามแล้วก็เข้าใจทันที "ขอบคุณครับ คุณคือหวังหลิน งั้นเหล่าหวังที่ห้องควบคุมและตรวจสอบ ที่ผมไม่รู้ชื่อเต็มคือใครเหรอครับ?"
"พ่อผมเองครับ หวังกั๋วชาง"
"ขอบคุณครับ!"
ครู่ต่อมา เหล่าจ้าวพูดกับโทรศัพท์อย่างระอา "ช่างเถอะ เราคงไม่ถึงขั้นตัดรายการทอล์กโชว์ของเหวินจางทิ้งหรอก อีกอย่างรายการของเสี่ยวเจียงมันดังเกินไป ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จำนวนคนออนไลน์จะค่อย ๆ กลับมาเอง เื่นี้จบแค่นี้แหละ"
หลังจากวางสาย ก็มีโทรศัพท์อีกสายโทรเข้ามาอีกครั้ง เหล่าจ้าวทำหน้ามึนงง "ผมบอกแล้วไงว่าเื่ของเหวินจางคุณไม่ต้องกังวล จะไม่ตัดรายการเขาหรอก วันหลังจะให้อาจารย์เจียงช่วยดึงยอดผู้ชมให้หน่อย แฟนคลับคงจะช่วยดูแลเหวินจางเอง"
ใครจะคิดว่าปลายสายกลับเป็เสียงของหลิวกว่างอี้ "เหล่าจ้าว เื่นั้นคุณได้บอกอาจารย์เจียงหรือยัง?"
สีหน้าของเหล่าจ้าวชะงักไป เพราะเขาตั้งใจจะบอกเื่นี้กับเจียงเจ๋ออยู่พอดี แต่ใครจะรู้ว่าผู้นำของกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์จะชิงโทรศัพท์เข้ามาเสียก่อน
"เื่อะไรเหรอครับ?" เจียงเจ๋อหันไปมองหนุ่มหล่ออีกคนข้าง ๆ อย่างเซียวสืออี
เซียวสืออีอธิบายเบา ๆ "เป็คุณหลิวกว่างอี้ ผู้รับผิดชอบทางฝั่งกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์ครับ ปกติเขาเป็คนชอบวิทยาศาสตร์และไซไฟ พอเขาเห็นรายการของคุณก็อยากดึงตัวคุณไปทำงานที่กองบริหารวิทยุและโทรทัศน์ สงสัยจะถูกใจคุณเข้าแล้วล่ะ"
ถ้าเป็เวลาปกติเื่นี้ก็ถือเป็เื่ดี แต่บนแผงสถานะของเจียงเจ๋อนั้นถูกกำหนดไว้ตายตัวแล้ว
[ชื่อ : เจียงเจ๋อ]
[อายุ : 24]
[อาชีพ : พิธีกรสถานีโทรทัศน์เมืองซู]
[อาชีพปัจจุบัน : ไม่สามารถเปลี่ยนได้!]
[สถานที่ปัจจุบัน : ไม่สามารถเปลี่ยนได้!]
ตอนนั้นเหล่าจ้าวมองไปที่เจียงเจ๋อเพื่อดูว่าเขามีความคิดอย่างไร ถ้าเจียงเจ๋อยืนยันจะไป เนื่องจากยังไม่ได้เซ็นสัญญา เขาก็ไม่สามารถขัดขวางอิสระของอีกฝ่ายได้
แต่พอเห็นเจียงเจ๋อส่ายหัวเบา ๆ เหล่าจ้าวอึ้งไป เจอสิ่งล่อใจขนาดนี้ยังปฏิเสธได้ นี่เรากำลังพูดเื่เดียวกันอยู่หรือเปล่านะ?
เขาหันไปมองเซียวสืออีและหวังหลินที่ขนาบข้างเจียงเจ๋ออย่างไม่แน่ใจ
หวังหลินชี้ไปที่เซียวสืออีแล้วบอกว่า "เหล่าเซียวบอกอาจารย์เจียงเรียบร้อยแล้วครับ"
เมื่อเหล่าจ้าวได้ยินดังนั้น ในใจก็ดีใจรีบพูดว่า "ขอโทษด้วยนะเหล่าหลิว อาจารย์เจียงของเราเซ็นสัญญากับเราเรียบร้อยแล้ว ถึงกองบริหารวิทยุและโทรทัศน์จะดีแต่ที่นี่คือบ้านของอาจารย์เจียง ฮิฮิ!"
"แน่ใจนะว่าไม่ได้โกหก? เขาเพิ่งเลิกไลฟ์เองนะ เพื่ออนาคตของเขา ทรัพยากรของเรามีมากกว่า พลังการโปรโมตสูงกว่า ขอแค่เขามา..."
"อะไรนะ สัญญาณไม่ค่อยดีเลย ผมไม่ค่อยได้ยินว่าเหล่าหลิวพูดว่าอะไร โอ้ อ้อ! คุณจะวางสายแล้วใช่ไหม ได้ ๆ ไว้คุยกันใหม่นะ"
ติ้ด!
เหล่าจ้าวเป็ฝ่ายกดวางสายก่อน
หลิวกว่างอี้ที่อยู่ปลายสายมุมปากกระตุกไม่หยุด ด้วยความจนใจหลิวกว่างอี้จึงหันไปหาผู้รับผิดชอบแผนกดำเนินงาน "จัดสรรงบประมาณให้สถานีโทรทัศน์หน่อย อย่าให้เจียงเจ๋อต้องลำบาก ให้สวัสดิการระดับสูงไปเลย"
ผู้รับผิดชอบแผนกดำเนินงานทำหน้ามึนงง "เขาเซ็นสัญญากับสถานีโทรทัศน์ไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ ไม่ได้เซ็นกับเรา แล้วทำไมเราต้องเพิ่มสวัสดิการให้เขาด้วย?"
"เธอนี่มันซื่อบื้อจริง ๆ คนมีความสามารถระดับนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่เมืองไหน ต่อให้เป็สถานีระดับมณฑลก็ทำได้ ขอแค่ทำผลงานได้ขนาดนี้ ใคร ๆ ก็อยากแย่งตัวกันทั้งนั้น ถ้าเขาไปเมืองจิงตูหรือเมืองโมตูเขาอาจจะเป็บุคคลที่ได้คลุกคลีกับเหล่าศาสตราจารย์ระดับเหรียญทองทางวิทยาศาสตร์เลยก็ได้ การไปหาเื่คนระดับนี้มีแต่จะเสียเปรียบ สู้ทำเื่ดี ๆ ให้เขา อย่างน้อยในอนาคตเขาจะได้นึกถึงเราบ้าง"
"นี่... ผมมองแคบไปเองครับ รับทราบครับหัวหน้า"
...
"เสี่ยวเจียง ผมต้องขอโทษจริง ๆ ผมขอโทษคุณด้วยนะ" เหล่าจ้าวลุกขึ้นและก้มหัวคำนับเจียงเจ๋ออย่างลึกซึ้ง
เจียงเจ๋อเห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นประคอง "ไม่ต้องทำขนาดนี้หรอกครับ ผมจะอายุสั้นเอาได้นะครับ ว่าแต่วันนี้ทุกคนมาที่นี่มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ?"