ARC 1
VIRTUAL LABYRINTH
(เขาวงกตไร้ทางออก)
ไม่มีใครแน่ใจว่าปุ่มออกจากระบบหายไปั้แ่ห้องไหน
ตอนเริ่มภารกิจ รายชื่อผู้เล่นมีมากกว่านี้ แต่ทุกครั้งที่ประตูชั้นถัดไปปิดลง ชื่อบางชื่อก็ดับหายไปจากหน้าต่างทีม ไม่มีข้อความเสียชีวิต ไม่มีการแจ้งตัดการเชื่อมต่อ และไม่มีใครกลับเข้ามาอีก
ตอนนี้เหลือผู้เล่นเพียงห้าคน
คาเอล โวร่า แจ็กซ์ นิกซ์ และบัลธาซาร์
ข้อความภารกิจยังคงแสดงเงื่อนไขเดิมอยู่กลางอากาศ
[พิชิตผู้พิทักษ์สุดท้ายเพื่อกลับสู่โลกต้นทาง]
เบื้องหน้าพวกเขา ผู้พิทักษ์ตัวสุดท้ายยืนขวางอยู่กลางลานหิน
เสียงหอกพลังงานฟาดลงบนลานหินดังเหมือนฟ้าผ่าถูกบังคับให้ะเิอยู่ใต้พื้น แรงสั่นะเืวิ่งผ่านรอยแตกสีดำใต้ฝ่าเท้าคาเอลขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน ฝุ่นสีเทาร้อนจัดถูกแรงกระแทกยกขึ้นเป็วงกว้าง กลืนทุกอย่างรอบตัวให้พร่าไปครู่หนึ่ง กลิ่นหินไหม้ กลิ่นโลหะร้อน และกลิ่นบางอย่างคล้ายอากาศหลังพายุไฟฟ้าอัดแน่นอยู่ในโพรงจมูกจนเขารู้สึกเหมือนทุกลมหายใจกำลังขูดลำคอจากข้างใน พื้นใต้รองเท้าสั่นไม่หยุด เศษหินเล็ก ๆ กลิ้งกระทบกันเป็เสียงกรอกแกรกถี่ ๆ ราวกับทั้งสนามรบกำลังเตือนพวกเขาว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าใครบางคนอาจไม่ทันได้หายใจต่อ
ผู้พิทักษ์ร่างมหึมายืนตระหง่านอยู่กลางลานหินสีดำ เกราะสีทองซีดของมันแตกร้าวเป็แนวยาวหลายจุด แสงสีฟ้าจากแกนกลางอกเต้นไม่สม่ำเสมอเหมือนหัวใจของสัตว์ั์ที่ถูกาเ็แต่ยังไม่ยอมตาย หอกพลังงานในมือของมันยาวเกือบเท่าลำต้นไม้ใหญ่ ปลายหอกลากกับพื้นจนเกิดประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบไปตามรอยแตก ทุกครั้งที่มันขยับ อากาศรอบตัวเหมือนถูกกดให้หนักขึ้น จนหน้าอกของคาเอลรู้สึกแน่นราวกับมีมือมองไม่เห็นมาบีบซี่โครงทีละซี่
“มันจะฟาดแนวกว้าง!” แจ็กซ์ะโจากด้านหลัง เสียงแหบจนเกือบแตก ร่างของเขาไม่สูงมากแต่ล่ำแน่น แขนกลข้างขวาส่งเสียง ติ๊ก…ติ๊ก เบา ๆ ตามจังหวะนิ้วที่กระดิกเองโดยไม่รู้ตัว ผมสีดำยุ่งตกลงมาบังสายตา เขาดันมันขึ้นอย่างหงุดหงิดแม้มือจะยังสั่น
“ซ้าย! ทุกคนซ้าย!”
คาเอลไม่ได้ขยับตามเสียงนั้น ร่างสูงเพรียวของเขานิ่งเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้นลานหิน กล้ามเนื้อ่ไหล่ขึงตึงใต้เกราะที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเก่าทับใหม่ มือขวากำอาวุธแน่นโดยไม่รู้ตัว ข้อนิ้วซีดลงเล็กน้อย นิสัยที่เกิดทุกครั้งเวลาที่เขาคิดเร็วเกินไป เส้นผมสีเข้มที่เปียกเหงื่อตกลงมาปรกหน้าครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตายังคงนิ่งและลึก เหมือนกำลังมองทะลุการเคลื่อนไหวของศัตรูมากกว่ามอง “ตัวมัน”
ความคิดทั้งหมดแล่นผ่านหัวเขาเร็วผิดปกติ เร็วจนไม่มีรูปประโยค มีเพียงภาพ น้ำหนัก ระยะ และผลลัพธ์
“ไม่ใช่ซ้าย” คาเอลพูด
เสียงเขาไม่ได้ดังเท่าแจ็กซ์ แต่คมพอให้ทุกคนชะงัก
โวร่าที่กำลังจะพุ่งตัดออกข้างหยุดเท้าเพียงครึ่งจังหวะ ร่างของเธอเรียวยาวและต่ำกว่าทุกคนเหมือนเงาที่ถูกกดกับพื้น ผมสีเงินที่รวบไว้หลวม ๆ สะท้อนแสงฟ้าจาง ๆ ปอยหนึ่งหลุดลงมาปรกข้างแก้ม เืจากแผลเหนือคิ้วไหลผ่านคาง แต่ดวงตาของเธอยังนิ่ง เธอเอียงคอเล็กน้อย ท่าทางเดิมก่อนลงมือทุกครั้ง
“งั้นทางไหน” เธอถามสั้น ๆ
คาเอลเห็นหอกยกขึ้น
เห็นลมรอบปลายหอกบิดตัว
เห็นเงาของมันเคลื่อนผ่านพื้น
“หมอบลง”
แจ็กซ์หันมาทันที
“ห๊ะ ว่าอะไรนะ”
“หมอบลงเดี๋ยวนี้!”
คำสั่งนั้นออกจากปากเขาในจังหวะเดียวกับที่ผู้พิทักษ์หมุนตัว หอกพลังงานกวาดผ่านอากาศเป็เส้นโค้งสีฟ้าสว่าง แต่ไม่ได้กวาดระดับลำตัวอย่างที่ควร มันกวาดสูงครึ่งศีรษะพอดีเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อเกี่ยวคนที่วิ่งหลบตามสัญชาตญาณให้ขาดเป็สองส่วน โวร่าทิ้งตัวลงกับพื้นทันที ปลายหอกเฉียดผ่านหลังเธอไปไม่ถึงคืบ แรงลมจากการฟาดฉีกเส้นผมบางส่วนให้ปลิวขาดกลางอากาศ แจ็กซ์หมอบช้ากว่าคนอื่นเพียงนิดเดียว ปลายพลังงานเฉี่ยวเกราะไหล่ของเขาจนแตกเป็ประกายสีส้ม เขาสบถลั่น กลิ้งไปกับพื้นพร้อมกลิ่นผ้าไหม้ที่ลอยขึ้นจากชุดเกราะจำลอง
คาเอลไม่รอให้ฝุ่นจาง ทันทีที่หอกผ่านไป เขาถีบตัวขึ้นจากพื้น กล้ามเนื้อทั้งขาร้องประท้วงจากความเหนื่อย แต่สมองของเขาเย็นเฉียบกว่าร่างกาย เขารู้ว่าเฟสสุดท้ายของผู้พิทักษ์เหลือช่องว่างเพียง่เดียว หลังการฟาดหลอกนี้ แกนอกของมันจะเปิดออกเล็กน้อยเพื่อระบายพลังงานสะสม ถ้าพลาดช่องนี้ ทุกคนจะถูกลากเข้าสู่รอบโจมตีต่อไป และครั้งหน้าอาจไม่มีใครหลบทัน
เขาไม่อยากคิดว่าทำไมตัวเองถึงมั่นใจขนาดนั้น
ไม่อยากคิดว่าทำไมเสี้ยววินาทีนี้ถึงยาวพอให้เขาเห็นทุกอย่างละเอียดเกินมนุษย์
“ตอนนี้!” เขาะโ
โวร่าเคลื่อนไหวก่อนใคร เธอพุ่งต่ำออกจากฝุ่นเหมือนเงาที่ถูกปล่อยจากพื้น มีดพลังงานในมือขวาฟันเข้าข้อเข่าของผู้พิทักษ์ เสียงโลหะกับพลังงานเสียดกันดังแหลมจนฟันคาเอลเสียวตาม แจ็กซ์แม้ยังกลิ้งอยู่แต่ฝืนยกแขนกลขึ้น โดรนเล็กสามตัวบินออกจากอุปกรณ์ข้อมืออย่างไม่มั่นคง เสียงใบพัดหึ่ง ๆ ตัดผ่านเสียงลม ก่อนลำแสงสนับสนุนจะยิงเข้ารอยแตกบริเวณสะโพกของบอสพร้อมกัน
บัลธาซาร์ก้าวมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว ปลายนิ้ววาดวงแสงกลางอากาศ สีฟ้าซีดก่อตัวเป็เส้นสายคล้ายอักขระโบราณ พุ่งไปพันรอบแขนที่ถือหอกของผู้พิทักษ์ แม้เพียงเสี้ยววินาที มันก็พอทำให้การเคลื่อนไหวของร่างั์ช้าลง
คาเอลเหยียบเศษเกราะที่หลุดอยู่บนพื้น ใช้มันเป็ฐานส่งตัวขึ้นสูง หอกสั้นในมือเขาร้อนจนฝ่ามือแสบ เหงื่อกับเืทำให้ด้ามลื่น แต่เขากำมันแน่น เขาเห็นแกนกลางอกของผู้พิทักษ์เปิดออกเพียงช่องแคบ ๆ แสงข้างในสว่างจนเหมือนมองเข้าไปในดวงดาวที่กำลังจะะเิ
นี่ควรเป็เกม
ความคิดนั้นแล่นผ่านหัวเขาอย่างไม่มีที่มา
นี่ควรเป็แค่เกม
แต่ในจังหวะที่เขาพุ่งลงไป เขารู้สึกถึงน้ำหนักของร่างตัวเองจริงเกินไป รู้สึกถึงอากาศร้อนกระแทกใบหน้า รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงจนเจ็บซี่โครง
ปลายหอกของเขาทะลุเข้าแกนกลางของผู้พิทักษ์
แสงสีฟ้าะเิออกมา
เสียงคำรามต่ำลึกดังะเืทั้งลานหิน ราวกับูเาทั้งลูกถูกบังคับให้กรีดร้อง แรงะเิกระแทกร่างคาเอลปลิวออกจากจุดปะทะ เขาเห็นโลกหมุน สีดำของพื้น สีเทาของฝุ่น สีฟ้าของแสงแตกกระจาย
ความเจ็บแล่นขึ้นมาจากซี่โครงเหมือนมีเหล็กร้อนเสียบเข้าไป เขาหายใจไม่ออกไปสองวินาทีเต็ม ปากอ้าแต่ไม่มีอากาศเข้า เสียงรอบตัวหายไป เหลือเพียงเสียงชีพจรหนัก ๆ ในหู
ตึก
ตึก
ตึก
เขากลืนน้ำลาย แล้วรสเืก็ขึ้นมาที่โคนลิ้น
จริงเกินไป
เขารู้สึกถึงความคิดนี้ชัดเจนกว่าเสียงระบบใด ๆ
ความเจ็บใน StarCraft: Reality Sync ควรมีขอบเขต ระบบ Reality Sync ควรหลอกสมองให้ระวัง ไม่ใช่ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งจริง ไม่ใช่ทำให้ลมหายใจขาดจริง ไม่ใช่ทำให้เืรสเหล็กค้างอยู่ในปากแบบนี้
ฝุ่นค่อย ๆ จางลง ผู้พิทักษ์ทรุดลงช้า ๆ ร่างมหึมาของมันคุกเข่ากับพื้น เกราะที่เคยสว่างแตกออกเป็รอยยาว แสงในแกนอกกะพริบครั้งสุดท้ายก่อนดับสนิท หอกพลังงานหล่นจากมือ กระแทกพื้นดังทึบจนเศษหินรอบ ๆ กระเด็น
สนามรบเงียบลงอย่างกะทันหัน
ไม่มีเสียงเพลงจบภารกิจ ไม่มีเสียงประกาศชัยชนะที่คึกคัก มีเพียงลมร้อนที่พัดผ่านลานหินและเสียงหอบของคนห้าคนที่ยังรอดอยู่
“คาเอล!”
เสียงโวร่าดังฝ่าฝุ่นมาก่อนที่เ้าของเสียงจะวิ่งเข้ามาหาเขา เธอทรุดลงข้างตัวเขาเร็วเกินกว่าคนที่เพิ่งผ่านการต่อสู้หนักควรทำได้ มือหนึ่งแตะไหล่เขา อีกมือแตะข้างแก้มเขาเหมือน้าดูว่าเขายังมีสติอยู่หรือไม่ นิ้วของเธออุ่น และัันั้นทำให้ความเย็นแปลก ๆ ในหัวเขาถอยออกไปเล็กน้อย
“ยังไหวไหม” เธอถาม
คาเอลพยายามสูดลมหายใจเข้า ความเจ็บแทงขึ้นมาอีกครั้งจนเขาต้องหลับตาครึ่งหนึ่ง
“ถ้าบอกว่าไม่ไหว เธอแบกฉันไหม”
โวร่านิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะถอนหายใจเหมือนทั้งโล่งใจทั้งอยากดุ
“ยังมีแรงกวน แปลว่ายังไม่ตาย”
“นั่นถือเป็การวินิจฉัยทางการแพทย์หรือเปล่า”
“ถ้านายพูดอีกคำ ฉันจะปล่อยให้นอนตรงนี้”
แม้คำพูดจะเหมือนเดิม แต่น้ำเสียงเธอเบากว่าปกติ มือที่แตะไหล่เขายังไม่ยอมผละออกทันที ดวงตาของเธอกวาดผ่านใบหน้าเขาซ้ำ ๆ เหมือนกำลังหาาแที่มองไม่เห็น คาเอลเห็นความกลัวในนั้น ความกลัวที่เธอพยายามซ่อนไว้หลังประโยคธรรมดา และเพราะเห็น เขาจึงไม่พูดต่อ
แจ็กซ์ลากตัวเองเข้ามาพร้อมเสียงคราง เขานั่งแปะลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ แขนกลข้างขวายังมีควันลอยขึ้นเป็เส้นบาง ๆ กลิ่นพลาสติกไหม้ผสมกับกลิ่นโอโซนลอยมาเป็ระยะ
“ฉันขอจารึกไว้ตรงนี้เลย” เขาพูด หอบจนแต่ละคำหลุดออกมาไม่เท่ากัน
“ใครออกแบบด่านนี้ ไม่ได้เกลียดผู้เล่นธรรมดา แต่เกลียดสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่มีระบบประสาท”
หลังแน่ใจว่าคาเอลยังลุกไหว โวร่าจึงผละไปตรวจซากผู้พิทักษ์ ก่อนเดินกลับมาและเก็บมีดเล่มหนึ่งเข้าข้างเอว ส่วนอีกเล่มยังถือไว้ต่ำ ๆ เืจากแผลเหนือคิ้วไหลผ่านข้างแก้มถึงปลายคาง เธอใช้หลังมือปาดออกอย่างไม่สนใจ ดวงตายังมองซากบอส
“มันไม่ตายง่ายเท่ารอบซ้อม”
แจ็กซ์หันไปมองเธอ
“นี่เธอยังเรียกเมื่อกี้ว่ารอบเล่นเกมได้อีกเหรอ”
“ฉันเรียกว่ามันล้มแล้ว”
“ช่างเป็กำลังใจที่อบอุ่นเหลือเกิน”
บัลธาซาร์ยังยืนอยู่ใกล้ซากผู้พิทักษ์ ร่างสูงโปร่งในเสื้อคลุมยาวที่ไม่เข้ากับสนามรบนิ่งเกินไปเมื่อเทียบกับความวุ่นวายรอบตัว ผมยาวสีเข้มถูกรวบไว้หลวม ๆ ด้านหลัง ใบหน้าของเขาสงบจนเกือบไร้อารมณ์ ปลายนิ้วที่เคยวาดวงแสงลดลงอยู่ข้างลำตัว แต่ดวงตายังจับจ้องซากตรงหน้า ราวกับเขาไม่ได้รอให้มันตาย หากกำลังรอให้บางสิ่งหลังความตายของมันปรากฏขึ้น
คาเอลยันตัวลุกขึ้นโดยมีแจ็กซ์ช่วยประคอง สายตาเขาไปหยุดที่แขนของนิกซ์ทันที
ตรงข้อมือขวาใต้แขนเสื้อจำลอง มีเส้นสีดำบาง ๆ ลามขึ้นมาเหมือนเส้นหมึกที่ซึมใต้ิั มันไม่มาก แต่เคลื่อนไหวช้า ๆ ราวกับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ กำลังคลานไปตามเส้นเื
“นิกซ์” คาเอลเรียก
นิกซ์อยู่ด้านหลังสุด ร่างเขาดูเล็กกว่าคนอื่นเล็กน้อย ผมสีน้ำตาลยุ่งตกลงมาบังหน้าครึ่งหนึ่ง มือซ้ายกอดแขนขวาของตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัว นิ้วกดลงบนผิวเป็จังหวะสั้น ๆ ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกำลังฟังอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน
“ไม่เป็ไรครับ” เขาพูดเร็วเกินไป
คาเอลมองเขาเงียบ ๆ
นิกซ์หลบตา
“ผมแค่…เหนื่อย”
ไม่มีใครเชื่อคำตอบนั้น แจ็กซ์เงียบลงทันที โวร่าหันมามอง แขนที่ถือมีดลดต่ำลงเล็กน้อย
บนซากผู้พิทักษ์ แสงสีฟ้าสุดท้ายดับลง
แล้วข้อความสีทองก็ปรากฏกลางอากาศ
[ภารกิจสำเร็จ]
คราวนี้แจ็กซ์หลุดหัวเราะออกมาก่อนใคร เป็เสียงหัวเราะที่เหมือนคนเพิ่งรอดจากการจมน้ำ
“จบแล้วโว้ย…”
เขาทิ้งตัวหงายหลังลงบนพื้นทันที แขนกางออกสองข้างเหมือนยอมแพ้ต่อแรงโน้มถ่วงทั้งหมดในโลกจำลอง
โวร่าเก็บมีดเล่มที่สองเข้าที่ช้า ๆ บัลธาซาร์ยังยืนมองข้อความนั้นนิ่งเกินไป ส่วนนิกซ์ไม่ได้มองข้อความเลย เขามองแขนตัวเอง
[กำลังคำนวณผลลัพธ์]
[กำลังเตรียมส่งผู้เล่นกลับสู่โลกต้นทาง]
“เห็นไหม” แจ็กซ์ยกนิ้วขึ้นทั้งที่ยังนอนอยู่
“ระบบยังรักเราอยู่ มันแค่มีวิธีแสดงความรักแบบโรคจิต”
โวร่ามองเขาจากหางตา
“ถ้ามันรักนายจริง มันคงปิดเสียงนายไปตั้งนานแล้ว”
“โห เจ็บกว่าบอสอีก”
คาเอลไม่ได้ยิ้ม เขาจ้องข้อความกลางอากาศ ความรู้สึกบางอย่างในอกยังไม่คลาย ไม่ใช่ความกลัวแบบตอนต่อสู้ แต่เป็ความตึงเงียบ ๆ เหมือนเชือกที่ถูกดึงจนใกล้ขาด ทุกอย่างควรจบแล้ว ความเจ็บควรถูกลด ความตึงของสนามควรถูกปล่อย ระบบควรเริ่มส่งพวกเขากลับ
แต่ลมยังร้อนเท่าเดิม
กลิ่นเืยังอยู่
รสเหล็กในปากยังไม่จาง
ข้อความสีทองกะพริบ
ครั้งหนึ่ง
สองครั้ง
แล้วสีของมันจางลง กลายเป็สีขาวซีดเหมือนกระดูก
[กำลังค้นหาโลกต้นทาง]
แจ็กซ์ที่กำลังจะพูดอะไรต่อชะงัก
โวร่าหันขึ้นมองทันที มือของเธอที่ยังแตะมีดอยู่เกร็งขึ้น
[กำลังค้นหาโลกต้นทาง]
ข้อความเดิมกะพริบซ้ำ
คราวนี้นานขึ้น
เงียบขึ้น
ไม่มีใครพูด
แม้แต่แจ็กซ์
[ไม่พบเส้นทางกลับ]
ความเย็นแล่นผ่านกลางหลังคาเอลทันที ทั้งที่อากาศรอบตัวร้อนจนฝุ่นเหมือนกำลังไหม้ เขาอ่านประโยคนั้นซ้ำในหัวหนึ่งครั้ง สองครั้ง และยิ่งอ่าน มันยิ่งหนัก
ไม่พบเส้นทางกลับ
แจ็กซ์ลุกพรวดขึ้นเหมือนถูกไฟช็อต
“เดี๋ยว ไม่ ไม่ใช่แบบนี้”
เขาปัดมือเรียกเมนูออกจากระบบ หน้าต่างโฮโลแกรมควรเปิดขึ้นทันที แต่ตรงหน้ามีเพียงเส้นแสงกระตุกครึ่งหนึ่งแล้วดับ เขาลองอีกครั้ง คราวนี้แรงขึ้น เร็วขึ้น
“ออกจากระบบ ออกจากระบบ ออกจากระบบ!”
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โวร่าเดินเข้าไปใกล้เขา
“แจ็กซ์”
“อย่าเพิ่งพูด ฉันจัดการได้”
“แจ็กซ์”
“บอกว่าอย่าเพิ่งพูดไง!”
เสียงเขาดังขึ้นเกินจำเป็ แล้วก็ขาดหายเมื่อเขาเห็นว่ามือของตัวเองกำลังสั่น
บัลธาซาร์เงยหน้ามองท้องฟ้า
ท้องฟ้ากำลังแตก
รอยแสงสีขาวซีดกรีดผ่านเมฆดำ้า เหมือนมีใครใช้ใบมีดขนาดมหึมาฉีกผืนฟ้าจากอีกด้านหนึ่ง เสียงต่ำลึกดังขึ้นจากใต้พื้น ไม่ใช่เสียงะเิ ไม่ใช่เสียงกลไก แต่เหมือนเสียงคำรามของบางสิ่งที่ใหญ่จนลานหินทั้งลานเป็เพียงิัของมัน
[กำลังสร้างพื้นที่ส่งกลับสำรอง]
คาเอลหันไปมองบัลธาซาร์
“นายรู้ไหม พื้นที่ส่งกลับสำรองคืออะไร”
บัลธาซาร์ไม่ตอบทันที ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งเหมือนคนรู้ทุกอย่างดูหนักขึ้น แม้ดวงตายังไม่แสดงความกลัวชัดเจน แต่ความเงียบของเขาบอกคาเอลมากพอ
“ไม่ใช่กลับ” บัลธาซาร์พูดในที่สุด
คำสั้น ๆ นั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกบีบ
“หมายความว่าอะไร” โวร่าถาม
บัลธาซาร์มองข้อความกลางอากาศ แล้วมองคาเอล
“มันกำลังหาที่ให้เราตกลงไป”
ก่อนใครจะถามต่อ นิกซ์กรีดร้อง
เขาทรุดลงกับพื้นทันที มือซ้ายกดแขนขวาแน่น ร่างทั้งร่างงอเหมือนถูกบางอย่างบิดจากข้างใน โวร่าพุ่งเข้าไปหา แต่หยุดเมื่อเขายกมือห้ามทั้งที่น้ำตาไหลลงมาแล้ว
“อย่าแตะ!” นิกซ์ะโ เสียงแหลมและแตกพร่า “มันเจ็บ…มันเจ็บจริง ๆ!”
คาเอลคุกเข่าลงตรงหน้าเขา สายตาตกลงที่แขนขวา
เส้นสีดำที่เคยบางตอนนี้ลามขึ้นถึงข้อศอก ิับริเวณข้อมือเริ่มปริออกเป็รอยเล็ก ๆ ไม่ใช่แผลฉีกธรรมดา แต่เหมือนมีอะไรแข็ง ๆ ดันขึ้นจากใต้ผิว แผ่นสีคล้ำมันวาวขนาดเท่าเล็บมือโผล่ผ่านเนื้อแดง มันเรียงซ้อนกันเป็ลายประหลาด คล้ายเกล็ด คล้ายกระดูก คล้ายเปลือกของสัตว์ที่ไม่ควรเกิดในร่างมนุษย์
แจ็กซ์ถอยไปครึ่งก้าว
“ไม่…ไม่ใช่ นี่มันเอฟเฟกต์ บัคของระบบัั อาจเป็ภาพ…”
“โอ๊ย มันเจ็บจริง!” นิกซ์ร้องอีกครั้ง
แขนขวาของเขากระตุกแรง เสียงกรอบเบา ๆ ดังจากใต้ผิว เขากัดฟันจนเส้นเืที่คอปูดขึ้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปที่ไม่มีใครสามารถเรียกว่าการจำลองได้อีกต่อไป
โวร่ากำมีดแน่นอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อขู่ใคร แต่เหมือนร่างกายเธอ้ายึดอะไรบางอย่างไว้ไม่ให้มือสั่น
คาเอลเอื้อมไปจับไหล่นิกซ์
ทันทีที่นิ้วแตะตัวเขา ความเย็นจัดแล่นผ่านฝ่ามือขึ้นมาตามแขน ไม่ใช่ความเย็นจากิั แต่เป็ความเย็นแบบแตะของมีชีวิตที่ไม่ควรมีอุณหภูมิแบบมนุษย์ นิกซ์สะดุ้ง เงยหน้ามองเขา ดวงตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความกลัวจนคาเอลรู้สึกเหมือนถูกแทงเงียบ ๆ
“พี่…” นิกซ์พูดเสียงสั่น
“เอามันออกไปที”
คาเอลอยากตอบว่าได้
อยากบอกว่าไม่เป็ไร
อยากโกหกให้เขาหยุดกลัวสักวินาที
แต่ข้อความบนท้องฟ้าเปลี่ยนก่อน
[าแนี้จะไม่หายไปเมื่อออกจากเกม]
ทุกคนเห็นข้อความนั้นพร้อมกัน
ไม่มีใครพูด
เพราะคำพูดใด ๆ หลังจากนั้นจะกลายเป็ของไร้ค่า
โลกเริ่มสั่นแรงขึ้น รอยแตกบนท้องฟ้าขยายออกเป็แผลยาว แสงสีขาวจากด้านหลังมันสาดลงมาจนเงาของพวกเขาบนพื้นบิดเบี้ยวผิดรูปร่าง ราวกับมีเงาของสิ่งอื่นซ้อนทับอยู่กับร่างมนุษย์ แรงดึงบางอย่างก่อตัวรอบตัวพวกเขา ไม่ใช่ลม แต่เหมือนทั้งพื้นที่กำลังถูกดูดออกจากตัวเอง ฝุ่น หิน เศษเกราะ และแสงเริ่มยืดเป็เส้น
“จับกันไว้!” คาเอละโ
โวร่าคว้าแขนแจ็กซ์ แจ็กซ์รีบเอื้อมมือไปจับสายสะพายของบัลธาซาร์ บัลธาซาร์จับไหล่นิกซ์ไว้แน่นกว่าเดิม นิกซ์ร้องเพราะแรงกระตุกจากแขนตัวเอง แต่ยังพยายามเกาะมือบัลธาซาร์เหมือนมันเป็สิ่งเดียวที่เชื่อมเขาไว้กับมนุษย์
แรงดึงกระชากพวกเขาขึ้น
หรือลง
คาเอลแยกไม่ออก
สนามรบยืดออกเหมือนผืนผ้าที่ถูกฉีก สีเทาของฝุ่นกลายเป็เส้นยาว สีฟ้าจากซากบอสกลายเป็ประกายแตกพร่า เสียงแจ็กซ์ะโบางอย่างถูกลากจนเป็เสียงต่ำยาว กลิ่นไหม้ กลิ่นเื กลิ่นหินร้อน ถูกบิดรวมกันจนเวียนหัว
แล้วทุกอย่างก็ดับลง
ความมืดไม่ได้อยู่นาน
เขาลืมตาในแสงสีขาวเย็นจัด
คาเอลนอนอยู่ในแคปซูล VR ฝา้าเปิดค้างอยู่เหนือหน้า ลมหายใจของเขาหนักและขาดเป็่ เหงื่อเย็นชุ่มหลังจนเสื้อแนบผิว อากาศภายในร้านเย็นจัดจนทำให้เหงื่อบนตัวกลายเป็ความหนาวเสียดกระดูก เสียงเครื่องทำงานหึ่งต่ำรอบตัว กลิ่นกาแฟเก่า กลิ่นพลาสติกอุ่น กลิ่นโลหะจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ลอยอยู่ในอากาศเหมือนเดิม
ร้านโซนซิงก์ วีอาร์
เขากลับมาแล้ว
ความคิดนั้นโผล่ขึ้นมาเร็วเกินไป เร็วจนเหมือนสมองอยากคว้ามันไว้เพื่อเอาตัวรอด
แต่คาเอลไม่เชื่อทันที
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากแคปซูล ฝ่ามือแตะขอบเครื่องสีดำด้าน พื้นผิวมันเย็นเกินไป เย็นเหมือนกระจกหน้าร้านในคืนที่เขาเดินเข้ามา เขาหายใจเข้าอย่างระวัง ความเจ็บที่ซี่โครงยังอยู่ ไม่ได้หายไปพร้อมการออกจากเกม
เขามองรอบร้าน
แจ็กซ์ถอดสายเชื่อมต่อจากขมับแล้วโยนมันทิ้งเหมือนมันเป็งู มือเขาสั่นอย่างเห็นได้ชัด ปากพึมพำคำว่า “กลับมาแล้ว” ซ้ำ ๆ แต่ดวงตาไม่เชื่อคำพูดตัวเอง โวร่าลุกจากแคปซูลของเธอช้า ๆ มือหนึ่งแตะบริเวณแผ่นหลัง รอยไหม้สีแดงคล้ำพาดอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับที่หอกพลังงานเฉียดผ่านในสนามรบ เธอััรอยนั้นอยู่นานเกินไป ก่อนเงยหน้าขึ้นโดยไม่พูด
บัลธาซาร์ยืนอยู่ข้างแคปซูลของนิกซ์ั้แ่เมื่อไรไม่รู้
นิกซ์ยังไม่ลุก
เขานอนตะแคงอยู่ในแคปซูล มือซ้ายกอดแขนขวาแนบอก ตัวสั่นแรงจนสายเชื่อมต่อแกว่งกระทบขอบเครื่องเป็เสียงเบา ๆ
“นิกซ์” คาเอลเรียก
เด็กหนุ่มค่อย ๆ หันหน้ามา
ดวงตาของเขาแดงก่ำ น้ำตาเกาะอยู่ตรงขอบตา ริมฝีปากสั่น
“พี่…”
เสียงนั้นทำให้คาเอลก้าวลงจากแคปซูลทันที ความเจ็บที่ซี่โครงแทงขึ้นมาแต่เขาไม่สน โวร่าขยับเข้าใกล้จากอีกด้าน แจ็กซ์ยืนแข็งอยู่กับที่เหมือนกลัวว่าถ้าเดินเข้ามา ความจริงจะชัดขึ้น
นิกซ์ค่อย ๆ คลายมือซ้ายที่กอดแขนขวาออก
ไม่มีใครหายใจ
แขนของเขายังเป็แบบนั้น
ไม่ใช่ภาพจำลอง ไม่ใช่เอฟเฟกต์ ไม่ใช่แสงของระบบที่หายไปเมื่อจบเกม ผิวั้แ่ข้อมือถึงกลางท่อนแขนดำคล้ำ เส้นเืโป่งเป็ลายแปลกประหลาด ใต้ผิวมีแผ่นแข็งเล็ก ๆ ดันขึ้นมาเป็แนวเหมือนเกราะบางอย่างกำลังเติบโต มันไม่ได้กลืนทั้งแขน แต่ก็มากพอให้ทุกคนเข้าใจ
มันไม่หาย
แจ็กซ์ถอยหลังชนแคปซูล เสียงโลหะดังเบา ๆ
“เป็ไปไม่ได้…”
คำพูดนั้นเบาจนแทบไม่มีน้ำหนัก
นิกซ์มองแขนตัวเอง น้ำตาไหลลงมาตามข้างแก้ม
“ผม…ออกมาแล้วใช่ไหม”
ไม่มีใครตอบ
คำถามนั้นควรง่ายที่สุดในโลก แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าพูดคำว่าใช่
คาเอลเงยหน้ามองรอบร้านอีกครั้ง ทุกอย่างเหมือนเดิมจนเกือบน่ากลัว เคาน์เตอร์ของบัลธาซาร์อยู่ที่เดิม แก้วกาแฟพลาสติกวางอยู่มุมเดิม หน้าจอบนผนังยังขึ้นโลโก้ StarCraft Reality Sync ตัวอักษร Reality Sync ใต้ตราดาวสีฟ้ายังคงกะพริบด้วยจังหวะเดิม แต่่สว่างแต่ละครั้งสั้นลงกว่าที่เขาจำได้ ไฟเหนือหัวกะพริบด้วยจังหวะเดิม แคปซูลทุกเครื่องเรียงตามตำแหน่งเดิม กระเป๋าของเขายังวางอยู่บนโต๊ะสแตนเลสข้างแคปซูล
เหมือนเดิมทุกอย่าง
มากเกินไป
คาเอลหลับตาครึ่งหนึ่งแล้วฟัง
ในวินาทีแรก ไม่มีเสียงเมือง
ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงแตร ไม่มีเสียงคนเดินผ่านตรอก ราวกับร้านทั้งร้านถูกวางไว้ในกล่องที่ไม่มีโลกอยู่รอบข้าง
จากนั้นเสียงเ่าั้จึงค่อย ๆ กลับมา
เสียงยางบดถนนดังขึ้นจากที่ไกล ก่อนเงียบไปแล้วเริ่มใหม่ในจังหวะเดิม เสียงไซเรนลอยผ่านหนึ่งครั้ง แล้ววนกลับมาด้วยระดับเสียงแทบไม่ต่างจากเดิม เสียงฝีเท้าดังอยู่หลังแนวกระจกเหมือนคนเดิมกำลังเดินผ่านซ้ำ
แต่จังหวะของมันผิด
ทุกเสียงเหมือนมาช้ากว่าภาพเพียงเล็กน้อย ราวกับโลกภายนอกกำลังพยายามเล่นสิ่งที่บันทึกไว้ให้ตรงกับปัจจุบัน แต่ยังจัดเวลาไม่ลงตัว
คาเอลลืมตา
ร้านยังอยู่ที่เดิม
แต่เขาไม่แน่ใจแล้วว่าโลกด้านนอกยังเป็โลกเดิม
“ประตู” คาเอลพูด
โวร่าขยับทันที เธอเดินไปที่ประตูกระจกหน้าร้าน กดปุ่มเปิด
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอกดอีกครั้ง ไฟบนปุ่มสว่างขึ้นชั่วครู่ แล้วดับลง
ประตูไม่ขยับ
แจ็กซ์เหมือนเพิ่งถูกกระตุ้นให้กลับมาหายใจ เขารีบเดินไปหาแผงควบคุมข้างประตู เปิดฝาครอบออกด้วยมือที่ยังสั่น เล็บเขาขูดพลาสติกดังแกรก ๆ ก่อนจะดึงสายเล็ก ๆ ออกมา
“ระบบล็อกค้าง เดี๋ยวฉันเปิด…”
เขาหยุด
โวร่าหันไปมอง
“อะไร”
แจ็กซ์จ้องช่องแผงควบคุมเหมือนมันเพิ่งพูดสิ่งเลวร้ายกับเขา
“วงจรอะไรวะเนี่ย”
“หมายความว่าไง”
“หมายความว่ามันเดินวงจรแปลกกว่าปกติ” เขาค่อย ๆ พูด ดวงตาไม่ละจากช่องว่างในผนัง “ปุ่มนี่ไม่ได้ต่อกับประตูโดยตรง มันเชื่อมกับอะไรบางอย่างอีกชั้นหนึ่ง ส่วนสายไฟพวกนี้ก็ไม่รู้ว่าลากไปไหน ขอเวลาฉันดูหน่อย ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนของประกอบฉากในเกม”
คำว่า “ของประกอบฉาก” ทำให้โวร่าหันมามองคาเอล
เขาไม่พูด
เพราะเขากำลังมองกระจกหน้าร้าน
ฝ้าหนาเกาะเต็มกระจกหน้าร้านจนมองไม่เห็นตรอกด้านนอก แสงนีออนสะท้อนบนผิวขาวขุ่นเป็สีฟ้าซีดเหมือนแสงจากก้นน้ำลึก เขาแยกไม่ออกว่าความเย็นกำลังก่อตัวอยู่ด้านใดของกระจก
คาเอลเดินเข้าไปใกล้ ยืนอยู่หน้ากระจกโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองเดินมาหยุดตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่ แสงนีออนสีฟ้าจากป้ายร้านสะท้อนบนพื้นตรอกด้านนอกเป็เงาเปียกมันวาวเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา ทุกอย่างดูปกติจนเกือบทำให้เขาเชื่อว่ามันปกติจริง ๆ แต่ความรู้สึกในอกกลับตึงแน่นเหมือนมีบางอย่างกดอยู่จากด้านใน ไม่ใช่ความกลัวที่พุ่งขึ้นมาแรง ๆ แต่เป็ความไม่สบายใจที่ค่อย ๆ แทรกซึมแล้วไม่ยอมออกไป
ปลายนิ้วของเขายกขึ้นช้า ๆ ก่อนแตะลงบนผิวกระจก ความเย็นแล่นผ่านิัทันที เย็นกว่าที่ควร เย็นเหมือนแตะน้ำแข็งทั้งที่ในร้านไม่ได้หนาวขนาดนั้น ชั้นฝ้าขาวขุ่นเกาะอยู่บนกระจกจนเขาแยกไม่ออกว่ามันก่อตัวจากด้านในหรือด้านนอก คาเอลใช้ปลายนิ้วปาดมันออกเป็ทางยาว รอยใสปรากฏขึ้นท่ามกลางผิวหม่นมัว ทำให้ภาพด้านนอกชัดขึ้นอีกนิด รถคันหนึ่งเคลื่อนผ่านช้า ๆ แสงไฟท้ายสีแดงลากเป็เส้นยาวบนพื้นเปียก คนสองคนเดินผ่านหน้าร้านโดยไม่หันมามอง ทุกอย่างยังดำเนินไปเหมือนโลกไม่ได้แตก ไม่ได้หยุด ไม่ได้รับรู้ว่ามีอะไรผิดปกติ
แต่กลิ่นในร้านไม่เหมือนเดิม
กลิ่นกาแฟเก่า กลิ่นพลาสติกจากแคปซูล และกลิ่นโลหะจาง ๆ ยังอยู่ แต่มีอะไรอีกอย่างแทรกเข้ามา กลิ่นคาวชื้นเหมือนเืที่ทิ้งไว้ในที่อับนานเกินไปจนเริ่มเปลี่ยนสภาพ คาเอลสูดลมหายใจเข้าอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ มันยังอยู่ และยิ่งชัดขึ้นเมื่อเขายืนใกล้กระจก
ด้านหลังเขาเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงหายใจของแจ็กซ์ เสียงขยับตัวของโวร่า และเสียงสั่นของนิกซ์เหมือนถูกกดให้เบาลงพร้อมกัน บรรยากาศทั้งร้านตึงจนแทบได้ยินเสียงไฟนีออนกะพริบ
“คาเอล…” แจ็กซ์เรียกเสียงต่ำ
คาเอลไม่หันกลับ
“เห็นข้างนอกไหม”
“เห็น…ปกติดี” แจ็กซ์ตอบ แต่ปลายเสียงไม่มั่นใจ
คาเอลพยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น เขายกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใช้ฝ่ามือปาดฝ้าบนกระจกกว้างขึ้น รอยใสขยายออกเป็วงกว้างจนภาพด้านนอกเปิดชัดขึ้นเกือบครึ่งบาน เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้อีกนิดจนลมหายใจของตัวเองกระทบผิวกระจกแล้วกลายเป็ฝ้าใหม่ทับลงไป
และในวินาทีนั้นเอง เขาเห็นมัน
ไม่ใช่จากภาพถนนตรงหน้า
แต่จากส่วนที่เงาสะท้อนของร้านซ้อนทับอยู่บนกระจก
ภาพของคาเอล แจ็กซ์ โวร่า บัลธาซาร์ และนิกซ์เรียงอยู่บนผิวกระจกครบทุกคน ทว่าระหว่างเงาของคาเอลกับโวร่า มีร่างอีกหนึ่งร่างซ้อนอยู่ในความมืดด้านนอก
มันเกาะอยู่เหนือกรอบกระจกในมุมที่สายตาตรงมองไม่เห็น
ร่างนั้นสูงกว่ามนุษย์เล็กน้อย ผิวซีดหม่นเหมือนเนื้อที่ตายแล้ว แขนยาวผิดสัดส่วน ส่วนที่ควรเป็ใบหน้ามีเพียงพื้นผิวเรียบ ๆ บิดเบี้ยว ราวกับรูปทรงของมันยังถูกประกอบไม่เสร็จ
คาเอลไม่ทันได้พูด
กระจกะเิ
เสียงแตกดังสนั่นใกล้หูจนเหมือนอะไรบางอย่างฉีกอากาศเข้ามา เศษแก้วพุ่งเข้ามาเป็ฝนแหลมคม แสงไฟนีออนแตกกระจายเป็เส้นสีฟ้าพริบพราว สิ่งมีชีวิตนั้นพุ่งทะลุเข้ามาพร้อมแรงกระแทกมหาศาล กลิ่นคาวชื้นกระแทกใส่หน้าเหมือนถูกโยนใส่
“ระวัง!” แจ็กซ์ะโ
คาเอลขยับก่อนคำเตือนจบ
ร่างของเขาพุ่งเข้าไปหามันโดยไม่ถอย แขนยาวของมันเหวี่ยงลงมา เขายกแขนรับ แรงปะทะกระแทกเข้ากระดูกจนเจ็บลึก แต่เขาไม่ปล่อย มืออีกข้างคว้าข้อมือของมันไว้แล้วบิดเข้าหาตัว น้ำหนักของมันมากกว่าที่คิด กล้ามเนื้อเขาสั่นแต่ยังฝืนดึงไว้ ขาของมันเตะเข้าที่สีข้าง เขารับแรงนั้นเต็ม ๆ แล้วปล่อยให้ตัวเองเสียหลักครึ่งจังหวะเพื่อดึงมันลงไปกับพื้น
ทั้งสองล้มกระแทกพื้นพร้อมกัน
เสียงกระดูกหรืออะไรบางอย่างกระแทกกับกระเบื้องดังทึบ สิ่งมีชีวิตนั้นดิ้นทันที แขนยาวพยายามกวาดใส่หน้าเขา คาเอลกดศอกลงบนข้อไหล่มัน ใช้น้ำหนักตัวกดทับไว้ เขารู้สึกถึงพื้นผิวของมันผ่านแขนเสื้อ—เย็น ลื่น และมีบางส่วนแข็งเหมือนเกล็ดเล็ก ๆ ใต้ผิวเนื้อ
มันไม่มีเสียงร้อง
มีเพียงเสียงหายใจครืดคราดเหมือนลมผ่านท่อแคบ
มันพยายามยกหัวขึ้น ส่วนที่ควรเป็หน้าเอียงเข้ามาใกล้จนเกือบชนกับหน้าของเขา กลิ่นเหม็นคาวแรงขึ้นจนแทบอาเจียน คาเอลกดมันลงอีกครั้ง ใช้เข่ากดทับลำตัว แขนข้างหนึ่งล็อกแขนของมัน อีกข้างกดคอ หรือสิ่งที่น่าจะเป็คอลงกับพื้น
“โวร่า!” เขาะโ
ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเธออยู่ไหน เสียงฝีเท้าเบาแต่เร็วเข้ามาใกล้ เศษกระจกชิ้นใหญ่ถูกยกขึ้น แสงสะท้อนจากขอบคมวาบผ่านสายตาเขาเพียงเสี้ยววินาที
สิ่งมีชีวิตนั้นดิ้นแรงขึ้น
แรงมากกว่าก่อน
เหมือนมันรู้
แขนข้างหนึ่งหลุดจากการล็อก กวาดขึ้นมาเฉียดแก้มคาเอลจนรู้สึกถึงลมที่เฉือนผ่าน เขากดน้ำหนักลงไปอีก ฝ่ามือกดลึกลงจนรู้สึกว่ามันยุบลงเล็กน้อยเหมือนกดเนื้อที่ไม่ควรยุบ
“ตอนนี้!” คาเอลกัดฟัน
โวร่าไม่ลังเล
เศษกระจกแทงลงมา
เสียงเนื้อฉีกดังชัด
แรงะเืจากการแทงส่งผ่านมาถึงแขนของคาเอล สิ่งมีชีวิตนั้นกระตุกทั้งร่างทันที แขนขาที่ดิ้นอยู่หยุดชั่วขณะ ก่อนจะกระตุกอีกครั้ง โวร่าดันกระจกลงลึกกว่าเดิมจนเกือบมิด ดวงตาของเธอนิ่ง ไม่หลบ ไม่ลังเล
เสียงหายใจครืดคราดขาดลง ร่างนั้นสั่นอีกสองครั้ง แล้วแน่นิ่งไป
คาเอลยังไม่ปล่อยทันที เขากดมันไว้ต่ออีกสองวินาที สามวินาที จนแน่ใจว่าแรงต้านหายไปจริง ๆ กลิ่นคาวยังอยู่ แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวแล้ว เขาค่อย ๆ คลายแรง
โวร่าดึงกระจกออกช้า ๆ เืสีคล้ำไหลตามขอบแก้วลงหยดลงพื้นเป็จังหวะสม่ำเสมอ
ร้านเงียบลงอีกครั้ง แต่ไม่เหมือนก่อนหน้า ความเงียบครั้งนี้มี “อะไรบางอย่าง” แทรกอยู่ข้างใน
แจ็กซ์ยืนค้างอยู่ไม่ไกล มือสั่นเล็กน้อย ดวงตาจับร่างที่นอนนิ่งบนพื้นเหมือนยังไม่เชื่อสิ่งที่เห็น บัลธาซาร์ไม่พูด เขามองซากนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก นิกซ์ยังอยู่ในแคปซูล หายใจแรง แขนขวาของเขากระตุกเล็กน้อยเหมือนตอบสนองกับสิ่งที่เพิ่งตายไป
คาเอลค่อย ๆ ลุกขึ้น ความเย็นจากผิวของมันยังติดอยู่บนฝ่ามือ
เขามองร่างที่นอนอยู่บนพื้นอีกครั้ง
มันไม่หายไป
ไม่สลายกลายเป็แสงเหมือนสิ่งที่ตายในเกม ร่างนั้นยังมีน้ำหนัก มีเื และมีกลิ่นคาวค้างอยู่ในอากาศ
คำหนึ่งผุดขึ้นในหัวเขา
มันออกมาจากเกม
และตอนนี้มันกำลังคงอยู่ในโลกนี้
เขาหันไปมองกระจกที่แตก ด้านนอก เมืองยังเหมือนเดิม รถยังวิ่ง ไฟยังสะท้อนพื้น คนยังเดินผ่านโดยไม่รู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น
โลกยังปกติเกินไป…
คาเอลยืนอยู่ตรงนั้น หายใจช้า ๆ รู้สึกถึงความเจ็บที่ชายโครง กลิ่นเื กลิ่นโลหะ และความเงียบที่กดทับทุกอย่างไว้
เขาไม่ได้กลับสู่โลกเดิม
เขาเพียงตื่นขึ้นมาในร้านเดิม พร้อมบางสิ่งจากอีกฝั่งที่ตามเขากลับมาด้วย