“หนึ่งวันพันเหตุการณ์สินะ” หยวนเข่อชิง
นางเดินไปทางด้านประตูหน้าที่อยู่ในจวนเมื่อเปิดออกไปก็พบว่ามีกลุ่มคนที่พยายามจะพังประตูเข้ามา
“ผู้ใดหรือ” หยวนเข่อชิงะโออกไป
“คุณหนูหยวนข้าหลีกงกง” หลีกงกง
“หลีกงกง” หยวนเข่อชิงทำความเคารพ
“ได้ยินว่าท่านป่วยหนักฮองเฮาจึงร้อนใจจึงให้ข้ามาดูอาการท่าน” หลีกงกง
“ทรงเมตตาฝากขอบคุณฮองเฮาด้วยแต่ว่าข้ายังพอรักษาชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ได้โปรดอย่าทรงห่วงเลย” หยวนเข่อชิง
“แต่ว่าฮองเฮาอยากให้แน่ใจว่าท่านสบายดี” หลีกงกง
“หลีกงกงฝากเรียนไทเฮาข้ายังเอาตัวรอดได้ทุกเดือนพ่อบ้านหวางจะให้คนมาส่งเสบียงเราพอมีอาหารยังชีพ” หยวนเข่อชิง
“นั่นแสดงว่ามีกุญแจเปิดไม่ใช่หรือ” หลีกงกง
“ข้อน้อยไม่อาจทราบพวกเขามาเปิดใน่แรกแต่หลังจากที่ชายารองมาเยี่ยมข้าประตูก็เปิดไม่ได้อีก” หยวนเข่อชิง
“แล้วพวกเขาส่งเสบียงให้ท่านอย่างไร” หลีกงกง
“เรียนตามตรงพวกเขาให้คนขนเข้ามาจากทางด้านหลัง” หยวนเข่อชิงทำเสียงเครือ
“นั่นไม่ใช่การดูแคลนกันหรือรึ” หลีกงกง
“ข้าไม่อาจให้ท่านกงกงมาเยี่ยมข้าทางประตูหลังโปรดเรียนฮองเฮาว่าข้าน้อยซาบซึ้งในน้ำพระทัยแค่ฮองเฮาเป็ห่วงข้าอาการตรอมใจของข้าก็ดีขึ้นมาเลยเ้าค่ะ” หยวนเข่อชิงลดเสียงให้เบาลงอีกนิด
“โถคุณหนูหยวนฮองเฮานั้นห่วงใยท่านมากท่านออกห่างจากประตูหน่อยเถิดข้าจะให้คนพังเพื่อช่วยท่านออกมา” หลีกงกง
“เรียนกงกงเห็นแก่หน้าท่านอ๋องอย่างให้สตรีต่ำต้อยอย่างข้าเป็เหตุแห่งความขัดแย้งระหว่างเ้านายเลยในเมื่อเป็คำสั่งของท่านอ๋องข้าไม่อาจฝืนคำสั่ง” หยวนเข่อชิงสะอื้นด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
แม่นมสีและลู่จื่อที่ยืนฟังก็รู้สึกสงสารคุณหนูจับใจยิ่งนึกถึงตอนที่นางยอมเสียศักดิ์ศรีมุดรูสุนัขออกไปเพื่อได้พบท่านอ๋องแล้วก็ยิ่งเศร้าใจ
เสียงสะอื้นเบาๆ ของเหล้าผู้หญิงที่อยู่หลังประตูนั้นแทรกเข้าไปในหัวใจของคนที่ได้ยิน
“คุณหนูหากท่านมีสิ่งใดให้คนไปแจ้งกับข้าข้าจะนำเื่เพ็ดทูลฮองเฮาให้เอง” หลีกงกง
“ขอบคุณท่านหลีกงกงมากนะเ้าคะข้าอยู่นี่เหมือนตัวคนเดียวบิดาก็ไม่อยู่ดูแลได้รับความเมตตาจากท่านช่วยให้ข้ามีกำลังใจอยู่ต่อมากจริงๆ เ้าค่ะ” หยวนเข่อชิง
“เอาเถอะอย่าได้เสียใจไปเลยนะข้าจะช่วยหาทางให้ท่านอยู่ดีกว่านี้อดทนรอท่านอ๋องหน่อยนะ” หลีกงกง
“ข้าจะอดทนเ้าค่ะ” หยวนเข่อชิงสะอื้น
“เอาล่ะเห็นว่าท่านยังคงมีแรงเจรจาข้าจะไปทูลฮองเฮาเพื่อให้นางเบาใจข้าขอตัว” หลีกงกง
“น้อมส่งกงกง” หยวนเข่อชิง
หลังจากกลุ่มคนทั้งหมดออกไปแล้วหยวนเข่อชิงก็ถอนหายใจและเดินกลับเข้าเรือนอย่างสบายใจ
“คุณหนู” ลู่จื่อตาแดง
“เป็อะไรไปใครทำอะไรเ้า” หยวนเข่อชิง
“ข้าสงสารท่านคุณหนูต้องอดทนนะเ้าคะอย่าคิดมากนะเ้าคะ” ลู่จื่อ
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นที่ข้าแสดงออกไปเ้าเชื่อจริงๆ ใช่มั้ย” หยวนเข่อชิง
“เ้าค่ะเอ๊ะ” ลู่จื่อเพิ่งนึกออก
“เ้ายังเด็กนัก” แม่นมสี
“แต่ท่านก็ร้องไห้ด้วย” ลู่จื่อ
“ก็บรรยากาศมันพาไปน่ะไปเถอะ” แม่นมสี
“ถ้าอย่างนี้อีกไม่นานพวกนั้นต้องมาเปิดประตูแน่นอนแล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีเ้าคะ” แม่นมสี
“ข้าซื้อที่ใหม่เอาไว้แล้วเื่สวนค่อยไปขยายที่นั่นที่นี่ก็ไม่ต้องย้ายหรอกบอกให้คนสวนไม่ต้องมาดูแลส่วนหน้าเท่ากับด้านในเอาให้ดูเหมือนไม่ใส่ใจแต่อย่าปล่อยให้แห้งแล้ง” หยวนเข่อชิง
“ทำไมล่ะเ้าคะ” ลู่จื่อ
“ให้เขาเห็นว่าพวกเราไม่ได้ตั้งใจดูแลเรือนมากนักแต่ไม่เปิดโอกาสให้พวกนั้นเอามาเป็ข้ออ้างในการเข้ามาจัดการด้านในดังนั้นทำเท่าที่กำหนดไม่ต้องตกแต่งไม่ต้องทำความสะอาด” หยวนเข่อชิง
เื่นี้แม้จะขัดใจคนเ้าระเบียบอย่างเธอแต่เพราะเป็ความจำเป็
และเมื่อเื่ถึงหูฮองเฮานางจึงไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพราะเป็เื่ภายในครอบครัวที่ส่งคนมาก็อ้างเหตุฉุกเฉินว่าหยวนชิงป่วยหนัก
ที่จริงฮองเฮาผู้นี้สนิทกับฉินมู่หยางเสมือนลูกชายเพราะเขากับฮ่องเต้อายุห่างกันมากนางจึงเป็คนคอยดูแลเขามาตลอดนิสัยฉินมู่หยางเป็อย่างไรมีหรือนางจะไม่รู้
แต่การเขียนจดหมายไปถามเขาด้วยเื่นี้ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเข้าใจผิดหยวนเข่อชิงว่าเรียกร้องความสนใจอีกก็เป็ได้เพราะที่จริงเขาไม่ใช่คนสั่งให้ขังนางนานขนาดนี้
แต่การที่จะเปิดโปงความจริงที่ไทเฮามีส่วนร่วมก็ไม่ได้ทั้งที่ตัวการสำคัญคือชายารองทั้งของนางจึงภาวนาในใจให้หยวนเข่อชิงสามารถขอจนถึงวันที่เขากลับมา
ส่วนคนที่ทุกคนอยากให้รอกลับคิดแผนหางทางออกจากจวนนี้ไปให้ได้สิ่งแรกก็คือการสร้างฐานะและบารมี
“แม่นมสี” หยวนเข่อชิง
“เ้าคะ” แม่นมสี
“ข้ามีอะไรให้ท่านลอง” หยวนเข่อชิง
นางหยิบก้อนบะหมี่แห้งใส่ชามและเทน้ำร้อนลงไปพร้อมกับผงปรุงรส
“คุณหนูหมี่แห้งต้องแช่น้ำและต้มแค่ลวกอย่างนี้จะกินได้หรือเ้าคะ” แม่นมสี
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาหยวนเข่อชิงก็เปิดฝาออกแล้วเส้นบะหมี่ก็ดูนุ่มเหมือนว่าเพิ่งลงจากเตา
“นี่มัน” แม่นมสี
“ลองชิมดู” หยวนเข่อชิง
แม่นมสีลองซดน้ำและคีบบะหมี่ขึ้นมากินคำแรกผ่านไปเหมือนพิจารณาแต่คำที่สองที่สามนางก็ไม่หยุดกิน
“อร่อยมากเ้าค่ะอร่อยจริงๆ” แม่นมสี
“คงจะถูกปากนะ” หยวนเข่อชิงมองถ้วยที่ตอนนี้แม้แต่น้ำซุปก็ไม่เหลือ
“เสียมารยาทแล้ว” แม่นมสี
“ดีมากแสดงว่าถูกปากที่จริงข้ามีอยู่ห้ารสอย่างไรเสียค่อยให้ลองชิมกันนะ” หยวนเข่อชิง
“วิธีทำบะหมี่นี่สุดยอดจริงๆ นะเ้าคะประหยัดเวลาและขั้นตอนมากสะดวกสำหรับเวลาที่เร่งรีบหรือเดินทาง” แม่นมสี
“ข้าว่าจะทำข้า่ก่อนหน้าหนาวให้กองทัพท่านว่าอย่างไร” หยวนเข่อชิง
“โถคุณหนูท่านยังมีใจนึกถึงท่านอ๋อง” แม่นมสี
“เกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ” หยวนเข่อชิง
“ท่านอ๋องออกรบอยู่ชายแดนใช่ว่าจะสบายอาหารการกินก็ลำบากหากได้อาหารอร่อยๆ อุ่นท้องคงดีไม่น้อย"แม่นมสี
“ท่านเป็ห่วงพวกทหารขนาดนั้นเลยหรือ” หยวนเข่อชิง
“คุณหนูจำไม่ได้หรือเ้าคะท่านพูดอย่างนี้บ่อยๆ บางทีท่านก็ส่งเสื้อขนสัตว์ไปให้ท่านอ๋องทั้งยังขอให้นายท่านบริจาคข้าวให้กองทัพของท่านอ๋องอยู่บ่อยๆ” แม่นมสี
“อ้อ ข้าลืมไปน่ะ” หยวนเข่อชิง
เ้าของร่างเดิมนี่เป็แม่บุญทุ่มจริงๆ นางเองหากคนที่รักต้องไปอยู่แบบนั้นก็คงกังวลไม่น้อยโชคดีจริงๆ ที่ไม่มีความรัก
"หากท่านเห็นว่าดีเราจะติดต่อใครได้หากเราจะขายน่ะ"หยวนเข่อชิง
“ลูกชายของข้าเป็เสมียนกองทัพอยู่แต่ว่าไม่ค่อยได้เจอกันครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะออกไปกับกองทัพของท่านอ๋องด้วยเ้าค่ะ” แม่นมสี
“อย่างนี้นี่เองเอาเถอะสำหรับลูกชายท่านข้าจะให้ราคาพิเศษเลยแถมผักดองให้ด้วยอีกหนึ่งโถเลยดีมั้ย” หยวนเข่อชิงแหย่แม่นมสีเพราะเห็นน้ำใสๆ ที่หางตา
ดีจริงนะคนเป็แม่เป็ห่วงลูกก็ปกติดีนี่แต่เธอเองที่ไม่ปกติที่แม้แต่จะปรายตามองเด็กพิการอย่างเธอแม่ผู้ให้กำเนิดยังไม่แลเลย
ดังนั้นเห็นแม่ที่รักและห่วงลูกจากใจจริงนางจึงอยากสนับสนุนก็เท่านั้นหยวนเข่อชิงตัวจริงก็มีแม่ที่นักนางเช่นกันนี่นะเช่นนั้นก็สมมติว่าตัวเองมีแม่ที่รักนางมากๆ เถอะแต่นึกไม่ออกจริงๆ ว่าการเป็ที่รักมันจะรู้สึกอย่างไร
ในขณะที่กำลังทำเตาเผาถ่านหยวนเข่อชิงก็ส่งอู่เตี๋ยไปดูแลการก่อสร้างโรงตีเหล็กและการทำเตาโดยให้ทิ้งลูกๆ ไว้ในจวน
“เสี่ยวเหยามานี่” หยวนเข่อชิงที่เดินลงมาเห็นเสี่ยวเหยาที่กำลังถูเรือน
“เ้าค่ะ” เสี่ยวเหยา
เด็กน้อยตัวดำผมแห้งแคระแกร็นดูเหมือนโครงกระดูกมีรูปหน้าและใบหน้าที่สวยมากเพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับอาหารอย่างพอเพียง
“เสี่ยวหยูไปไหน” หยวนเข่อชิง