
....จอมยุทธทุกคนตกใจ คุณชายไป๋คนนี้วิชาตัวเบาสูงส่งเหลือเกิน ยมฑูตโลหิตยิ้มดีใจ ในที่สุดข้าก็ได้เจอผู้ที่คู่ควรแก่ข้าแล้ว แล้วเสียงก็อึกทึก หัวหน้าพรรคฝ่ายธรรมะต่างตะโกนหาคุณชายไป๋ แต่เขาไม่สนใจพลิกอ่านตำรานั้นอย่างรวดเร็ว
"นี่ของปลอม..."
"หลิงหลิงมือเจ้า!" ที่นิ้วมือมีสีเขียว คัมภีร์มีพิษ!
แต่นั่นไม่ใช้ปัญหาสำหรับคุณชายไป๋ เขาเอาเข็มออกมาแทงตามจุดต่างๆของร่างกายอย่างรวดเร็ว เข็มหนึ่งเจาะฝ่ามือ และยกฝ่ามือไปทางภูติขวา ซัดพลังปราณปล่อยพิษใส่ภูติขวาโดนพิษนั้นจนใบหน้ากลายเป็นสีเขียวดิ้นทุรนทุรายเจ็บปวดด้วยพิษของตนเอง และตายในเวลาถัดมา
ทุกคนตะลึง ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก คุณชายชุดขาวคนนี้....ข้าว่าแล้วเขาต้องไม่ธรรมดา หัวหน้าสำนักกระบี่ขาวนึกในใจ
"หลิงหลิง กลับมานี่ เร็วๆ" เลี่ยหยางตะโกนเรียกจากด้านหลังสุด
แต่ไป๋เยว่หลิงไม่ไป เขามองไปทั่วห้องโถง และมองผุ้คุมกฎทั้ง 4 แล้วจึงตะโกนหาเลี่ยหยาง
"เลี่ยหยาง หมุนแท่งโลหิตกลางห้อง"
เลี่ยหยางรีบแทรกเข้ามาหมุน ส่วนเยว่หลิงกระโดดขึ้นไปเหยียบหัวผู้คุมกฎทั้ง 4 แรงๆจนพื้นมีแรงกระแทก
ใช่แล้วผู้คุมกฎทั้ง 4 ยืนตรงตำแหน่งกลไกไว้นั่นเอง
แล้วประตูห้องลับที่สัญลักษณ์โลหิตกลางห้องก็เปิดออก เป็นอุโมงค์ลงไปข้างใต้
ไป๋เยว่หลิงรีบกระโดดลงไปทันที เจ้าสำนักทั้ง 4 หายตกใจ ก็รีบกระโดดตามลงไป พวกพรรคมารก็รีบตามลงไป เลี่ยหยางก็ลงเป็นคนสุดท้าย ส่วนศิษย์คนอื่นๆไม่กล้าลงไป
อุโมงค์นี้ลึกไม่ใช่เล่นๆ หากไม่เก่งวิชาตัวเบาพอสมควร มีตกลงมาแขนขาหักได้เลย
พอถึงพื้นก็มีทางวิ่งต่อไป ไป๋เยว่หลิงรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็มีห้องโถงใหญ่ใต้ดิน มีคัมภีร์สวรรค์ไร้พ่ายของจริงอยู่ที่นั่น
แต่....มีชายคนหนึ่งใส่หน้ากากอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว
ไป่เยว่หลิงหยุดและมองที่ชายหน้ากากคนนั้น
มันเห็นไป๋เยว่หลิงจึงรีบคว้าคัมภีร์และจะกระโดดหนี แต่ไม่พ้นเข็มคุณชายไป๋พุ่งใส่ขาจนกระโดดไม่ขึ้น ล้มกระแทกกับพื้น
แล้วเจ้าสำนักทั้ง 4 และพรรคมารก็มาถึง
"นั่นใคร?" ทุกคนพูดไปหาชายหน้ากากพร้อมกัน
ชายหน้ากากหัวเราะ
ฝ่ามือโลหิต และหัวหน้าพรรคเมฆขาวพุ่งเข้าไปก่อน
ชายหน้ากากใช้ 2 มือรับฝ่ามือจากจอมยุทธทั้งสอง สิ่งที่ไม่เชื่อคือกระเด็นออกมาทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายมาร
"นี่มันวิชาในคัมภีร์สวรรค์ไร้พ่าย!"
ภูติซ้ายพูดด้วยความตกใจ
ทุกคนยกเว้นไป๋เยว่หลิงและเลี่ยหยางเข้าไปตะลุมบอนชายหน้ากากเพื่อแย่งคัมภีร์
แล้วทุกคนก็กระเด็นออกมา และกระอักเลือด
"อั่ก! กำลังภายในแข็งแกร่งมาก ใช่วิชาสวรรค์ไร้พ่ายจริงๆ"
"แต่ระดับมันต่างกับประมุขพรรคมารที่ตายไปมาก เขาฝึกถึงขั้นไหนกันแน่?"
ชายหน้ากากดึงเข็มที่ไป๋เยว่หลิงปักออก แล้วชี้เข็มมาทางไป๋เยว่หลิง
"เหลือแค่เจ้า..."
ไป่เยว่หลิงค่อยๆดึงกระบี่ออกจากฝักช้าๆ คมกระบี่วาววับ เสียงกระบี่เสียดสีฝักดังแล้วรู้สึกน่าขนลุก ใบหน้าเยว่หลิงเย็นชาและจริงจัง
เลี่ยหยางถอยหลังทันที เขารู้แล้วว่าท่าต่อไปคือกระบี่จันทราแน่นอน และตะโกนบอกเจ้าสำนักทุกคนด้วย
"ทุกท่านหมอบลง!"
เจ้าสำนักกระบี่ขาวมองท่วงท่าถือกระบี่นั่น เหมือนปรมาจารย์ไป่เจี้ยนเซิงผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่ขาวใช้ในภาพวาดไม่ผิดเพี้ยน
"ท่านปรมาจารย์!" เจ้าสำนักชราอุทานออกมา เลี่ยหยางหันหน้ามา "หมอบลงท่าน!"
ชายหน้ากากรวบรวมพลังปราณจนเห็นเป็นหมอกปราณรอบตัวอย่างเห็นได้ชัด เศษหินลอยขึ้นเหนือพื้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ เจ้าสำนักและพรรคมารทุกคนรู้ว่านี่คือสุดยอดฝีมือที่พวกเขาไม่อาจสู้ได้
ไป๋เยว่หลิงแววตาเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง กระบี่ในมือขวาชี้ลงพื้น เขายกขาขึ้น 1 ข้างท่วงท่าราวกับรำงิ้ว
เลี่ยหยางตะโกนเสียงดังลั่น "หลิงหลิงเจ้าอย่าถล่มถ้ำนี้นะ! เราจะตายกันหมด!"
เกิดหมอกปริศหนามากมายหนาวเหน็บ ท่วงท่ากระบี่นั้นงดงาม บางคนมองแล้งเคลิ้ม
เลี่ยหยางรีบตะโกนไปทางเจ้าสำนักฝ่ายธรรมะ "ทุกท่านนอนลง เอาคอติดพื้น!"
ฉึ่บ! มีรอยเล็กๆที่ 4 ผู้คุมภฏพรรคมารตายเรียบ ส่วนภูติซ้ายรู้ความ เชื่อเลี่ยหยางเลยรอด
เจ้าสำนักทุกคนตาเบิกโพลง นี่วิชาอะไรกัน ถ้าข้าชูศรีษะสูงขึ้นไปแค่นิดเดียวข้าคงสิ้นชีพตรงนี้แน่ๆ
ชายหน้ากากยิ้ม พลังปราณมากมายรอบตัวเขาจนเห็นเป็นพลังขนาดใหญ่ คล้ายสิ่งของที่จับต้องได้
ไป๋เยว่หลิงควงกระบี่ล่องลอยจากมือขวามาที่มือซ้าย แล้วใช้ 2 มือจับฟาดกระบี่ลงไป
"แย่แล้ว! ทุกคนรีบหนีเร็ว!" เลี่ยหยางรีบวิ่งทันที เพราะท่านี้เคยฟันตำหนักสูงใหญ่ขาด 2 ท่อนราวกับกระบี่สวรรค์ฟาดลงมาจากฟ้า
แต่ไม่ทันแล้วทุกคนลุกไม่ทัน
ตู้ม! เสียงดังสนั่นก้อง หินด้านหลงถูกฟันขาดเป็นรอยคมสูงยาวจนทะลุเห็นนอกภูเขา มีแสงลอดเข้ามาได้จนถ้ำสว่าง ด้านบนก็ด้วยขาดเป็นรอยยาว เห็นสำนักมารด้านบนขาดครึ่ง และบางส่วนถล่มลงมา พวกศิษย์ทุกคนวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น
เจ้าสำนักกระบี่ขาวมองไปด้านหลังและแหงนมองด้านบนอย่างไม่เชื่อสายตา
แต่....ดีว่าภูเขานี้เป็นภูเขาหิน มันมีความเหนียวมากพอ อุโมงค์ลับนี้จึงยังไม่ถล่มลงมา
กระบี่ในมือเยว่หลิงสลายกลายเป็นฝุ่นผง ไป๋เยว่หลิงยืนโงนเงนเพราะหมดแรง
"กระ....กระบี่สวรรค์" เจ้าสำนักกระบี่ขาวอุทานและปากสั่นมือสั่น เจ้าสำนักอื่นๆก็ตะลึงจนพูดไม่ออก
เลี่ยหยางปาดเหงื่อ ดีนะที่ไม่ถล่ม แต่ก็ไม่ไว้ใจ เขาหันบอกผู้เฒ่าเจ้าสำนักกระบี่ขาว
"นี่คือวิชากระบี่จันทรา!"
"วิชาของเขา!" แล้วชี้ไปที่ไป๋เยว่หลิง
"ฮ่าๆๆๆ"
เสียงดังมาจากแท่นกลางห้อง หน้ากากถูกผ่าครึ่งจนร่วงหล่น มีรอยเฉือนบางๆกลางใบหน้าจนเลือดออกซิบๆ แต่เขาไม่ตาย! ตัวไม่ขาดครึ่งเหมือนขันทีสุ่น!
"สุดยอด! เจ้านี่สุดยอดจริงๆ"
เมื่อหน้ากากหลุดออกจึงเห็นว่าเขาเป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณ 50 ปีที่หน้าตาดูดีคนหนึ่ง
"ราช....ราชครูผัง!!" ภูติซ้ายกล่าว
ราชครูผังหัวเราะเสียงดัง และจ้องมองมาที่ไป๋เยว่หลิง
"เสียดายจริงๆ ฝีมือระดับนี้ อนาคตไกลแน่ แต่.....เจ้าต้องตายวันนี้"
"เขาพุ่งเข้ามาใช้ฝ่ามือจะกระแทกไป๋เยว่หลิงที่ไม่มีดาบ เลี่ยหยางรีบกระโจนเข้าไปชักดาบมาป้องกัน จนดาบหัก ทั้งคู่กระเด็นไปติดข้างฝา เลี่ยหยางกระอักเลือด
เยว่หลิงตกใจมากเขารีบฝังเข็มรักษาเลี่ยหยาง และลุกขึ้นยืนหันมามองที่ราชครูผังด้วยความโกรธ
"ท่านไป๋ เอากระบี่ข้าไป!" เจ้าสำนักกระบี่ขาวโยนกระบี่ให้ไป๋เยว่หลิง
"นี่กระบี่ขาว สมบัติตกทอดจากปรมาจารย์ไป๋เจี้ยนเซิง บรรพบุรุษท่าน!"
ไป๋เยว่หลิงรับกระบี่ขาวนั้นและชักออก สิ่งอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อมันตอบรับลูกหลานสกุลไป๋ที่มีปณิธานเดียวกับเจ้านายเดิมของมัน
"กระบี่ส่งเสียงร้อง!" เจ้าสำนักกระบี่ขาวอุทานเสียงดังและร้องไห้ เพราะมันคือตำนานที่เขาฟังมาตั้งแต่เด็กเมื่อแรกเข้าสำนักจนถึงตอนนี้
"ทุกคนออกไป!" ไป๋เยว่หลิงตะโกน เลี่ยหยางถูกหัวหน้าหอหยกสวรรค์ช่วยประคอง ทุกคนรีบหนีไปทางออกภูเขาที่เพิ่งถูกกระบี่จันทราเจาะภูเขาจนเป็นรูเมื่อกี้
แต่เจ้าสำนักกระบี่ขาวไม่ไป "ข้าแก่แล้ว ขอข้าอยู่ดูวิชากระบี่ท่านเป็นบุญตาด้วยเถิด ท่านปรมาจารย์...."
ผู้เฒ่าชรามองด้วยสายตาปิติยินดียิ่ง ในชีวิตข้าจะได้มีวาสนาเห็นกระบี่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักที่นี่ ข้าตายก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว!
ไป๋เยว่หลิงพยักหน้า เขารวมพลังทั้งหมดที่เหลือ เตรียมใช้วิชากระบี่จันทราใหม่อีกครั้ง
ราชครูผังหัวเราะ "ข้าก็จะใช้พลังปราณจากคัมภีร์สวรรค์ไร้พ่ายขั้นสูงสุดขั้นที่ 8 สู้กับเจ้าเอง" (คัมภีร์สวรรค์ไร้พ่ายมี 9 ขั้น)
"จงดีใจเถอะ เจ้าเป็นคนแรก เพราะเจ้าคู่ควร"
พลังปราณคราวนี้ยิ่งกว่าเดิม 2 เท่า จนมันเห็นเป็นรูปร่าง ไม่ต่างจากพลังเซียนสวรรค์
แต่....ท่วงท่าไป๋เยว่หลิงกลับไม่เหมือนครั้งที่แล้ว เขาแสยะยิ้มและตอบกลับไปว่า
"เจ้าก็เช่นกัน เจ้า....เป็นคนแรกที่ข้าจะใช้วิชากระบี่จันทราเต็มดวง!"
ผู้เฒ่าช็อค ห๊ะ! มันมีวิชากระบี่ที่ยิ่งกว่ากระบี่สวรรค์เมื่อกี้อยู่อีกหรือ! กระบี่เมื่อกี้นั่นมันคือสุดยอดระดับปรมาจารย์แล้วนะ!
.....เลี่ยหยางและเจ้าสำนักทุกคนขึ้นมาด้านบนก็ช็อค อาคารพรรคมารถูกฟันขาดครึ่ง และพังลงมาราวกับกระบี่สวรรค์ฟันลงมาจากด้านบน ทุกคนไม่ว่าธรรมะหรือมารตระหนักแล้วว่ากระบี่ต่อไป พวกเขาไม่ควรอยู่ที่นี่ ต่างวิ่ง กระโจน ใช้วิชาตัวเบา รีบลงจากเขากัน ระหว่างทางทั้งภูเขาสั่นสะเทือนอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน แม้แต่สัตว์ป่า หรือนกก็วิ่ง,บินหนีกันหมด.....
.
.
.
.
.
(ท้ายตอน)
เลี่ยหยางขณะกระโดดลงอุโมงค์ลับ : เอ๋? ช่วงนี้ทำไมวิชาตัวเบาข้าดูไม่เหมือนแต่ก่อน
อ้า! ตัวข้าหนักขึ้นนี่
เพราะเจ้าหลิงหลิงนั่นเชียว พาข้าตะลอนกินไปทั่ว
หึ!