บทที่ 8-2 ร้านใหม่กับการขายผักครั้งแรก
จากนั้นทั้งสองคนเดินต่อไปที่ภัตตาคารเจี้ยนคังซึ่งเป็ภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในตำบลนี้ ถ้าสามารถขายผักให้กับภัตตาคารนี้ได้ถือว่าโชคดีมากทั้งสองคนเดินไปด้านหลังร้านแล้วถามหาท่านหลงจู๊เมื่อหลงจู๊ได้เห็นผักบุ้งของพวกนาง ก็ตาโต ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ไอ้หยา! ผักบุ้งน่ากินจริง ๆ พวกเ้าเอามาจากที่ใด”
“พวกเราปลูกเองเ้าค่ะ ท่านหลงจู๊สนใจซื้อหรือไม่เ้าคะจินละห้าอีแปะเ้าค่ะ”
“ราคาไม่แพง แต่วันนี้เราซื้อผักบุ้งมาบ้างแล้วข้าขอซื้อแค่ยี่สิบจินก่อน แล้วพรุ่งนี้เ้ามาส่งให้ข้าสี่สิบจินพวกเ้ามีของหรือไม่”
“มีเ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าจะมาส่งผักบุ้งในยามเฉิน ขอบคุณท่านหลงจู๊เ้าค่ะ”
หวังิเยว่และชงไฉ่นำผักบุ้งที่เหลือสิบจินเดินกลับไปหาท่านพ่อแลได้เห็นว่าผักบุ้งเหลือวางอยู่เพียงเล็กน้อย
“ท่านพ่อ ขายผักบุ้งไปได้เยอะเลยนะเ้าคะ”
“คนซื้อบอกว่าผักของเราดูน่ากิน อวบ และสดมากเลยทำให้ขายได้ง่าย”
“ใช่เ้าค่ะ ร้านอาหารและภัตตาคารเจี้ยนคังบอกให้ลูกไปส่งผักบุ้งพรุ่งนี้ด้วยเ้าค่ะ”
“ดีจริง ๆ ต้องขอบใจที่เ้าฝันเห็นวิธีการปรับปรุงดินและทำปุ๋ยคอก แล้ววันนี้เ้าจะฝันเห็นอะไรอีกหรือไม่”
ิเยว่ “___”
ในขณะที่หวังิเยว่กำลังอึ้งกับคำพูดของผู้เป็บิดาได้มีเสียงหนึ่งร้องทักขึ้นว่า
“ผักบุ้งดูน่ากินมาก ราคาเท่าใด”
“จินละห้าอีแปะเ้าค่ะ”
“ข้าเอาสิบจิน”
“ท่านซื้อผักบุ้งมากเพียงนี้ จะกินหมดหรือเ้าคะ”
“หมดสิ ที่บ้านข้าคนเยอะมีเกือบร้อยคนและเ้านายที่บ้านข้าชอบกินผักมาก”
“ท่านซื้อผักบุ้งจำนวนมากประเดี๋ยวข้าให้พี่ชายใส่เกวียนไปส่ง บ้านของท่านอยู่ที่ใดเ้าคะ”
“เ้านายข้าคือเศรษฐีเฟิ่ง บ้านอยู่ถัดไปอีกสองซอยตรงหัวมุมถนน พวกเ้าบอกยามหน้าบ้านว่า มาส่งผักให้พ่อบ้านหวง”
“เ้าค่ะ อีกไม่เกินสองเค่อพวกข้าจะไปส่งผักที่บ้านท่านเ้าค่ะ”
ผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ ผักบุ้งถูกขายจนหมดทั้งสามคนจึงเก็บของแล้วไปส่งผักที่บ้านเศรษฐีเฟิ่ง จากนั้นมุ่งตรงกลับบ้าน แลได้พบว่าเหอฟางหรูยืนรอพวกนางอยู่หน้าบ้าน
“ขายผักบุ้ง ได้หมดหรือไม่” เหอฟางหรูเอ่ยถาม
“เ้าทายสิ” หวังหลินข่ายถามกลับผู้เป็ภรรยา
“ไม่เห็นผักในตะกร้า แสดงว่าขายได้หมด”
หวังหลินข่ายพยักหน้ายิ้มรับเป็คำตอบ
“ข้าก็ขายหมดอย่างรวดเร็วเช่นกันชาวบ้านแย่งกันซื้อเพราะผักของเราต้นใหญ่และสดมาก” เหอฟางหรูบอกด้วยรอยยิ้ม
วันนี้ขายผักบุ้งเป็วันแรก และขายได้หมดทำให้หวังิเยว่ดีใจมากจึงร้องบอกบิดาว่า
“ข้าจะทำผักบุ้งไฟแดง ที่ข้าฝันเห็นวันนี้เ้าค่ะท่านพ่อ”
“___”
วันที่สองของการตัดผัก ผักบุ้งที่เติบโตจนสามารถเก็บได้คือสามร้อยจิน เหอฟางหรูกับหวังหนิงเทียนแบ่งผักบุ้งใส่รถเข็นไปขายในหมู่บ้านแปดสิบจินที่เหลือจึงนำไปขายในตำบล ร้านอาหารและภัตตาคารทั้งสองแห่งที่หวังิเยว่และชงไฉ่นำผักบุ้งไปส่งต่างบอกว่า ลูกค้าชมผักบุ้งของพวกนางว่าอร่อยมากร้านอาหารให้ส่งเพิ่มเป็สามสิบจิน ส่วนภัตตาคารเจี้ยนคังเป็หกสิบจิน
จากนั้นหวังิเยว่และชงไฉ่เดินไปสมทบกับหวังหลินข่ายที่ร้านน้ำเต้าหู้ผ่านไปสักพักจึงสังเกตุเห็นท่านพ่อบ้านหวงเดินมาที่ร้านก่อนจะกล่าวกับพวกนางด้วยรอยยิ้มว่า
“เ้านายที่บ้านข้าบอกว่า ผักบุ้งของพวกเ้าอร่อยมากเอ่ยชมไม่หยุด วันนี้ข้าซื้อยี่สิบจิน พวกเ้ามีผักชนิดอื่นขายด้วยหรือไม่”
“ตอนนี้ยังมีแค่ผักบุ้งที่สามารถเก็บขายได้เ้าค่ะแต่พวกเราได้ปลูกผักไว้หลายชนิด เมื่อถึงเวลาใกล้เก็บเกี่ยวผักชนิดอื่นข้าจะแจ้งให้ท่านพ่อบ้านหวงทราบนะเ้าคะ”
“ดียิ่ง ถ้าเป็ผักที่บ้านพวกเ้าปลูกต้องอร่อยแน่แท้”
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านยืนรอข้าตรงนี้สักครู่นะเ้าคะ”
หวังิเยว่รีบเดินเข้าไปในร้านสั่งบัวลอยงาดำหนึ่งชุดแล้วเดินออกไปหาพ่อบ้านหวง
“นี่คือ บัวลอยงาดำ ขนมชนิดใหม่ที่ร้านพวกเราขายเ้าค่ะข้าให้ท่านพ่อบ้านหวงไปลองชิมดูเ้าค่ะ”
“อืม ข้าเคยกินแต่น้ำเต้าหู้และเต้าฮวยยังไม่เคยลองขนมชนิดใหม่เลย ขอบใจเ้ามากนะแม่หนู”
“ข้าชื่อ หวังิเยว่เ้าค่ะ อีกสักครู่พวกข้าจะไปส่งผักให้นะเ้าคะ”
“ขอบใจเ้ามาก”
ผักบุ้งที่เก็บได้วันนี้ขายหมดไม่มีเหลือได้เงินมากถึงสิบห้าตำลึง ตอนหัวค่ำหวังิเยว่เรียกหาหวังหนิงหลงและชงจื้อมาสอบถามในห้องทำงานหลังจากที่ทั้งสองคนไปสำนักศึกษาได้สามวันแล้ว
“พวกเ้าไปสำนักศึกษามาแล้วสามวัน มีปัญหาอันใดหรือไม่”
“ไม่มีขอรับ ที่สำนักศึกษาสนุกมากเลยพี่สามข้ามีสหายตั้งหลายคนขอรับ” หวังหนิงหลงกล่าวด้วยความสุขใจ
“ใช่ ขอรับสนุกมากท่านอาจารย์เอ่ยชมคุณชายหนิงหลงว่าเก่งมาก อ่านหนังสือได้หลายตัวแต่ตัวข้ายังอ่านไม่ค่อยได้เลยขอรับ” ชงจื้อเอ่ยอย่างเศร้าใจ
“ชงจื้อ เ้าไม่ต้องเสียใจไปหรอก เพราะท่านพ่อสอนหนังสือใน่หัวค่ำให้หนิงหลงทุกวันจึงทำให้เขาอ่านหนังสือได้บ้าง แต่ตัวเ้ายังไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนทำให้อ่านหนังสือได้ช้ากว่าหนิงหลง จงใช้เวลา่หัวค่ำทบทวนบทเรียนเถิด” หวังิเยว่เอ่ยปลอบใจเด็กชาย
“ใช่ ชงจื้อเ้าไม่ต้องเสียใจไปเ้าตั้งใจเรียนมากข้าสังเกตเห็น อีกหน่อยเ้าจะต้องอ่านหนังสือได้คล่องแน่นอน” หวังหนิงหลงให้กำลังใจชงจื้อ
“ขอบคุณ คุณหนูและคุณชายขอรับ”ชงจื้อกล่าวขอบคุณเ้านายทั้งสอง
จากนั้นหวังิเยว่จึงหยิบถุงเงินสองใบวางไว้บนโต๊ะแล้วกล่าวกับเด็กทั้งสองคนว่า
“ข้าจะให้เงินพวกเ้าเดือนละสามสิบอีแปะเก็บไว้ซื้อขนมกินที่โรงเรียน”
“พี่สาม มิต้องให้เงินพวกเราหรอกขอรับที่โรงเรียนมีข้าวกลางวันให้กิน” หวังหนิงหลงรีบกล่าวปฏิเสธเพราะรู้ว่าพี่สาวต้องจ่ายเงินค่าเล่าเรียนให้เขาและชงจื้อเป็จำนวนมากแล้วจึงไม่อยากรบกวนพี่สาวอีก
“ใช่ขอรับคุณหนู พวกเรามีข้าวกลางวันให้กินก็เพียงพอแล้วแค่นี้คุณหนูก็มีพระคุณต่อข้ามาก ข้ามิอาจรับเงินได้อีกขอรับ”ชงไฉ่สนับสนุนคำพูดของหวังหนิงหลง
หวังิเยว่เห็นทั้งสองคนรู้จักคิดทำให้รู้สึกพึงพอใจยิ่งนัก
“ข้าให้เงินพวกเ้าไว้ซื้อขนมตอบแทนที่พวกเ้าเลี้ยงอาหารไก่และปลาในตอนเช้ารวมถึงช่วยงานที่ร้านน้ำเต้าหู้หลังเลิกเรียน ถ้าพวกเ้าไม่ซื้อขนมก็สามารถเก็บออมเงินไว้ได้”
“ขอบคุณพี่สาม / ขอบคุณขอรับคุณหนู”
วันถัดมา ผักบุ้งที่เก็บได้วันนี้คือสี่ร้อยจินพวกเราได้แยกกันไปขายเช่นเดิม หวังิเยว่ให้ชงไฉ่ไปส่งผักที่ร้านอาหารและภัตตาคารคนเดียวส่วนตัวนางช่วยบิดาขายผัก นางนั่งขายผักไปสักพักจึงได้ยินเสียงทักของพ่อบ้านหวง
“แม่หนูิเยว่ เมื่อวานบัวลอยงาดำที่เ้าให้ข้าไปรสชาติดีมาก วันนี้เ้านำมาให้ข้าสิบชุด ข้าจะซื้อให้ครอบครัวนายท่านกิน”
‘ที่ข้าให้ท่านไปชิมเมื่อวานข้าไม่ได้หวังอะไรจริง ๆ นะเ้าคะ ฮาฮ่า’
“วันนี้ท่านพ่อบ้านหวงจะรับผักบุ้งรึไม่เ้าคะ ถ้าท่านรับ ข้าจะให้ชงไฉ่ไปส่งพร้อมกันเลยเ้าค่ะ”
“ข้าเอาผักบุ้งเท่าเดิม”
“เ้าค่ะ”
ครอบครัวของหวังิเยว่ใช้เวลาเก็บผักบุ้งนานหกวันจึงเก็บได้หมดได้เงินจำนวนหนึ่งร้อยตำลึง หวังิเยว่จึงให้พวกเขาทั้งห้าคน (พวกเดิมนั่นแหละ)พรวนดินบริเวณที่เก็บผักบุ้งไปหมดแล้ว จากนั้นจึงเติมปุ๋ยคอกลงไป หว่านเมล็ดผักบุ้งแล้วรดน้ำ ทุกคนต่างเร่งมือกันทำให้เสร็จภายในวันนี้ เพราะวันมะรืนเป็วันสารทพรุ่งนี้จะได้เตรียมของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ โดยหลังจากนี้อีกประมาณยี่สิบห้าวันพวกเราจะได้ผักบุ้งรุ่นที่สอง