2 ลิลิ:เริ่มเกมต้องรีบทำแต้ม
ช่วงสัปดาห์แรกที่มาเรียน โอปอลแทบไม่มีตัวตนเขาเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดาไม่ได้หล่อเหลาอะไรเป็นพิเศษ รูปร่างจัดว่าผอมบางกว่าผู้ชายวัยเดียวกัน แถมโดดเรียนคาบที่ไม่เช็คชื่อเป็นกิจวัตรสัปดาห์ที่สอง เขาถูกพวกหัวโจกของโรงเรียนดักตรงสระน้ำ ตรงนั้นเป็นจุดที่อยู่ด้านหลังอาคารเรียน ปลูกต้นไม้เรียงเป็นแถวจนมองไม่ออกว่ามีใครอยู่หรือไม่ มันเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการโดดเรียนไม่ให้โดนจับได้ แต่ในขณะเดียวกันหากเกิดอะไรขึ้นตรงนี้ ทั้งยามหรือครูบาอาจารย์ก็ไม่มีใครเห็นเหตุผลที่โดนดักมันง่ายมาก เขาดูอ่อนแอ และเขาเป็นพวกไม่มีสังคม ดูเกะกะในสายตาของพวกนั้น การจะโดนเขม่นเอาก็ไม่แปลกใจเลย ที่โรงเรียนก่อนหน้าก็เคยเจออะไรแบบนี้มาแล้ว“มายืนแบบนี้มีธุระอะไรหรือครับ?” โอปอลยืนล้วงกระเป๋ากางเกง เชิดหน้ามองตัวหัวหน้าที่ตัวสูงกว่าหนึ่งช่วงศีรษะ“ทำตัวอวดดีเหรอวะไอ้เด็กใหม่? ไม่รู้เหรอว่าใครเป็นใคร?”“ไม่รู้ครับ ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นหน้ากันเลย เอาเข้าจริงแค่คนในห้องยังจำหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำ” เด็กหนุ่มยักไหล่ มองไปก็เห็นว่าหนึ่งในแก๊งอันธพาลแบกร่างเด็กสาวในชุดนักเรียนพาดบ่าและกำลังหลบไปเงียบๆ“มองอะไรของแก?!” คราวนี้คนอื่นเริ่มฉุนเฉียว“ทางนี้สิที่ต้องถาม คงไม่ได้ช่วยหามผู้หญิงหมดสติไปห้องพยาบาลสินะครับ?”“ธุระกงการอะไรของมึง? ถ้าปากโป้ง... ไม่สิ จัดการตรงนี้เลยดีกว่า”จบประโยค หมัดก็เหวี่ยงใส่หน้าโอปอลเลิกคิ้ว หมอนี่ใช้เวลาง้างหมัดนานเหลือเกิน ช้าอย่างนี้ดูออกหมดเลยว่าจะทำอะไรบ้าง“โอ๊ะ ลื่น...” โอปอลก้าวหลบไปด้านข้างกะสับด้านหลังอีกฝ่าย แต่ตัวหัวหน้าไม่ได้เป็นมือสมัครเล่นอย่างที่คิด มันชักหมัดกลับแล้วตั้งท่าใหม่ทันที โอปอลหรี่ตาเล็กน้อย ท่าทางคงต้องเอาจริง...หลังจัดการพวกที่เหลือนี่ก่อน“คนเขาถามดีๆ ไม่ยอมตอบกันเอง!!!” เขาเปล่งเสียงก่อนจะศอกใส่คนที่ยืนอยู่ด้านข้างจนกระเด็นทะลุไปอีกฟากของแนวต้นไม้ จากนั้นก็ระดมหมัดเท้าใส่ลูกสมุนที่เหลือซึ่งตามเหตุการณ์ไม่ทันจนลงไปนอนกองบนพื้น ก่อนจะกระทืบซ้ำจนพวกนั้นร้องโอดโอยขอชีวิต เขายึดมีดพกจากหนึ่งในนั้นได้และจัดการเสียบมันใส่แก้มก้นของเจ้าของทว่าโอปอลยังไม่หยุดมือ เขาจู่โจมตัวหัวหน้าซึ่งใจฝ่อพยายามขอให้เขาหยุด โอปอลต่อยคางมัน ต่อยถูกฟันจนผิวตรงข้อนิ้วฉีกแต่เขาไม่สนใจ เข่าท้องครั้งหนึ่งก่อนจะเหวี่ยงหมัดอีกข้างใส่ขมับจนหัวโจกหมดสติทันใด“...แฮ่ก..” เขาสะบัดมือที่เป็นแผลก่อนจะเดินช้าๆ ไปตามทางที่เด็กสาวคนเมื่อครู่ถูกแบกไป เห็นว่าเธอโดนโยนทิ้งไว้ข้างทาง กุ๊ยตัวสุดท้ายหนีไปได้“...รีบๆ จัดการให้เสร็จก่อนยัยนี่จะตื่นดีกว่า”เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปหาเด็กสาวคนนั้นก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นมา เดินย้อนกลับทางเดิม เหยียบซ้ำร่างที่นอนเรียงกันอยู่ของพวกอันธพาลที่เกือบกลายเป็นผู้ต้องหา ก่อนจะนำร่างไร้สติวางไว้หน้าห้องพยาบาล เคาะประตูแรงๆ สองทีและรีบผลุบหายไปพอได้ยินเสียงวี้ดว้ายของครูห้องพยาบาล เขาก็ถอนหายใจและโดดเรียนคาบที่เหลือ กลับบ้านทันทีหลังจากวันนั้นมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั้งโรงเรียน นักเรียนชายทรงอิทธิพลที่สุดถูกต่อยจนกรามแทบหัก คนที่โดนเสียบแก้มก้นก็ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน ที่เหลือบางคนก็มีแผลเป็น บางคนต้องไปหาหมอฟัน แทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของเด็กหนุ่มตัวบางคนเดียวไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเขาอีกเลย แม้แต่เด็กสาวคนนั้นที่เขาช่วยไว้ ---- ไม่รู้ทำไมภาพเหตุการณ์นั้นถึงย้อนเข้ามาในสมองระหว่างที่เขาใส่การ์ดให้เครื่องอ่านเขากำลังจะเล่นเกมจีบสาว เขามั่นใจว่าหากพวกเธอโรคจิตกำเริบจะรับมือได้...แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นเขาต้องจีบพวกเธอให้ติดก่อน ซึ่งนั่นแหละคือปัญหาทักษะในการเข้าหาผู้หญิงของโอปอลเท่ากับศูนย์แต่ผู้หญิงที่เป็น AI คงไม่มีอะไรหรอก... เด็กหนุ่มคิดอย่างนั้นก่อนทิ้งตัวนอนบนเตียง มองอุปกรณ์สำหรับเล่นเกมเสมือนจริงที่นับวันยิ่งเล็กและบางลงสมองเป็นอวัยวะที่มีความละเอียดอ่อนและซับซ้อนสูง ส่วนที่ควบคุมการรับรู้นั้นกระจายอยู่ส่วนท้ายของสมองส่วนหน้า เรื่องการได้ยินนั้นตัดปัญหาโดยใช้หูฟังไปแล้ว แต่ภาพ กลิ่น รส และสัมผัสล่ะ? จะส่งข้อมูลจากในเกมเข้าสมองโดยตรงได้อย่างไรในเมื่อสมองที่รับรู้ภาพถูกหุ้มด้วยกะโหลกอย่างแน่นหนาทางด้านหลังของศีรษะ ส่วนที่รับรู้กลิ่นอยู่ลึกเข้าไปในศีรษะ และส่วนที่รับรู้รสกับสัมผัสจากร่างกายนั้นอยู่เกือบติดกันจนอาจส่งสัญญาณผิดพลาดได้ ไหนจะการรับรู้เจตนาที่จะเคลื่อนไหวของผู้เล่นซึ่งต้องรับจากสองส่วนคือสมองส่วนหน้าและเซรีเบลลัมอีกการสกัดที่กระดูกสันหลังก็ทำได้ยาก เพราะก่อนอื่นเลยส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของไขสันหลังนั้นอยู่ด้านที่หันเข้าหาร่างกาย หมายความว่ามันอยู่ลึกยากต่อการเข้าถึง อีกทั้งมีคนเป็นอัมพาตถาวรจากการเล่นเกมมาหลายเคส ร้ายกว่าคือเคยมีคนตายเพราะเครื่องไปสกัดสัญญาณจากสมองที่ลงไปยังอวัยวะสำคัญด้วยการแก้ปัญหาส่วนหนึ่งคือการไม่ไปยุ่งอะไรกับร่างกาย เทคโนโลยีที่ใช้อยู่ในตอนนี้คือการส่งคลื่นความถี่หรือคลื่นไฟฟ้าเข้าไปกระตุ้นส่วนต่างๆ ของสมองเพื่อรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในเกม และใช้เครื่อง EEG ความละเอียดสูงอ่านคลื่นสมองของผู้เล่นก่อนจะแปรเป็นการโต้ตอบผู้พัฒนาคอนโซลบางเจ้าใช้วิธีหยุดสัญญาณจากสมองไม่ให้ไปถึงแขนขาหรือกล้ามเนื้ออื่นๆ บางเจ้าต้องให้แปะแผ่นควบคุมตามแนวกระดูกสันหลังจะได้ไม่เสี่ยงกับก้านสมอง บางเจ้าก็แค่ต้องแตะไว้ที่คอ หรือบางเจ้าต้องให้ผู้เล่นจินตนาการว่ากำลังขยับร่างกายอีกร่างในเกมที่ไม่ใช่ของตัวเองรุ่นที่เขาใช้อยู่นี้จะเหมือนกับเวลาฝัน เครื่องจะส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายถึงขีดสุดโดยให้อวัยวะภายในทำงานเป็นปกติ จำลองเวลาที่เรากำลังฝันเพื่อไม่ให้ผู้เล่นเผลอขยับตามที่คิด รุ่นนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมของโอปอลเป็นรุ่นความเสี่ยงต่ำที่หน้าตาเหมือนหมวกกันน็อก ตอนนี้เขายังจินตนาการไม่ได้ว่าจะผ่อนคลายอย่างไร... ในเมื่อเพิ่งอ่านเรื่องชวนขนลุกเกี่ยวกับตัวละครลับนี้มาดูเหมือนว่าชื่อของเธอคือไลลาผู้เล่นมักพบเธอที่ดาดฟ้าเวลาประมาณสองทุ่มในเกม รูปร่างหน้าตาดูเหมือนผีสาวในชุดนักเรียน เธอจะพันทั้งร่างด้วยผ้าพันแผล ดูเหมือนมัมมี่หากให้เธอแตะตัว ผู้เล่นจะถูกบังคับออกนอกเกมทันทีโดยใช้ระบบออกจากเกมฉุกเฉินเวลาร่างกายเกิดอาการผิดปกติ หากรอดพ้นอาจจะทันเห็นเธอพยายามปีนรั้วกระโดดจากดาดฟ้าหากแต่ผู้เล่นซึ่งได้พบเธอมีจำนวนน้อยนิดแต่ละคนก็ได้พบแค่ครั้งเดียวแม้ไม่ใช่เกมผีแต่เขาก็อดเป็นกังวลไม่ได้ โอปอลไม่ชอบแนวนี้จริงๆสุดท้ายเขาก็เข้าเกม หลังผ่านขั้นตอนการสร้างตัวละครแบบลวกๆ ก็ได้เข้ามาในวันที่หนึ่งของเกม ดูเหมือนว่าจะเป็นวันจันทร์หลังสอบกลางภาค หมายความว่าตามเนื้อเรื่อง เขาอยู่ที่โรงเรียนนี้มาได้สักพักแล้ว“จะว่าไป...เป็นโรงเรียนที่หรูจริง”เขามองไปรอบตัว สวนหลังโรงเรียนที่ถูกจัดแต่งอย่างดีมีม้านั่งตั้งเรียง ดูเหมือนสวนสาธารณะต่างประเทศ อาคารเรียนโอ่โถงทาสีขาวดูราวกับศูนย์วิจัยอวกาศ ชุดเครื่องแบบที่ใส่อยู่ก็ดูมีภูมิฐานเหมือนนักเรียนโรงเรียนนานาชาติแพงๆ ประกอบด้วยเนกไท สูทสีน้ำเงินเข้ม กางเกงขายาว และรองเท้ามันวับ ถึงอัศวินจะเป็นนักเรียนนานาชาติแต่เครื่องแบบเขายังไม่อลังการเท่านี้เลยแอบมองในกระจกก็เห็นว่าตัวผู้เล่นหน้าเหมือนเขาจนน่าขัน ไอ้กล้อง AR บ้านี่ก็ลอกสีหน้าบอกบุญไม่รับของเขามาเป็นใบหน้า “เฉยๆ” ของตัวละครผู้เล่น ไม่อยากรู้เลยว่าเวลาระบบไปปรับสีหน้าเป็นยิ้มหรือร้องไห้ ใบหน้าเขาจะบิดเบี้ยวถึงขนาดไหนเอาเป็นว่า...กลับมาที่เกมก่อนพอแตะบัตรนักเรียนที่ทางเข้าก็เห็นว่ามีเงินในบัตร 100 บาทถ้วน... เท่าที่ดู เกมนี้ไม่มีค่าความหิวหรือกระหาย ฉะนั้นเงินนี้คงไว้ซื้อของขวัญให้สาวที่จะจีบ แล้ว 100 บาทมันจะพอเหรอ...?ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อเขามาแต่ไกล“โอ~ปอล~”ความคิดแรกของเขาคือ เกมนี้ทำระบบออกเสียงได้ดีทีเดียว ขนาดชื่อแปลกๆ ของตัวเองยังออกเสียงได้แบบไม่ขัดหู ความคิดที่สองคือ ดูเหมือนว่าจะมีตัวน่ารำคาญโผล่มาเสียแล้ว“โอปอล~ รอเค้าด้วยสิ—แอ๊ฟ!!!”เด็กหนุ่มยื่นมือไปด้านหลังโดยไม่ได้มองก็จับหน้าของใครคนหนึ่งไว้ได้ เขาเอาขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นใบหน้าของเด็กสาวคนหนึ่ง เธอมีผมสีชมพูมัดแกละเด้งดึ๋ง ขนาดตัวเล็กไซส์พกพา สวมกระโปรงลายสก๊อตติดลูกไม้และถุงเท้ายาวถึงเข่าสีขาว ส่วนรองเท้าเป็นหนังสีดำเหมือนโรงเรียนไทยนิยมกัน“ใจร้ายที่สุดเลย ทำไมทำหน้าเหมือนไม่รู้จักกันอย่างนั้นล่ะ?”เขาควรจะรู้จักแม่นี่ด้วยเหรอ? อา จริงสิ เขาไม่ได้อ่านช่วงแนะนำตัวละครมาเลย ตอนนี้ถ้าเป็นผู้เล่นทั่วไปคงจะบอกว่า อ๋อ เธอคือ... แต่ปัญหาคือเขาไม่ได้ใส่ใจสักนิดว่าใครจีบได้ไม่ได้แม้ว่าตรงขอบทัศนวิสัยจะเห็นหัวใจสีชมพูเด้งขึ้นมาก็ตาม“อย่ามาทำเป็นลืมกันอย่างนี้สิ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาลแล้วนะ แล้วทำไมวันนี้ถึงไม่รอกันเลย? คนเขาอุตส่าห์รอหน้าบ้านตั้งนาน เชอะ!”โอปอลไม่เข้าใจเลยว่ามีผู้ชายคนไหนชอบเอาใจคนแบบนี้ด้วยเหรอ?“อ๋อ ฉันจำเธอได้แล้ว” เด็กหนุ่มแสร้งตามน้ำ “เธอคือพวกคาแรคเตอร์แนวเพื่อนสมัยเด็กจอมจุ้นจ้านที่ใจจริงก็เป็นห่วงซึ่งหาได้ในทุกเกมสินะ” พูดจบเขาก็เอามือยัดกระเป๋ากางเกงหันขวับเดินหนี“เดี๋ยวสิ! โอปอล!”ลูกศรสีชมพูนำเขาขึ้นไปยังห้องเรียนและชี้ว่าที่นั่งประจำตัวอยู่ตรงไหน พอนั่งพาดขากับโต๊ะก็ไม่มีใครสนใจเขา ต่างจากโรงเรียนในชีวิตจริงที่ผู้คนต่างแอบมองเขาจากหางตาว่าจะไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า“โอปอล!”เจ้าของเสียงเดิมเรียกเขาอีกครั้ง คราวนี้ยัยผมแกละดึ๋งดั๋งมาปรากฏตัวข้างโต๊ะเรียน เขาอยากทำเป็นไม่สนใจเธอเหลือเกิน แต่นี่คงเป็นฉากบังคับของเกมที่ต้องเล่น“เธอนี่เอง”“ลิลิ! เรียกฉันว่าลิลิ!”“...”พอเขาไม่ยอมเล่นด้วยลูกเดียว สาวปัญญาประดิษฐ์จึงข้ามไปบทสนทนาถัดไป“นี่ๆ วันนี้กลับบ้านด้วยกันนะ เห็นว่าที่บ้านไม่มีใครอยู่ วันนี้ลิลิทำข้าวเย็นให้กินเป็นไง?”“แม่บ้านฉันก็มี” อันที่จริงโอปอลไม่รู้ว่ามีไหม แต่เล่นเรียนโรงเรียนค่าเทอมแพงอย่างนี้คงต้องมีสักคน“ไม่เอาน่า~ อย่าเย็นชากันแบบนี้สิ”“ทั้งสองคน วันนี้มาแต่เช้าเลย”ตอนนั้นเองก็มีสาวอีกคนเดินมา เธอมีผิวขาวผ่อง ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักทุกกระเบียดนิ้ว สวมเครื่องแบบกระโปรงสก๊อตติดลูกไม้เหมือนลิลิ แต่สวมถุงน่องสีดำดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย เส้นผมยาวสีดำถูกมัดเป็นหางม้าติดริบบิ้นสีน้ำเงิน“เลย์ลา!”ยัยนี่เองเหรอ... นางเอกของเกม