หนิงเส้าเฉินไม่สนใจปัญหาระหว่างหญิงสาวกลุ่มนี้เลยแม้แต่น้อยเพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เขาเกิดปฏิกิริยาอันใดหากแต่เป็หนิงเสี่ยวซีที่จ้องเกาเหวินด้วยใบหน้าเล็กที่เผยความดูแคลนอย่างชัดเจน เสแสร้ง!
“คุณชายเส้าแขกผู้มีเกียรติได้มาครบแล้ว ด้านหน้าเวทีจึงถามว่าเข้างานได้หรือยัง” หลิวซวี่เข้าประตูมาถามหนิงเส้าเฉิน
หนิงเส้าเฉินพลันวางหนังสือในมือลงหลังจากลุกขึ้นยืนจนเดินไปอยู่ข้างหลังเกาเหวิน โน้มตัวเข้าไปเอาใจเกาเหวิน “สวยมาก” เขาชื่นชมอย่างอบอุ่นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทำเอาเหล่าสาวๆ ถึงกับเสียจริตผู้ชายที่สมบูรณ์แบบมากเพียงนี้ ถือว่าน้อยมากในโลกใบนี้
สำหรับคำชมของหนิงเส้าเฉินเห็นได้ชัดว่าใช้ได้ผลกับเกาเหวินอย่างมาก ใบหน้าเธอเผยรอยยิ้ม ในขณะนั้นเองช่างแต่งหน้าก็พลันเก็บมือและไปยืนอยู่อีกข้างโดยพร้อมเพรียงกันผู้รับผิดชอบพูดอย่างสุภาพนอบน้อมว่า “คุณชายเส้า เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
น้ำเสียงไม่ได้อบอุ่นเหมือนเมื่อครู่ที่ผ่านมาพอได้ยินดังนั้น หนิงเส้าเฉินเพียงตอบกลับว่า “อืม” อย่างเ็าไปทีหลังจากนั้นก็จูงมือเกาเหวิน “ไปกันเถอะ”
จากนั้นคนทั้งกลุ่มก็คอยคุ้มกันทั้งหน้าและหลังของทั้งสองเพื่อเดินมุ่งหน้าไปยังประตู
หลิวซวี่เองก็จูงมือหนิงเสี่ยวซี“ไปกันเถอะ”
หนิงเสี่ยวซีกลับสะบัดมือเขาออกแล้วกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ดังเดิมตามองไปที่ประตูโดยไม่ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย
“นี่ลูกทำอะไรของลูก?” สีหน้าของหนิงเส้าเฉินแปรเปลี่ยนเป็ความไม่พอใจเข้ามาแทนที่
“ผมรอแม่เล็กของผมครับ พวกคุณไปก่อนเถอะ”
“แม่เล็กงั้นเหรอ?”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็เริ่มซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันเบาๆเกาเหวินมองหนิงเสี่ยวซีตงิด แต่กลับพูดด้วยใบหน้าที่ฉายความอ่อนโยน “เสี่ยวซี แม่เล็กของหนูคือใครเหรอครับ?” เธอที่เป็แม่เลี้ยงยังไม่แต่งเข้าบ้านไปมีแม่เล็กมาจากไหนอีกคนกัน? พอนึกถึงเสิ่นเป้ยอีที่เพิ่งจากไปก่อนหน้านี้นิ้วมือของเธอก็แทงเข้ากลางฝ่ามือ ก็แค่พี่เลี้ยงคนเดียวถึงกับเรียกมันว่าแม่เล็กเชียวเหรอ? หึ!
ทว่าใบหน้าก็ยังคงไม่แสดงอาการ
“แม่เล็ก...ก็คือ Small mom” หนิงเสี่ยวซีมองเกาเหวินเขาอธิบายพร้อมยิ้มฝืน ดูผ่านๆ ราวกับจะไม่เป็พิษเป็ภัยแต่สีหน้าของเกาเหวินกลับขรึมลงหลายระดับ
เ้าเด็กคนนี้หลายปีที่ผ่านมา เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อเอาใจเขา แต่เขากลับไม่เคยไว้หน้าเธอพี่เลี้ยงคนนั้นเพิ่งมาอยู่ได้ไม่เท่าไหร่ แต่กลับเรียกเธอว่า “แม่เล็ก” ซะแล้ว...
ความตึงเครียดในใจปะทุขึ้นรอให้เธอเป็สะใภ้ตระกูลหนิงอย่างเป็ทางการเสียก่อนเถอะ สิ่งแรกที่เธอจะทำคือเขี่ยไอ้เด็กบ้าที่คอยขวางหูขวางตาคนนี้ออกให้พ้น
“ไปกันก่อนเถอะ นายอยู่เป็เพื่อนเขาแล้วกัน” หนิงเส้าเฉินหันจ้องหนิงเสี่ยวซีแวบหนึ่งควงเกาเหวินแล้วหันหลังเดินจากไป และสั่งหลิวซวี่ให้อยู่ก่อน
ทว่าการเงียบยอมรับและไม่ยอมอธิบายของหนิงเส้าเฉินทำให้ทุกคนต่างหมดหนทางและสงสัยว่าแม่เล็กที่หนิงเสี่ยวซีพูดถึงเป็ใครกันแน่
ตอนที่เสิ่นเป้ยอีกลับมา ภายในห้องรับรองเหลือเพียงหนิงเสี่ยวซีและหลิวซวี่เธอพลันยื่นรองเท้าในมือให้หลิวซวี่ “ของคุณเกา”
หลิวซวี่มองเสิ่นเป้ยอีอย่างพินิจ คิ้วขมวดเป็ปม วันสำคัญอย่างวันนี้งานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่มากเพียงนี้ เธอกลับยังคงใส่ชุดเดิมก่อนหน้านี้ เสื้อเชิ้ตสีขาวเสื้อกั๊กถักสีน้ำเงินเทาและกางเกงยีนที่ซักจนขาวซีด
ผู้หญิงอายุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดและยังไม่แต่งงานได้มาร่วมงานใหญ่ที่ใช่ว่าจะจัดขึ้นบ่อยๆ อย่างนี้ถึงแม้จะเป็พี่เลี้ยงก็ควรจะแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูดีอย่างสุดความสามารถมิใช่หรือ? อีกอย่าง นิทานเื่ซินเดอเรลล่าก็ใช่ว่าจะไม่มีจริงเสียทีเดียว
ทว่า...ผู้หญิงคนนี้...
“คุณเสิ่นผมจะพาเสี่ยวซีเข้าข้างในแล้ว คุณ...” เธอเป็แค่พี่เลี้ยงแน่นอนว่าเธอย่อมรู้ว่าตนเองไม่มีสิทธิ์เข้าไปอยู่หน้างาน เสิ่นเป้ยอีจึงไม่ได้รู้สึกอะไรเธอคลายมือออกจากมือของหนิงเสี่ยวซี “เธอเข้าไปก่อนหลังจากงานเลี้ยงจบลงค่อยมาหาฉัน ฉันจะรอเธอที่ด้านหลัง”
พูดจบก็หันหลังพลันเดินมุ่งไปยังห้องที่อยู่ด้านหลัง ที่นั่นมีพนักงานของบาร์และพนักงานภายในงานซึ่งก็คือที่ที่เธอควรอยู่
ความปวดใจแวบเข้ามาในสายตาของหนิงเสี่ยวซีแต่สุดท้ายกลับไม่ได้พูดอะไร ยัดมือเล็กเข้าในกระเป๋าเสื้อกำบางสิ่งที่อยู่ในนั้นเอาไว้พลางตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
เพราะเป็แค่งานหมั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนดั่งงานแต่งหลังจากตอบคำถามนักข่าวและรับคำอวยพรจากทุกคนก็เข้าสู่พิธีการดื่มอวยพรร่วมกัน
ในขณะที่เซี่ยหยูหาจนทั่วงานแล้วแต่ยังไม่เจอเสิ่นเป้ยอีก็เริ่มร้อนใจขึ้นมา เมื่อครู่นี้ยังเห็นเธออยู่ตรงนี้แท้ๆ
“อาหยู เต้นรำกับฉันสักเพลงได้หรือไม่?” โอหยางหมินหมินดึงแขนเซี่ยหยูเอาไว้พลางพูดออดอ้อน
ั้แ่เด็กจนโตเธอก็เป็ผู้หญิงขี้อ้อนแบบนี้แหละ คนรอบข้างล้วนอยากเข้าใกล้เธอมีเพียงเซี่ยหยูคนเดียวเท่านั้นที่เฉยชากับเธอมาโดยตลอด
เซี่ยหยูก้มลงมองเธอแวบหนึ่งพลันดึงปมเนกไทอย่างรำคาญใจ
“เธอไปหาอะไรดื่มตรงโน้นก่อนฉันจะไปห้องน้ำ”
ในขณะที่พูดก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของโอหยางหมินหมินขาอันเรียวยาวพลางก้าวฝีเท้าไปข้างหน้าและมุ่งไปยังห้องที่อยู่ด้านหลังงาน
เป็อย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิดเจอตัวเป้ยอีซึ่งกำลังเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ในมุมแล้ว
รู้สึกตื่นตระหนกระคนดีใจ
“เป้ยอี”
เสิ่นเป้ยอีได้ยินดังนั้นตัวพลันสั่นอย่างเห็นได้ชัด เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเซี่ยหยู เหยียดยิ้มพลางตอบกลับ“เซี่ยหยู”
ห้องด้านหลังเป็ที่ของคนที่ถูกเรียกว่า“ชั้นต่ำ”
น้อยมากที่จะเห็นคนในงานเข้ามาเพราะฉะนั้นการปรากฏตัวของเซี่ยหยูทำให้ทุกคนต่างหันมองเป็ตาเดียวกัน
เสิ่นเป้ยอีขมวดคิ้ว “อืม มาหาฉันมีเื่อะไรหรือเปล่า?” น้ำเสียงของเธอแฝงความห่างเหิน
แน่นอนว่าเซี่ยหยูต้องััได้เขาดึงมือเธอเดินออกประตูไปโดยไม่ตอบคำถามหลังจากนั้นก็พาเสิ่นเป้ยอีเข้าไปในห้องว่างห้องหนึ่ง พลันปิดประตู
“คุณจะทำอะไร?” เสิ่นเป้ยอีสะบัดมือเขาทิ้งอย่างแรง
“ระหว่างฉันกับผู้หญิงคนนั้นเราไม่ได้มีอะไรกันพ่อแม่ผมเป็คนจัดการเื่ทั้งหมด” เขารีบอธิบาย
เสิ่นเป้ยอีเม้มปากการที่เซี่ยหยูมาอธิบายกับเธอ อย่างน้อยก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาก
“คุณไม่จำเป็ต้องอธิบายกับฉัน”
ความจริงเธอรู้ดีว่าถึงแม้เซี่ยหยูจะยังดีกับเธอเหมือนเดิมแต่ไม่ว่าอย่างไรระหว่างเธอกับเขามันก็เป็ไปไม่ได้แน่นอน
เธอมีหนิงเสี่ยวซีอยู่ทั้งคนไม่ว่าเด็กคนนี้จะเกิดมาได้อย่างไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความจริงที่ว่าเธอเคยมีลูกมาแล้วเพราะฉะนั้นระหว่างพวกเขามันถูกกำหนดไว้แล้วว่าเป็ไปไม่ได้อย่าว่าแต่ในสังคมชั้นสูงแบบนั้นเลย แม้กระทั่งกับครอบครัวสามัญชนคนที่เคยมีลูกมาแล้วอย่างเธอครอบครัวปกติก็คงไม่ยอมรับแน่
เพราะฉะนั้นกับเซี่ยหยูเธอจึงเลือกที่จะเป็เพื่อนั้แ่แรก
คิดถึงตรงนี้ท่าทางของเธอพลันเ็าลง ตอนที่ยอมรับข้อเสนอจากมารดา เธอไม่เข้าใจว่าสิ่งที่มารดาพูดว่าต้องแลกด้วยทั้งชีวิตหมายความว่าอย่างไร แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจแล้ว
เห็นได้ชัดว่าท่าทางที่ดูไม่ใส่ใจของเธอส่งผลกระทบต่อเซี่ยหยูไม่น้อยเขาดึงเธอเข้าไปในอ้อมกอดก่อนจะก้มลงบรรจงจูบเธอทันที
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า