ไม่นานนักผมก็ถูกวาร์ปมายังสถานที่แห่งหนึ่งที่ผมรู้สึกคุ้นเคย ใช้เวลานึกเพียงสองสามวินาทีผมก็สามารถบอกได้ว่าที่นี่คือ ‘เนินเขาเยลโลว์เฮย์’ ที่ไร้ซึ่งวี่แววของเจ้าถิ่นอย่างลามะอยู่เลยพลันหน้าต่างข้อความของระบบก็เด้งขึ้นมาระบบได้ทำการสุ่มเลือกมอนสเตอร์ที่มีเลเวลใกล้เคียงกับผู้เล่นในละแวกเมืองอัลปาป้าแล้วบททดสอบทักษะการต่อสู้พื้นฐาน: กำจัดเดอไลล่าลามะ(0/1)เหลือเวลาอีก 29 นาที 35 วินาทีไม่นานนักเสียงของระบบที่แจ้งเข้าสู่การต่อสู้ที่ดังขึ้น พร้อมกับมอนสเตอร์ปริศนาที่กำลังปรากฏตัวเดอไลล่าลามะ(บอส) เลเวล: 22‘ผมละโคตรไม่เข้าใจตรรกะของเกมนี้เลย ไอ้มอนสเตอร์ระดับบอสเนี่ยมันเป็นบททดสอบพื้นฐานตรงไหนกัน’เดอไลล่าลามะเป็นมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างค่อนไปทางน่ารักน่าเอ็นดู เธอสวมมงกุฎดอกหญ้าพร้อมกับผ้าคลุมที่ยาวจนลากดิน ร่างกายโดยรวมเหมือนเด็กผู้หญิงซึ่งมีสูงน้อยกว่า 150 เซนติเมตรที่สามารถยืนด้วยสองขา ผิวหนังมีขนสีขาวปกคลุม ซึ่งแม้ว่าส่วนหัวจะดูเหมือนมนุษย์ แต่เครื่องหน้าและหูนั้นแสดงถึงเอกลักษณ์ของลามะได้เป็นอย่างดี ยิ่งมีขนบริเวณศีรษะที่มีลักษณะเหมือนผมบ๊อบด้วยแล้วยิ่งทำให้ดูเหมือนเจ้าหญิงลามะเข้าไปใหญ่แต่จู่ๆ ก็มีหนังสือปริศนาสองเล่มปรากฏขึ้นบริเวณตรงหน้าของผม โดยเล่มทางซ้ายเป็นปกสีค่อนไปทางน้ำตาลที่มีชื่อบนปกว่า ‘เด็กเลี้ยงแกะ’ ส่วนเล่มทางขวานั้นเป็นหนังสือเล่มสีเหลืองฟางที่มีชื่อบนว่า ‘ลูกหมูสามตัว’ ความงงในงงจึงบังเกิดขึ้น เนื่องจากผมไม่รู้เลยว่าต้องจัดการหนังสือสองเล่มตรงหน้านี้อย่างไรพลันอากาศโดยรอบก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน สายลมที่โบกพัดอย่างรุนแรงทำให้เศษต้นไม้ใบหญ้าปลิวสยายปลิวไปตามแรงลมขึ้นไปในอากาศ ก่อนที่จะหยุดปลิวและลอยเคว้งอยู่แบบนั้นพร้อมกับร่างของเดอไลล่าลามะที่ค่อยๆ ลอยขึ้น ใบหน้าของเธอแต้มไปด้วยความผยองทั้งการยิ้มอ่อนและสายที่ดูแคลน ก่อนที่จะเธอสะบัดมือชี้นิ้วมาทางผม ส่งผลให้เศษซากใบไม้ที่ลอยเคว้งพลันแข็งทื่อ บิดเป็นแท่งเกลียว แล้วหันเล็งมาที่ผมโดยอัตโนมัติ ก่อนจะพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วราวกับห่าฝนของกระสุนปืนกลนับร้อยไม้กายสิทธิ์ถูกดึงออกมา ปล่อยก้อนพลังเวทสวนออกไป พร้อมกับเรียกใช้ทักษะ“เทเลพอร์ต(Teleport)”แม้จะสิ้นเสียงเรียกใช้ทักษะ แต่ร่างกายก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน พลันนึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้สูญเสียทักษะที่ว่านั่นไปแล้ว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกกระสุนใบไม้ใบหญ้าพุ่งทะลุร่างไปนับสิบ ก่อนจะกลับไปใช้วิถีดั้งเดิมสองเท้าดลบันดาลความพลิ้วไหว กระโดดหลบม้วนหน้าด้วยความคล่องแคล่ว ทำให้รอดจากการโจมตีเมื่อครู่มาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งหากผมรู้ตัวช้ากว่านั้นนิดเดียวมีหวังพรุนไปทั้งร่างแน่นอน“สกิลก็ไม่มี แล้วจะให้สู้ยังไงเนี่ย” ผมบ่นกับตัวเอง พลางครุ่นคิดเมื่อเห็นหนังสือสองเล่มที่ยังคงลอยตามผมมาติดๆ โดยไม่มีอะไรกั้นและด้วยความอยากรู้อยากเห็น มือหนึ่งจึงเอื้อมไปหยิบหนังสือที่มีชื่อบนหน้าปกว่าเด็กเลี้ยงแกะ ซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่หนังสืออีกเล่มหนึ่งได้อันตรธานหายไปในอากาศอย่างฉับพลันมือหนึ่งสอดไม้กายสิทธิ์กลับเข้าปลอกอย่างเร็วไว ก่อนจะรีบกระชับหนังสือในมือแล้วเปิดขึ้นอ่านเพื่อสนองความสงสัยใคร่รู้ถึงสิ่งที่อยู่ในเล่มสิ่งแรกที่เห็นทำให้เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะพลิกผ่านทุกหน้าทุกแผ่นกระดาษด้วยความตื่นตาตื่นใจ‘มันคือหนังสือที่เต็มไปด้วยทักษะของเด็กเลี้ยงแกะ’หนังสือเล่มตรงหน้านี้ได้เปลี่ยนความรู้สึกของผมที่มีต่อนิทานเด็กเลี้ยงแกะไปอย่างสิ้นเชิงว่าแล้วก็จัดการประเดิมใช้ทักษะแรกออกมา“แกะน้อยเอ๋ยจงตอบรับเสียงเพรียกของผู้เป็นนาย… สเตรแลมบ์(Stray Lamb)”ระหว่างกล่าวคำร่ายตัวอักษรบนหน้ากระดาษของทักษะสเตรแลมบ์ที่เดิมเป็นสีส้มพลันเปล่งแสงสีทองอร่ามวาบหนึ่ง ก่อนจะจบคำร่ายด้วยการเอ่ยชื่อทักษะ พร้อมกับเสียงเอ็ฟเฟ็คเหมือนตอนที่เปิดจุกไวน์ที่ดังขึ้นไล่เลี่ยกันเป็นจำนวนสิบครั้งติด เป็นเสียงซึ่งให้ความอภิรมย์ได้อย่างน่าประหลาด ก่อนที่สีตัวอักษรบนหน้ากระดาษจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสีเทา
ทักษะ: สเตรแลมบ์(Stray Lamb) ขั้น 10ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 30 วินาทีเวลาแสดงผล: เมื่อใช้งานจนหมดหรือจนกว่าจะยกเลิกคำร่าย: แกะน้อยเอ๋ยจงตอบรับเสียงเพรียกของผู้เป็นนายรายละเอียด: เนื่องจากประสบการณ์การเป็นเด็กเลี้ยงแกะมานับสิบปี จึงทำให้สามารถเรียกเหล่าแกะน้อยหลงทางมารับใช้ได้ เรียกสเตรแลมบ์ออกมาเป็นจำนวน 10 ตัว เพื่อใช้ในการจู่โจมหรือป้องกันตามใจนึก ผู้ใช้สามารถเรียกและควบคุมแกะน้อยหลงทางพร้อมกันได้สูงสุด 10 ตัว โดยค่าสถานะของซัมมอนจะแปรผันตรงกับเลเวลของผู้ใช้
เพียงครู่เดียวรอบตัวผมก็เต็มไปด้วยก้อนขนขาวปุกปุยที่อยู่รายรอบ ขนเหล่านั้นช่างอ้วนกลมและน่าสัมผัส ทั้งหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนกับตุ๊กตาแกะที่ฟูฟ่องไม่มีผิด แต่ดันมีตัวหนึ่งที่แปลกกว่าตัวอื่นเนื่องจากสีขนของมันที่เป็นสีดำแบะ แบะ แบะ แบะ...เสียงร้องของพวกมันให้ความรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในฟาร์มแกะอย่างไรอย่างนั้น‘โดยรวมแล้วถือว่าทักษะนี้ดีต่อใจผมมาก’เมื่อผมรู้ตัวอีกทีก็เห็นเดอไลล่าลามะกำลังรวบรวมน้ำลายจากฝูงลามะจำนวนหนึ่งซึ่งไม่รู้ที่มา เหล่าลามะได้ยืนรวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหลังของเธอ ซึ่งพวกมันก็พร้อมใจกันขากถุยออกมาอย่างต่อเนื่องไม่นานนักมวลน้ำลายก่อตัวกลายเป็นบอลเก็งกิด้วยกีบหน้าทั้งสองข้างที่กำลังชูขึ้น ก่อนจะเขวี้ยงลงมาทางผมอย่างไร้ความปรานีเพียงแค่คิดจะวิ่งหนีเหล่าฝูงแกะก็แตกฝูงไปทั่วทิศทางโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดๆ ให้ลึกซึ้งแม้ว่าผมจะพยายามวิ่งโกยสุดฝีเท้า แต่บอลน้ำขนาดยักษ์ดันตามติดราวกับถูกล็อคเป้าไว้ ทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้ทักษะเซฟตี้แคสต์ ซึ่งเป็นทักษะที่จะแสดงผลก็ต่อเมื่อผมเรียกใช้ทักษะที่มีการร่ายผมจึงรีบร่ายสกิลหนึ่งออกมาทันที โดยไม่ได้อ่านรายละเอียดของมันด้วยซ้ำในตอนแรก“โปรดตอบรับคำขาน เพื่อนยากผู้นำทางและกวาดต้อน… ชีพด็อก(Sheepdog)”ผลจากเซฟตี้แคสต์ทำงานทันทีเมื่อผมเริ่มร่ายทักษะ ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลที่พุ่งเข้ามานั้นไม่สามารถสร้างบาดแผลหรือความเจ็บปวดใดๆ ให้แก่ผมได้ แม้ว่าจะถูกแรงกระแทกก็ตามทีความสามารถของบอลน้ำลายเมื่อครู่ยังไม่ได้หมดเพียงแค่นั้น น้ำที่ว่าได้กระจายตัวลงบนพื้นหญ้าโดยไม่ได้ซึมลงสู่พื้นดินหรือสลายหายไปอย่างที่มันควรจะเป็น แต่กลับเจิ่งนองอยู่บนพื้นดินเป็นบริเวณกว้าง และด้วยความเหนียวหนืดของมันส่งผลให้ผมเคลื่อนที่ได้ช้าลงเป็นอย่างมากแต่แล้วทักษะที่ผมร่ายไปเมื่อครู่ก็ได้แสดงผล ปรากฏเป็นสุนัขร่างใหญ่ที่มีขนขาวฟูเหยียดตรง ซึ่งหากลองมองจากไกลๆ แล้วจะเห็นว่ามันสามารถกลมกลืนไปกับฝูงแกะได้เป็นอย่างดี
ทักษะ: ชีพด็อก(Sheepdog) ขั้น 10ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 30 นาทีเวลาแสดงผล: 5 นาทีคำร่าย: โปรดตอบรับคำขาน เพื่อนยากผู้นำทางและกวาดต้อนรายละเอียด: เรียกเจ้าตูบเพื่อนยากออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้ สุ่มใช้ทักษะสนับสนุนพิเศษให้แก่ผู้ใช้และซัมมอนแกะทุกๆ 30 วินาที ผู้ใช้สามารถเรียกและควบคุมสุนัขต้อนแกะได้เพียงคราวละ 1 ตัวเท่านั้น*ผลของออร่าเสริมพลังจะยังคงสภาพไว้ตราบที่สุนัขต้อนแกะยังอยู่ในการต่อสู้*สุนัขต้อนแกะจะไม่สามารถได้รับความเสียหายใดๆ ในการต่อสู้
เพียงครู่เดียวเจ้าตูบก็สื่อสารออกมาด้วยการเห่าโฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง...แค่พริบตาเดียวร่างกายก็รู้สึกเบาหวิวจนแทบจะไม่ต้องออกแรงในการยกแขนยกขา พร้อมกับออร่าสีทองอร่ามที่เปล่งประกายออกมาจากเจ้าหมาใหญ่ ทำให้พอจะเดาได้ว่าทักษะเสริมพลังของเจ้าตูบนั้นได้ช่วยให้ผมสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นทั้งยังต้านผลความหนืดของเก็งกิลามะได้อีกด้วยเมื่อเห็นดังนั้นผมจึงสาดก้อนพลังเวทธรรมดาเข้าใส่เดอไลล่าลามะอีกชุดหนึ่ง แม้กระสุนจะปะทะกับร่างของเธอเข้าเต็ม แต่ดูเหมือนว่ากระสุนเหล่านั้นจะไม่ได้สร้างความเสียหายให้เธอมากนักเดอไลล่าลามะจึงตอบโต้กลับมาด้วยการสร้างบาเรียลมหมุนที่คอยคุ้มกันฝูงลามะเอาไว้ ก่อนจะยกมือชี้นิ้วมายังผมอีกครั้งหนึ่งเพียงครู่เดียวเหล่าทหารลามะก็ได้รวมใจยิงน้ำลายกันออกมาโดยไม่หยุดพัก ซึ่งเมื่อน้ำลายเหล่านั้นผ่านม่านบาเรียออกมาก็พลันถูกเปลี่ยนกลายเป็นกระสุนน้ำที่มีลักษณะเหมือนกับกระสุนน้ำของสเนลการ์เดี้ยนไม่มีผิดเพี้ยน แต่ต่างกันตรงที่ห่ากระสุนน้ำลายของเหล่าลามะนั้นถูกยิงเป็นวิถีโค้งราวการโจมตีข้าศึกด้วยฝนธนูเหมือนกับภาพยนตร์สงครามในสมัยโบราณ‘มาเยอะขนาดนี้ เซฟตี้แคสต์เอาไม่อยู่แน่นอน’ผมจึงรีบสแกนอ่านทักษะในหนังสือ เผื่อว่าจะมีทักษะไหนที่จะช่วยให้ผมรอดจากห่าฝนนี้ไปได้ พลันเปิดไปเจอหน้ารายการคำสั่งที่ใช้ในการควบคุมฝูงแกะ ผมจึงเอ่ยคำสั่งหนึ่งออกมา“การ์ดพอยท์(Guard Point)”เพียงพริบตาเดียวเจ้าก้อนขนนับสิบตัวก็ถูกดูดเข้ามาที่ตัวผมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้อนขนของมันที่ขยายขนาดขึ้นจนใหญ่พอๆ ตุ๊กตาหมีอ้วนกลมไซส์ยักษ์ ซึ่งกลายมาเป็นโล่ปุกปุยให้ผมในเวลาถัดมาเมื่อการโจมตีจากฝั่งเดอไลล่าหยุดลง ก้อนขนไซส์จัมโบ้เหล่านั้นก็หดตัวกลับไปเท่าเดิมอย่างรวดเร็ว โดยมีแกะบางตัวที่ทนรับค่าความเสียหายเอาไว้ไม่ไหวก็ชิงกลายเป็นแสงไปก่อนตัวอื่นๆและเพื่อความรอบคอบผมจึงต้องนับจำนวนที่เหลือของพวกมัน เพราะมันจะมีผลต่อทักษะที่ผมกำลังจะใช้งานเป็นลำดับถัดไปหนึ่ง... สอง...... สาม.........ยังไม่ทันที่จะนับจนครบความง่วงก็เข้าจู่โจมโดยฉับพลันจนผมฟุบสลบไปในทันที ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้…...ก่อนจะมารู้ตัวอีกทีก็ตอนโดนลูกเตะพิฆาตขาคู่เข้าที่ศีรษะอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นหลุมลึก ส่งผลให้การรับรู้ทุกอย่างสูญสิ้นไปในบัดดล......ว่าแต่... ทำไมผมยังไม่วาร์ป?