รอยที่ถูกต่อว่าจากเจไปชุดใหญ่เื่การควบคุมพลัง ก็ได้แต่ทำหน้าหงอยเพราะต้องมานั่งฝึกอยู่เงียบ ๆตรงมุมห้องอยู่คนเดียว เพราะต้องทำให้พลังจิตปรากฏเป็ลูกพลังออกมาให้ได้ซะก่อน ตามที่เจได้สอนเอาไว้ด้วยความยากลำบาก
แต่ในระหว่างที่รอยกำลังมีสมาธิแล้วรวบรวมพลังไว้ที่มืออยู่นั้นก็มีชายแก่ในชุดฮันบกโบราณเดินเข้ามาดึงคอเสื้อลากรอยไปตามพื้นห้องอย่างกับจูงสุนัข
รอยร้องะโโวยวายแต่ไม่มีเพื่อนนักเรียนคนไหนกล้าที่จะเข้ามาช่วยเลย
“ช่วยด้วย! ลุงเป็ใครเนี่ยมาลากผมแบบนี้ทำไมกัน”
รอยเปิดประตูนักสู้พลิกตัวใช้แรงถีบใส่ขาชายแก่เพื่อที่จะถอยห่างออกมา เพราะเห็นว่าถ้าไม่ทำตอนนี้คงได้ถูกลากออกจากห้องฝึกไปก่อนแน่
“หืม...เ้าเด็กนี่ปกปิดพลังปราณไว้จริง ๆด้วยซินะ” ปรมาจารย์บีโฮเห็นว่ารอยใช้พลังปราณเพื่อจะวิ่งหนีก็ได้รีบเข้าไปดึงคอเสื้อของรอยขึ้นอย่างแรงอีกครั้งจนเสื้อเกือบขาด ร่างของรอยถูกโยนจนลอยขึ้นมาเหนือพื้น จากนั้นปรมาจารย์บีโฮก็ะโเข้ามาประชิดตัวของรอย รอยเห็นว่ากำลังจะถูกโจมตีเลยใช้พลังของแหวนเงาจันทร์สร้างโล่พลังป้องกันขึ้นมา โล่พลังงานปรากฏขึ้นมาคล้ายกับฟองสบู่ห่อหุ้มตัวรอยเอาไว้ แต่ทันทีที่หมัดของปรมาจารย์บีโฮกระแทกเข้ากับโล่พลังงานก็ทำให้มันแตกออกเป็เสี่ยง ๆอย่างกับเศษกระจก ปรมาจารย์บีโฮชกเข้าไปที่ท้องของรอยอย่างจังจนตัวโก่งเป็กุ้งสลบเหมือดคาอากาศไป
เจเห็นว่ารอยสลบไปแล้วจึงได้รีบเข้ามาช่วย ถึงแม้ตัวเขาเองจะรู้สึกหวาดกลัวชายแก่ตรงหน้านี้อยู่ก็ตาม
เด็กนักเรียนคนอื่นต่างก็ซุบซิบนินทาและถอยออกมาให้ห่างเพราะไม่อยากที่จะยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ด้วย
“เจบ้าไปแล้วเหรอนั่นถึงได้ไปโจมตีผู้ฝึกยุทธแบบนี้ ไม่กลัวผลที่จะตามมาเลยหรือยังไงกัน?”
“นั่นซินักเรียนคนนั้นดูเหมือนจะเป็นักเรียนใหม่อีกด้วย มีค่าพอที่จะตั้งตัวเป็ศัตรูกับสำนักยุทธหรือไงกัน?”
เจรวบรวมพลังจนเกิดเป็ออร่าสีขาวขุ่นมัวไปทั่วทั้งตัว เจใช้พลังลมของเขาสร้างพายุทอร์นาโดขนาดเล็กขึ้นมาตรงหน้าผลักปรมาจารย์บีโฮให้ถอยกระเด็นออกไปให้ห่างจากรอยและใช้มืออีกข้างสร้างพายุดึงดูดร่างของรอยที่สลบอยู่ให้เข้ามาหาตัวเอง แต่ในระหว่างที่ปรมาจารย์บีโฮถูกผลักให้ไปกระแทกกำแพงก็หมุนตัวตีลังกาเหยียบกำแพงแล้วพุ่งเข้ามาหาเจด้วยความเร็วสูง
“บ้าหน่าพายุทอร์นาโดของเราสลัดเขาไว้ไม่ได้เลยหรือไงกัน?”
เจรีบสร้างกำแพงลมให้มาปกป้องตัวเองจนเกิดกระแสลมหมุนวนอยู่รอบตัว
กำแพงลม!
แต่ไม่ทันที่กำแพงลมจะก่อตัวขึ้นมาเป็รูปเป็ร่างก็ถูกปรมาจารย์บีโฮเตะเข้าไปที่ท้องจนทรุดตัวลงไปกับพื้นอาเจียนอาหารกลางวันที่เพิ่งกินไปออกมาจนหมด
ปรมาจารย์บีโฮหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“เก่งใช้ได้เลยนะเธอ คงเป็เพื่อนของเ้าเด็กนี่ซินะ เธอไม่ต้องเป็ห่วงไปฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีกับเพื่อนของเธอหรอก”
เจได้แต่คิดในใจ “นี่ลืมแล้วหรือไงว่าผมก็อยู่ที่ห้องพยาบาลพร้อมกับรอยด้วย”
รอยที่กำลังจะตกพื้นปรมาจารย์บีโฮก็ะโเข้าไปคว้าตัวรอยแล้วอุ้มรอยขึ้นมาไว้ที่ไหล่เดินออกจากห้องฝึกไปอย่างหน้าตาเฉยก่อนที่จะออกจากห้องฝึกไปก็ได้หันหลังกลับมากล่าวกับนักเรียนที่ยืนนิ่งอึ้งกันอยู่
“พวกเธอคงใกันซินะ ขอโทษด้วยพอดีนักเรียนคนนี้เป็ลูกศิษย์ของฉันเอง เอาล่ะพวกเธอฝึกฝนกันต่อเลยฉันไม่อยู่รบกวนพวกเธอแล้ว”
เจที่รู้จักกับรอยก็ได้แต่อ้าปากค้างและทำอะไรไม่ถูกกับสถานการณ์ตอนนี้จริง ๆ เพราะดูเหมือนว่าชายแก่นั่นดูจะเป็ปรมาจารย์ชาวยุทธและก็เพิ่งรู้จักรอยเมื่อไม่นานมานี้เองแล้วรอยจะไปเป็ลูกศิษย์ของชายแก่นั่นตอนไหนกัน ถึงจะบอกกับเขาว่าไม่ต้องเป็ห่วงแต่ทำไมถึงมาลักพาตัวกันไปดื้อ ๆแบบนี้กันล่ะ ความปลอดภัยในรั้วโรงเรียนนี้มันอยู่ที่ไหนกัน
เจรู้ดีว่าคงไปห้ามต่อไม่ได้แล้วก็ได้แต่รีบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปชายแก่คนนั้นเก็บเอาไว้ เพื่อไปถามกับต้าที่เป็ชาวยุทธว่ารู้จักกับชายแก่คนนั้นหรือเปล่าเพราะต้าเองก็เป็ชาวยุทธน่าจะรู้เื่นี้อยู่บ้าง เวลาผ่านไปก็มีหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามาควบคุมสถานการณ์ภายในห้องเรียนควบคุมพลัง ให้นักเรียนทุกคนปิดปากเงียบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ข่าวเื่ที่รอยถูกลักพาตัวไปจึงมีแค่กลุ่มคนผู้มีพลังพิเศษกลุ่มนี้เท่านั้นที่รู้เื่
ผ่านไปหลายชั่วโมงรอยได้ตื่นขึ้นมาที่สนามหญ้าโล่งกว้างที่รอบ ๆมีสวนไม้ประดับจัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบสวยงามบ่งบอกได้เลยว่าไม้ประดับพวกนี้ถูกดูแลเอาใจใส่เป็อย่างดี รอยลุกขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลก ๆที่มีอะไรก็ไม่รู้พันอยู่รอบข้อมือของเขาไว้ทั้งสองข้าง รอยมองไปก็พบว่ามันคือกำไลที่มีโซ่ตรวนเชื่อมกับลูกเหล็กขนาดใหญ่เท่ากับลูกบอลไว้ ไม่ใช่แค่ที่ข้อมือเท่านั้นแต่ยังมีกำไลข้อเท้าอีกทั้งสองข้างด้วย
ยังดีหน่อยที่กำไลข้อเท้าไม่มีลูกเหล็กเชื่อมเอาไว้ไม่งั้นคงได้เดินลำบากมากกว่านี้อีกแน่ รอยพยายามแกะกำไลข้อมือออกแต่ก็ไม่สามารถทำมันได้ เลยเปิดประตูนักสู้และใช้แรงที่มีทั้งหมดบีบกำไลข้อมือและกระชากมันออกมาจนหน้าแดงเถือก รอยใช้แรงทั้งหมดที่มีแล้วแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกับกำไลข้อมือนี้ได้เลย รอยลุกขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะไอลูกเหล็กบ้า ๆที่เชื่อมกับกำไลข้อมือนี้ ตอนนี้มันทำให้รอยดูเหมือนไม่ต่างอะไรกับนักโทษเลย
รอยที่เพิ่งเอะใจว่าตัวเองถูกลักพาตัวมา
“เดี๋ยวนะเราถูกลักพาตัวมาหนิ แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกัน?”
อยู่ ๆชายแก่ในชุดฮันบกก็เดินออกมาจากบ้านไม้ที่อยู่หลังสวน ตรงที่หน้าบ้านมีป้ายเขียนเอาไว้ว่าสำนักอินซา
“ตื่นแล้วซินะ ั้แ่นี้ไปเธอไม่ต้องไปฝึกที่ศูนย์ฝึกผู้มีพลังพิเศษอีกแล้วเพราะฉันรับเธอมาเป็ลูกศิษย์ส่วนตัวของฉันแล้ว”
รอยที่กำลังจะอ้าปากตอบก็ถูกขัดจังหวะขึ้นเพราะดันไปอ่านความคิดในใจของชายแก่เข้าอย่างไม่ตั้งใจ ที่ตอนนี้อยู่ ๆในมือขวาของชายแก่ก็มีแส้ปรากฏออกมา
“จะฟาดเ้าเด็กนี่ตรงไหนดีนะถ้าเ้าเด็กนี่ปฏิเสธ”
รอยได้แต่กลืนน้ำลายแล้วไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปเพราะกลัวชายแก่ตรงหน้าจะฟาดแส้ที่อยู่ในมือมา เพราะขนาดตอนลักพาตัวมาก็ถูกชายแก่คนนี้ชกเข้าที่ท้องจนสลบเหมือดไปแล้ว ถ้าถูกแส้นั่นฟาดมาไม่รู้เลยว่าจะสลบไปอีกครั้งหรือเปล่า ถึงรอยจะเป็ผู้ชายอกสามศอกแต่มันก็ต้องมีกลัวเจ็บกันบ้างแหละนะ
“เอาล่ะในเมื่อเธอไม่ตอบก็แปลว่าไม่ปฏิเสธ งั้นฉันจะให้ตารางการฝึกกับเธอเริ่มฝึกั้แ่วันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน นี่ก็ใกล้จะเย็นแล้ววันนี้เธอกลับไปที่หอพักได้ อ่อ...แล้วก็ห้ามขึ้นรถเป็อันขาดให้วิ่งกลับไปเองแล้วก็อย่าแอบอู้ล่ะกำไลข้อเท้าของเธอฉันยังติดตั้งระบบ EM เอาไว้ ไม่ว่าเธอจะหนีไปไหนฉันก็ลากตัวเธอกลับมาที่นี่ได้ทุกเมื่อ” ปรมาจารย์บีโฮพูดเสร็จก็ยื่นกระดาษมาให้รอยรับแล้วเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างไม่แยแสเลยว่ารอยจะรู้สึกยังไง
ในกระดาษเขียนไว้ว่า
ตารางฝึกร่างกาย 1 สัปดาห์
ชกลม 500 ครั้งทั้งซ้ายและขวา
เตะลม 500 ครั้งทั้งซ้ายและขวา
วิ่งรอบสนามกีฬาหน้าศูนย์ฝึกผู้มีพลังพิเศษ 10 รอบสนาม (ห้ามวิ่งที่อื่นเป็อันขาด)
“อะไรกันวะ! แค่ทำตามที่เขียนไว้ธรรมดาก็เหนื่อยแทบตายแล้วยังมีไอลูกเหล็กหนัก ๆสองลูกนี่อยู่ติดกับตัวอีก แล้วให้เดินกลับไปที่หอพักเองเนี่ยนะ แถมกำไลข้อเท้าเรายังติดตั้งระบบ EM ไว้ไม่ต่างอะไรกับนักโทษเลย นี่มันลูกศิษย์บ้าบ้ออะไรกันนี่มันนักโทษชัด ๆ แถมตอนวิ่งยังให้ไปวิ่งที่หน้าศูนย์ฝึกของผู้มีพลังพิเศษอีกนี่คิดจะให้เราขายหน้าหรือยังไงกัน”
แต่ระหว่างที่รอยกำลังบ่นอย่างหัวเสียอยู่นั้นก็มีภาพโฮโลแกรมของภารกิจปรากฏขึ้นมาเหมือนโลกแห่งฝันร้าย
ภารกิจของโลกแห่งความจริงบททดสอบที่ 1 ภารกิจประจำวัน (ผู้เริ่มต้น)
ประเภทภารกิจ ฝึกฝนร่างกาย
ชกลม 500 ครั้ง ซ้าย 0/500 ขวา 0/500
เตะลม 500 ครั้ง ซ้าย 0/500 ขวา 0/500
วิ่งรอบสนามกีฬาหน้าศูนย์ฝึกผู้มีพลังพิเศษ 10 รอบสนาม 0/10
ระยะเวลาของภารกิจ 7 วัน (ต้องทำให้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ก่อนเวลา 06.00 ของทุกวัน)
รางวัลสำเร็จภารกิจ ความประทับใจจากสุดยอดปรมาจารย์นักสู้ (หนทางสู่การเพิ่มระดับดาวอาชีพนักสู้)
บทลงโทษ ??
“ภูติแห่งฝันร้ายนี่มันอะไรกันทำไมถึงได้มีภารกิจในโลกแห่งความเป็จริงด้วยล่ะ แถมรางวัลบ้าบออะไรกันได้รับแค่ความประทับใจเนี่ยนะแล้วก็ยังมีบทลงโทษอีกด้วย”
“ก็ผู้ทดสอบอยากรู้วิธีการเพิ่มระดับดาวของอาชีพไม่ใช่หรือยังไง เราก็เลยหาวิธีมาทำให้ผู้ทดสอบเข้าใจด้วยตัวเองยังไงล่ะ ส่วนเื่รางวัลนั้นอยู่นอกเหนือจากอำนาจของโลกแห่งฝันร้ายเพราะไม่สามารถให้รางวัลภารกิจกับโลกแห่งความเป็จริงได้ รางวัลแต่ละภารกิจของโลกแห่งความเป็จริงจะขึ้นอยู่กับผู้ที่มอบหมายภารกิจให้เท่านั้น”
“อย่าบอกนะว่าการที่ชายแก่คนนั้นปรากฏตัวมาเป็เพราะแกหน่ะ”
“ใช่”
“ใช่บ้านเองซิ! ตอบได้ชัดถ้อยชัดคำขนาดนี้เลยนะ ทำไมถึงทำเื่แบบนี้โดยที่ไม่ถามความเห็นของฉันเลยล่ะ นี่มันภารกิจทรมานกันชัด ๆ”
“เราไปก่อนก็แล้วกันยังมีเื่มากมายที่ต้องทำในโลกแห่งฝันร้าย ไม่ว่างที่จะคุยเล่นกับผู้ทดสอบต่อแล้ว” อยู่ ๆภูติแห่งฝันร้ายก็บอกลากันไปโดยที่ไม่รอฟังคำตอบของรอยเลย
บ้าเอ้ย! ไอภูติเวร!
“เห้อ…แล้วจะเอายังไงกับไอลูกเหล็ก 2 ลูกนี้ดีล่ะเนี่ย เดินลากมันไปแบบนี้มีหวังทำให้ถนนโรงเรียนเป็รอยลากตามพื้นเป็แน่ คงต้องยกมันวิ่งกลับไปซินะ”
รอยเปิดประตูนักสู้และอยู่ ๆความรู้ความเข้าใจของทักษะบางอย่างก็ผุดเข้ามาที่หัวของรอย
ทักษะิญญานักสู้
ทักษะใช้งาน เพิ่มความแข็งแกร่ง ความว่องไวและพละกำลังของนักสู้ขึ้น 20 % อยู่ตลอดระยะเวลาที่เปิดประตูนักสู้
ทักษะติดตัว เพิ่มความสามารถในการใช้อาวุธเย็นทุกประเภทมากขึ้น 20 %
ทักษะติดตัว ลดความเสียหายทางกายภาพ 20 %
ทักษะติดตัว เพิ่มความเสียหายทางกายภาพ 20 %
พอรอยได้รับทักษะของอาชีพนักสู้มาก็รู้สึกได้เลยว่าความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนมาก การยกลูกเหล็กทั้งสองข้างขึ้นมาไม่ทำให้เขาลำบากมากเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว แต่กำไลข้อเท้าที่รอยคิดว่ามันเป็เพียงแค่เครื่องติดตามธรรมดา พอรอยเดินออกมาได้สักพักใหญ่จนมาถึงถนนเส้นหลักที่พวกนักเรียนใช้กันก็รู้สึกว่ากำไลข้อเท้ามันมีน้ำหนักมากขึ้น จนการก้าวเดินแต่ละก้าวของรอยนั้นเริ่มที่ช้าลงจนแทบจะเดินลากเท้าไปตามพื้นอยู่แล้ว ระหว่างทางที่รอยเดินอยู่นั้นก็ถูกนักเรียนคนอื่น ๆถือโทรศัพท์ถ่ายรูปไว้เหมือนกับเห็นตัวประหลาด
รอยปิดประตูนักสู้นั่งพักหายใจอย่างเหนื่อยหอบที่พื้นถนนโดยไม่สนสายตาของนักเรียนที่ขับรถผ่านไปผ่านมาเลยเพราะในหัวของรอยตอนนี้คิดแค่ว่าอยากจะกลับไปที่พอพักจะแย่อยู่แล้ว
รอยมองไปบนฟ้าก็พบว่ามีโดรนอันเล็กจิ๋วคอยติดตามถ่ายเขาอยู่ห่าง ๆ
“อย่าบอกนะว่าตาแก่นั่นเป็คนทำแบบนี้”
และก็เป็อย่างที่รอยคิดโทรทัศน์ในบ้านของปรมาจารย์บีโฮหลายเครื่องมีภาพถ่ายวิดีโอเฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวของรอยไว้อยู่ตลอดเวลาด้วยระบบโดรน AI อัจฉริยะที่ไม่ต้องคอยบังคับด้วยตัวเอง
ปรมาจารย์บีโฮโทรกลับไปที่สำนักอินซา สำนักงานใหญ่ที่อยู่ในประเทศเกาหลี
“ส่งหน่วยอัสนี 4 คนที่พูดภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษได้มาที่ประเทศTด้วย ฉัน้าให้พวกเขาทำงานบางอย่างให้ฉัน”
“เข้าใจแล้วครับผู้าุโบีโฮ ผมจะรีบส่งคนไปทันทีเลยครับ”
ที่โลกภายนอก ภาคใต้ในจังหวัดหนึ่งของประเทศT กลุ่มโพดำทั้ง 4 ที่ลักลอบเข้าประเทศมาต่างก็ถูกตามล่าจากกลุ่มเดอะคิวบ์และกองกำลังป้องกันตนเองอยู่ตอนนี้
ภายในป่ารกทึบ
“เป็เพราะแกนั่นแหละ แม้งเอ้ย! ดันไปฆ่าพวกกองกำลังป้องกันตนเองของประเทศT จนพวกเดอะคิวบ์ต้องมาตรวจสอบด้วยตัวเองแบบนี้ พลังแปลกประหลาดของพวกมันแต่ละคนรับมือไม่ง่ายเลย” ชายหัวล้านที่ได้รับหมายเลข 5 ของกลุ่มโพดำสบถใส่ชายหัวรังนกที่ทำให้เกิดเื่วุ่นวายนี้ขึ้นมา
ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มโพดำที่ได้รับหมายเลข 9 พูดขึ้นอย่างเห็นด้วย
“นายนี่ชอบทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่จริง ๆเลยนะ”
“งั้นฉันถามพวกแกหน่อยว่าพวกแกรู้รึเปล่าว่าตอนนี้เ้าเด็กนั่นมันอยู่ที่ไหน” ทุกคนในกลุ่มต่างก็เงียบกริบเพราะพวกเขาเองก็ไม่รู้จริง ๆว่ารอยอยู่ที่ไหนตอนนี้
“ั้แ่ที่พวกเราแอบเข้าประเทศมาฉันก็เห็นกลุ่มเดอะคิวบ์คอยสังเกตการณ์พวกเราอยู่ห่าง ๆมาโดยตลอด ถ้าฉันไม่ทำเื่ใหญ่แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะโผล่หัวกันออกมาตอนไหนและฉันก็ส่งคนของฉันไปตรวจสอบที่อยู่ของเ้าเด็กนั่นอยู่เงียบ ๆแล้ว ถ้าคนของฉันบอกว่าพร้อมลงมือได้เมื่อไหร่พวกเราก็ค่อยลงมือพร้อมกัน”
ชายแก่ผมขาวของหน่วยโพดำที่ได้รับหมายเลข 8 ลูบคางพร้อมกับพูดความคิดของเขาออกมา
“แต่ก็แปลกนะขนาดเราเล่นใหญ่ขนาดนี้แล้วเดอะคิวบ์ก็ยังส่งแค่หน่วยย่อยออกมาตามล่าพวกเราเท่านั้นเอง”
“นั่นซิถ้าเป็ไปได้ก็เหลือพวกมันไว้เค้นข้อมูลหน่อยก็ดีพวกเราจะได้รู้การเคลื่อนไหวของพวกมันบ้าง”
กลับมาที่รอยที่ตอนนี้นั่งมองดูนาฬิกาพร้อมกับบ่นไปด้วย
“บ้าเอ้ย! 6 โมงเย็นแล้วหรอเนี่ยเพิ่งจะเดินมาถึงครึ่งทางเท่านั้นเอง จะไปถึงหอพักกี่โมงกันวะเนี่ยถ้าเดินช้าแบบนี้” และเื่ของรอยเองก็ถูกพูดถึงในฟอรัมของโรงเรียนที่มีคนสนใจไม่ใช่น้อยเลยว่าทำไมถึงได้มีนักเรียนแบกลูกเหล็กเดินกลับแบบนั้น ถึงจะมีคนใจดีอยากรับรอยขึ้นรถพาไปส่งก็ตามแต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมาทั้งหมด
รอยเองใช่ว่าจะไม่อยากขึ้นรถ เพราะเขาก็เคยลองขึ้นรถมาแล้วครั้งหนึ่งเพราะแค่อยากจะลองดูเท่านั้น แต่ก็ถูกไฟซ็อตจากกำไลทั้ง 4 อันทันทีที่ขึ้นไปบนรถ จนไม่เหลือความกล้าที่จะขึ้นรถอีกแล้ว