พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวัน
ข่าวเรื่องที่เดธการ์เดี้ยนบุกป้อมปราการมาการ์เพื่อที่จะจับตัวช่างตีเหล็กและทำลายป้อมปราการมาการ์ ก็กลายเป็นข่าวดัง
กองกำลังต่างๆที่ได้ข่าวก็พากันตกใจและรีบติดตามข่าวเรื่องนี้ทันที เนื่องจากช่างตีเหล็กมีความสำคัญกับพวกเขามากถ้าหากช่างตีเหล็กถูกจับไปพวกเขาก็จะหาช่างตีเหล็กเก่งๆแบบนี้ได้ยาก
หลังจากที่ติดตามข่าวจนพวกเขารู้มาว่าคาลอสจอมเวทย์ระดับSSของเดธการ์เดี้ยนเป็นคนนำทีมบุกทำลายป้อมปราการมาการ์
จอมเวทย์อมตะคาลอสปะทะผู้พิทักษ์แมคโวลัค
จอมเวทย์อมตะคาลอสปะทะนักผจญภัยดาวรุ่ง ยมฑูตสีทองไลท์
จอมเวทย์อมตะคาลอสถูกจับและผู้แข็งแกร่งระดับSของเดธการ์เดี้ยนสี่คนได้เสียชีวิตอีกหกหลบหนีสำเร็จ
เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เพราะน้อยครั้งที่ตัวตนระดับSSจะปะทะกัน และครั้งนี้จอมเวทย์อมตะที่มีชื่อเสียงและมีความแข็งแกร่งระดับต้นๆของโลกถูกสถาจอมเวทย์จับตัวเอาไว้ได้
ทุกมุมโลกได้ประโคมข่าวนี้กันอย่างบ้าคลั่ง
ทางองค์กรมืดเองก็พากันหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ทันที
สภาจอมเวทย์เองก็ได้ปรึกษากันเสร็จแล้วพวกเขาจึงได้ส่งเฟลิกซ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดมาที่ค่ายสภาจอมเวทย์เพื่อความมั่นใจในการคุมตัวคาลอสกลับมาที่ศูนย์บัญชาการสภาจอมเวทย์
นอกจากนี้ภาพเหตุการณ์การต่อสู้ของจอมเวทย์อมตะคาลอสปะทะแมคโวลัคหรือจอมวเทย์อมตะคาลอสปะทะกับไลท์ก็กระจายไปทั่วโลก
ที่ร้านตีเหล็กสวิลดัล
ตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการปิ้งเนื้อย่าง
เสียงเพลงที่ดังขึ้นก็มาจากคริสตัลเก็บเสียง บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
“ ไลท์ไม่ถึงครึ่งเดือนมารานจะตื่นขึ้นมาจริงๆแล้วใช่ไหม? ” สตีฟถามขึ้นพร้อมกับคีบเนื้อย่างเข้าปาก
“ ใช่แล้วล่ะ จากที่ผมดูอีกประมาณครึ่งเดือนคุณมารานก็จะตื่นขึ้นมาแล้ว ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้ารับ
“ ดีจริงๆ ” สตีฟหัวเราะอย่างยินดีพร้อมกับชนแก้วเหล้ากับไลท์
“ไลท์อาวุธของเธอฉันจะทำอย่างเต็มที่และจะใส่ทุกอย่างที่ฉันมีลงไปให้นายแน่นอน ” สตีฟพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ขอบคุณมากครับคุณสตีฟ ” ไลท์ยิ้ม
ไลท์นั่งดูคนทุกๆคนพูดคุยกันอย่างมีความสุข เขาชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุด
สองวันต่อมา
เดซี่ เวโรนิก้าและเบเรียล ทั้งสามคนถูกไลท์ไล่ให้ไปตอบคำถามของนักข่าวหลายสำนัก เพราะไลท์ไม่อยากไปตอบคำถามของนักข่าวเอง
ไลท์มานอนเล่นอยู่บนหน้าผาป้อมปราการมาการ์พร้อมกับมองดูท้องฟ้าสีครามและก้อนเมฆสีขาวลอยอยู่บนท้องฟ้า
ไม่นานก็มีคนมานั่งข้างๆที่ไลท์นอน
“ มาแอบอยู่นี้เอง ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับเอนตัวลงมานอนด้านข้างไลท์
“ เธอไม่ได้ไปเที่ยวกับพวกเดซี่หรอ? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ฉันอยากมาหานายมากกว่า ” เบเรียลพูดพร้อมกับยิ้มขึ้นเบาๆ
ไลท์ที่ได้ยินก็ยิ้มขึ้นด้วยเช่นกัน
สายลมพัดผ่าน บรรยากาศเย็นสบาย แสงแดดอ่อนๆทำให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย
“ ไลท์ขอบใจนายมากนะที่คอยดูแลฉันมาตลอด ” เบเรียลพูดขึ้น หลังจากที่เธอได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มเดธปาร์ตี้เธอรู้สึกมีความสุขมากและรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับมีครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง
“ ไม่เป็นไรหรอกเบเรียล ” ไลท์พูดขึ้น
“ ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นและจะยืนอยู่ข้างนายให้ได้ ” เบเรียลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอไม่ต้องการเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอ เธอต้องการเป็นคนที่แข็งแกร่งและสามารถยืนอยู่ข้างๆกับคนที่เธอรักได้
“ เข้าใจแล้ว…ฉันจะรอวันนั้นนะ ” ไลท์ยิ้ม
“ ฉันจะไม่ทำให้นายผิดหวังหรอก ” เบเรียลยิ้มขึ้นเหมือนกัน
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบสอง
ไลท์ที่คาดว่ามารานจะตื่นขึ้นอีกครึ่งเดือนแต่ตอนนี้มันกลับเร็วกว่ากำหนด เพราะรังไหมของมารานมีสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่ามารานจะตื่นขึ้นมาแล้ว
ไลท์และสตีฟมองรังไหมสีแดงอ่อนๆที่ใกล้จะแตกเต็มที่แล้ว
ไลท์วางม่านพลังป้องกันเพิ่มอีกสิบชั้น ซึ่งเขาไม่กล้าที่จะประมาณ เพราะการออกมาจากรังไหมของมารานจะทำให้เกิดคลื่นพลังมหาศาลระเบิดออกมาด้วย เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องรอบคอบเป็นพิเศษ
สตีฟมองดูรังไหมที่ตอนแรกเป็นสีแดงเข้ม แต่ตอนนี้กลับมากลายเป็นสีแดงอ่อนๆแล้ว
ผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมง
รังไหมก็เปร่งแสงสีแดงกระพริบออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับหัวใจที่กำลังเต้น
หลังจากที่รังไหมเปร่งแสงสีแดงอยู่ประมาณสิบนาทีมันก็เริ่มมีรอยแตกรอบๆรังไหม
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ …. เปรี๊ยะ
เสียงรังไหมแตกดังขึ้นเรื่อยๆจนกระทั้งระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
เปลวเพลิงสีทองปะทุออกมาจนทำลายม่านพลังอย่างรวดเร็ว
ไลท์ขมวดคิ้วแน่นและรีบสร้างม่านพลังเพื่อป้องกันการระเบิดของรังไหมอย่างรวดเร็ว
แรงระเบิดสร้างคลื่นพลังไปทั่วพื้นที่ แม้แต่คนที่อยู่รอบๆร้านตีเหล็กสวิลดัลก็ยังรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน แต่พวกเขาไม่รู้ว่าศูนย์กลางของแรงสั่นสะเทือนอยู่ตรงไหน
ไม่นานทหารของป้อมปราการ จอมเวทย์จากกิลด์ต่างๆ นักผจญภัย และคนของสภาจอมเวทย์ต่างก็เร่งกันหาต้นตอของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนกระทั้งพวกเขาทั้งหมดมาหยุดอยู่ที่ร้านตีเหล็กสวิลดัล
คนที่อยู่หน้าสุดคือแมคโวลัคและคนของสภาจอมเวทย์ นอกจากนี้ยังมีผู้นำป้อมปราการมาการ์และผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยสาขาป้อมปราการมาการ์รวมอยู่ด้วย
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ” ผู้นำป้อมปราการมาการ์เป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปลายๆ ใบหน้าดูดุดันมีหนวดเคราเต็มใบหน้า ชื่อของเขาคือกิการ์ นอกจากนี้เขายังเป็นนักสู้ระดับA+
“ สตีฟกำลังทำอะไรกันแน่ถึงได้เกิดคลื่นพลังที่รุนแรงขนาดนี้ ” ผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยสาขาป้อมปราการมาการ์ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ ชื่อของเขาคือบาร์ตัน และยังเป็นนักสู้ระดับA+
ทันใดนั้นไลก้าและเวโรนิก้าก็เดินออกมาจากร้านตีเหล็กสวิลดัล
เมื่อทุกคนเห็นไลก้าและเวโรนิก้าเดินออกมาพวกเขาก็จำได้ทันทีว่าสองคนนี้คือสมาชิกกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้
“ ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงคลื่นพลังนี้จะไม่มีปัญหากับป้อมปราการมาการ์อย่างแน่นอน เพราะตอนนี้หัวหน้าของเรากำลังทำบางอย่างอยู่จึงเกิดเหตุการณ์นี้ ” เวโรนิก้าพูดขึ้น
“ ในเมื่อไลท์เป็นคนจัดการอย่างนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ” แมคโวลัคพูดจบเขาก็หมุนตัวจากไปทันที ส่วนคนของสภาจอมเวทย์เองก็เดินตามไปด้วย
“ ท่านไลท์กำลังทำบางอย่างอยู่งั้นหรอ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้มีคลื่นพลังรุนแรงแบบนี้ ” กิการ์พูดขึ้น
“ ในเมื่อท่านไลท์เป็นคนดูแลพวกเราก็คงไม่ต้องเป็นห่วงแล้วจริงๆ ” บาร์ตันพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้ารับ
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของป้อมปราการมาการ์ก็ดูแลพื้นที่รอบๆเพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิด
สตีฟที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ตอนนี้ใบหน้าของเขาซีดขาวและทั่วร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ
คลื่นพลังที่เกิดจากการระเบิดรังไหมมันทรงพลังมากแม้แต่สตีฟที่เป็นตัวตนระดับAก็ยังแทบจะทนไม่ได้
สตีฟคิดว่าถ้าหากไลท์ไม่สร้างม่านพลังป้องกันล่ะก็เกรงว่าป้อมปราการมาการ์คงระเบิดไปครึ่งป้อมเลยทีเดียว นอกจากนี้เขายังเป็นห่วงมารานที่อยู่ด้านในอีกด้วย
ไลท์ที่พยายามสร้างม่านพลังขึ้นจนตอนนี้เขาได้สร้างม่านพลังไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันชั้นแล้วและยิ่งสร้างม่านพลังมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งใส่พลังมากยิ่งขึ้นเพราะเขาต้องการหยุดยั้งคลื่นพลังนี้ให้ได้
คลื่นพลังระเบิดอย่างต่อเนื่องจนกระทั้งผ่านไปอีกสิบนาทีก่อนที่เปลวเพลิงสีทองจะค่อยๆหดกลับไปอย่างช้าๆ
ไม่นานเปลวเพลิงสีทองก็ค่อยๆก่อร่างเป็นร่างของมาราน เพียงแต่เป็นมารานที่ดูอายุประมาณยี่สิบปีและดูสวยขึ้นกว่าเดิมมาก ราวกับเทพธิดาอัคคีที่กลับชาติมาเกิดเลยทีเดียว
สตีฟที่เห็นมารานก็ยังต้องตกใจ
“ ไลท์นั้นคือมารานจริงๆใช่ไหม ” สตีฟพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ ใช่แล้วล่ะครับ ตอนนี้ร่างกายของคุณมารานได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ทำให้เธอกลับมาเป็นหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปีอีกครั้ง ” ไลท์พูดขึ้น
เปลวเพลิงสีทองก็กลายเป็นชุดเกาะสีทองดูสวยและสง่างามราวกับนักรบโบราณ
ไม่นามารานก็ค่อยๆลืมตาขึ้น
ไลท์ที่เห็นดังนั้นเขาก็สลายม่านพลังเพื่อให้มารานออกมาด้านนอก
“ สตีฟฉันรู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งในร่างกาย ” มารานพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นและตกใจ
“ คุณมารานเดี๋ยวผมจะสอนวิธีควบคุมพลังในร่างกายให้นะครับ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ไลท์ฉันขอขอบคุณเธอมากที่ทำให้ฉันได้หายจากอาการนั้น ” มารานพูดขึ้นพร้อมกับโค้งตัวให้กับไลท์
“ ไม่เป็นไรครับคุณมาราน คุณมารานมานั่งสมาธิก่อนเดี๋ยวผมจะมอบวิธีควบคุมพลังให้ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” มารานตอบรับและนั่งสมาธิทันที
ไลท์มอบเคล็ดวิชาต่างๆให้กับมาราน
“ ขอบคุณมากไลท์ ” มารานพูดด้วยความตื่นเต้น
“ คุณมารานเคล็ดวิชาที่ผมมอบให้คุณไม่สามารถมอบให้กับคนอื่นได้ เพราะพวกเขาไม่ได้มีร่างกายที่พิเศษแบบคุณ แต่ถ้าหากมีคนต้องการให้บังคับให้คุณบอกเคล็ดวิชานี้ไปคุณก็มอบให้พวกมันไปเลย เพราะถ้าหากพวกมันใช้ล่ะก็ร่างกายของพวกมันจะระเบิดออกทันที ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วไลท์ ” มารานตอบรับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ งั้นผมไม่รบกวนพวกคุณแล้ว ขอให้พวกคุณใช้เวลาเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์นะครับ ” ไลท์พูดพร้อมกับรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
เมื่อเห็นว่าไลท์เดินลงมาแล้วทุกๆคนก็รีบเข้ามาถามถึงเหตุการณ์ด้านบนทันที ไลท์ก็อธิบายทุกอย่างโดยที่ไม่ปิดบัง
“ โชคดีที่ไม่ได้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น ” เดซี่พูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา ส่วนคนอื่นๆเองก็พยักหน้ารับเพราะตอนที่คลื่นพลังระเบิดออกมาพวกเขาก็ตกใจและใช้ลมปราณเพื่อต้านคลื่นพลังนั้นไว้
แม้ว่าพวกเขาจะใช้ลมปราณในการต้านคลื่นพลังแล้วพวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างมากเพราะคลื่นพลังนี้มันทรงพลังเกินไป คลื่นพลังนี้แม้แต่ตัวตนระดับSก็ยังไม่รู้ว่าจะต้านทานได้หรือไม่
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง สตีฟและมารานก็เดินลงมาข้างล่าง
“ สวยมากคุณมาราน ” เดซี่และคนอื่นๆพากันอิจฉา แม้แต่เบเรียลที่เรียกว่าสวยล่มเมืองก็ยังดูด้อยกว่ามารานอยู่เล็กน้อย
“ ขอบคุณทุกคนมากนะที่คอยช่วยเหลือสตีฟ ” มารานพูดขอบคุณทุกๆคนหลังจากที่เธอรู้ว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อนป้อมปราการมาการ์ถูกบุกโจมตีโดยองค์กรแห่งความมืดเดธการ์เดี้ยน
เมื่อมารานได้ยินเรื่องนี้เธอก็ตกใจจากนั้นเธอก็ถามสตีฟว่าแล้วป้อมปราการมาการ์รอดพ้นจากการทำลายล้างของพวกเดธการ์เดี้ยนได้ยังไง
ในที่สุดเธอก็รู้ว่าพวกไลท์คือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ที่โด่งดังและแข็งแกร่ง และพวกเขาก็ได้แบ่งกำลังคนมาคุ้มกันที่ร้านตีเหล็กของสามีเธอ ส่วนสามีของเธอก็คอยคุ้มกันความปลอดภัยให้กับเธอในขณะที่กำลังหลับอยู่ นอกจากนี้ไลท์ยังสามารถจับกุมจอมเวทย์อมตะคาลอสได้อีกด้วย เรื่องนี้ทำให้มารานตกใจและชื่นชมในความแข็งแกร่งของไลท์มากขึ้นและยิ่งเมื่อรวมกับการที่เขาสามารถช่วยเธอให้พ้นจากอาการป่วยแปลกๆได้เธอก็ยิ่งนับถือไลท์มากกว่าเก่า
“ เรื่องเล็กน้อยครับ อีกอย่างพวกเราก็ต้องพึ่งคุณสตีฟในการสร้างอาวุธให้กับพวกเราด้วยเช่นกัน ถือว่าวินๆทั้งสองฝ่ายก็ได้ครับ ” ไลท์พูดและยิ้มออกมา
“ อย่างนั้นสตีฟคุณก็ต้องทำอาวุธให้พวกไลท์อย่างเต็มที่เลยนะ ตอบแทนที่พวกเขาช่วยเหลือพวกเราขนาดนี้ ”มารานพูดกับสตีฟที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ ไม่ต้องให้เธอมาบอกหรอกน่าฉันจะสร้างอาวุธอย่างสุดความสามารถเลย ” สตีฟหัวเราะอย่างมีความสุข
“ จริงสิดาบเรเปียร์ของเบเรียลเองก็ใกล้เสร็จแล้ว คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณสามถึงสี่วันจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ไม่รู้ว่าจะทันตอนที่พวกเธอต้องไปจัดการกับพวกเดธการ์เดี้ยนไหม ” สตีฟถามขึ้น
“ คิดว่าน่าจะยังทันนะเพราะคุณเฟลิกซ์เองก็ยังมาไม่ถึงแต่ก็คิดว่าอยู่ไม่ไกลแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
“ งั้นฉันลงไปจัดการเลยดีกว่าจะได้เสร็จทันเวลา ” สตีฟพูดขึ้นก่อนที่จะลงไปตีดาบเรเปียร์ของเบเรียลให้เสร็จ
“ ไลท์ฉันขอฝากมารานด้วยนะ ” สตีฟตะโกนขึ้นมาจากข้างล่าง
“ ไม่ต้องห่วง ” ไลท์ตะโกนตอบ
“ คุณมาราน คุณจะต้องฝึกการควบคุมเปลวเพลิงในร่างกายให้ดีเพราะถ้าหากคุณไม่สามารถควบคุมมันได้ละก็เกรงว่าหายนะครั้งใหญ่เลย ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ฉันจะต้องควบคุมมันให้ได้ ” มารานตอบอย่างจริงจัง เธอก็ได้ยินมาจากสตีฟว่าถ้าหากไม่ได้ไลท์ช่วยเอาไว้ล่ะก็การตื่นของเธอเกือบทำลายป้อมปราการมาการ์ แม้แต่เธอก็ยังหวาดกลัวพลังของเธออยู่ลึกๆ เพราะงั้นเธอจะต้องควบคุมมันให้ดีไม่งั้นมันจะกลายเป็นการสูญเสียสำหรับเธอ
หลังจากนั้นไลท์รับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนให้กับมาราน