ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 31 จุดจบของขุนศรีชัย

    บทที่ 31 จุดจบของขุนศรีชัย

     

    หลังจากจับคนของซาไบมาได้แล้วพวกเขาทำให้พวกมันของเสื่อมลงทันทีเพื่อง่ายต่อการสืบสวนหลังของพวกมันเสื่อมพวกมันก็มัดแขนข้าเอาไว้เพื่อไม่ให้มันฆ่าตัวตาย

    แสน “ไอ้พวกสารเลวบอกมาว่าพวกแกซ่อนผีดิบไว้ที่ไหน และศพพวกนั้นแกเอามาทำอะไร” คนที่พูดไทยได้มันปิดปากเงียบ แม้ว่าพวกมันจะผ่านการทรมานหลายรูปแบบแต่พวกมันไม่ยอมปริปากเลย” ทุกคนเริ่มหมดความอดทน ตอนนั้นเองก็มีคนเข้ามาเขาคือหมื่นคณาสังกัดกรงพระตำรวจของเมืองศรีวิชัยมาพร้อมกับตำรวจอีกหลายนาย

    ” หยุดนะพวกแกเป็นใครทำไมถึงมาแทรกแซงการสืบสวนของเมืองเรา “แสนกับทองหันมาแล้วยิ้ม

    แสน” ทำไม่หรือหมื่นคณาหรือว่าเรากรมผู้ตรวจการไม่สามารถสอบสวนได้ “หมื่นคณาชะงักไป

    ” ทำไมน่ะหรือพวกนี้ถูกจับได้โดยเมืองเราแน่นอนว่าต้องให้พวกเราเป็นคนสอบสวนไม่ใช่หรือไม่ถึงพวกเจ้าจะมาจากกรมผู้ตรวจการก็แค่เฝ้าดูเท่านั้น “แสนกับทองมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา

    แสน” หรือว่าท่านกลัวพวกเราแย่งผลงานน่ะอย่างลืมว่ากรมผู้ตรวจการจะไม่ได้ความดีความชอบอะไรต่อคดีพวกนี้อยู่แล้วเว้นแต่พบว่าขุนนางกระทำความผิด” หมื่นคณาหน้ากระตุก

    “นี่เป็นกฎหมายข้ามิได้คิดเช่นนั้น” แสนยิ้มแล้วเดินเข้ามาใกล้

    แสน “นี่ท่านหมื่นท่านยังไม่รู้สถานการณ์งั้นสินะข้าคนของกรมผู้ตรวจการปรากฏตัวนั่นหมายความว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับแผ่นดินไม่ใช่เรื่องระดับเมืองเข้าใจหรือไม่” หมื่นคณาโกรธจัดคนที่ไม่มีตำแหน่งทางราชการกดดันเขานี่มันน่าอับอายไม่ใช่หรือ

    “ไอ้แสนเอ็งก็แค่ทาสในเรือนท่านเจ้าคุณอย่ามาเหิมเกริมกับข้า” แสนยิ้มเย็นชา

    แสน “เชื่อหรือไม่ว่าแม้ตำแหน่งหมื่นของเอ็งไม่สามารถกดดันอะไรทาสอย่างข้าได้เลยกลับกันข้าสามารถเข้าตรวจสอบแกได้ทุกเมื่อ” จากนั้นก็มีเสียงดังมาจากด้านน้อง

    “ดูเหมือนคนของกรงผู้ตรวจการจะใหญ่เสียจริงๆ เลยนะ” คนที่เดินเข้ามาคือหลวงพิทักษ์ ทั้งสองทำความเคารพตามธรรมเนียม

    แสน “เหอะๆ แม้แต่ท่านก็อยากจะได้ผลงานนี้สินะ” แน่นอนว่าพวกมันต้องการผลงานนี้เพราะว่าเมื่อบ้านเมืองสงบการจะเลื่อนตำแหน่งต้องมีผลงานชิ้นใหญ่แล้วคนร้ายกลุ่มนี้สามารถขยายผลถึงขั้นอวยยศได้เลยดังนั้นพวกมันต้องมีส่วนร่วมในการไขคดีนี้มากที่สุด

    “ท่านสองคนเข้าใจผิดแล้วให้คิดว่าเราร่วมมือกันสืบคดีจะดีกว่าเอาอย่างนี้ให้เราเป็นคนสอบสวนก่อนเป็นอย่างไร” ทองหัวเราะ

    ทอง “แผนล้อมจับนี้ทานเจ้าคุณเป็นคนคิดแถมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้พวกเราก็เป็นคนพบพวกท่านเลยอยากจะกินเนื้องั้นหรือ” หลวงพิทักษ์ลูบตาลง

    “ไม่ใช่อย่างนั้นเราทำเพื่อประเทศชาติต่างหาก “แสนหัวเราะ

    แสน” งั้นได้เลยถ้าพวกท่านอยากสอบสวนก็สอบสวนไปแต่ถ้าท่านพระยาทั้งสี่มาถึงหวังว่าท่านจะมีข้อมูลบอกกับพวกท่านนะ “หน้าของหลวงพิทักษ์มืดมนลง

    ” ว่าไงนะแจ้งไปทางเมืองหลวงแล้วหรือ “ทองหัวเราะ

    ทอง” คิดว่าไงล่ะ “หลวงพิทักษ์โกรธจัด

    แสน” ถ้าอยากได้ผลงานก็ไปจับคนที่หนีไปกลับมาดีกว่า “หลวงพิทักษ์สีหน้าบิดเบี้ยว

    ” ดี ดีมากถึงอย่างไรการสอบสวนนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราพวกท่านได้แค่ดูเท่านั้น “มันหันกลับไป

    ” มั่วยืนบื้ออะไรเล่าไปสอบสวนต้องเอาข้อมูลออกมาให้ได้และส่งเจ้าหน้าที่เต็มกำลังจับไอ้โจรนั่นมาไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีผลงานเลย “หมื่นคณามองไปที่แสนและทองด้วยความแค้นแล้วเข้าไปสืบสวน แสนและทองเดินออกมาจากคุก

    แสน” ไอ้คณามึงกล้าหยามกูรอก่อนเถอะมึง “แน่นอนว่าแสนคิดในใจแสนและทองไม่มีตำแหน่งทางราชการก็จริงแต่เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมผู้ตรวจการดังนั้นปกติแล้วตำกว่าขั้นหลวงลงมาเขาไม่จำเป็นต้องเกรงใจใคร มาทางฝั่งของเมืองหลวงหลังจากที่ทางพระยาดำรงณ์ทราบเรื่องที่จับตัวคนร้ายได้แล้วจึงรีบเดินทางไปยังเมืองศรีวิชัยทันที อ้อพวกเขาสื่อสารโดยนกพิราบจึงได้เร็วแบบนี้ และนกพิราบของโลกนี้ฉลาดมากบินได้เร็วและอึดมากพระยาทั้งสี่ต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง

    ” เขาทำได้อย่างไร “พระยาดำรงณ์ยังงงไปหายที่ไม่ทันไรท่านเจ้าคุณก็สามารถจับคนร้ายได้แล้ว

    พระยาเดช” ไม่เห็นแปลกเลยนี่ที่ผ่านมาฝีมือของท่านก็ประจักษ์กันแล้วไม่ใช่หรือ “ทุกคนพยักหน้าแน่นี่ก็เกินไป แน่นอนว่าพระยาพิเชษฐ์ไม่ยอมรับหรอก

    ” ก็แค่แมวตาบอดเจอหนูตายเท่านั้นแหละ “ทุกคนกลอกตา

    พระยาเดช” น่าแปลกที่คนบางคนไม่เคยไปเจอหนูตายเลย “พระยาพิเชษฐ์หน้ากระตุกได้แต่แค่นเสียงในใจ

    พระยาสมาน” ได้ยินว่าหัวหน้าพวกมันหนีไปได้ไม่รู้ว่าจะจับมันได้หรือไม่จะได้เอาผีพวกนั้นมาตรวจสอบหาวิธีกำจัดมัน “ทุกคนพยักหน้า พระยาดำรงณ์กล่าวขึ้น

    ” พวกท่านคิดไหมว่าหากว่าผีดิบมีสักพันตัวพวกเราจะรับมืออย่างไร “ทุกคนชะงักไปสิ่งที่พระยาดำรงณ์พูดออกมานั้นทุกคนก็เคยคิดแล้วทว่ามันน่ากลัวเกินไปพวกเขามีวิชาสู้กับพวกจอมเวทย์หรือหมอผีได้แต่สู้ผีดิบพวกนี้ไม่ได้เพราะพวกมันฟันแทงไม่เข้าที่สำคัญมันตายไปแล้วจะฆ่าศพหรือนั่นแปลกเกินไปแล้ว ระยะทางจากเมืองหลวงไปถึงเมืองศรีวิชัยใช้เวลาสามวันทว่าพระยาสมานมีวิชาย่นระยะขั้นสูงพวกเขาน่าจะถึงในเวลาวันเดียวหรืออาจจะน้อยกว่านั้น หลังจากที่คุยกันเรื่องนี้รถม้าก็เงียบไปเพราะยิ่งคิดก็ยิ่งน่ากลัว อย่างไรก็ตามนอกจากรถม้าของพระยาทั้งสี่แล้วยังมีเจ้าหน้าที่อีกสี่กรมขนคนมาเพื่อทำการค้นหาตัวซาไบอีกด้วยงานนี้ต่อให้มันมีปีกก็หนีไม่พ้นหรอก

     

    ทางนินหลังจากกลับมายังบ้านท่านเจ้าคุณก็เห็นว่าพวกแสงก็กลับมากันแล้วนินยิ้มแล้วถามถึงสถานการณ์ของพนักงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    แสง “ทุกคนทำได้ไม่ผิดพลาดแล้วเจ้าค่ะบ่าวว่าพวกเขาน่าจะเริ่มทำจริงได้แล้ว” นางเอาตัวยาสีฟันให้นินดูเมื่อนินตรวจสอบพบว่าคุณภาพได้ตามที่เขาต้องการแล้ว ต้องบอกว่าคนสมัยโบราณนี้เวลาทำอะไรจะทำอย่างจริงจังมากและมีความมุ่งมั่นมากทุกคนพยายามทำงานออกมาให้ได้ดีที่สุด

    นิน “เยี่ยมงั้นพรุ่งนี้เริ่มผลิตจริงได้เลย” แสงพยักหน้า

    ฟัก “นี่แปรงที่คนงานที่รับมาใหม่ทำขอรับ” นินตรวจสอบพบว่างานเรียบร้อยมากๆ ขนแปรงสะอาดไม่เลอะกาวเลย

    นิน” ดีมากทำจนกว่าของจะหมดได้เลยนะ “ฟักพยักหน้า

    “ขอรับ” จากนั้นเขาก็นั่งทานข้าวกันท่านเจ้าคุณท่านจึงถามขึ้น

    “ไปสำรวจภูเขามาเป็นอย่างไรบ้าง” นินคิดสักพักแล้วตอบ

    นิน “เจอพืชที่ไม่รู้จักหลายอย่างเลยยังไม่รู้ว่าจะสามารถเอามาทำอะไรได้บ้าง” ท่านเจ้าคุณหัวเราะ

    “ตกลงเอ็งอยากเป็นอะไรแน่พ่อค้าหรือนักสำรวจ” นินยิ้มออกมา

    นิน “ก็นะผมเองก็ยังไม่แน่ใจเช่นกัน” ทุกคนยิ้มออกมา ทางด้านพวกของซาไบที่หนีออกมาแล้วตอนนี้พวกเขาหลบอยู่ในป่าแถวเมืองศรีวิชัย ซาไบตอนนี้อ่อนแอมากเขาเสียเลือดไปมากจากการผ่าเอากระสุนออกกระสุนปืนของนินเข้าไปลึกมากดังนั้นกว่าจะเอาออกมาได้ไม่ใช่เรื่อง่ายๆ แม้จะใช้ตัวยาพิเศษห้ามเลือดแต่ระหว่างผ้าตัดก็ยังเสียเลือดไปมากอยู่ดีเมื่อมันลืมตาขึ้นมาก็ต้องตกใจเพราะว่าที่นี่มันกลางป่า

    ซาไบ “ที่นี่ที่ไหน” ร่างวิญญาณที่มีควันสีดำตอบเขา

    “ท่านซาไบเราอยู่ป่าของเมืองศรีวิชัยขอรับ “ซาไบสับสน

    ซาไบ” มายมังนั่นแกหรือเกิดอะไรขึ้นทำไมเจ้าเป็นเช่นนั้น “จากนั้นมันก็เล่าทุกอย่างให้ซาไบฟัง

    ซาไบ” บัดซบไอ้พวกไทยข้าจะล้างแค้นนี้ให้ได้ แค่กๆๆ” มันไอออกมาทำให้มันเจ็บแผลยิ่งนัก

    ซาไป “มายมังเจ้าทำให้ตัวเองเป็นปีศาจไปแล้วอีกไม่นานวิญญาณเอ็งจะสลายมีทางเดียวคือข้าต้องให้เอ็งเข้าไปสิงในร่างคนอื่นแต่ในป่าแห่งนี้มีแต่สัตว์ร้ายคงต้องให้เอ็งเข้าไปอยู่ในร่างพวกมันชั่วคราวไม่อย่างนั้นเอ็งต้องสลายไปดูจากวิญญาณของเอ็งคงอยู่ได้ไม่นานแล้ว “มายมังเตรียมใจไว้แล้ว

    มายมัง “ได้ขอรับขอให้ข้าได้มีโอกาสแก้แค้นพวกมันอย่างไรก็ได้” ซาไบได้ยินเสียงของสัตว์ร้ายใกล้เข้ามาอย่างไรก็ตามป่าแถบนี้มันมีสัตว์ใหญ่ที่ไหนกันอย่างเก่งก็แค่หมาป่าทว่าคราวซวยที่พวกเขาเจอเข้ากับหมาหริ่งเสียนี่ร่างของมายมังใกล้จะดับสลายแล้วมันเลยต้องรีบ

    ซาไบ” เวรเอ๊ยแบบนี้จะไปทำอะไรได้วะ “มายมังก็พูดไม่ออกเหมือนกันเจ้านี่มันน่ารักเกินไปแล้ว

    ซาไบ” เดี๋ยวนะแบบนี้ก็ดีไม่ใช่หรือเอ็งสามารถสืบข่าวได้สบายๆ เลยไม่ใช่หรือ “มันฆ่าหมาหริ่งโดยการฆ่าแค่วิญญาณของมันแล้วย้ายวิญญาณของมายมังเข้าไปในร่างของหมาหริ่งแน่นอนว่าตอนนี้มานมังยังไม่สามารถขยับร่างกายได้จึงต้องนอนพักเพื่อทำให้วิญญาณตัวเองเข้ากับร่างของสัตว์สี่ขา

    ซาใบ” ก่อนอื่นต้องหาอะไรกินก่อนล่ะนะ” มันเอากล่องสีดำออกมาจากนั้นก็เอาโลงศพออกมาหนึ่งโลงแล้วปล่อยผีดิบออกไปเพื่อจับสัตว์มาให้มันกินแต่แล้วมันก็คิดอะไรได้

    ซาไป” เวรเอ๊ยทำไมคิดวิธีนี้ไม่ออกแต่แรกวะ “อาจเป็นเพราะอาการบาดเจ็บทำให้สมองของมันคิดอะไรไม่ออกรู้แบบนี้ไปจับหมาป่ามาให้มายมังสิงยังดีเสียกว่า ในเช้าวันถัดมาพวกของสี่พระยาก็มาถึงที่เมืองศรีวิชัยแล้วตรงไปที่คุกทันทีแสนประสานงานทันที

    พระยาเดช” ได้ความอย่างไรบ้าง “แสนส่ายหน้า

    แสน” ทางกรมพระตำรวจที่นี่บอกว่าพวกกระผมไม่มีสิทธิ์สอบสวนดังนั้นจึงยังไม่ได้ความว่าอย่างไร “พระยาดำรงณ์โกรธจัดเขามองเล่ห์เหลี่ยมออกทันที

    ” ไอ้เวรเอ๊ยนี่มันคดีที่หลวงเร่งมันยังคิดจะแย่งผลงานดันอีกไปตามไอ้พิทักษ์มา “ทหารนายหนึ่งตัวสั้นไม่คิดเลยว่าแสนจะพูดออกมาตรงๆ เช่นนี้

    แสน” อ้ออันที่จริงคนที่ยับยั้งการสืบสวนก็คือหมื่นคณากระผมเองก็จนใจเกือบจะสืบได้แล้วแท้ๆ “สีหน้าทั้งสี่พลันบิดเบี้ยว

    ทอง” ถ้างั้นกระผมสองคนขอตัวก่อนขอรับ “ทั้งสองรีบเดินออกมาพร้อมคนของเขาอีกสามคนแล้วไปรวมตัวกับคนของเขาที่ร้านชา ชายวัยเกือบจะห้าสิบรอพวกเขาอยู่แล้วเขาคือลุงเขียดเป็นอีกคนที่เป็นลูกน้องของท่านเจ้าคุณทว่าเขาต่อสู้ไม่เป็นมีวิชาติดตัวนิดหน่อยลุงเขียดมีหน้าที่เลี้ยงไก่เลี้ยงนกให้ท่านเจ้าคุณอย่างเดียวที่ลุงเขียดเก่งคือวิชาย่นระยะเขาพาพวกนี้มาจึงสามารถดักทางคนของซาไบได้นั่นเอง

    ” เป็นอย่างไรได้เรื่องไหม “ทั้งสองส่ายหน้า

    แสน” โดนขัดขวางเสียก่อนเรากลับกันเถอะแล้วไปรายงานท่านเจ้าคุณ” ลุงเขียดหัวเราะ

    “มันแน่อยู่แล้วใครจะยอมให้พวกเอ็งข้ามหน้าข้ามตาเล่า” เมื่อท่านอาหารเช้ากันแล้วพวกเขาก็เดินทางกลับด้วยม้าเร็ว ที่หมู่บ้านเล้าหมูหลังทานอาหารเช้าเรียบร้อยท่านเจ้าคุณก็แต่งตัวออกเดินทางพร้อมกับคนของเขาอีกสามคนไปยังเมืองหลวง ส่วนนินก็เข้าไปคุมการผลิตวันนี้เป็นวันที่จะผลิตจริงๆ แล้ว ทั้งพิมทั้งนินทำงานงั้นหนักมากอีกไม่กี่วันต้องกลับเมืองหลวงแล้วส่วนทางไหมแก้วก็ปรับสูตรขนมจริงจังมากเรียกได้ว่ากลับไปน่าจะขายได้ทันทีเลย

     

    ที่เมืองอู่ทองในที่สุดข่าวงานหมั้นหมายของพิมก็ไปถึงหูของหมื่นช้างจนใจมันกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจกวาดโต๊ะทำงานมันจนพัง

    ” บัดซบแม่พิมนะแม่พิมข้ามีอะไรที่สู้มันไม่ได้กันถึงได้ไม่แต่งกับข้าแต่ไปแต่งให้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า” หมื่นช้างคนนี้ไม่ได้รูปชั่วตัวดำแต่อย่างไรหน้าตาจัดว่าใช้ได้ทว่าร่างอวบไปหน่อยตามแบบของพ่อค้าและคนรวย ใส่ทองเส้นโตเดินไปเดินมาทั่วเมืองความสามารถมันน่ะหรือก็พอมีมันมีวิชาดาบแต่ไม่มีอาคมทว่าวิชาดาบของมันก็สู้ได้แค่ทหารปลายแถวเท่านั้นจุดเด่นคือเก่งกาจด้านค้าขายที่ได้อวยยศเพราะทำการซื้อขายปืนไฟนำไปส่งให้หลวงในสงครามรวมแผ่นดินนั่นเอง แม้ว่าจะขึ้นชื่อเรื่องเจ้าชู้ทว่ามีหญิงอีกมากที่มองข้ามเรื่องความชั่วของมันยอมเป็นเมียลับๆ เพื่อแลกกับเงินทอง ส่วนคนที่มันหมายตาแล้วไม่ยอมครอบครัวคนผู้นั้นรับรองฉิบหายแล้วสุดท้ายก็น้องโดนบีบจนยอมอยู่ดีจนเจ้าเมืองอู่ทองจำต้องปรามมันเลยโดยเตือนผ่านคุณพระ ศรีวิชัยชาญ หรือก็คือพ่อของมัน คุณพระศรีวิชัยชาญ มีตำแหน่งทางทหารทว่าได้มาเพราะเล่ห์กลที่หมื่นข้ารวยไม่ใช้เพราะพ่อของเขาแต่เพราะแม่หมื่นช้างรวยมากนางเป็นคนตระกูลพ่อค้าและมีฝีมือทำการค้าเก่งมาก ส่วนพ่อของหมื่นช้านนั้นประจบเก่งที่เขาสามารถมาถึงตำแหน่งคุณเพราะได้คงต้องบอกว่าเพราะพี่สาวของมันสวยและเป็นภรรยาของเจ้าเมืองอู่ทองนั่นเอง กล่าวได้ว่าครอบครัวนี้มันดวงดีจริงๆ หน้าตาของคุณพระศรีวิชัยชาญนั้นหล่อมากไม่อย่างนั้นแม่ทองพับคงไม่หลงขนาดนี้หรอก แถมหมื่นช้างเป็นลูกชายคนเดียวแม้เขาจะมีน้องแต่ก็เป็นน้องสาวสองคนมันจึวโดนตามใจตั้งแต่เด็ก

    ” พวกเอ็งไปสืบมาว่าท่านเขยที่เขาพูดกันมันเป็นใครมีพ่อแม่หรือพี่น้องไหมถ้ามีจับพวกมันมา “มีคนร้องเตือน

    ” ท่านหมื่นแต่นั่นมันเขยบ้านเจ้าพระยาเรืองนะขอรับ “หมื่นช้างแค่นเสียง

    ” จะกลัวอะไรลุงเขยข้าก็เจ้าพระยาเหมือนกัน “หน้าของบ่าวบิดเบี้ยวมันเทียบกันได้ที่ไหน

    ” ท่านหมื่นจะล้อเล่นไม่ได้นะขอรับเจ้าพระยาเรืองเอาตายนะขอรับอย่างลืมว่าถ้าท่านสืบขึ้นมาจริงๆ เราเดือดร้อนกันหมดแน่ “หมื่นช้างขัดใจนัก

    ” บัดซบเอ็งจะให้ข้าดูแม่พิมแต่งกับชายอื่นงั้นหรือ “บ่าวคนหนึ่งเสนอ

    ” แต่ถ้าเราทำเป็นว่าไอ้เขยคนนั้นตายแบบอุบัติเหตุก็อีกเรื่องหนึ่งไม่ใช่หรือขอรับ “หมื่นช้างตาลุกวาว

    ” แผนของแกไม่เลว” สตรีข้างกายมันเอ่ยขึ้น

    “พวกท่านมองผิดประเด็นแล้วแทนที่จะทำลายคนที่ไม่รู้จักไม่สู้จับแม่พิมมาเลยถึงเวลานั้นข้าวสารเป็นข้าวสุกแล้วท่านเจ้าคุณจะพูดอะไรได้” หมื่นช้างยิ้มออกมาแล้วดึงสตรีร่างบ้างมากอด

    “สมกับเป็นคนโปรดของข้าจริงๆ แผนนี้ดีนัก” มันรีบหันไปสั่ง

    “พวกแกส่งคนไปสืบอีกไม่นานพวกเราก็ต้องไปเมืองหลวงเรือสินค้าจะมาแล้ว” บ่าวของมันมีสีหน้ากังวลครั้งนี้นายของพวกมันกำลังเล่นกับไฟของจริงแล้วไฟกองนี้สามารถแผดเผาได้ทั้งเมืองอู่ทองเลยทีเดียว และข่าวสุดช็อกก็ระเบิดขึ้นที่ล้านนาไม่รู้ว่าบังเอิญหรือไม่แต่ขุนศรีชัยที่อยู่เบื้องหลังของปุณยะถูกตัดสินเนรเทศไปใช้แรงงานที่เมืองชายแดนโดยทางใต้ทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึดเข้าหลวงทั้งหมด หลักฐานน่ะหรือเพียบคิดหรือว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องที่พวกมันทำความผิดเพียงแต่ว่าท่านเจ้าคุณไม่อยากที่จะจัดการพวกมันก็เท่านั้นหากไม่ทำเกินไปนักเพราะเขาจะกลายเป็นเป้าโจมตีได้ กล่าวคือหลักฐานกระทำผิดของพวกขุนนางล้วนอยู่ในมือท่านเจ้าคุณนานแล้วแต่หากจัดการพวกมันถี่เกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีพวกมันต้องหาทางกำจัดเขาแน่อีกอย่างข้าราชการไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ดังนั้นต้องทำผิดจนเกินขีดจำกัดจริงๆ เขาจึงลงมือและล้านนาทำกับเขาเกินไปหลักฐานบางส่วนจึงถูกส่งไปให้ขุนหลวงโดยตรง นี่สร้างความตกใจให้แก่ล้านนาเป็นวงกว้างคนที่เกี่ยวข้องกับขุนศรีชัยทั้งหมดต่างหวาดกลัว การเดินทางอันยาวนานจากเหนือไปจรดใต้พวกมันต้องไม่รอดแน่นอน อ้อต้องบอกว่าการเดินทางของนักโทษกับเส้นทางปกตินั้นต่างกันมากเส้นทางของนักโทษจะเป็นเส้นทางที่กันดารมากเป็นที่ไม่ผ่านเมืองใหญ่เลยแม้แต่น้อย ส่วนมากจะผ่านแค่เมืองด่านเท่านั้นยังดีที่การเนรเทศครั้งนี้ไม่ต้องถึงขั้นให้สตรีเข้าขอโคมเขียวแต่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่ชายแดนแทนส่วนผู้ชายทั้งหมดต้องทำงานสร้างกำแพงเมืองเสียงร้องไห้ดังไปทั่วเมืองมีขุนนางหลายคนที่โดนลูกหลงในครั้งนี้

    ขุนศรีชัย “ไม่นะข้าไม่ได้ทำปล่อยข้า” แส้ฟาดลงมายังร่างของมันจนเนื้อแตก

    ขุนศรีชัย “อ๊ากกก ข้า ข้าไม่ได้ทำได้โปรด” คนในบ้านต่างมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่าราวกับว่าไร้ชีวิตเพราะพวกเขาจบสิ้นแล้ว

    “ไอ้สารเลวตอนทำไม่คิดพอตอนนี้มาโอดครวญ” ปัง!!! เขาเตะขุนศรีชัยออกไป เจ้าหน้าที่ถือแฟ้มคดีออกมาแล้วประกาศ

    ” ขุนศรีชัยและพวกมีความผิดดังนี้ จัดหาอาวุธให้ศัตรูของชาติ ยักยอกเงินหลวง สมรู้ร่วมคิดกับโจรปล้นชาวบ้านค้ามนุษย์ แต่เห็นแก่ความดีที่ในสมัยที่ทำสงครามจึงลดโทษตายให้จากนี้เจ้าจะต้องเป็นนักโทษเนรเทศไปชายแดนภาคใต้ลูกหลานสิบรุ่นห้ามรับราชการ “ความผิดถูกอ่านออกมายาวไม่หยุดชาวบ้านรุมชี้หน้าด่ามัน ชายแดนภาคใต้นั้นต้องบอกว่ามันเป็นเมืองที่ยากลำบากมากเลยทีเดียวมันหนาวจนสามารถฆ่าคนได้เลย (อากาศของไทยในมิตินี้ทางใต้มีอากาศที่คล้ายกับที่โอมยาคอน มีอุณหภูมิติดลบถึง -67 ถึง -70 องศา) เจ้าหน้าที่ประกาศอีกครั้ง

    ” นอกจ้าเสื้อผ้าหยาบแล้วพวกเจ้ามิอาจเอาอะไรออกจากบ้านหลังนี้ไปได้เลย “เสียงร้องไห้ดังขึ้นแม่ของขุนศรีชัยถึงกับเป็นลมไปแล้ว สายลับหลวงส่ายหน้า

    ” ตอนลูกชายทำผิดทำไมไม่ห้ามเล่า “จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ใส่ตรวนให้พวกมันนักโทษทั้งหมด จำนวนนักโทษสามตระกูลมีเกือบสองร้อยคนมองดูแล้วน่าอนาถมาก พวกเขาตั้งแถวเดินออกไปยังหน้าประตูเมือง หญิงสาววัยสามสิบปีวิ่งลงมาจากรถม้า

    “ท่านพ่อเกิดอะไรขึ้น” นี่คือลูกสาวของขุนศรีชัยที่แต่งงานในกับพ่อค้าที่ร่ำรวยคนหนึ่ง

    “ลูกพ่อช่วยพ่อด้วยบอกสามีเจ้าให้ช่วยพวกเราที” สตรีคนนั้นส่ายหน้า

    “คุณพ่อเจ้าคะข้าก็จนปัญญาเช่นกันคดีของท่านคือขายชาตินะเจ้าคะลูกทำได้เพียงมอบเงินและเครื่องใช้เท่านั้นหากเข้าพัวพันตระกูลของสามีข้าก็ต้องเดือดร้อนไปด้วยถ้าอย่างนั้นใครจะส่งเงินไปช่วยพวกท่านเจ้าคะ” เสียงอ้อนวอนดังขึ้นแต่เธอทำอะไรได้สามีไม่ได้มีตำแหน่งทางราชการจะวิ่งเต้นได้อย่างไรจากเสียงอ้อนวอนกลายเป็นเสียงด่าทอออกมาเมื่อนางไม่ช่วย เงินส่วนที่ญาติให้มานี้สามารถเอาไปได้เรียกว่าใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายก็แล้วกันอีกอย่างนี่เกิดจากความกตัญญูจากเครือญาติจึงไม่มีความผิดอะไร แต่นั่นแหละหนทางยังอีกยาวไกลนักเงินนี้ไม่รู้จะพอหรือไม่ ตลอดทางพวกเขาโดนชาวเมืองด่าทอต่างๆ นาๆ สตรีรูปงามอยู่บนชั้นสองของร้านอาหารมองพวกมันด้วยสายตาเรียบเฉยแล้วไปสบเข้ากับดวงตานักโทษหญิงคนหนึ่ง เพื่อนของสตรีคนนั้นกล่าวออกมา

    ” เฮ้อน่าสงสารแม่หญิงสาลี่จริงๆ “สตรีงดงามแค่นเสียง

    ” ชะตากรรมของคนน่ะมันถูกกำหนดไว้แล้วตัวนางเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรมันไม่ทำให้ข้าสงสารเลยสักนิด “ว่าจบนางก็ลุกออกไปจากร้านอาหาร และตอนนี้ท่านเจ้าคุณก็อยู่ในห้องทำงานของขุนหลวงแล้ว

    “ดูเหมือนว่าเอ็งไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่เรื่องนะไอ้เรื่อง” ท่านเจ้าคุณถึงกับพูดไม่ออกเขาผิดอะไรกันเล่าขุนหลวงยิ้ม

    “ดูจากที่เอ็งเล่ามาเหมือนว่าพวกมันจะใช้ผีดิบนี้โค่นล้มเราสินะแต่น่าเสียดายที่พวกเอ็งไปเจอก่อน” ท่านเจ้าคุณกล่าวเสริม

    “กระหม่อมคิดว่าพวกมันตั้งใจจะก่อกวนภูมิภาคทั้งสามก่อนเพื่อให้เราส่งกำลังออกไปยังสามภูมิภาคแล้วส่งผีดิบที่กำลังสร้างเข้าโจมตีเมืองหลวงแต่เสียดายที่พวกกระหม่อมไปเจอก่อนไม่ใช่นั้นหายนะแน่” ท่านเจ้าคุณขมมดคิ้ว

    “พ่อค้าจีนมาถึงเมื่อไร” ท่านเจ้าคุณคำนวณ

    “ไม่ถึงสิบวันพ่ะย่ะค่ะ” ท่านเจ้าคุณพยักหน้า

    “ดีพวกพวกเขามาเราต้องการคุยกับพวกเขาเอ็งหาล่ามมาด้วย” ท่านเจ้าคุณเข้าใจทันทีว่าขุนหลวงต้องการข้อมูลของผีดิบจากพ่อค้าจีนนั่นเอง…

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน