“ลูกชายท่านคงหนีไปแล้วเป็แน่”เสียงที่เข้มขึ้นดังขึ้นมาจากร่างกายที่แม้แก่ชราก็ยังคงความกำยำเอาไว้อยู่
“ท่านประมุขเยี่ยใจเย็นก่อน ฟางโม่จะต้องกลับมาแน่”ชายอีกคนที่มีอายุพอ ๆ กันกับอีกฝ่าย แม้ใจข้างในจะเป็กังวลอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังเชื่อใจในสายเืของนักสู้ของตนที่ได้ถ่ายทอดไปให้กับลูกชาย
“แต่นี่มันเลยเวลามามากแล้วนะ ท่านจะให้ข้าต้องรอไปอีกนานแค่ไหน”ประมุขเยี่ยพูดขึ้นอย่างหัวเสีย
ประมุขเหยาไม่ตอบอะไรกลับ ตัวเขาเองนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฟางโม่หายไปไหน นับจากวันที่ชายหนุ่มออกไปเดินเล่น เขาก็ไม่ได้รับการติดต่ออะไรจากลูกชายอีกเลย
“ท่านประมุขข้าว่าเราเริ่มการทดสอบของคนในสำนักเลยดีหรือไม่”อาจารย์เหยาิผู้ที่นั่งเงียบอยู่นานเช่นเดียวกับอาจารหยวดที่อยู่ข้างกายพูดขึ้นมา “เรารอเขามานานมากแล้วนี้ก็เป็เวลาเที่ยงวัน หากช้ากว่านี้ จะเป็การเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์นะท่าน”
“ข้าก็เห็นด้วยครับท่านประมุข เวลานานนับเดือนก่อนที่เขาจะล้มป่วยยังมิอาจจะเพิ่มพลังวิญญษณในตัวเขาได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับ่เวลาไม่กี่วัน เ้าขยะนั้นคงรู้ตัวว่าไม่สามารถที่จะชนะการประลองได้ จนหนีไปแล้ว”
บรรยายกาศภายในห้องประจุเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
การรับมือกับประมุขเยี่ย และอาจารย์คนสนิททั้งสองในเวลานี้ ช่างเป็เื่ที่ยากยิ่งที่จะทำหน้าที่ในฐานะพ่อของประมุขเหยาเสียจริง
แรงกดดันที่้าจะกำจัดลูกชายของเขาให้ออกไปจากสำนักนั้น ช่างมากมายเกินกว่าที่จะรับมือได้ด้วยคำพูดและความเชื่อใจ
แถมการปล่อยให้ประมุขเฒ่าที่อยู่อยู่ด้วยกันนี่รอต่อไปอีก คนจะสร้างความไม่พอใจให้กับเขามากเป็แน่
“ก็ได้เราจะเปิดการทดสอบให้กับศิษย์ในสำนักไปก่อน หากว่าลูกของข้าไม่สามารถที่จะมาทันก่อนที่การทดสอบจะจบลง ก็ถือว่าการเดิมพันครั้งนี้ข้าเป็ฝ่ายแพ้”
“จะทำอะไรก็ทำไป ยังไงเ้าขยะแบบนั้นก็หนีไม่กลับมาอยู่แล้ว”ประมุขเยี่ยกล่าวขึ้น “วันนี้จะเป็วันจบสิ้นของสายสัมพันธ็ระหว่างลูกของข้ากับขยะเช่นนั้นเสียที”
ประมุขเหยาไม่ตอบอะไรกลับไปเข้าทำเพียงแต่กำมือระงับความโกรธเอาไว้ให้แน่นที่สุด ไม่เช่นนั้นวันนี้คงได้เกิดาระหว่างสองตระกูลแน่
“ตีอาวุธให้ข้าหน่อย”ฟางโม่พูดขึ้นพร้อมกับวางมีดสั้นกับห่อเนื้อที่มีเขียวพิษของงูั์เดวิลอยู่ข้างใน ให้กับชายเ้าของร้านตีเหล็ก
ชายคนนั้นมองร่างที่ไร้เสื้อจนเปลือยส่วนบนของชายหนุ่ม ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจออกมา
“มันจำเป็ต้องใช้เงินจำ”
“ข้ามี”ฟางโม่พูดแทรกขึ้น “เท่าไรก็ว่ามา”
ช่างตีเล็กถอดหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหยิบมีดสั้นที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชคโชน เขาหยิบมันขึ้นมาดูอย่างละเอียดก่อนที่จะวางมันลงไปที่เดิม
“มีมีดดีนิ”ท่าทีของเขาเมื่อเห็นมีดแล้ว จากที่ดูจะไม่สนใจจนอยากจะปล่อยผ่านงานพี่ฟางโม่มอบให้ ก็ดูจริงจังขึ้นมาจนผิดไปเป็คนละคน “เ้า้าผสมมันกับสิ่งนี้สินะ”
ชายเ้าของร้านค่อย ๆ หยิบห่อเนื้อขึ้นมาอย่างเบามือก่อนที่จะค่อย ๆ แกะชิ้นส่วนออกดูของข้างใน
“นี้มัน”เ้าของร้านตีร้องเริ่มมีสีหน้าใขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเขียวพิษขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในห่อเนื้อ ตัวของเขาแม้มีอาการสั่นกลัว แต่ก็ยังคงถือและดูรายละเอียดของเขียวพิษก่อนจะวางมันลงไป “ไม่ผิดแน่ นี่คือเขี้ยวผิดของงูั์เดวิล งูที่ว่ากันว่ามีิัที่แข็งแกร่งต่อให้ใช้ท่าโจมตีระดับผู้กล้ายังทำได้แค่เพียงสร้างาแให้กับมัน เ้าหนุ่มเ้าไปเอามันมาได้ยังไง”
เสียงที่แสนตื่นเต้นและดังกังวานของเ้าของร้านตีเหล็ก ทำให้ชายอีกคนที่อยู่หลังร้านจากออกมาดู
“มีอะไรเหรอพ่อ อ้าว นั้มมันเ้าขยะของตระกูลเหยานิ”ทันทีที่มันเห็นหน้าของฟางโม่ ลูกชายของเ้าของร้านก็เริ่มทำการล้อเลี่ยนเขาทันที “เห็นข่าวว่า แกหนีการเดิมพันธ์อะไรซักอย่างเกี่ยวกับการทดสอบพลังนี่”
แม้ฟางโม่จะถูกชายผู้นี้ล้อเลียน แต่นั้นก็ไม่ทำให้เขารู้สึกโกรธเคืองอะไร สิ่งเดียวที่เขารู้สึกกับชายผู้นี้นั้นมีเพียงความน่ารำบากในเสียงหัวเราะของมัน
“ทะ ท่านคือนายน้อยเหยาอย่างนั้นหรือ”เ้าของร้านพูดขึ้นอย่างใ
“นายน้อยอะไรล่ะพ่อ มันก็เป็แค่ขยะในตระกูลแค่นั้น”
“เ้าโง่”ชายผู้เป็พ่อตวาดใส่ลูกชาย “เ้าดูสิ่งที่นายน้อยเหยานำมานี้ซะก่อน ขยะที่ไหนจะเอาของแบบนี้มาได้”
เมื่อลูกชายของเ้าของร่างได้เห็นสิ่งที่ชายผู้เป็พ่อชี้ให้ดู เขาก็หน้าถอดสี ด้วยประสบการณ์ที่เขาใช้เวลาศึกษาวัตถุดิบต่าง ๆ ในการนำมาหลอมกับอาวุธ เขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่ามันคืออะไร
“นะ นี้มันของจริงใช่มั้ย”ผู้เป็ลูกพูดขึ้นด้วยร่างกายที่สั่นเทาเหมือนกับผู้เป็พ่อ
ฟางโม่ที่เห็นท่าทางใของสองพ่อลูกคู่นี้ เมื่อนึกถึงความร้ายการที่เล่นเอาเขาเกือบตายขึ้นมา เขาก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งสองถึงเกิดอาการเช่นนี้ สำหรับพวกนักหาวัตถุดิบ งูั์เดวิลก็คงไม่ต่างจากอสูรที่มอบความตายให้กับผู้ที่พบเจอ
“ท่านจะหลอมพวกมันให้ข้าได้หรือไม่”
ชายผู้เป็พ่อพยายามตั้งสติหยุดร่างกายที่มีอาการสั่นระรั่วจนสำเร็จ แล้วจึงคิดเื่นี้อย่างพิถีพิถัน
“ข้าไม่สามารถทำได้นายน้อย”ชายเ้าของร้ายส่ายหน้า
“ทำไม ข้ามีเงินที่จะจ่ายให้ตามที่เ้า้าอยู่แล้ว”ฟางโม่พูดขึ้นอย่างหัวเสีย
“เปล่าเลยนายน้อยเหยา เื่นี้มันไม่เกี่ยวกับเื่เงินเลย”ด้วยท่าทีที่อ้อนน้อยของเ้าของร้านจนทำให้ความโกรธของชายหนุ่มบรรเทาลง
“แล้วทำไมถึงทำให้ข้าไม่ได้ ท่านที่เป็ถึงช่างตีเหล็กที่เก่งที่สุดในเมืองนี้ หรือเป็เพราะว่าท่านก็มองว่าข้าเป็ขยะ ไม่คู่ควรแก่การทำอาวุธให้”
“หามิได้เลยนายน้อย”ชายเ้าของร้านรีบปฏิเสธ “ชื่อเสียงที่ได้จากผู้อื่นว่าเก่งนั้น มันก็เพราะใช้กับวัตถุดิบธรรมดา แต่หากต้องมาตีสิ่งที่มีพิษร้ายขนาดนี่ ข้าเองก็ไม่มีความสามารถพอที่จะรวมมันเข้ากับอาวุธของท่านโดยที่ตัวข้าเองนั้นไม่โดนพิษ ข้าเองแม้จะแก่แล้ว แต่ก็ไม่อยากตาย เกรงว่าท่านจะต้องไปให้ช่างที่เมืองอื่นที่เก่งกว่านี้ในการรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน”
ชายหนุ่มแม้จะไม่พอใจ แต่ตัวเขาเองก็เข้าใจถึงความอัตรายของพิษนี้ดี
“ว่าแต่ท่านเถอะทำไมถึงมาอยู่ที่นี้ตอนนี้กัน”ลูกชายของเ้าของร้านที่ใเมื่อเห็นเขี้ยวพิษจนไปกินอยู่นาน เริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง “ข้าเห็นพวกคนในสำนักของท่านกำลังจัดงานประลองกันอยู่นะ”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”ฟางโม่ที่ถามขึ้นอย่างใ
“ก็วันนี้เป็วันครบรอบสิบแปดปีของท่าน ที่ทุกปีจะจัดการวัดพลังของคนในสำนักไม่ใช่รึ”
“วันพูดว่าอะไรนะ วันนี้ไม่ใช่พรุ่งนี้หรือ”ฟางโม่พูดพร้อมกับหัดไปมองดูปฏิทินที่ตั้งอยู่ที่ในร้าน แต่ตัวเลขก็บอกว่าวันเกิดของเขาเป็วันพรุ่งนี้ เหมือนที่เขาดูไปในตอนแรก
“ถ้าเื่ตัวเลขบนนั้น วันนี้ข้ายังไม่ได้เปลี่ยนนะ”
“งั้นก็หมายความว่า”
ฟางโม่นิ่งเงียบไปซักพักก่อนจะคว้ามีดสั้นของเขาและวิ่งออกจากร้านไป
สาเหตุที่ชายหนุ่มมาเดินคุยกับช่างตีเหล็กได้อย่างสบายใจขนาดนี้ เพราะเมื่อเขาเข้ามาในเมื่อก็ดูปฏิทินของร้านตีเหล็กนี้แล้ว ทำให้เขาสบายใจ นึกว่าเขายังมีเวลาอีกหนึ่งวันเต็ม ๆ ถือว่าเป็โชคดีของฟางโม่ที่มีคนมาบอกความจริงเื่วันกับเขาก่อน ไม่อย่างนั้น เขาคงออกตระเวนหาร้านที่สามารถตีอาวุธให้เขาได้
“เดี๋ยวก่อนนายน้อยท่านลืมของนะ”เ้าของร้านะโไล่หลังเขามาอย่างเป็กังวล
“ข้ารีบอยู่ ขอฝากเอาไว้ก่อน ระหว่างนั้นท่านก็คิดหาทางที่จะหลอมมันเข้ากับอาวุธของข้าไปก่อน”
“ไม่เอาข้าไม่รับฝาก”เสียงะโของเ้าของร้านเหมือนจะไม่สามารถส่งไปถึงเด็กหนุ่มอีกแล้ว เขาจึงต้องจำยอมรับฝากของที่ไม่อยากจะรับมา “ไปเสียแล้ว”
ชายหนุ่มผู้เป็เ้าของร้านเดินถอนหายใจกลับมาดูของที่รับฝากที่เต็มไปด้วยพิษแสนอันตราย ที่ลูกชายของเขากำลังจ้องอยู่
เขาเอื้อมมือจะไปเก็บเขี้ยวผิดนั้น แต่ยังไม่ทันที่เข้าจะได้จับมันก็เขาเปลี่ยนใจถอนมืออกมา
“มันอันตรายเกินไป อย่าจับมันเลยดีกว่า”ชายเ้าของร้านถอนหายใจออกมา
“พ่อว่าเ้าขยะแบบนั้นเอามันมาได้อย่างไร เป็ไปได้มั้ยว่ามันไปขโมยมา”
“เื่นั้นมันเป็ไปได้ยากมาก ผู้ที่จะจัดการกับงูตัวนี้ได้นั้นหากไม่ใช่ผู้มีฝีมือพอตัวแล้วคงไม่สามารถจัดการกับมันได้ แล้วคนที่มีฝีมือขนาดนั้นก็ไม่มีทางปล่อยให้คนไร้พลังิญญามาขโมยของที่ได้มาอย่างยากรำบากได้เป็แน่”
“แล้วพ่อว่าเ้าขยะนั้นมันเอามาได้ยังไง”
“ลูกพ่อต่อไปนี้ห้ามเรียกนายน้อยเหยาว่าขยะอีกนะ”ผู้เป็พ่อสั่งเสียงแข็ง ก่อนจะมองออกไปตามทางที่ฟางโม่วิ่งจากไป “บางทีนายน้อยอาจไม่เป็อย่างที่ใครต่อใครพูดกันอีกต่อไปแล้ว”
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไรท์เตอร์ : ตอนแรกก็กะจะเอามารวมกันตอนที่ได้กลับเข้าประลองนะครับ แต่กลัวว่าพรุ่งนี้ที่มีธุระจนอาจไม่ได้แต่งเพิ่ม แล้วกลัวว่าตอนนี้จะโดนดองไปอีกวันก็เลยขอเอามาลงเลยแล้วกัน เื่ของพรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะครับ