การเดินทางมายังทางเหนือของทวีปอย่างเขตปกครองเนโรเนียถือว่าพวกเรานั้นเดินทางได้ค่อนข้างที่จะเร็วมากพอสมควรอาจเพราะการไล่ล่าของนักฆ่าที่ไล่ตามหลังมาทำให้เราทุกคนท่านเร่งรีบก็เป็ได้
ทวีปออเรเลียนั้นจริงๆก็ถือว่ากล้าวใหญ่มากเพียงแต่เมืองหลวงและเขตปกครองทางเหนือสุดของทวีปอย่างเนโรเนียนั้นไม่ได้ไกลกันมากมักเลยทำให้การเดินทางรวดเร็วกว่ามาก หากเดินทางไปยังเขตปกครองทางใต้สุดของทวีปอย่างโครนอสที่อยู่ไกลแสนไกลนั้นมันก็ได้อยู่แต่การเดินทางนั้นคงกินเวลาสี่ห้าเดือนได้นั้นอาจเป็อันตรายต่อตัวข้าและเขาได้
พวกเราต่างซื้อของเตรียมกันไว้แล้วเหลือเพียงเดินทางไปยังท่าเรือที่อยู่ห่างไกลนั้นอาจใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็มหากเราไม่หยุดพักกันยาวนานมากเกินไป เรโนเนียเป็ศูนย์กลางการค้าขายหินเวทกับทวีปอัคนีดังนั้นตลอดเส้นทางการเดินทางไปยังเมืองท่าเรือนั้นเราต่างจำเป็ต้องปลอมตัวกันตลอดเวลา และแน่นอนว่าเส้นสายของเซเลี่ยนนั้นช่วยได้มากแม้นางจะปลอมแปลงตัวตนอยู่ก็ตามที
ไม่รู้ว่าเพราะการเดินทางอันยาวนานหรือเปล่าท่านเซเลสกับเซเลี่ยนนั้นก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นจนน่าใ แม้จะรู้สึกอิจฉานางก็ตามแต่ข้าก็ทำได้แค่รู้สึกอิจฉานั่นแหละ ส่วนคริสกับเซเลี่ยนก็ยังคงเช่นเดิมตลอดจากเดินทางสอนคนนั้นมักจะทะเลาะกันเสมอ ส่วนเวโร่ทุกครั้งที่ข้าเข้าใกล้ท่านเซเลสเขามักจากมองข้าด้วยสายตาเกลียดชังหรือรังเกียจเสมอพอได้เอ่ยปากทีไรก็เอ่ยวาจาจิกกัดข้าทุกที เ้าทีก็ยังคงเช่นเดิมนิ่งเงียบและปกป้องทุกคนแบบเงียบๆหากไม่ชวนคุยเขาก็จะไม่คุยกับผู้ใดก่อนเลยยกเว้นท่านเซเลสอะนะ
"อีกไม่นานจะถึงเมืองท่าเรือแล้วขอรับ"เมื่อคริสเห็นด่านเมืองท่าที่รถม้ากำลังไกลเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆก็ได้ะโเสียงดังเพื่อให้รถม้าทั้งสองคันได้ยินโดยทั่วกัน
ท่านเซเลสและเลดี้เซเลี่ยนนั่งรถม้าคันที่สองซึ่งทีคือผู้ขับรถม้าคันนั้นส่วนข้าก็นั่งกับเวโร่ บอกไว้แค่ว่าการนั่งนานๆกับเขาคนนี้ช่างอึดอัดยิ่งนักตลอดการเดินทางหากข้ากับเขาหากทะเลาะกันหนักมากถึงขั้นฆ่ากันได้ก็มิแปลกใจ ข้าอยากไปนั่งกับท่านเซเลสเหลือเกินเพียงแต่สถานะตอนนี้ข้าเป็เพียงเลขาของท่านมิอาจนั่งได้กันได้เพราะมีเลดี้เซเลี่ยนที่รับบทเป็คู่หมั้นมากด้วยการที่ข้าซึ่งเป็เลขาได้นั่งคันเดียวกันอาจถูกจับสังเกตได้ง่ายมาก
ไม่นานมากนักรถม้าก็หยุดลงที่หน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองของเมืองท่าเรือเมืองสุดท้ายก่อนพ้นชายแดนทวีปออเรเลีย
"ขออนุญาตตรวจรถม้านะขอรับ ขอเชิญทุกท่านไปยืนยังตัวตนด้านในได้เลยเหลือไว้แค่คนขับรถม้าก็พอขอรับ"ทหารยามคนหนึ่งเดินมาบอกกับคริสที่เป็คนขับรถม้า จากนั้นคริสก็เกินมาบอกข้าและบอกทีตามคำพูดของทหารยามผู้นั้น "เขาว่าเช่นนี้น่ะขอรับ" คริสเอ่ย
โชคดีที่ตัวตนที่ยืมมาใช้นั้นมีอยู่จริงและได้ขอหยิบยื้มมาเป็ที่เรียบร้อยเพียงแต่ตัวตนของท่านเซเลสและเลดี้เซเลี่ยนนี่สิปัญหาแม้จะมีอยู่จริงแต่ก็เป็ตัวตนของลูกชายพ่อค้าใหญ่และคู่หมั้นของเขาที่เป็คนของทวีปฟรอนเทียร์ทวีปการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลดี้เซเลี่ยนเห็นว่ารู้จักกันกับคู่หมั้นคนนั้นเลยโทรไปหาแล้วส่วนท่านเซเลสเห็นบอกแค่ว่าของยืมมาแล้วแต่ติดต่อกันยังไงล่ะนั้น
ข้าท่านเซเลสและเลดี้เซเลี่ยนเดินเข้าไปตามทหารยามคนหนึ่งที่มานำทางไปยังห้องที่พวกเขาเรียกว่าห้องสอบตัวตน หลังนั่งรอสักพักก็มีพนักงานแต่ตัวสุภาพเรียบร้อยเดินเข้ามาและนั่งตรงหน้าเรา
"พวกท่านเป็พ่อค้าที่เดินทางมาจากทวีปฟรอนเทียร์และเดินทางร่วมกันกับเลขาที่เป็คนของจักรวรรดิสินะ"พนักงานคนนั้นเอ่ยขึ้น
"ใช่แล้ว"ท่านเซเลสเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเขานั่งเขาเอาขาขวาไขว้ทับขาซ้ายพร้อมเอามือประสานกันวางไว้ที่หน้าตักใบหน้าที่เชิดขึ้นเล็กน้อยสายตามองต่ำ ชุดสูทที่เข้ารูปและกิริยาท่านทางของท่านเซเลสนั้นสง่างามเหมือนคุณชายตามแบบแผนทุกอย่าง
"ข้าขอดูเครื่องหมายการค้าได้หรือไม่ครับ"พนักงานคนนั้นเอ่ย ข้าลืมเื่นี้ไปได้อย่างไรแล้วทีนี้จะทำเช่นไรดีละใช้พลังของคริสควบคุมจิตใจเขาเลยดีหรือไม่ แต่เขาเป็เพียงคนธรรมดาที่ต้องทำงานตามหน้าที่แต่หากเราไม่ใช้จักเข้าเมืองได้หรือ
"ได้สิ"ท่านเซเลสเอ่นขึ้นมันทำให้ข้าใมากเพราะข้ามิได้เตรียมไว้ท่านเซเลสหันมาข้าก่อนจะยื่นเครื่องหมายการค้าและตราประจำตระกูลของพ่อค้าที่หยิบยืมตัวตนนั้นออกมา นั้นทำให้ข้าใเป็อย่างมากแต่ต้องเก็บสีหน้าให้มิด
"แล้วก็สิ่งนี้พอจักยืนยันตัวตนเพิ่มได้อีกหรือไม่"ท่านเซเลสคลายเวทมนตร์ส่วนหูตัวให้หูเอลฟ์ของท่านโผล่ออกมา นั้นยิ่งทำให้เข้าใเข้าไปใหญ่ ข้ามิเคยรู้จักกับตัวตนที่หยิบยืมมาของท่านเซเลสแต่ว่าเ้าของตัวตนที่ข้ายืมมาเขารู้จักกับตัวตนนั้นข้าจึงติดต่อไปแต่ใครจะไปคิดว่าเขาคนนั้นและเป็เอลฟ์
"พะ..เพียงพอแล้วขอรับ ขออภัยที่ทำให้ต้องเปิดเผยใบหูนั้น"หลังพนักงานยืนยันว่าเพียงพอพร้อมก้มหัวขอโทษจนแทบจะก้มกราบแทบเท่านั้นท่านเซเลสก็ใช้เวทกับใบหูนั้นอีกครั้ง
ที่พนักงานต้องขออภัยกันขนาดนั้นเป็เหตุเพราะความยิ่งใหญ่ของตระกูลนั้น ในอดีตจักรวรรดิแห่งนี้เคยเปิดากับเผ่าเอลฟต่างฝ่ายต่างเสียหายรุนแรงทั้งสองฝั่งแม้าจะสงบลงแล้วแต่เผ่าเอลฟ์ส่วนมากนั้นเลือกที่จะหายไปทำให้ทวีปไซเลนเทียกลายเป็แดนป่าดิบร้างที่กว้างใหญ่และแสนอันตราย แต่ตระกูลพ่อค้านี้เลือกที่จะออกจากเผ่าเดินทางไปยังทวีปฟรอนเทียร์ทำการค้าขายจนรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่จนสามารถควบคุมการค้าของประเทศหนึ่งในทวีปฟรอนเทียร์ได้เลย จากนั้นตระกูลนี้ก็เริ่มกลืนกินการค้าทั้งหมอของทวีปฟรอนเทียร์ได้ในที่สุด
กว่าคือพวกเขาสามารถครอบความทวีปทั้งทวีปได้ด้วยการค้าและหาก้าก็คงสามารถครอบคลุมทั้งโลกได้เลยกระมัง
ตอนแรกข้าคิดว่าเป็เพียงข่าวลือที่ว่าพวกเขาเป็เอลฟ์เพราะในรูปถ่ายของพวกเขานั้นมักจะเป็มนุษย์ปกติแต่พอได้เห็นท่าทีพนักงานก็มั่นใจได้ว่าเป็เื่จริง ว่าแต่ว่าท่านเซเลสไปเอาของพวกนั้นมาจากไหนละเนี่ยต้องหาโอกาสถามเสียแล้วข้ามิชอบให้มีเื่สงสัยค้างอยู่ในใจเสียด้วยสิ
หลังจากการยืนยันผ่านไปได้ด้วยดีเราต่างแยกย้ายกันไปเตรียมเสบียงเช่นเคย ไม่นานเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นเมื่อวิ่งไปดูภาพเดินก็เกิดอีกครั้ง พอเหล่าสตรีเ่าั้เห็นข้ากับคริสต่างก็แตกกลุ่มแล้วพากันวิ่งมารุมฝั่งนี้ไปด้วย
"ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้เลยค่า!!!"เสียงะโของเลดี้เซเลี่ยน
ให้ตาย ให้ตาย ช่างเป็การเดินทางที่แสนวุ่นวายจริง
หลังเราต่างหลุดออกจากกลุ่มชนได้พวกนั้นนั้นก็มารวมตัวกันแล้วเช็คของที่ซื้อมาว่าขาดเหลืออะไรหรือไม่กันที่โรงแรม อีกเช่นเคยเลดี้เซเลี่ยนนางเหมาทั้งโรงแรมไว้รอแล้ว หลังจากทานอาหารท่านเซเลสแยกตัวออกไปตัวข้าก็เดินตามท่านไป
"เหนื่อยหน่อยนะขอรับ"ข้าเดินเข้าไปหาเขาพร้อมยื่นแก้มช็อกโกแลตร้อนให้ไป
"ขอบคุณนะ"ท่านเซเลสรับแก้วช็อกโกแลตนั้นไปแล้วจิ๊บเล็กน้อยก่อนจะเหม่อมองวิวที่สวยงามของเมืองในยามราตรี แม้จะไม่สามารถคืนร่างเดินได้เพื่อความปลอดภัยก็ตามแต่ใบหน้าที่ดูเศร้านั้นไม่ว่าจะร่างไหนก็ไม่เปลี่ยนไปเลย
"เ้ามีอะไรจะถามข้าใช่ไหม"ท่านเซเลสเอ่ยขึ้นพร้อมกับจิ๊บแก้วช็อกโกแลตร้อนนั้น
"ขอรับข้าอยากทราบว่าท่านติดต่อและเอาเครื่องหมายเ่าั้มาอย่างรวดเร็วได้อย่างไรโดยไม่ใช้เครื่องมือสื่อสาร หรือนี่ก็คือเวทมนตร์ด้วยหรือขอรับ" ข้าเอ่ยถามออกไปตรงๆแม้จะรู้ว่าอาจไม่ได้คำตอบเ่าั้
"เป็เวทมนตร์ที่ใช้ติดต่อกันระหว่างเผ่าพันธุ์ผู้บูชาเทพและเทพ"ท่านเซเลสเอ่ยสั้นๆเพียงแค่นั้นในหัวข้าเหมือนมีบางอย่างจุดประกาย
"เทพ?"แม้ข้าจะเอ่ยออกไปพวกความสงสัยนั้นแต่ตัวข้ากลับเข้าใจที่ท่านเวเลสเอ่ยได้อย่างดีราวกับรู้อยู่แล้ว
"จริงๆจะบอกว่าเป็เทพก็ได้อยู่ เพียงแต่เมื่อเทพลงมาอยู่โลกมนุษย์พลังก็จะถดถอยลง ข้าและท่านแม่ก็เป็เช่นนั้น ที่เราถูกเล่าเอลฟ์บูชานั้นเพราะท่านแม่ของข้าและท่านพ่อต่างสร้างพวกเขาขึ้นมาพวกเขาคือเผ่าพันธุ์ที่ถูกเรียกว่าเป็ที่รักของเทพพระเ้า ทั้งงดงามและมีเวทมนตร์ที่ทรงพลัง ส่วนเวทที่ใช้ติดต่อก็เป็ประมาณคำพยากรณ์และของที่ได้มาก็คือของถวายยังไงละ"ท่านเซเลสเอ่ยพร้อมกับจิบช็อกโกแลตร้อนนั้น สายตาของท่านมองดูเมืองที่ส่องแสงสว่างไสวด้วยแสงสีในยามราตรีโดยไม่หันมองข้าเลย
"เพราะเช่นนั้นท่านถึงติดต่อเขาแถมยังได้รับของถวายได้ด้วยเวลาอันสั้นทั้งที่อยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลกอย่างนั้นหรือ"ข้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย
"ใช่แล้ว"ท่านเอ่ยพร้อมดื่มช็อกโกแลตแก้วนั้นที่เริ่มเย็นให้หมดแล้ว
"ข้าก็คิดอยู่ว่าเอลฟ์นั้นมีมากมายทำไมถึงเป็ท่าน แต่ไม่คิดเลยว่าท่านจะเป็เทพของเหล่าเอลฟ์ ฮาๆ ดูเหมือนมนุษย์อย่างพวกข้าลงโลภมากเกินไปเสียแล้ว ท่านบรรพบุรุษข้ารู้เื่หรือไม่นะ"ข้าเดินเข้าไปใกล้ๆเขาก่อนจะปล่อยตัววางแขนฟาดที่ราวระเบียงและเอาหัวซุกไปที่แขนตนเอง มองเมืองท่าเรือที่มีแสงสีเต็มไปหมดพร้อมผู้คนที่ออกมาเดิน เต้น และดื่มสุราโดยไม่รู้เื่รู้ราวอะไร เห็นแล้วก็แอบอิจฉาเหมือนกันนะที่พวกเขาไม่ต้องมารู้เื่ราวอะไรเช่นนี้
"มนุษย์ก็แบบนี้นี่ละ ต่อให้เขารู้ว่าเราเป็เทพสุดท้ายก็คงลงเอยไม่ต่างจากเดิม"ท่านเวเลสเอ่ยพร้อมยื่นแก้วช็อกโกแลตที่หมดแล้วมาให้ข้าเมื่อข้ารับมาท่านก็ใช้นิ้วลูบหมุนรอบแก้วก่อนที่ช็อกโกแลตที่หมดไปจากแก้วนั้นจะถุกเติมเต็มแถมยังอุ่นมากด้วย ช่างเป็เวทมนตร์ที่อัศจรรย์จริงๆ
"ขะ..ขอบคุณขอรับ"แบบนี้นี่มัน จูบทางอ้อมใช่ไหมใช่ไหมเนี่ย มือไม้ข้าสั่นไม่ยอมหยุดข้าได้แต่มองแก้วนั้นเริ่มรู้สึกร้อนที่ใบหูแล้วสิ
"ดื่มตอนกำลังอุ่นๆสิ เดี๋ยวไม่อร่อยเอานะ"ท่านเซเลสเอ่ยขึ้นเขาหัวมองข้า เราสองต่างสบตากันและกัน บางทีข้าเองอาจจะชอบดวงตาเศร้าสร้อยคู่นี้ก็ได้
"ขอรับ"ข้าดื่มช็อกโกแลตร้อยแก้วนั้นแก้วเดียวกับที่ท่านเซเลสดื่ม พอดื่มอะไรอุ่นๆกับสายลมที่พัดมาอ่อนๆกับภาพแสงสีตรงหน้าแล้วยังได้ยื่นอยู่กับคนที่แอบรักอะไรแบบนี้มันช่างอุ่นใจดีจริงๆ เราสองคนยืนอยู่ด้วยกันจนกระทั่งข้าดื่มช็อกโกแลตแก้วนี้หมด
"เราเข้านอนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องขึ้นเรือแต่เช้านี้"ท่านเซเลสเอ่ยขึ้นทั้งทีที่เห็นแก้วช็อกโกแลตนั้นว่างเปล่า
"ขอรับ"ข้าเอ่ยตอบท่านเซเลสพร้อมกับเดินไปพร้อมกันกับเขา
"หากมีโอกาสเราไปเที่ยวกันสองคนบ้างท่านคิดเห็นเช่นไร"ข้าเอ่ยถามท่านเซเลส ท่านเงียบไปแม้ขายังคงก้าวเดินข้าคิดว่าท่านลงไม่อยากตอบหรือข้ารุกหนักมากเกินไป
"ได้สิ ข้าคิดว่าก็ดีเหมือนกัน ราตรีสวัสดิ์เ้าเด็กน้อย"ท่านเซเลสเอ่ยตอบตกลงที่จะไปกับข้าให้ตายนี่เป็สิ่งที่น่าดีใจมากที่สุดในชีวิตข้าเลย
"ราตรีสวัสดิ์ขอรับ"หลังจากข้าส่งท่านเซเลสเข้านอนตัวข้าเองก็กลับห้องเพื่อเข้านอนด้วยเช่นกัน เมื่อถึงห้องข้าล้มตัวลงนอนบนเตียงเหม่อมองเพดานห้อง ท่านเซเลสเขาตอบรับคำเชิญของข้าช่างน่ายินดียิ่ง ให้ตายเพียงแค่คิกข้าก็ตื่นเต้นมากแล้ว
ไม่นานหลังจากล้มตัวลงนอนข้าก็หลับไปเมื่อตื่นนอน ข้าก็ลุกมาอาบน้ำ ต่างตัวแต่ทานอาหารเช้าร่วมกันเอาต่างพากันเดินทางออกจากโรงแรมและไปขึ้นเรือที่เหมาเอาไว้เมื่อวานหลังจากเช็คของทั้งหมดแล้วเราต่างแบ่งห้องให้กันตามเคย ช้า ท่านเซเลส เลดี้เซเลี่ยน เราสามคนจะมีห้องส่วนตัวของตัวเองโดยมี คริส ที เวโร่ค่อยดูแลอยู่หน้าห้องเพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ให้ผิดสังเกตกับพวกลูกเรือพวกคริสจึงไม่สามารถมีห้องของตนเองได้
ไม่นานเรือก็เคลื่อนที่อีกเดือนกว่าเราถึงจะเดินทางไปถึงทวีปอัคนีได้แม้จะต้องใช้เวลามากหน่อยเพียงอดทนไม่นานข้าก็จะได้ไปเที่ยวกับท่านเซเลสกันสอนคนได้สักที