หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 16

    วันเวลาผ่านไปมากกว่า 1 เดือนแล้ว ในทุกๆวันนี้สินแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยสักอย่าง ผู้จัดการอรทำหน้าที่แทนสินเกือบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบัญชี ทำอาหาร ติดต่อ และประสานงานต่างๆกับร้านค้า อรก็ทำออกมาในระดับที่ดีไปเสียทุกอย่าง จึงทำให้สินว่างงานเป็นที่เรียบร้อยในตอนนี้ สินที่ไม่รู้จะทำอะไร ก็เข้าครัวเรียนวิชาการปรุง และทำอาหารเพิ่มเติมจากเดิมไปมากแล้ว บางสิ่งบางอย่างเขาก็ไม่เคยได้ทำในการปฏิบัติเลย ความรู้ที่ถูกยิงตรงมายังสมองแต่กลับใช้งานไม่เป็น และเมื่อเป็นอย่างนั้นเขาก็ต้องเรียน ทดลองทำนู้นนี่นั้น จนสินก็ถนัดเรื่องของการใช้อุปกรณ์เครื่องครัวทุกชนิด ต่อไปก็เป็นในเรื่องของวัตถุดิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของไทยหรือของต่างประเทศ สินได้ผ่านพวกมันมาทั้งหมดอย่างน้อยๆหนึ่งครั้ง และด้วยศาสตร์แห่งการชิมของเขาสามารถประเมินคุณค่าของวัตถุดิบ และสามารถแต่งปรุงรสชาติได้อย่างดีเยี่ยม เขาจึงคิดจะทำอะไรที่มันท้าทายมากกว่านี้ โดยการลงแข่งขันทำอาหารของมือสมัครเล่น โชคดีที่เขาค้นหารายการ รายการหนึ่งที่ชื่อว่า ‘The Grand Chef Thailand’ ซึ่งเป็นรายการที่มาใหม่แบบสดๆร้อน มันเป็นรายการที่รวบรวมบุคคลที่อยากจะเป็นเชฟมืออาชีพมาแข่งขันกัน เพื่อคนหาเชฟคนถัดไป และแน่นอนเมื่อมีการแข่งขันย่อมต้องมีผู้ชนะ รางวัลของผู้ชนะคือ เงินสดจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมกับการการันตีความเป็นเชฟ เส้นทางแห่งความสำเร็จทางด้านงานอาหาร เกียรติยศ และศักดิ์ศรี สินกรอกใบสมัครผ่านเว็บไซต์ เขาได้รับการตอบรับหลังจากนั้นภายใน 24 ชั่วโมง และนั่นมันก็คือเรื่องของเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในตอนนี้มันกำลังจะถึงรอบคัดเลือกรอบแรกแล้ว สินที่กำลังเดินทางไปยังสนามบินเชียงใหม่ เพื่อขึ้นเครื่องไปยังเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร “ขอบคุณมากนะครับอรที่มาส่งผม รวมถึงเจ้าตัวน้อยด้วยนะหนูไอซ์” สินพูดออกไปพร้อมกับลูบหัวของไอซ์อย่างน่ารัก“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ หนูอยู่ป.2แล้ว” เธอทำท่าทางออกมาสมกับวัยที่ควรจะเป็น สินจึงหัวเราะออกก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า“เอ้ ถ้าโตแล้วก็กินไอติมไม่ได้แล้วน่ะซิ อาสินว่าจะไปชื้อไอติมร้านเจ้าตรงนั้นให้ลองทานดูสักหน่อย สงสัยคงได้ทานกับแม่อรเพียงแค่สองคนแล้วซิ” หนูไอซ์มองตามที่สินชี้ไปยังร้านไอติมนั่น มันเป็นร้านไอศกรีมยอดนิยมที่ทุกวัยชื่นชอบ สัญลักษณ์เป็นตัวรูป Q สีส้มที่ดูโดดเด่น และแน่นอนว่าหนูไอซ์เธอชอบไอศกรีมร้านนี้เอามากๆ หลังจากที่ได้ทานในวันนั้นเธอก็ติดใจจนต้องหาทานมันทุกวัน“อาสินขี้โกง หนูยอมเป็นเด็กก็ได้ แต่แค่หนึ่งวันนะ บอกก่อน” เธอก็ยังพูดออกมาอย่างน่ารัก อร และสินที่ได้เห็นอย่างนั้น ทั้งคู่ต่างก็หัวเราะออกมากับความน่ารักของเธอ สินเดินจูงมือของหนูไอซ์ไปยังร้านไอศกรีม และเมื่อถึงคิวของพวกเขา หนูไอซ์ก็สั่งเมนูประจำตามเคย“ของหนูขอเป็น ไอศกรีม โคนวนิลา 3 ชั้น เคลือบช็อกโกแลต ใส่ลูกกวาดเรนโบว์ค่ะ” พนักงานที่เห็นความน่ารักสดใสจึงตอบกลับ“รอสักครู่นะจ้ะเด็กน้อย” หนูไอซ์ที่ได้ยินว่าเธอเป็นเด็กก็หน้ามุ่ยทันที ก่อนจะพูดออกมาอย่างเบาๆว่า“ตอนนี้ยอมไปก่อน รอได้ไอศกรีมก่อนเถอะ ใครก็ไม่สามารถว่าเราได้แล้ว” สินที่ได้ยินที่เธอแอบบ่นก็หัวระเราะออกมาคนเดียว ก่อนที่เขาจะสั่งของเขา และอร ที่ทานเหมือนๆกัน ไอศกรีมที่สั่งไม่นานก็ได้รับมา เมื่อรับไอศกรีมมาเขาก็แจกจ่ายให้แต่ละคน“ทานให้อร่อยนะหนูไอซ์ ตอนที่คุณอาไม่อยู่ก็อย่าดื้ออย่าซน ต้องเชื่อฟังคุณแม่นะเข้าใจมั้ยค่ะ”“เข้าใจแล้วค่า” เธอรีบตอบแล้วก็รีบกัดเข้าไปที่ไอศกรีมพร้อมกับทำหน้าแบบฟินสุดๆ พวกเขานั่งเล่นกันสามคน พูดคุยกับอรเรื่องร้านอาหาร จนถึงเวลาเดินทาง สินก็เดินขึ้นเครื่องบินไป การเดินทางจากเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆก็มาถึงแล้ว เขาขึ้นแท็กซี่ที่สนามบินมุ่งตรงไปยังโรงแรมที่ได้ทำการจองเอาไว้ มันเป็นโรงแรม 3 ดาวเพียงเท่านั้น ราคาห้องต่อคืน 990 บาท รวมอาหารเช้าแล้ว สินตั้งใจที่จะพักผ่อนเอาแรง การเดินทางโดยเครื่องบินมันเป็นครั้งแรกของเขา จึงไม่ค่อยชิน และต้องใช้เวลาในการปรับตัว เพราะในวันพรุ่งนี้เขาจะต้องไปคัดเลือก ‘The Grand Kitchen Hall’ ซึ่งเป็นสถานที่จัดทำรายการการแข่งขัน เวลาเช้าที่แสนจะสดใส สินตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัว ก่อนจะแต่งตัวไปคัดเลือก เขาเดินทางไปด้วยเท้า เพราะสถานที่จัดการแข่งขันอยู่ห่างจากที่นี่ไปเพียง 500-600 เมตรเท่านั้นเอง มีผู้ร่วมแข่งขันบางคนก็พักอยู่ที่โรงแรมเดียวกันกับเขาด้วยหลายคน หลังจากรออยู่นาน เวลาในการคัดเลือกรอบแรกก็มาถึง ผู้คนมากหน้าหลากหลายอาชีพที่มีจำนวนมากกว่า 2,500 คน พวกเขามาพร้อมกับความหวัง และสินเองก็เป็นหนึ่งในนั้น“สวัสดีค่ะทุกคน ยินดีต้อนสู่ The Grand Chef Thailand ค่ะ” พิธีกรพูดขึ้นพร้อมกับเสียงโห่ร้อง และปรบมือที่ดังก้องไปทั่วฮอลล์แห่งนี้“จากผู้สมัครมากกว่า 2,500 คน เราจะคัดเลือกตามความเหมาะสม และพวกคุณอาจจะเป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับเลือก..เราทั้งสี่หวังว่าพวกคุณคนใดคนหนึ่งจะเหมาะสมกับสิ่งนี้” กรรมการผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาเอาการ แต่งตัวราวกับคุณชายที่อยู่ภายในวังเอ่ยขึ้น พร้อมกับเปิดกล่องที่อยู่ด้านหน้าของเขา
    ข้างในปรากฏเป็น ผ้ากันเปื้อนที่มีอักษรตัว G อยู่กลางผืน แล้วเสียงปรบมือก็ดังขึ้นอีกครั้ง แล้วกรรมการผู้ชายอีกคนก็ยกกล่องขึ้นมาอีกคน มันเป็นถ้วยรางวัลที่มีอักษร G ตัวเดิมชูขึ้นให้ดู กรรมการคนที่สามยกกล่องขึ้นมาเป็นใบรับรองที่การันตีความเป็นเชฟ และสุดท้ายคือพิธีกรที่ยกขึ้นมาเป็นเงินสดจำนวน 1,000,000 บาท
    “เราหวังว่าคุณจะทำมันออกมาอย่างสุดความสามารถ และสิ่งที่พวกเราสนใจมีเพียงอาหารที่อยู่บนจานของคุณเพียงเท่านั้น..ขอให้โชคดี” แล้วพวกเขาก็หันหลังเดินออกไป พร้อมกับเสียงของโปรดิวเซอร์ที่ตะโกนออกมาว่า “คัต!!”

    error loaded