ตอนที่ 18 หยกแขวนหนึ่งชิ้น
ความจริงรอบกายของเซวียนอี้หนิงสิ่งที่ไม่เคยขาดเลยก็คือสตรี โดยเฉพาะสตรีที่งดงามมีมากมายราวกับขนวัว แต่สตรีเช่นนางในวันนี้ถือว่าเป็คนแรกจริงๆ ที่มองเพียงแผ่นหลังก็ทำให้คนเพลิดเพลินจนไม่อยากจากไปไหน
เซวียนอี้หนิงหยิบกระดาษไม่กี่แผ่นจากบนโต๊ะเมื่อครู่ใส่ไว้ในแขนเสื้อของตน และยืนอยู่ข้างหลังนางอย่างเงียบๆ เฝ้าดูทุกกระบวนท่าของนางไปเช่นนี้
เหนียนอิ๋งสี่ที่ยืดเส้นยืดสายเสร็จแล้วรับรู้ถึงสายตาอันผิดแปลกด้านหลังตน จึงหันกลับมาอย่างทำตัวไม่ถูก ขณะปราดสายตามาทางหน้าต่างก็ยิ้มให้อย่างมีความหมาย “สวัสดียามเช้าจินจู่[1]!” คนผู้นี้จะอย่างไรก็เป็จินจู่ของนาง นางยังรอเขามอบตั๋วเงินให้อยู่น่ะสิ
เซวียนอี้หนิงไม่ได้สังเกตรูปโฉมของนางั้แ่เมื่อคืน ใบหน้าที่ดำคล้ำไม่พอแถมยังเต็มไปด้วยโคลน ดังนั้นสำหรับบุรุษที่เบื่อหน่ายกับความสวยงามเช่นเขา รูปโฉมของนางจึงไม่มีความหมายสำหรับเขาเลย
ทว่าในขณะที่นางหันกลับมามองเมื่อครู่ เขากลับตกตะลึงชั่วขณะ แต่ความตะลึงนี้ไม่ใช่ในรูปโฉมของนาง แต่เป็แววตาดำขลับของนางคู่นั้น ผิวพรรณของนางไม่เลว รวมกับใบหน้าที่ได้สัดส่วนของนางถือว่าเป็หญิงสาวที่มาจากตระกูลผู้ลากมากดี ทว่าใบหน้าที่งามธรรมดานี้กลับประดับไปด้วยดวงตาสดใส เพียงแค่นางหันมองพร้อมรอยยิ้มเบาบางเมื่อครู่ ก็เพียงพอที่จะทำให้ปลาจมนกร่วง[2] สิ่งอื่นๆ ล้วนกลายเป็ธรรมดาจืดชืดไปทั้งหมดแล้ว
เห็นเซวียนอี้หนิงไม่ได้ตอบตนเป็เวลานาน เหนียนอิ๋งสี่ก็ไม่ได้สนใจ พลันหันกายเดินเข้าไปในยุ้งฉางเล็กที่อยู่ด้านข้าง เมื่อกลับมาที่ห้องอีกครั้ง ก็มีอ่างไม้แวววับติดมือมาด้วยอีกหนึ่งใบ
เหนียนอิ๋งสี่นั่งอยู่หน้ากระจกแต่งตัวบานเก่าที่ทรุดโทรม วางอ่างไม้ลงบนโต๊ะลง และเริ่มกวนด้วยกิ่งไม้หักที่ใช้เป็ประจำ จนกว่านางรู้สึกว่าได้ที่ดีแล้ว ถึงยื่นมืออีกข้างของตนจุ่มลงไปในอ่างไม้ พริบตาเดียว นิ้วมือเรียวขาวเมื่อครู่ก็เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนดำทันที นางมิเพียงไม่สนใจนิ้วมือที่เปื้อนโคลนสกปรกเท่านั้น ทั้งยังเอามือที่เต็มไปด้วยโคลนละเลงบนใบหน้าของตนอีก
เซวียนอี้หนิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เก็บทุกการกระทำเมื่อครู่ของนางมาไว้ในสายตา เป็ครั้งแรกที่ดวงตาอันงดงามสูญเสียความเฉียบคมในการมองทะลุปรุโปร่ง แต่เป็ความรู้สึกสงสารเห็นใจที่เผยให้เห็นแทน
สตรีแบบนี้อาศัยอยู่ในจวนนี้ตามลำพัง รู้จักใช้ความโง่เขลาและความสกปรกมาปกป้องตัวเอง นอกจากทำให้เขาผู้มีชีวิตดั่งองค์ชายรู้สึกสงสารเห็นใจแล้ว ยังเป็ความเข้าอกเข้าใจเสียมากกว่า
ภารกิจสำเร็จ เหนียนอิ๋งสี่หันกลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยโคลน ขณะสบตากับแววตาลึกซึ้งของเซวียนอี้หนิง ก็พูดประจบน้อยๆ ด้วยรอยยิ้ม “จินจู่ พวกเรามาคิดเงินค่ายารักษาและค่าช่วยชีวิตเมื่อวานกันดีไหม” เื่นี้จะมาโทษนางไม่ได้ เมื่อวานตอนที่เพิ่งจัดการกับาแเสร็จ ถังฉู่ที่ใส่ชุดสีแดงผู้นั้นก็กลับไปแล้ว ตอนนี้เหลือปลาแค่ตัวเดียว จะปล่อยเขาหนีไปไม่ได้ แบบนั้นเมื่อคืนนี้นางก็เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์น่ะสิ
เซวียนอี้หนิงไม่นึกว่านางจะขอเงินด้วยหน้าตาระรื่นมากเช่นนี้ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วก็ล้วงหยกแขวนจากอกชิ้นหนึ่ง พร้อมกับยกแขนยาวขึ้นและโยนไปทางนาง
เหนียนอิ๋งสี่ที่รับหยกมาไว้ในมือมองดูอย่างถี่ถ้วน หยกแขวนนี้ไม่ได้มีสีเขียวมรกตทั่วไป แต่เป็สีขาวนวลซึ่งให้ััอุ่นเนียนละเอียด หยกแขวนทั้งชิ้นมีขนาดเพียงนิ้วเดียว แต่กลับสลักรูปหงส์ตัวหนึ่งที่สยายปีกพร้อมทะยานบิน
“นี่หมายความว่าอย่างไร” เหนียนอิ๋งสี่บีบหยกแขวนนี้ พร้อมกับเลิกคิ้ว หรือว่าชายผู้นี้คิดจะใช้หยกแขวนมาแทนเงินงั้นหรือ อย่าเล่นไปนะ นางโง่เขลากับเครื่องหยกโบราณนี่จะตายไป
หลังจากเซวียนอี้หนิงสังเกตสีหน้าของนางโดยละเอียดแล้ว ถึงจะคลี่ยิ้มอย่างคลุมเครือ “เ้าเก็บหยกแขวนนี้ไว้ให้ดี รอข้าสะดวกแล้วจะนำเงินมาแลกคืนกับเ้า แต่ถ้าเ้าทำหาย…”
“ทำไมหรือ” เหนียนอิ๋งสี่กะพริบตาปริบ “เ้าจะกินข้าหรือไง” บ้าจริง เ้าคิดว่าข้ากลัวคำขู่เ้าหรือ
เซวียนอี้หนิงทำหน้าขรึม มองนางอยู่พักหนึ่งถึงเอ่ยอย่างขอไปทีว่า “ตายอย่างไร้ศพ”
หากเป็คนอื่น เหนียนอิ๋งสี่คงเชิดใส่อย่างดูแคลน แค่หยกแขวนเองมิใช่หรือ พูดอย่างกับว่านางไปขโมยตราประทับหยกของชาติ แต่คำพูดสี่คำของชายตรงหน้านี้ กลับทำให้นางรู้สึกหนาวสั่นไปถึงหลังคอ นางแขวนหยกไว้บนคอโดยไม่รู้ตัว และยังใส่ไว้ข้างในสุดของเสื้อผ้าด้วย
เชิงอรรถ
^ หมายถึง เศรษฐีหรือผู้สนับสนุนทางการเงิน ผู้บริจาคเงิน^ ใช้เปรียบถึงความงามของหญิงสาวที่แม้แต่ฝูงปลายังลืมแหวกว่าย นกตะลึงจนตกลงจากฟากฟ้า