ตอนที่22 คนสนิท
สะใภ้สามรับรู้ความประหลาดใจของผู้คนรอบตัวได้เป็อย่างดีด้วยเหตุนี้จึงเดินเชิดหน้าสง่างามตามหลังรถเข็นสามีไปอย่างพึงพอใจพลางเหลือบเห็นสามียิ้มมุมปากแว่บหนึ่งผ่านภาพสะท้อนจากกระจกรถลีมูซีนคันยาวอย่างไม่ตั้งใจ
แหม!.....คุณสามีคะ!.....จะชมฉันสักคำก็ไม่มีหรือว่ากลัวจะเสียหน้า หรือว่ากลัวจะถูกองครักษ์แซวฉันอุตส่าห์ตั้งใจแต่งตัวให้สวยเพื่อคุณเลยนะเนี่ย ชมหน่อยก็ไม่ได้ อีตาน้ำแข็ง!.....เดี๋ยวแกล้งให้หน้าแดงอีกซะนี่จะยิ้มก็ไม่ยิ้มให้ฉันดี ๆ เดี๋ยวเถอะ!
ไช่อิ่งหรี่ตามองสามีขณะปล่อยให้องครักษ์อุ้มเขาขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังรถเธอปล่อยให้องครักษ์พับเก็บรถเข็นไว้ในท้ายรถเอง แล้วก้าวขึ้นไปนั่งคู่กับเขาพลางจ้องมองอย่างมีความหมายโดยอดคิดด้วยความหมั่นไส้ต่อท่าทีเฉยเมยของสามีไม่ได้
อย่างไรก็ตามสะใภ้สามไม่รู้ตัวสักนิดว่าตอนนี้หัวใจหลงปิงเริ่มหวั่นไหวบ้างแล้วทว่าเขาพยายามสะกดความรู้สึกอ่อนไหวนั้นลงไปเพราะมีพันธะสัญญาต่อใครบางคนอยู่เขาไม่อยากทำผิดสัญญาอันเคยให้ไว้ต่อเธอจึงต้องละความรู้สึกอันดีที่เพิ่งก่อตัวขึ้นกับภรรยาในนามให้จางหายไป
ขณะนั่งรถไปด้วยกันยังสถานที่เป้าหมายสะใภ้สามนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่เคยสอบถามสามีอย่างจริงจังเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในการเข้าร่วมประชุมจึงถามเขาด้วยความอยากรู้ว่า
“สามีคะให้ฉันไปเข้าร่วมประชุมด้วยนี่ ฉันต้องทำอะไรบ้างคะหวังว่าจะไม่ใช้ให้ฉันต้องเสิร์ฟกาแฟนะคะ ฉันอุตส่าห์ใส่ชุดสวยซะขนาดนี้”
หลงปิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อภรรยาเรียกถามเขาพบว่าเวลาตนเองอยู่ใกล้ชิดเธอ คล้ายกับสมองสั่งการล่าช้าแม้แต่การคิดหรือประมวลผลสิ่งใดไม่เป็ไปตามสมควรพอเห็นว่าเธออยากรู้จุดประสงค์ของการเข้าร่วมประชุมด้วย จึงตอบสั้น ๆ ตามจริงว่า
“พาไปด้วยเฉยๆ.....ไม่ต้องทำอะไร อาจให้ช่วยอะไรบ้างนิดหน่อย.....แล้วจะบอกอีกที”
คุณชายสามพูดจบแล้วเอนตัวพิงพนักหลับตาลงคล้าย้าตัดบทสนทนากับภรรยาอีกทำให้ไช่อิงที่กำลังตั้งใจรอฟังคำตอบถึงกับอึ้งตะลึงอย่างคาดไม่ถึง
“พาไปด้วยเฉย ๆ! แค่เนี้ยะ!แล้วนี่ฉันแต่งตัวเต็มยศเลยนะนี่ ยังดีไม่ใส่มงกุฎมาด้วย”
สะใภ้สามอุทานเสียงดังอย่างไม่เกรงใจสามีเธอทิ้งตัวพิงพนักหลังอย่างหมดเรี่ยวแรงโดยไม่นั่งสง่างามเหมือนเดิม พลางรู้สึกหมดกำลังใจขึ้นมากะทันหันต่อคำตอบอันไม่ไยดีจากสามี
จากนั้นสองสามีภรรยาในนามต่างนั่งเงียบจนถึงจุดหมายปลายทางโดยไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีกระหว่างนั้นไช่อิงเหล่ตามองสามีเป็ระยะด้วยความโมโหและหงุดหงิดเป็อย่างยิ่ง
จนกระทั่งรถลีมูซีนจอดเทียบหน้าอาคารหรูทันสมัยสูงถึงหนึ่งร้อยสิบเก้าชั้นตึกระฟ้าอันเป็สถานที่ทำการของบริษัทหลงกรูปโดยมีบริษัทมิราเคิลกรูปเป็บริษัทลูกแล้วยังเป็ตึกระฟ้าสูงเป็อันดับสองของประเทศอีกด้วย
ไช่อิงเหลือบเห็นผู้คนจำนวนมากยืนเข้าแถวสองแถวขนานกันโดยเปิดเส้นทางด้วยการปูพรมแดงระหว่างกลางไว้ให้เดินทางเข้าสู่ภายในอาคาร เธอเห็นสามีหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมใส่ก่อนปล่อยให้องครักษ์เปิดประตูฝั่งเขาแล้วอุ้มไปนั่งบนรถเข็นอย่างเป็ธรรมชาติ
สะใภ้สามก้าวลงจากเบาะหลังรถยนต์โดยกะจังหวะให้ลงไปพร้อมกับสามีนั่งรถเข็นเตรียมเข้าสู่ภายในตัวอาคารเพื่อให้ทุกสายตาจับจ้องไปยังสามีก่อนตนเองอย่างรู้มารยาทแล้วก้าวลงด้วยท่วงท่าสง่างามท่ามกลางสายตาจ้องมองหลายสิบคู่โดยรับรู้ได้จากสัญชาตญาณ
หญิงสาวได้ยินเสียงฮือฮาแสดงความประหลาดใจทั้งเสียงพูดถึงความหล่อเหลาของคุณชายสามแห่งตระกูลหลง และความสง่างามของหญิงสาวปริศนาด้วยเครื่องแต่งกายโทนสีเดียวกันทว่ายังมีเสียงแสดงความเสียดายในความหล่อเหลาของคุณชายสามแห่งตระกูลหลงที่ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นซึ่งทำให้ความสง่างามของชายหนุ่มลดหายไปมาก
สะใภ้สามลอบยิ้มดูแคลนเมื่อได้ยินเสียงกลุ่มคนแสดงความคิดเห็นประจบสอพลอตนเองเธอนึกสมเพชต่อความคิดอันตื้นเขินจากบางคนซึ่งมักตัดสินผู้คนจากภาพลักษณ์ภายนอกพลางเหลือบมองสามีด้วยความเห็นใจในโชคชะตาที่เขาต้องมานั่งอยู่บนรถเข็นแบบนี้
หญิงสาวกวาดตามองสำรวจผู้คนพลางจดจำได้แม่นยำหลายคนเพราะเธอสืบค้นข้อมูลมาก่อนแล้วโดยพบว่าอาและอาสะใภ้ของสามีต่างยืนรอต้อนรับอยู่หัวแถวโดยมีชายชราและกลุ่มชายหญิงวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึมแฝงความเ้าเล่ห์อีกหลายคนยืนเรียงรายอยู่ต้นแถวขณะส่วนกลางจรดปลายแถวเป็บรรดาพนักงานรุ่นหนุ่มสาวเป็ส่วนใหญ่
หลงลู่เอินและฟางอิ่งต่างตกตะลึงต่อภาพลักษณ์ของหลานชายและหลานสะใภ้ในทันทีโดยเฉพาะฟางอิ่งที่ยืนอ้าปากค้างตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตาเธอไม่คาดคิดว่าสะใภ้สามจะเลือกชุดเข้าร่วมประชุมได้สวยสง่างามมากกว่าตนพลางนึกอิจฉาริษยาและหมั่นไส้ในทีต่อรูปร่างหน้าตาอันสวยงามหมดจดของอีกฝ่ายทว่าเธอจำต้องฉีกยิ้มแล้วเดินไปต้อนรับพร้อมกับสามีอย่างเสียไม่ได้
“มาแล้ว.....เสี่ยวปิงนี่คือกรรมการบริหารของบริษัทหลงกรูป คุณหลี่อี๋นั่ว คุณจางเหยียน คุณเกาเฟยหลงคุณเหอหยุนตี้ และคุณเผิงฟาหยางส่วนคุณไรอันติดภารกิจสำคัญของที่บ้านก็เลยแจ้งว่ามาร่วมไม่ได้ ฝากขอโทษหลานด้วย”
หลงลู่เอินฟื้นสติในเวลาอันรวดเร็วจากประสบการณ์ผู้บริหารอันช่ำชองมานานหลายปีเขาแนะนำหลานชายให้รู้จักบรรดากรรมการบริหารเครือหลงกรูปซึ่งเป็บริษัทใหญ่แล้วเพิ่งเปิดให้มีผู้เข้าร่วมทุนในยุคสมัยของตนโดยหวังว่าจะมีพรรคพวกเข้ามาช่วยคานอำนาจอันน้อยนิดทางฝั่งตน ด้วยการให้พวกเขาซื้อหุ้นในส่วนของหลานชายไว้อย่างแเี
บรรดาชายหญิงวัยกลางคนท่าทางสุขุมใจเย็นแต่มีแววตาเ้าเล่ห์ต่างเดินเข้ามาจับมือทักทายกับหลงปิงอย่างเป็กันเองพลางเหลือบมองไช่อิงที่ยืนอยู่ข้างกายหลงปิงด้วยความสงสัยใคร่รู้
อนึ่งหลงลู่เอินทำหน้าที่เป็รองประธานและควบตำแหน่งประธานบริหารบริษัทด้วยขณะกรรมการบริหารและคนอื่นต่างรับรู้ว่าอาของชายหนุ่มพิการเป็ประธานตัวจริงของหลงกรูปทว่าประธานบริษัทไม่ได้กล่าวแนะนำหญิงสาวปริศนาข้างกายหลานชายด้วย
หลงปิงจับมือทักทายกับบรรดาคณะกรรมการบริหารบริษัทหลงกรูปด้วยท่าทีสงบนิ่งพลางเหลือบเห็นสายตาสงสัยจากผู้คนทั้งหลายเมื่อมองไปยังไช่อิงเขาจึงกล่าวแนะนำด้วยตำแหน่งอันคิดว่าเหมาะสมสำหรับเธอมากที่สุดว่า
“นี่คือไช่อิงเธอเป็คนสนิทและเป็เลขาส่วนตัวของผมหากใคร้าติดต่ออะไรกับผมจะต้องผ่านเธอคนเดียว”
คุณชายสามและไช่อิงเคยมีข้อตกลงั้แ่วันแรกของการแต่งงานแล้วแต่เป็ที่รับรู้กันภายในตระกูลหลงเท่านั้น ฉะนั้นเขาจึงไม่สามารถพูดแนะนำเธอต่อหน้าคนอื่นว่าเป็ภรรยาได้เช่นเดียวกันเธอจะต้องเรียกขานเขาใหม่แทนคำว่า “สามี”
ชายหนุ่มจงใจเพิ่มบทบาทหน้าที่ใหม่ให้กับเธอเพื่อประเมินทักษะอย่างคาดหวังเหตุเพราะเขาพบว่าเธอเปลี่ยนไปไม่เหมือนไช่อิงคนเก่ามีทั้งความฉลาดเฉลียวและกล้าเผชิญหน้าจึงคิดยืมมือเธอใช้เพื่อกันหญิงสาวคนอื่นเข้าใกล้แล้วยังเป็การให้เธอทำหน้าที่ภรรยาตามข้อตกลงอีกด้วย
ไช่อิงจำใจยิ้มและจับมือทักทายกับบรรดากรรมการบริหารบริษัทอย่างไม่พอใจทว่าเธอไม่สามารถแสดงออกมาโดยตรงได้เนื่องจากความทรงจำของร่างเก่ายังชัดเจนว่าเธออยู่ในสถานะภรรยาจำเป็ซึ่งมีหน้าที่เพียงการตั้งครรภ์ให้เขาเท่านั้น
สะใภ้สามคาดเดาว่าสามีจะต้องมีหญิงคนรักอยู่อย่างแน่นอนทว่าเธอไม่พบใครแสดงตัวเป็หญิงคนรักเขาสักคนพลางอยากรู้เป็อย่างยิ่งว่าคนรักของเขาเป็ใครและอยู่ที่ไหน เธอคนนั้นจะมีความสวยงามเทียบกับตนได้หรือไม่พลันรู้สึกได้ถึงความหึงหวงปะทุขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
อย่างไรก็ตามจางเหยียนหญิงวัยกลางคนท่าทางเถรตรงคนหนึ่งในกลุ่มกรรมการบริหารซึ่งเป็สตรีเพียงหนึ่งเดียวในบรรดากรรมการบริหารบริษัททั้งห้าคนเธอกล่าวทักทายไช่อิงขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจหลงปิงสักนิดว่า
“สวัสดีค่ะคุณไช่อิงถ้าไม่บอกว่าเป็คนสนิทของคุณชายสามละก็ ฉันก็นึกว่าเป็ภรรยานะคะเนี่ยแต่งตัวสง่างามเหมาะสมกันมาก หน้าตาก็สวยงามคู่ควรกับคุณชายเสียจริง”
ไช่อิงสะดุ้งเล็กน้อยต่อคำกล่าวอันมีลับลมคมในพลางเหลือบเห็นสายตานิ่งเฉยของสามีซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดเธอนึกหมั่นไส้เขาที่เฉยเมยตนเองเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นจึงกล่าวท้าท้ายขึ้นมาอย่างนึกโมโหว่า
“สวัสดีค่ะคุณจางขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ ฉันก็กำลังทำคะแนนอยู่พอดีเลยค่ะไม่รู้ว่าคุณชายสามจะใจอ่อนตอนไหน”
สะใภ้สามลอบยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อเหลือบเห็นสามีเม้มริมฝีปากแน้นเพราะไม่พอใจต่อคำกล่าวของตนทว่าเขาไม่สามารถแสดงท่าทางเกรี้ยวกราดออกมาต่อหน้าผู้คนจำนวนมากได้จึงนึกลำพองใจที่มีโอกาสเอาคืนเขาบ้าง
จิวหลุนและเหลียงเกอยืนอยู่ด้านหลังเ้านายทั้งคู่ลอบสบตากันผ่านแว่นกันแดดพลางเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นหัวเราะต่อการเย้าแหย่ของภรรยาเ้านายต่างรู้สึกตรงกันว่าไช่อิงมีบุคลิกเปลี่ยนไปในทิศทางเหมาะสมกับเ้านายมากกว่าเดิม
สององครักษ์และเ้านายยังนึกสงสัยถึงการเปลี่ยนแปลงบุคลิกและความคิดของหญิงสาวแบบหมุนกลับสามร้อยหกสิบองศาอยู่ทั้งคู่จึงพากันจับตาดูพฤติกรรมของเธออย่างไม่คลาดสายตาเพื่อค้นหาความผิดปกติใด ๆตามคำสั่งเ้านายและความสงสัยของพวกตนด้วย
หลงลู่เอินและภรรยาต่างลอบสบตากันอย่างมีความหมายในคำพูดของไช่อิงทั้งคู่มีท่าทีผ่อนคลายลงเพราะคาดเดาว่าสะใภ้สามน่าจะมีโอกาสเข้าใกล้หลานชายได้มากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้อนาคตสามารถตั้งครรภ์ได้นั่นเอง
“เข้าไปเถอะครับ”
หลงปิงเอ่ยเตือนทุกคนขึ้นมาทันทีเขาเริ่มรู้สึกอักอ่วนใจต่อคำพูดแสดงความคิดเห็นอันตรงไปตรงมาของไช่อิงจนกลายเป็การเปิดโอกาสให้ภรรยาผู้เปลี่ยนไปกล่าวเหน็บตนเองได้พลางนึกอยากจับเธอลงมานอนตีก้นให้หายหงุดหงิดใจ
วินาทีถัดมาเขาเบิกตาโพลงภายใต้แว่นกันแดดแว่บหนึ่งพลางรู้สึกดีต่อการเลือกใส่แว่นกันแดดไว้บดบังแววตาอันผิดปกติของตนเขาไม่คาดคิดว่าในชั่วขณะหนึ่งจะมีความคิดพิเรนทร์ต่อภรรยาในนาม ทั้งไม่เข้าใจความรู้สึกของตนที่มีต่อเธอจึงอดคิดอย่างว้าวุ่นใจไม่ได้
เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่ไม่ได้! ฉันจะชอบเธอไม่ได้! ฉันจะต้องรอเ้าตัวเล็ก อีกไม่นานเ้าตัวเล็กก็จะกลับมาแล้ว…
หลงปิงสลัดความคิดอันฟุ้งซ่านออกไปพลางพยักหน้ารับการทำความเคารพจากบรรดาหัวหน้าแผนกและผู้จัดการทั้งหลายในเครือหลงกรูปซึ่งเขาสามารถจดจำทุกคนได้แม่นยำจากการสืบค้นก่อนหน้าทว่ารู้สึกแปลกใจเมื่อไม่พบพี่ชายและน้องสาวผู้เป็ลูกของอามารอต้อนรับทั้งที่ทั้งสองคนเป็หนึ่งในผู้บริหารของบริษัทลูกเครือหลงกรูป
“ขอโทษทีนะเสี่ยวปิงพอดีว่าจิงเอ๋อร์กับเสี่ยวหลิงต้องอยู่จัดการปัญหาที่ร้าน เห็นว่าจะเข้าประชุมช้าหน่อยหลานคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”
ฟางอิ่งเหลือบเห็นท่าทางกวาดตามองสำรวจของหลานชายจึงคาดเดาว่าเขาอาจกำลังมองหาลูกชายหญิงของตนเธอปราดเข้าไปแจ้งเขาขณะจิวหลุนกำลังเข็นรถผ่านแถวต้อนรับเข้าไปในอาคารทันที
หลงปิงเลิกคิ้วแสดงความประหลาดใจผ่านแว่นกันแดดก่อนพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้เขาไม่คาดคิดว่าสองพี่น้องจะแสดงตัวต่อต้านตนเองในทีพลางยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุกต่อแผนเอาคืนอาและอาสะใภ้แล้วพูดตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“งั้นเหรอครับ ถ้าสิ้นปีได้โบนัสน้อยลงก็อย่าโทษว่าผมใจดำนะครับ”
เมื่อหลงปิงกล่าวขึ้นมาโดยไม่แสดงความรู้สึกใดทว่าข้อความดังกล่าวบ่งบอกถึงความเอาแต่ใจตนเองเป็อย่างยิ่ง แล้วยังไปกระตุ้นความอยากรู้ของผู้คนซึ่งพากันเดินตามหลังคุณชายสามเป็พรวนเพราะต่างตระหนักได้ถึงความพยายามเอาใจของหลงลู่เอินผู้ทำหน้าที่ประธานบริษัทหลงกรูปแต่ใส่ใจชายหนุ่มผู้เป็เพียงหลานชายเกินพอดี