สองเดือนผ่านไปเหวยเซียงได้รับจดหมายจากองค์ชายรองที่ส่งมาทางนกพิราบ ซึ่งใจความจดหมายนั้นสั้นมากนั่นคือ “จงวาดรูปฉู่หลินแล้วส่งมาให้เรา”
“เสด็จพี่ทรงส่งจดหมายมาอย่างนั้นหรือ แล้วพระองค์ทรงว่าอย่างไรบ้าง”พระสนมทรงรู้สึกตื่นเต้น
“เอ่อ แค่บอกว่าให้วาดรูปฉู่หลินส่งไปให้พระองค์เพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“เสด็จพี่ทรง้าภาพของนางไปทำอะไรกัน” พระสนมทรงสงสัย
“หม่อมฉันมิอาจคาดเดาได้เพคะ” เหวยเซียงไม่รู้จริงๆ
“งั้นเ้าก็วาดเลยสิ” พระสนมตรัส
“หม่อมฉันไม่มีฝีมือในการวาดภาพเลยเพคะ คงต้องพึ่งพาช่างวาดภาพเท่านั้น”เหวยเซียงกล่าว
“แล้วพวกเราจะมีโอกาสได้พบน้องสาวพระสนมเอกได้อย่างไร” พระสนมทรงดำริว่า การพบเจอฉู่หลินไม่ใช่เื่ง่ายๆ
“คงต้องหาโอกาสต่อไปเพคะ ว่าแต่พระองค์ทรงดีพระทัยเื่อะไรเพคะดูสีพระพักตร์ของพระองค์นั้นดูยิ้มแย้มเบิกบานเช่นนี้” เหวยเซียงแอบแซว
“หมอหลวงได้มาตรวจอาการของเราแล้ว เป็จริงดังที่เ้าวินิจฉัยเราตั้งครรภ์จริงๆ” พระสนมทรงดีพระทัยอย่างบอกไม่ถูก
“ขอแสดงความยินดีด้วยเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“พอฮองเฮาทรงทราบข่าวที่เราตั้งครรภ์เหมือนกันกับพระนาง พระนางก็ทรงเชิญให้เราไปพบในวันพรุ่งนี้”พระสนมทรงตื่นเต้นที่จะได้ไปเข้าเฝ้าฮองเฮา
“หวังว่าจะเป็เื่ดีนะเพคะ” เหวยเซียงระแวง
“ต้องเป็เื่มงคลอยู่แล้วที่ทั้งฮองเฮาและเราต่างกำลังตั้งครรภ์ทั้งคู่”พระสนมตรัส
แต่ถึงกระนั้นเหวยเซียงก็นึกหวั่นใจว่าอาจไม่เป็ไปอย่างที่คิดไว้
******************************
ณตำหนักฮองเฮา
“เราขอแสดงความยินดีด้วยนะ สนมเซียงเซียงช่างเป็เื่มงคลยิ่งนักที่พวกเราต่างตั้งครรภ์พร้อมๆกัน” ฮองเฮาตรัส
“หม่อมฉันเองก็ขอแสดงความยินดีกับพระองค์ด้วยเพคะที่ครั้งนี้พระองค์ทรงอาจกำลังจะมีพระโอรส” พระสนมตรัส
“เ้าช่างปากหวานยิ่งนัก อะนี่ เราขอมอบให้เ้านี่เป็แป้งหอมที่ได้มาจากแคว้นเปอร์เซีย”ฮองเฮาทรงมอบแป้งหอมให้
“ขอบพระทัยเพคะ หอมมากจริงๆ” พระสนมทรงเปิดตลับแป้งแล้วสูดดมพอได้กลิ่นก็พบว่าแป้งนี้หอมมาก
“เราดีใจที่เ้าชอบ” ฮองเฮาทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์
“หม่อมฉันกำลังจะไปรับยาบำรุงครรภ์ที่สำนักหมอหลวงให้หม่อมฉันนำมาให้ด้วยมั้ยเพคะ” พระสนมทรงอยากตอบแทน
“ไม่เป็ไร เราให้คนของเราไปนำมาแล้ว” ฮองเฮาตรัส
“งั้นหม่อมฉันทูลลาเพคะ” พระสนมทำท่าคารวะ
“ตามสบาย”
หลังจากออกจากตำหนักเหวยเซียงรับแป้งหอมมาเก็บไว้ให้ แล้วรีบไปรับสมุนไพรบำรุงครรภ์ที่สำนักหมอหลวงนางได้ตรวจสอบทุกส่วนผสมก็พบว่าไม่มีสารพิษเจือปนและไม่มีความผิดปกติใดๆ
พอมาถึงเหวยเซียงก็รีบอาสาเป็คนต้มยาทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง
ณตำหนักพระสนมเซียงเซียง
“เ้าแบ่งหน้าที่ให้นางกำนัลคนอื่นช่วยเ้าด้วยก็ได้นะ” พระสนมทรงเป็ห่วง
“ไม่ได้เพคะ หม่อมฉันจะต้องระวังทุกขั้นตอน ยิ่งพระองค์ทรงตั้งครรภ์อยู่ยิ่งต้องระวังพระองค์ให้มาก” เหวยเซียงกล่าว
“ทำไมล่ะ” พระสนมทรงไม่คิดว่าจะมีใครกล้าปองร้ายนาง
“ทรงอาจได้รับยาที่ทำให้เกิดการแท้งบุตรได้เพคะ” เหวยเซียงเตือน
“จะมีใครบังอาจทำร้ายลูกของฝ่าาแบบนั้น” พระสนมทรงไม่เชื่อ
“มีตัวอย่างให้เห็นแล้วเพคะ” เหวยเซียงกล่าวอย่างมั่นใจ
“ใครกัน” พระสนมทรงขมวดพระขนง
“ฮองเฮาเพคะ” เหวยเซียงยอมบอก
“พระองค์จะทรงทำร้ายเรากับลูกได้อย่างไร” พระสนมทรงไม่เชื่อ
“ฮองเฮาทรงมอบแป้งหอมที่ผสมชะมดเช็ดให้พระองค์ไงเพคะ” เหวยเซียงยอมบอก
“มันมีผลอย่างไรงั้นหรือ” พระสนมทรงไม่รู้สรรพคุณ
“หากสูดดมมากๆเข้า พิษของมันจะสะสมในร่างกายและมีผลต่อบุตรในครรภ์เพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“ทำไมฮองเฮาถึงทรงต้องทำเช่นนั้นด้วย”พระสนมทรงไม่เข้าพระทัย
“หากพระองค์ทรงตั้งครรภ์ได้พระโอรส บุตรชายของพระองค์ทรงอาจได้รับตำแหน่งเป็ผู้สืบทอดบัลลังก์ได้เพคะ”เหวยเซียงคาดการณ์
“แต่ผู้สืบทอดต้องเป็พระโอรสที่กำเนิดจากองค์ฮองเฮาเท่านั้นนี่” พระสนมตรัส
“ฮองเฮาทรง้าตัดไฟั้แ่ต้นลมเพคะ”เหวยเซียงคิดเช่นนั้น
“แล้วเราจะทำอย่างไรดี” พระสนมทรงกังวล
“หม่อมฉันจะกำจัดผงพิษเหล่านี้ทิ้งเสียแล้วนำแป้งหอมธรรมดามาเปลี่ยนให้แทนเพื่อให้ฮองเฮาทรงชะล่าพระทัยไปก่อนเพคะ” เหวยเซียงกล่าวแผน
“ไม่คิดว่าชีวิตในวังนั้นเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายเลย อาจตายได้ทุกเมื่อ”พระสนมทรงเริ่มกลัว
“หม่อมฉันจะปกป้องพระองค์ยิ่งชีวิตเพคะ” เหวยเซียงกล่าวคำมั่น
“ขอบใจมากเหวยเซียง”
******************************
ั้แ่นั้นมาฝ่าาก็ทรงใส่พระทัยทั้งฮองเฮาและพระสนมเซียงเซียงมากขึ้นจนทำให้พระสนมเอกทรงมีความสำคัญน้อยลงและทรงรู้สึกริษยามากขึ้น
และพอฉู่หลินเห็นว่าฝ่าาทรงโปรดปรานสนมเซียงเซียงมากกว่าเดิมอีกดังนั้นนางจึงยอมเข้าเฝ้าพระสนมเพื่อขอขมาอย่างเป็ทางการ
พอเหวยเซียงได้ยินข่าวที่ฉู่หลินจะมาเยี่ยมพระสนมในวันพรุ่งนี้นางก็เลยรีบไปติดต่อช่างวาดภาพให้ปลอมเป็ขันทีและแอบจดจำรูปโฉมฉู่หลินเพื่อวาดภาพในภายหลัง
“หม่อมฉัน ฉู่หลิน น้องสาวของพระสนมเอก ขอถวายบังคมเพคะ” ฉู่หลินคารวะ
“ขอบใจเ้ามากที่มาเยี่ยมเรา” พระสนมตรัสแม้จะทรงพบฉู่หลินครั้งแรก แต่ก็ต้องแกล้งแสดงว่ารู้จักนางแล้ว
“หม่อมฉันจะไม่อ้อมค้อมนะเพคะความจริงหม่อมฉัน้ามาขอขมาที่บังอาจกลั่นแกล้งพระองค์ไปเช่นนั้น” ฉู่หลินกล่าว
“เ้ายังเด็กนัก เราไม่ถือสาเื่ที่ผ่านมาหรอก” พระสนมตรัส
“นานๆหม่อมฉันจะได้มีโอกาสเข้าวังสักทีงั้นหม่อมฉันขออนุญาตเยี่ยมชมตำหนักของพระองค์จะได้มั้ยเพคะ” ฉู่หลินกล่าว
“เ้าน่าจะได้มีโอกาสไปเที่ยวตำหนักของพี่สาวเ้าบ่อยๆนี่” พระสนมทรงสงสัย
“เนื่องจากหม่อมฉันมีนิสัยซนและดื้อรั้น พี่สาวของหม่อมฉันจึงไม่ยอมให้หม่อมฉันมาเล่นในวังเพคะ”ฉู่หลินก้มหน้า
“งั้นก็ได้ ตามสบายก็แล้วกัน” พระสนมทรงพระทัยอ่อน
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามฉู่หลินก็เลยเข้าเฝ้าเพื่อกล่าวลา ก่อนที่จะกลับไปที่ตำหนักพระสนมเอก
เนื่องจากช่างวาดภาพ้าจดจำรายละเอียดของฉู่หลินเขาจึงแอบติดตามสาวงามไปทุกที่จนกว่าเขาจะมาสามารถจดจำและจินตนาการเห็นภาพหญิงงามในหัว
ตกกลางคืนช่างภาพก็วาดภาพของฉู่หลินอย่างบรรจง โชคดีที่คืนนี้ฝ่าาจะต้องไปตำหนักฮองเฮา
“ดูฉู่หลินเองก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนี่” พระสนมตรัส
“นางแกล้งทำดีกับพระองค์สิไม่ว่า ในตอนนั้นนางไม่ได้มีสัมมาคารวะเช่นนี้เลยนะเพคะ”เหวยเซียงฟ้อง
“นางยังเด็กจริงๆ ทางบ้านคงเลี้ยงดูแบบตามใจตามปะสาลูกคุณหนูน่ะ” พระสนมทรงคาดการณ์
“น่าเสียดายความงามของนาง หากนางมีนิสัยดีต้องมีแต่คนหมายปองนางเป็แน่เพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“ที่เสด็จพี่ของเราอยากได้ภาพของนาง อย่าบอกนะว่าพระองค์ทรงหมายปองนาง”พระสนมทรงคาดเดา
“ก็ไม่แน่นะเพคะ องค์ชายรองทรงดูแปลกๆใครก็ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ของพระองค์ได้” เหวยเซียงกล่าว
“มีสิ เอิ่นลั่วไง” พระสนมตรัส
“มีแค่นางคนเดียวเท่านั้นจริงๆเพคะ” เหวยเซียงยอมให้คนนึง
“กระหม่อมวาดภาพเสร็จแล้วพะย่ะค่ะ” ช่างวาดภาพยื่นภาพถวายพระสนม
พระสนมทรงรับภาพมาดู“นางงดงามมากจริงๆท่านเองก็มีฝีมือดีเยี่ยมที่สามารถวาดภาพได้อย่างมีชีวิตชีวาเช่นนี้ เ้ามาดูสิเหวยเซียง” พระสนมทรงส่งภาพให้กับเหวยเซียง
เหวยเซียงดูภาพั้แ่หัวจรดเท้าจนกระทั่งนางสังเกตอะไรได้ “นี่ คือ อะไรน่ะ”
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้าเห็นว่านางพกมันมาด้วยและแอบเห็นว่านางนำมันไปฝังอยู่ที่ป่าหลังอุทยานของพระสนมเซียงเซียงและป่าหลังอุทยานขององค์ฮองเฮา”ช่างวาดภาพแอบติดตามฉู่หลินทุกฝีก้าว
“เ้าช่วยนำทางไปยังตำแหน่งที่นางฝังมันทีเถิด บางทีมันอาจเป็สิ่งอัปมงคล”เหวยเซียงคาดการณ์
“เชิญทางนี้ขอรับ” ช่างวาดภาพรีบเดินนำทาง
เหวยเซียงติดตามช่างภาพไปติดๆพอถึงจุดหมายนางก็รีบขุดเพื่อค้นหาสิ่งที่ฉู่หลินพกพามาจนกระทั่งเจอยันต์อะไรบางอย่าง
“นี่คือยันต์อะไรน่ะ ภาษาอะไรก็ไม่รู้ ข้าอ่านไม่ออก” เหวยเซียงบ่น
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” ช่างวาดภาพกล่าวเพราะตนเป็เพียงช่างวาดภาพเท่านั้นหาใช่บัณฑิตผู้รอบรู้ไม่
“ในเมืองมีคนพอที่จะรู้เื่ราวเกี่ยวกับไสยเวทหรือไม่” เหวยเซียงรีบถาม
“ข้านึกออกแล้ว ในเมืองมีพ่อหมอ งั้นวันพรุ่งนี้ข้าจะนำทางท่านไปพบดีมั้ย”ช่างวาดภาพเสนอ
“ขอบใจมาก รบกวนท่านแล้ว” เหวยเซียงไม่เกรงใจ
ช่างวาดภาพได้ค้างอยู่กับทหารองครักษ์ในวังพอถึงตอนเช้าเขาก็รีบนำทางให้เหวยเซียงไปพบกับพ่อหมอ
ณตำหนักพ่อหมอไสยเวท
“นี่คือ ยันต์สาปแช่งเพื่อให้เกิดการแท้งบุตรนี่” พ่อหมอกล่าว
“อะไรนะ นางบังอาจกล้าปองร้ายบุตรที่ฟ้าประทานเลยงั้นหรือ” เหวยเซียงนึกไม่ถึง
“ให้รีบนำไปเผาทิ้งเสีย” พ่อหมอแนะนำ
“ขอบคุณท่านมาก นี่ถือเป็ค่าตอบแทน” เหวยเซียงยื่นอัฐให้
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรให้ท่านเลย เ้าจะให้ข้าช่วยอะไรหรือ” พ่อหมอกล่าว
“รับอัฐไปเถิดท่าน ไม่ต้องทำอะไรให้ข้า ข้าไม่้าปองร้ายใครข้าเพียงแต่้ารู้ข้อเท็จจริงเท่านั้น” เหวยเซียงกล่าว
“ระวังให้มากนะแม่นาง คนที่มีจิตอำมหิตเช่นนี้อาจทำอะไรได้มากกว่านี้อีก”พ่อหมอเตือน
“นี่ก็ถือว่าโหดร้ายมากเกินพอแล้ว ยังมีหนักกว่านี้อีกงั้นหรือ” เหวยเซียงใ
“ใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึงนะ” พ่อหมอกล่าว
“ขอบคุณงั้นข้าขอลา” เหวยเซียงทำท่าคารวะแล้วจากไป
******************************
ณตำหนักพระสนมเซียงเซียง
“อะไรนะ นี่นางกล้าทำร้ายลูกของเราเลยงั้นหรือ” พระสนมทรงกริ้ว
“หม่อมฉันเผาทำลายไปแล้วเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“แต่นางปองร้ายลูกของฮองเฮาด้วยนะ” พระสนมทรงเป็ห่วงเด็กผู้บริสุทธิ์
“พระองค์ทรงจะให้หม่อมฉันไปขุดมาทำลายด้วยงั้นหรือเพคะ” เหวยเซียงไม่เชื่อหู
“ใช่ เราไม่อยากให้ฮองเฮาทรงสูญเสียบุตรไป”พระสนมตรัส
“แต่ฮองเฮาทรงปองร้ายพระองค์นะเพคะ”เหวยเซียงรู้สึกเจ็บแค้น
“ช่างเถอะ ยังไงเด็กก็ถือว่าเป็ผู้บริสุทธิ์จริงมั้ย” พระสนมทรงปล่อยวาง
“งั้นหม่อมฉันจะรีบไปขุดทำลายยันต์นั่นเดี๋ยวนี้เพคะ”เหวยเซียงรับคำสั่งให้ไปกำจัดผ้ายันต์สาปแช่งที่ฝังอยู่ในอุทยานขององค์ฮองเฮาด้วย
ภายในพระทัยของสนมเซียงเซียงทรงดำริว่า“นี่เรามีศัตรูรอบด้านเลยอย่างนั้นหรือ แม่จะพยายามปกป้องเ้าให้ถึงที่สุดอดทนเพื่อแม่นะลูก” พระสนมทรงลูบท้องเบาๆ
กว่าที่เหวยเซียงจะหาหลุมฝังผ้ายันต์ในอุทยานตำหนักฮองเฮาเจอก็ปาไปเกือบเช้าตรู่ ยังดีที่ไม่มีใครเห็น
เมื่อเจอแล้วเหวยเซียงก็ต้องรีบไปที่ป่าหลังอุทยานของตำหนักพระสนม เพื่อเผาทำลายผ้ายันต์ดังกล่าวให้สิ้นซาก
คืนวันต่อมาเหวยเซียงเห็นว่าไหนๆก็ได้ภาพวาดของฉู่หลินบนกระดาษบางแล้วนางก็เลยเขียนเล่าวีรกรรมของฉู่หลินไปด้วยเสียเลยเพื่อเป็การระบายอารมณ์โกรธแทนเ้านายของนาง นางคิดในใจว่า “หากองค์ชายรองทรงมีโอกาสแก้แค้นพระองค์ต้องทรงกำราบเด็กร้ายกาจให้หงอไปเลยนะเพคะ ทำให้นางหลาบจำไปเลยยิ่งดี”