เื่: อย่าร้องเพลงนี้ (บทเพลงมรณะ)
EP7: เงาที่ตามมา
ความมืดมิดในห้องอัดเสียงถูกทำลายลงชั่วขณะเมื่อทิวาใช้โทรศัพท์มือถือเปิดไฟฉาย เขาส่องไฟลงบนพื้นทันทีเพื่อมองหาม้วนเทปที่คลายตัว แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับไม่มีอะไรเลย... มีเพียงพื้นปูนซีเมนต์ที่สกปรกเท่านั้น
— ตาฝาด? หรือฉันกำลังเครียดเกินไป? ทิวาพยายามปลอบใจตัวเอง
แต่ทันใดนั้น แสงไฟจากโทรศัพท์ก็ส่องไปกระทบกับเงาตะคุ่มที่มุมห้อง ซึ่งทิวาจำได้ว่าเป็มุมที่เครื่องเล่นเทปปริศนาเคยเปิดเพลงขึ้นมาเองเมื่อเขาเข้ามาในสตูดิโอ
สิ่งที่ทำให้ทิวาตัวแข็งทื่อไม่ใช่เงาหรือความมืด แต่เป็ กลิ่น
กลิ่นดอกมะลิ... กลิ่นน้ำหอมราคาถูกที่ฉุนกึก... กลิ่นที่ทิวาจำได้ไม่เคยลืมเลือนว่ามันเป็กลิ่นกายของ เธอคนนั้น
ทิวาสะบัดไฟไปที่เบรกเกอร์ทันที เขาต้องเปิดไฟให้เร็วที่สุดเพื่อพิสูจน์ว่านี่เป็แค่ความเข้าใจผิดทางประสาทัั ทันทีที่เขาเลื่อนคันโยกเบรกเกอร์ขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงสว่างจ้าก็สาดส่องไปทั่วห้องอัดอีกครั้ง
“พี่ทิวา... ไฟมาแล้วค่ะ” เสียงของพิมพาพูดออกมาจากลำโพงควบคุม
ทิวาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะควบคุม เขามองพิมพาที่ยืนอยู่ด้านหลังกระจก พิมพายังคงดูสงบนิ่งและยิ้มแย้ม ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวหรือความประหลาดใจใดๆ
“พิม... เมื่อกี้... เราเห็นอะไรแปลก ๆ ไหม?” ทิวาตัดสินใจถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา
พิมพาเอียงคอเล็กน้อยอย่างน่ารัก “แปลก ๆ เหรอคะ? ก็มีแค่ความมืดน่ะค่ะ พิมพาเกือบสะดุดล้มด้วยซ้ำ... แต่ทำไมคะพี่ทิวา ดูหน้าซีดจัง”
ทิวาจ้องเข้าไปในดวงตาของพิมพาอย่างพิจารณา และเขาก็ไม่พบอะไรนอกเหนือไปจากดวงตาที่ใสซื่อและคาดหวัง
— เป็ไปได้ไหมว่า... พิมพาไม่รู้เื่อะไรเลย? หรือเธอแค่ทำเป็ไม่รู้?
“ไม่หรอก พี่แค่หงุดหงิดที่อุปกรณ์มันรวน” ทิวาปัดความสงสัยทิ้งไปชั่วคราว “เอาล่ะ พิมพา... ลองอีกครั้งนะ คราวนี้เราจะอัดจริงจังเลย”
การบันทึกเสียงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นอย่างน่าประหลาด ทิวาเริ่มเชื่อว่าเหตุการณ์เมื่อครู่เป็เพียงผลจากความเครียดและสภาพห้องอัดที่เก่าทรุดโทรม แต่ยิ่งพิมพาร้องเพลง ‘จะขอตายในอ้อมกอดเธอ’ มากเท่าไหร่ ทิวาก็ยิ่งรู้สึกว่าเสียงของเธอมีความเศร้า ความขมขื่น และความโกรธที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ขณะที่พิมพากำลังร้องเพลงท่อนสุดท้ายของวัน เสียงของเธอก็ดุดันและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“...ถ้าฉันต้องตาย... ฉันจะขอตายในอ้อมกอดเธอ
แต่ถ้าเธอทรยศ... เธอจะต้องตาย... อยู่เคียงข้างฉัน!”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยการข่มขู่ที่ชัดเจน ทิวาถึงกับต้องกดปุ่มหยุดการบันทึกเสียงทันที
“พิมพา!” ทิวาขมวดคิ้ว “เราไม่ได้แต่งเนื้อเพลงท่อนนี้! เนื้อเพลงของเราไม่ได้รุนแรงขนาดนี้!”
พิมพาถอดหูฟังออกอย่างช้าๆ ใบหน้าของเธอดูสับสน “เอ๊ะ... พิมพาเปลี่ยนเนื้อเพลงไปเหรอคะ? ขอโทษค่ะพี่ทิวา... พิมพาจำได้ว่ามันเป็แบบนี้”
“ไม่ใช่!” ทิวาเสียงแข็ง “มันไม่ใช่แบบนี้! นี่มันเหมือน... เหมือนใครบางคนกำลังแก้แค้นเลย!”
ทิวาเงียบไปในทันทีเมื่อตระหนักว่าเขาเพิ่งพูดอะไรออกไป เขากำลังยอมรับว่ามีใครบางคน... หรือบางสิ่ง... กำลังอยู่กับพวกเขาในห้องอัดนี้
พิมพาก้าวออกจากห้องอัดเสียงและเดินตรงมาที่ทิวา ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็จริงจัง
“พี่ทิวา... พี่กำลังโกหกใช่ไหมคะ”
“โกหกอะไร?”
“พี่ไม่ได้แค่้าคู่ดูโอใช่ไหมคะ... พี่้าเอาเพลงของพี่มา ‘ฟื้นคืนชีพ’ และใช้ชื่อเสียงของพิมพาเพื่อทำลาย คำสัญญา ที่พี่เคยให้ไว้กับ ใครบางคน ใช่ไหมคะ”
คำพูดของพิมพาทิ่มแทงหัวใจทิวาอย่างรุนแรงจนเขาพูดไม่ออก พิมพาก้าวเข้ามาใกล้จนใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงตาของเธอฉายแววที่ทิวาไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็แววตาที่เต็มไปด้วยความรู้และ ความอาฆาต ที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ใบหน้าใสซื่อ
“พิมพาจะร้องเพลงนี้ให้พี่... จะร้องให้เพลงนี้โด่งดังที่สุดในโลกเลยค่ะ” พิมพากระซิบด้วยเสียงที่นุ่มนวล แต่ทุกพยางค์ราวกับมีดที่กรีดเฉือน “แต่พี่ทิวาต้องจำไว้... สิ่งที่พี่ทำกับใครบางคนไว้... มันกำลังจะกลับมาหาพี่แล้วค่ะ”
ทันใดนั้น แผ่นหลังของพิมพาก็ถูกผลักอย่างแรงโดยที่ไม่มีใครอยู่ข้างหลังเธอ ร่างของพิมพาล้มลงไปข้างหน้ากระแทกกับโต๊ะมิกซ์เสียงอย่างแรง ทิวาตะลึงงัน... เขามองไปที่ด้านหลังของพิมพาที่เพิ่งถูกผลัก แต่ในความว่างเปล่านั้น เขากลับเห็นเป็ เงาร่างท้วมๆ จางๆ วาบผ่านไปอย่างรวดเร็ว... พร้อมกับ กลิ่นดอกมะลิ ที่คละคลุ้งไปทั่วห้องอัดเสียง...
*โปรดติดตามตอนต่อไป*