เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว การสอบจอหงวนใกล้เข้ามาทุกที บรรยากาศในสถานศึกษาหลวงเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกระตือรือร้น เหล่าศิษย์ต่างทุ่มเทให้กับการร่ำเรียนและฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อ่ชิงตำแหน่งอันทรงเกียรติที่สามารถพลิกผันชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล
ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ลมหนาวเริ่มพัดผ่าน แต่ความร้อนแรงของการแข่งขันกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น นักเรียนแต่ละคนต่างมีเป้าหมายและความฝันของตนเอง บ้างก็หวังจะได้เป็ข้าราชการชั้นสูง บ้างก็้าเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของครอบครัว และบ้างก็เพียงแค่้าพิสูจน์ความสามารถของตนเอง
หลิวหยาง คือหนึ่งในผู้ที่มุ่งมั่นที่สุด เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุด ท่ามกลางกองตำราที่สูงท่วมหัว ดวงตาคมกริบกวาดอ่านตัวอักษรอย่างตั้งใจ มือเรียวคอยจดบันทึกข้อความสำคัญลงบนแผ่นไม้ไผ่ เขาไม่เพียงแต่ศึกษาตำราอักษรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และปรัชญาเท่านั้น แต่ยังฝึกฝนวรยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งและจิตใจเข้มแข็งพร้อมรับมือกับการสอบที่ต้องใช้ทั้งสติปัญญาและพละกำลัง
ทุกเช้าก่อนอรุณ หลิวหยางจะตื่นขึ้นมาฝึกดาบในสวนหลังบ้าน ท่าทางของเขาคล่องแคล่วและแม่นยำ ดาบในมือเขาเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต แต่ละการฟาดฟันล้วนแสดงถึงปีเดือนแห่งการฝึกฝนอย่างหนัก เหงื่อไคลที่ไหลลงมาตามใบหน้าของเขาเป็เครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยลดละ
หลังจากฝึกดาบเสร็จ เขาจะอาบน้ำและเตรียมอาหารเช้าให้เซี่ยหนิง ทุกอย่างที่เขาทำล้วนแสดงถึงความรักและความเคารพที่มีต่อนาง ั้แ่การเลือกผักใบสดใหม่ ไปจนถึงการชงชาด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิพอดี เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด เพราะเขารู้ว่าเซี่ยหนิงทำงานหนักและ้าการดูแลที่ดี
ในห้องสมุด หลิวหยางจะนั่งอ่านหนังสือจนลืมเวลา บางครั้งเขาจะอ่านจนตาแห้ง แต่ก็ไม่ยอมหยุด เขาจดจำทุกบทกวี ทุกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และทุกหลักการทางปรัชญาอย่างละเอียด เพื่อนร่วมชั้นหลายคนมองเขาด้วยความชื่นชมและอิจฉา เพราะความสามารถและความขยันขันแข็งของเขา
"อาหยาง เ้าพักผ่อนบ้างเถิด" เสียงอ่อนโยนของเซี่ยหนิงดังขึ้นข้างกาย นางถือถ้วยชาสมุนไพรมาให้หลิวหยางที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านตำราจนดึกดื่น
กลิ่นหอมของชาสมุนไพรลอยมาถึงจมูกของหลิวหยาง ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยหนิงที่ยืนอยู่ข้างกาย แสงโคมไฟส่องใบหน้าของนางให้ดูอ่อนโยนและงดงาม ผมยาวสีดำของนางถูกปล่อยไว้เป็ธรรมชาติ ทำให้นางดูเหมือนเทพธิดาที่ลงมาจาก์
หลิวหยางเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยคมกริบ บัดนี้มีรอยคล้ำใต้ตาเล็กน้อย "ข้ายังไม่เหนื่อยขอรับอาจารย์เซี่ยหนิง ข้าอยากจะอ่านให้จบเล่มนี้ก่อน" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
เซี่ยหนิงสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าในดวงตาของหลิวหยาง แม้เขาจะพยายามปกปิดไว้ นางรู้ดีว่าเขาทุ่มเทตัวเองมากเกินไป บางครั้งนางจะเห็นเขาหลับไปบนโต๊ะหนังสือ หรือเดินโซเซขณะเรียน นางเป็ห่วงสุขภาพของเขามาก
เซี่ยหนิงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะข้างกายเขา มือเรียวลูบไล้กลุ่มผมของหลิวหยางอย่างแ่เบา "ข้ารู้ว่าเ้าตั้งใจ แต่ร่างกายก็สำคัญไม่แพ้กัน หากเ้าล้มป่วยไป ใครจะไปสอบจอหงวนให้ข้าภาคภูมิใจเล่า?" น้ำเสียงของนางเจือด้วยความห่วงใยและแฝงความคาดหวัง
การััของเซี่ยหนิงทำให้หลิวหยางรู้สึกอบอุ่นใจ เขาปิดตาลงเล็กน้อย ััความนุ่มนวลของมือนางที่ลูบผมเขา ใน่เวลานี้ เขารู้สึกเหมือนเป็เด็กชายตัวน้อยที่ได้รับการปลอบโยนจากแม่อีกครั้ง แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีความรู้สึกอื่นที่ซับซ้อนกว่านั้นผุดขึ้นในใจ
หลิวหยางจับมือของเซี่ยหนิงไว้แน่น "ข้าจะไม่มีวันทำให้อาจารย์เซี่ยหนิงผิดหวังขอรับ ข้าจะสอบจอหงวนให้ได้ เพื่ออาจารย์เซี่ยหนิง" คำพูดของเขาหนักแน่นและจริงใจ
มือของหลิวหยางที่จับมือนางนั้นอบอุ่นและแข็งแรง เซี่ยหนิงรู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นที่แรงกล้าจากการัันั้น นางเห็นแววตาของเขาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจจริง และนั่นทำให้นางรู้สึกภาคภูมิใจในตัวศิษย์รักผู้นี้
เซี่ยหนิงยิ้มบางๆ ในใจรู้สึกอบอุ่นและภาคภูมิใจในตัวศิษย์รักผู้นี้ นางรู้ดีว่าหลิวหยางทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่ออนาคตของเขา และเพื่อรักษาสัญญาที่นางให้ไว้กับหลิวซิน
ความทรงจำเกี่ยวกับหลิวซิน พ่อของหลิวหยาง ยังคงชัดเจนในใจของเซี่ยหนิง นางจำได้ว่าในคืนสุดท้ายของชีวิต หลิวซินได้ฝากหลิวหยางไว้กับนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง "ข้าฝากลูกชายข้าไว้กับเ้า เซี่ยหนิง ขอให้เ้าช่วยเขาให้เติบโตเป็ชายที่ดี และสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลได้" คำพูดเ่าั้ยังคงก้องอยู่ในหูของนาง
เซี่ยหนิงให้การสนับสนุนหลิวหยางอย่างเต็มที่ นางคอยจัดหาตำราหายากมาให้ คอยติวหนังสือให้ในยามว่าง และคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ นางคือทั้งอาจารย์ มารดา และที่ปรึกษาของหลิวหยางในทุกย่างก้าว
บางครั้งเซี่ยหนิงจะพาหลิวหยางไปเดินเล่นในสวนเพื่อผ่อนคลาย นางจะเล่าเื่ราวต่างๆ ให้เขาฟัง ทั้งเื่ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และเื่ราวชีวิตที่สอนใจ เขาจะฟังอย่างตั้งใจ และถามคำถามที่แสดงถึงความเข้าใจลึกซึ้ง
เขาปรึกษานางทุกเื่ ั้แ่เื่บทกวีที่ยากจะเข้าใจ ไปจนถึงกระบวนท่าดาบที่ซับซ้อน เซี่ยหนิงอดทนและให้คำแนะนำอย่างชาญฉลาดเสมอมา นางจะอธิบายด้วยความละเอียดอ่อน และใช้ตัวอย่างที่เข้าใจง่าย ทำให้หลิวหยางสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะที่หลิวหยางกำลังมุ่งมั่นอยู่กับการเตรียมสอบจอหงวนนั้นเอง อาจารย์เฒ่าจ้าว ก็เริ่มเคลื่อนไหวตามแผนการชั่วร้ายที่เขาวางไว้
อาจารย์เฒ่าจ้าวเป็ชายชราอายุหกสิบปี ที่มีอิทธิพลมากในสถานศึกษาหลวงแห่งนี้ เขามีใบหน้าเหี่ยวย่นแต่ดวงตายังคงแหลมคม เต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์และความโลภ ผมหงอกขาวโพลนถูกรวบเป็มวยสูง หนวดเครายาวที่ดูดีในสายตาคนอื่น แต่ซ่อนความชั่วร้ายไว้ข้างใน เขาสวมชุดผ้าไหมเนื้อดีสีน้ำเงินเข้ม แสดงถึงฐานะอันมั่งคั่งและอำนาจที่เขามี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อาจารย์เฒ่าจ้าวได้สะสมความมั่งคั่งจากการรับสินบนและการค้าขายที่ผิดกฎหมาย เขาใช้อำนาจและเงินทองเพื่อครอบงำคนอื่น และมีชื่อเสียงในด้านการล่วงละเมิดศิษย์หญิง แต่ไม่มีใครกล้าต่อต้านเพราะกลัวอำนาจของเขา เขาเป็คนที่มีใจโลภมากและไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนมี
อาจารย์เฒ่าจ้าวหลงใหลในความงดงามของเซี่ยหนิงมานานหลายปี ั้แ่วันแรกที่นางก้าวเข้ามาในสถานศึกษาแห่งนี้ นางคือหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทั้งรูปโฉม ความรู้ และจรรยาบรรณ ความงดงามของนางเป็แบบที่หาได้ยาก ผิวพรรณขาวเนียน ใบหน้าเรียวสวย ดวงตาใสสะอาด และรอยยิ้มที่อ่อนโยน
การปฏิเสธของเซี่ยหนิงทำให้ความปรารถนาของอาจารย์เฒ่าจ้าวกลายเป็ความหลงใหลที่บ้าคลั่ง เขาคิดถึงนางทุกวัน ฝันถึงนางทุกคืน และวางแผนหาทางนางอยู่เสมอ ในใจของเขา เขาเชื่อว่าเซี่ยหนิงเพียงแค่เล่นตัว และสักวันหนึ่งนางจะต้องยอมจำนนต่ออำนาจและความมั่งคั่งของเขา
เขาสังเกตเห็น อาจารย์หลิน อาจารย์สาวรุ่นน้องผู้สดใสและร่าเริง ที่มักจะแอบมองหลิวหยางด้วยแววตาชื่นชมอยู่เสมอ
อาจารย์หลินเป็หญิงสาวอายุยี่สิบสี่ปี มีใบหน้าที่สวยงามแบบอ่อนหวาน ผมยาวสีดำที่เปียไว้เป็ระเบียบ ดวงตาโตกลมที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน นางสวมชุดอาจารย์สีฟ้าอ่อนที่ทำให้นางดูอ่อนเยาว์และน่ารัก นางเป็คนใจดี มีอุปนิสัยเป็กันเอง และเป็ที่รักของนักเรียน
อาจารย์เฒ่าจ้าวรู้ดีว่าอาจารย์หลินแอบชอบหลิวหยาง เขาสังเกตเห็นวิธีที่นางมองหลิวหยาง วิธีที่นางพยายามหาโอกาสพูดคุยกับเขา และวิธีที่นางแสดงความสนใจในตัวเขา แต่หลิวหยางกลับไม่เคยสนใจนางเลยแม้แต่น้อย เขาปฏิบัติต่อนางด้วยความสุภาพ แต่ไม่เคยแสดงความสนใจในแบบที่นาง้า
ความผิดหวังที่ฉายชัดในดวงตาของอาจารย์หลิน กลายเป็ช่องโหว่ที่อาจารย์เฒ่าจ้าวจะใช้เป็เครื่องมือในการบรรลุความปรารถนาอันมืดบอดของตน เขารู้ว่าผู้หญิงที่กำลังเ็ปจากความรักเป็เป้าหมายที่ง่ายที่สุด เพราะพวกนางมักจะ้าคนที่เข้าใจและให้การปลอบโยน
อาจารย์เฒ่าจ้าววางแผนอย่างละเอียด เขาจะใช้อาจารย์หลินเป็เครื่องมือในการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยหนิงและหลิวหยาง เขาจะหว่านเมล็ดแห่งความสงสัยและความอิจฉา จนกว่าความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างพวกเขาจะแตกสลาย และเมื่อเซี่ยหนิงอ่อนแอลง เขาก็จะเข้าไปนาง
วันหนึ่ง อาจารย์เฒ่าจ้าวเดินเข้าไปหาอาจารย์หลินที่กำลังนั่งตรวจงานอยู่ในห้องพักครูด้วยท่าทีเป็กันเอง ห้องพักครูเป็ห้องเล็กๆ ที่มีโต๊ะไม้เก่าตัวหนึ่งและเก้าอี้ไม้สองตัว หน้าต่างเปิดออกสู่สวนเล็กๆ ที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง บรรยากาศในห้องเงียบสงบ เหมาะสำหรับการทำงาน
"อาจารย์หลิน ดูท่านกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่หรือ?" เสียงของเขาฟังดูอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความเมตตา แต่แฝงไว้ด้วยความเ้าเล่ห์ที่ยากจะคาดเดา
อาจารย์หลินเงยหน้าขึ้น ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อยเมื่อเห็นอาจารย์เฒ่าจ้าว นางไม่คาดคิดว่าอาจารย์าุโผู้ทรงเกียรติจะมาพูดคุยกับนางในห้องพักครู "คารวะอาจารย์เฒ่าจ้าวเ้าค่ะ ข้ากำลังคิดเื่บทเรียนที่จะสอนในวันพรุ่งนี้อยู่เ้าค่ะ" นางตอบด้วยความเคารพ
อาจารย์เฒ่าจ้าวเดินเข้าไปในห้องและนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่าง เขาสังเกตดูอาจารย์หลินอย่างละเอียด เห็นความเศร้าโศกที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของนาง และรอยกังวลบนใบหน้า เขารู้ว่านางกำลังทุกข์ใจเื่หลิวหยาง
"อืม... การสอนเป็เื่ที่ต้องใช้สติปัญญาและประสบการณ์มากนัก" อาจารย์เฒ่าจ้าวเอ่ยพลางลูบเคราขาวของตนเอง "แต่ข้าสังเกตเห็นว่าท่านดูไม่ค่อยมีสมาธิในการสอนเมื่อเร็วๆ นี้ มีเื่อะไรกังวลใจหรือเปล่า?"
อาจารย์หลินใเล็กน้อย นางไม่คิดว่าความรู้สึกของนางจะเห็นได้ชัด "ไม่... ไม่มีอะไรเ้าค่ะ ข้าแค่..."
"หากมีเื่ใดที่เ้าไม่เข้าใจ หรือ้าคำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็เื่การสอนหรือเื่ส่วนตัว เ้าสามารถมาปรึกษาข้าได้เสมอ ข้ายินดีที่จะให้คำแนะนำแก่เ้า" เขาเน้นคำว่า "เื่ส่วนตัว" อย่างจงใจ
อาจารย์หลินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่อาจารย์เฒ่าจ้าวผู้สูงศักดิ์และเคร่งขรึมจะมาพูดคุยกับนางอย่างเป็กันเองเช่นนี้ ปกติแล้วเขาจะไม่ค่อยสนใจอาจารย์รุ่นน้อง และมักจะแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง แต่วันนี้เขาดูใจดีและเข้าใจมาก
นางรู้สึกอบอุ่นใจและคลายความกังวลลงไปได้บ้าง "ขอบพระคุณอาจารย์เฒ่าจ้าวเ้าค่ะ ข้าคงต้องรบกวนท่านบ่อยๆ แล้ว" นางยิ้มอย่างจริงใจ ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มนั้นกำลังนำพานางเข้าสู่กับดักที่ถูกวางไว้อย่างแยบยล
"ไม่เป็ไรเลย" อาจารย์เฒ่าจ้าวยิ้มอย่างปรานี "อาจารย์รุ่นน้องอย่างเ้าควรได้รับการดูแลและให้คำแนะนำ นั่นเป็หน้าที่ของอาจารย์าุโอย่างข้า"
เขาหยุดพักสักครู่ แล้วจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น "ข้าสังเกตเห็นว่าเ้ามักจะมองไปทางหลิวหยางบ่อยๆ เ้าชื่นชมเขาหรือเปล่า?"
อาจารย์หลินรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว นางไม่คิดว่าความรู้สึกของนางจะเห็นได้ชัดขนาดนั้น "ข้า... ข้าแค่..."
"ไม่ต้องอายเลย" อาจารย์เฒ่าจ้าวพูดด้วยน้ำเสียงเข้าใจ "หลิวหยางเป็หนุ่มที่ดีมาก หล่อเหลา เก่งกาจ และมีจิตใจที่ดีงาม เป็เื่ธรรมดาที่หญิงสาวจะชื่นชมเขา"
อาจารย์หลินพยักหน้าเล็กน้อย รู้สึกดีใจที่มีคนเข้าใจความรู้สึกของนาง "ใช่เ้าค่ะ หลิวหยางเป็คนดีมาก แต่..."
"แต่เขาไม่เคยสนใจเ้าใช่หรือไม่?" อาจารย์เฒ่าจ้าวถามด้วยน้ำเสียงเห็นใจ
อาจารย์หลินพยักหน้าอย่างเศร้าใจ "เขาสุภาพกับข้าเสมอ แต่ข้ารู้สึกว่าเขาไม่เคยมองข้าในแบบที่ข้า้า"
อาจารย์เฒ่าจ้าวพยักหน้าช้าๆ มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัยในขณะที่อาจารย์หลินก้มหน้าก้มตาตรวจงานต่อ เขาได้เริ่มก้าวแรกในแผนการอันชั่วร้ายของเขาแล้ว
"เ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมหลิวหยางถึงไม่สนใจหญิงสาวคนใด?" เขาถามด้วยน้ำเสียงลึกลับ
อาจารย์หลินเงยหน้าขึ้นด้วยความสนใจ "ทำไมเ้าคะ?"
"เพราะใจของเขาถูกไปแล้ว" อาจารย์เฒ่าจ้าวพูดอย่างช้าๆ "โดยคนที่เขาไม่ควรจะรัก"
"คนที่เขาไม่ควรจะรัก?" อาจารย์หลินทวนถาม ใจเต้นแรงขึ้น
อาจารย์เฒ่าจ้าวมองรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครฟัง แล้วจึงก้มตัวเข้าไปใกล้อาจารย์หลิน "เ้าไม่เห็นหรือว่าเขามองอาจารย์เซี่ยหนิงอย่างไร? นั่นไม่ใช่สายตาของศิษย์ที่มองอาจารย์ หรือลูกที่มองแม่"
อาจารย์หลินใ "อาจารย์เฒ่าจ้าวหมายความว่าอย่างไร?"
"หลิวหยางรักอาจารย์เซี่ยหนิง" อาจารย์เฒ่าจ้าวกระซิบ "แต่เป็ความรักที่ต้องห้าม ความรักที่ไม่มีทางได้รับการตอบรับ"
การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจคือจุดเริ่มต้นของการบงการ และอาจารย์หลินก็กำลังจะกลายเป็หมากตัวสำคัญในเกมแห่งตัณหาที่เขากำลังจะสร้างขึ้น เพื่อ่ชิงเซี่ยหนิงมาเป็ของตนเอง และทำลายความผูกพันอันบริสุทธิ์ระหว่างนางกับหลิวหยางให้สิ้นซาก